- หน้าแรก
- จากเชลยสู่กัปตัน เปิดตำราสร้างกองเรือไร้พ่าย
- บทที่ 18 - เซตอาหารโรคเกาต์ ต่างฝ่ายต่างซ่อนเร้นเจตนาร้าย
บทที่ 18 - เซตอาหารโรคเกาต์ ต่างฝ่ายต่างซ่อนเร้นเจตนาร้าย
บทที่ 18 - เซตอาหารโรคเกาต์ ต่างฝ่ายต่างซ่อนเร้นเจตนาร้าย
บทที่ 18 - เซตอาหารโรคเกาต์ ต่างฝ่ายต่างซ่อนเร้นเจตนาร้าย
ไบรอนแกล้งทำหน้าตาหลงใหล แต่ภายในใจกลับเตือนภัยขั้นสุด
"ตำราอาหาร" เล่มนี้ไม่ได้เหมือนกับของธรรมดาทั่วไป ที่เพียงแค่มองแวบเดียวก็จะสามารถใช้พลังเสียงสะท้อนแห่งประวัติศาสตร์มองทะลุอดีตและปัจจุบันของมันได้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันไม่เพียงแต่จารึกความรู้ต้องห้ามเอาไว้เท่านั้น แต่มันยังเป็นวัตถุวิเศษที่มีพลังเหนือธรรมชาติบางอย่างแฝงอยู่อีกด้วย!
สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว
"ซัลมานต้องการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างพลังเหนือธรรมชาติกับอาการป่วยของตัวเอง ซึ่งการแพทย์แผนปัจจุบันหมดปัญญาจะรักษา เขาจึงต้องพึ่งพาความรู้ต้องห้ามนอกระบบเท่านั้น
เกรงว่านี่คงเป็นหลักประกันที่ทำให้เขากล้าฝ่าฝืนขีดจำกัดของมนุษย์ และนำ 'เผ่าพันธุ์เดียวกัน' มาเป็นอาหารหลัก
และคนที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับเขามากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นคนที่เป็น 'พ่อครัว' อย่างข้านี่แหละ!
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากการที่พ่อครัวคนก่อนๆ หายตัวไปอย่างเงียบๆ แทนที่จะหายไปจากห้องพักกัปตัน วัตถุวิเศษชิ้นนี้ก็น่าจะมีเงื่อนไขจำเป็นบางอย่างในการเปิดใช้งาน
ตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องเปิดศึกแตกหักกันซึ่งๆ หน้า"
ปูมการเดินเรือก็ไม่ได้จดบันทึกความลับทุกอย่างที่พบเจอเสมอไป
แต่ตราบใดที่มีการบันทึก ก็แปลว่ามันต้องมีความเกี่ยวข้องที่สำคัญบางอย่างกับตัวไบรอนเองอย่างแน่นอน
อย่างเช่นในตอนนี้ เรือใบคือหน่วยเอาชีวิตรอดขั้นพื้นฐานที่สุดในทะเล การอยู่บนเรือลำเดียวกัน ก็ย่อมเกี่ยวพันกับความเป็นความตายของทุกคนบนเรือไม่ใช่หรือไง
ไบรอนทำเหมือนต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก กว่าจะละสายตาจากตำราอาหารเล่มนั้นได้
เขาวางถาดอาหารที่มีอาหารคาวสามอย่างและซุปอีกหนึ่งอย่างลงตรงหน้าซัลมานอย่างนอบน้อม พร้อมกับเอ่ยขอโทษ
"ในฐานะพ่อครัว ข้ามักจะหลงใหลในการรวบรวมสูตรอาหารแปลกใหม่เสมอ ต้องขออภัยที่เสียมารยาทด้วยครับ
ท่านกัปตัน เชิญลิ้มรสอาหารค่ำที่ข้าเตรียมไว้ให้ท่านเถิด"
พูดจบ ไบรอนก็ทำตามธรรมเนียมการรับประทานอาหารของชนชั้นสูง เขาเปิดฝาครอบจานซุปปลาทรายแดงเข้มข้นซึ่งเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยออกเป็นอันดับแรก
และนั่นก็สามารถดึงดูดความสนใจของซัลมานที่กำลังลอบสังเกตเขาอย่างสนใจให้หันกลับมามองอาหารได้ในทันที
วินาทีที่ฝาครอบถูกเปิดออก นักชิมอาหารผู้นี้ราวกับเห็นแสงสว่างวาบ
เนื้อปลา หนังปลา และคอลลาเจนจากกระดูก ถูกเคี่ยวจนละลายเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำซุป เหลือเพียงน้ำซุปสีขาวบริสุทธิ์ราวกับน้ำนม
ตกแต่งด้วยใบเซเลอรีสีเขียวสดใส มองดูแล้วชวนให้เจริญอาหารยิ่งนัก
มันแตกต่างจากวิธีทำอาหารที่เขาเคยเห็นมาอย่างสิ้นเชิง จนทำให้เขาอดใจไม่ไหวต้องหยิบช้อนเงินขึ้นมาตักชิมไปหนึ่งคำ
ดวงตาสีเลือดของเขาเบิกกว้างขึ้นทันที เขาหลุดปากชมเปาะ
"อูมามิ! หวานกลมกล่อมมาก!"
เมื่อนักชิมอาหารอยู่ในระดับผู้ติดตามขั้นที่หนึ่ง พวกเขาจะได้รับพลังติดตัวที่เรียกว่า แยกแยะยาพิษ ซึ่งสามารถแยกแยะอาหารที่เป็นพิษต่อมนุษย์ได้ทั้งหมด
ต่อให้ถูกทิ้งไว้ในป่าดงดิบที่ไม่เคยไปมาก่อน ก็ไม่มีทางโดนพิษตายหรืออดตายอย่างแน่นอน
และเขาก็ไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่า "คำสาป" ในร่างกายของเขานั้น แท้จริงแล้วเกิดจากการกินดีอยู่ดีเกินไป ไม่ใช่เพราะถูกสาปด้วยความมั่งคั่งแต่อย่างใด
ทันทีที่เริ่มดื่ม เขาก็หยุดไม่ได้อีกต่อไป เพียงพริบตาเดียวเขาก็ยกชามขึ้นซดรวดเดียวจนเกลี้ยง ดื่มด่ำพิวรีนปริมาณมหาศาลที่ถูกเคี่ยวจนละลายเข้าไปจนหมด
"ฮ่า ไม่เหมือนซุปปลาที่ข้าเคยดื่มเลย เมื่อก่อนต้องใส่เครื่องเทศแพงๆ สารพัดเพื่อกลบกลิ่นคาวปลา แต่กลับกลายเป็นการกลบรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบไปด้วย
แถมไม่มีเนย ครีม หรือไข่แดงมาแย่งซีนรสชาติหลักเลย
นี่แหละคือรสชาติที่แท้จริงของปลา
ริมฝีปาก ลิ้น และกระเพาะของข้า ประสาทสัมผัสที่เคยเริ่มด้านชาไปแล้วดูเหมือนจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
อร่อยเหลือเกิน!"
น้ำตาเอ่อล้นที่หางตา เขาไม่สนมารยาทบนโต๊ะอาหารอีกต่อไป รีบลงมือเปิดฝาครอบจานที่เหลืออีกสามใบด้วยตัวเอง
จานแรกคือล็อบสเตอร์ผัดเนยกระเทียมที่ถูกผ่าครึ่งมาสี่ห้าตัว
ในอดีต ชนชั้นสูงที่เย่อหยิ่งส่วนใหญ่มักจะไม่กินอาหารทะเลชนิดนี้ แถมยังมองว่ามันเป็นแค่แมลงชนิดหนึ่งด้วยซ้ำ
พวกที่จับได้ส่วนใหญ่ก็จะถูกนำไปเลี้ยงสัตว์ หรือไม่ก็ให้คนจน นักโทษ และคนรับใช้กิน
จนกระทั่งกษัตริย์แห่งอาณาจักรดอกไอริสซึ่งเป็นดินแดนแห่งอาหารรสเลิศ ได้ยกย่องเมนูนี้อย่างออกนอกหน้าในงานเลี้ยงของราชสำนัก มันถึงค่อยๆ เป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูง
ในปัจจุบัน วิธีปรุงมีเพียงการนำไปลวก รสชาติจึงค่อนข้างจำกัด
คนที่กินก็ยังมีไม่เยอะ ทำให้มีอยู่เกลื่อนกลาดตามชายฝั่งทะเล บนเกาะร้างแห่งนี้ก็มีอยู่ไม่น้อย
การต้มที่พอเหมาะพอเจาะ ทำให้เนื้อกุ้งแน่นเด้ง เมื่อนำมาจับคู่กับซอสเนยกระเทียมซึ่งเป็นคู่แท้ของอาหารทะเล ซัลมานก็ถูกพิชิตใจไปในทันที
จานที่สองดูมีสีสันแปลกตาไปสักหน่อย
ส่วนหัวที่คล้ายเปลือกหอยมีสีสันสดใสเหมือนเคลือบอีนาเมล เนื้อสีแดงทับทิมงอกออกมาจากปลอกที่นุ่มนิ่มราวกับหนังงู
และยังมีหนวดโปร่งใสเรียบเนียนยื่นออกมาจากปลอกนั้นด้วย
หนวดเหล่านี้ก็มีสีสันสวยงามเช่นกัน บริเวณคอมีสีเนื้อ สีลายหินอ่อน และสีเทา ส่วนปลายหนวดเป็นสีส้มสดใส
พอเพ่งมองดูให้ดีว่าข้างในคืออะไร ซัลมานก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก
"นี่มัน... เพรียงงั้นหรือ"
ไบรอนส่ายนิ้วพร้อมกับทำท่าทางลึกลับ
"โนๆๆ นี่ไม่ใช่เพรียงธรรมดาๆ นะ แต่มันคือราชา... อะแฮ่ม เพรียงคอห่านที่อร่อยที่สุดในโลกต่างหากล่ะ!"
ปูมการเดินเรือระบุว่า เพรียงคอห่านของทั้งสองโลกมีพฤติกรรมคล้ายคลึงกัน มักจะเกาะตามวัตถุที่ลอยอยู่ในทะเล พบกระจายอยู่ทั่วไปในมหาสมุทรหลักๆ ทั่วโลก และสามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกฤดูกาล
ในโลกนี้ยังไม่ค่อยมีใครนิยมนำมากินนัก แต่มันคือหนึ่งในอาหารทะเลที่แพงที่สุดในชาติก่อนเลยทีเดียว
วิธีทำก็แสนจะง่ายดาย
แค่ใส่ขิงและเกลือลงในหม้อ ต้มน้ำให้เดือด แล้วใส่เพรียงลงไปต้มจนเดือดอีกครั้งก็พอ การนำไปลวกในน้ำซุปใสแล้วกินสดๆ คือวิธีที่อร่อยที่สุด
ไม่ต้องเติมเครื่องปรุงรสใดๆ เพิ่มเติม ความหวานอร่อยตามธรรมชาติของมันก็ทำเอาคนกินต้องทึ่งแล้ว
หลังจากซัลมานตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแน่ใจว่าเพรียงนี่ไม่มีพิษ เขาก็ลองใช้ส้อมจิ้มเข้าปากไปหนึ่งชิ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ
ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เบิกโพลง เขาสัมผัสได้ถึงความหวานหอมที่ไม่มีใครเทียบได้ระเบิดอยู่บนปลายลิ้น ราวกับว่าร่างทั้งร่างกำลังจะล่องลอยขึ้นไปบนฟ้า
"รสชาตินี้มันเหมือนกับแก่นแท้ของท้องทะเลที่อัดแน่นมากำลังระเบิดอยู่ในปาก รสสัมผัสของปลาและหอยนับไม่ถ้วนกำลังกระโดดโลดเต้นอยู่บนลิ้น
รสชาติที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนแบบนี้ มันช่างอร่อยเกินบรรยายจริงๆ!"
พอกินมาถึงตรงนี้ ซัลมานก็กลั้นน้ำตาแห่งความปิติไว้ไม่อยู่อีกต่อไป
เขารู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองเคยกินมาตลอดมันเป็นแค่เศษขยะเท่านั้น
'เพราะฉะนั้น ข้าจะตายไม่ได้เด็ดขาด ถ้าตายไปข้าก็คงไม่ได้กินของอร่อยๆ แบบนี้อีกแล้ว!'
อาหารเลิศรสทำให้ความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ของเขาแรงกล้ายิ่งขึ้น แต่มันก็ทำให้เขากิน... มากขึ้นไปด้วย
จานสุดท้ายแม้จะไม่ใช่วัตถุดิบแปลกใหม่ แต่ก็เป็นของโปรดของเขาอยู่แล้ว
—นั่นคือระเบิดพิวรีนอย่าง เนื้อแกะ
ไบรอนยังใส่ใจทำออกมาสองแบบ คือ ซี่โครงแกะย่างยี่หร่า และเนื้อแกะตุ๋น
บนเรือของนักชิมอาหารย่อมต้องมีเครื่องเทศสำรองไว้อย่างเหลือเฟือ นอกจากพริกแล้ว ก็ยังมียี่หร่า พริกไทย...
ซี่โครงแกะย่างยี่หร่ากรอบนอกนุ่มใน ส่วนเนื้อแกะตุ๋นก็เปื่อยนุ่มแต่ไม่เละ รสชาติกลมกล่อมกำลังดี ไม่เหม็นคาว ยิ่งพอกินคู่กับกระเทียมบด ก็ยิ่งทำให้ซัลมานร้องอุทานออกมาด้วยความฟิน
ตบท้ายด้วยเบียร์เย็นๆ แช่น้ำแข็งอีกหนึ่งแก้ว ช่างเป็นความสุขกายสบายใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ ราวกับได้ขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ด
สวรรค์ที่มีนางฟ้าใส่เสื้อคลุมขนมิงค์มาปอกกระเทียมให้กินอะไรนั่น ตอนนี้ข้าได้ขึ้นสวรรค์ไปเรียบร้อยแล้วเว้ย!
"อิ่มเอมใจเหลือเกิน คุณไบรอน เจ้าคือพ่อครัวที่เก่งที่สุดเท่าที่ข้าเคยเจอมาเลย!"
แต่ในทางกลับกัน ไบรอนมองดูอีกฝ่ายกินอย่างเอร็ดอร่อยแล้ว ก็อดนึกถึงฝูงแพะที่ส่งเสียงร้อง แบะ แบะ แบะ อยู่ครึ่งค่อนวันในคอกแพะข้างห้องครัวไม่ได้
และเขาก็ยังนึกภาพโจรสลัดที่ต่อแถวเดินเข้าไป แล้วก็เดินดึงเข็มขัดกางเกงออกมาด้วยใบหน้าอิดโรยทีละคนๆ
สีหน้าของเขาก็พลันเขียวคล้ำลงทันที
ในยุคนี้ การนำแพะขึ้นเรือใบไปเป็นเสบียง ถือเป็นของสดใหม่ที่หาได้ยากยิ่ง
แต่ประโยชน์ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ... แหวะ
บนเรือรบมีระเบียบวินัยที่เข้มงวดกว่าเรือโจรสลัดมาก เมื่อก่อนไบรอนก็เลยไม่เคยเห็นเรื่องแบบนี้กับตาตัวเองจริงๆ
แต่พวกโจรสลัดที่ไร้ระเบียบวินัยพวกนี้มันต่างออกไป พฤติกรรมของพวกมันแทบจะทำลายทัศนคติที่เขามีต่อโลกใบนี้ไปจนหมดสิ้น
เขาสาบานเลยว่า ชาตินี้เขาจะไม่แตะเนื้อแพะบนเรือฉลามกินคนอีกเป็นอันขาด
ตีให้ตายก็ไม่กิน
ถ้าวันไหนเขาได้เป็นกัปตันเรือ เขาจะต้องตั้งกฎเหล็กเพิ่มใน บัญญัติสิบประการแห่งโจรสลัด ของตัวเองว่า แพะ มีไว้สำหรับกินเท่านั้น!
หลังจากที่ซัลมานสัมผัสได้ว่าความอยากอาหารที่หิวโหยมานานของเขาได้รับการตอบสนองอย่างเต็มที่ แสงแห่งจิตวิญญาณก็ยิ่งทอประกายเจิดจ้าขึ้น
สายตาที่เขาลอบมองไบรอนนั้นยิ่งเต็มไปด้วยความโลภ
'อาหารหลัก: เผ่าพันธุ์เดียวกัน!
ยิ่งฝีมือทำอาหารเก่งกาจ ความคล้ายคลึงกับตัวข้าก็ยิ่งสูง ประสิทธิภาพในการเพิ่มพลังก็จะยิ่งดี
ตำราอาหารของบลัดดี้แมรี่ ที่ข้าขโมยมาจาก ลัทธิกระหายเลือด จะรีดเร้นความรู้ด้านอาหารทั้งหมดออกมา แล้วนำมาทำเป็น อาหารหลัก ชั้นยอด
น่าเสียดายที่ข้าไม่รู้ว่า อักษรรูนแห่งการพิพากษา ที่ใช้เปิดใช้งานวัตถุวิเศษชิ้นนี้คืออะไร
ข้าเลยทำได้แค่ใช้ฟังก์ชันพื้นฐานที่สุดของมัน คิดค้นสูตรอาหารออกมาได้แค่สูตรเดียว
แต่นั่นก็เพียงพอที่จะให้ข้าประกอบพิธีกรรมเพื่อขจัดปัญหาในตัวข้าให้หมดสิ้นไปได้แล้ว'
'ใกล้แล้ว ใกล้เข้ามาแล้ว
ไม่มีพ่อครัวคนไหนต้านทานเสน่ห์ของตำราอาหารเล่มนี้ได้หรอก คุณไบรอน เจ้าจงเลือกมันเป็นรางวัลของเจ้าเถอะ
หากไม่ล่วงรู้ความลับของมัน ต่อให้เป็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติระดับล่างก็ยังไม่มีทางต่อต้านได้ นับประสาอะไรกับไอ้หนุ่มคนธรรมดาอย่างเจ้า
ยังไงซะเจ้า... ก็ต้องตกเป็นของข้าอยู่ดี!'
แต่ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า
ปกติแล้วความเจ็บปวดมักจะกำเริบขึ้นมาเฉพาะช่วงเช้ามืดเท่านั้น แต่ตอนนี้ดูเหมือนมันจะอยากแผลงฤทธิ์ขึ้นมาอย่างกะทันหันเสียแล้ว
[จบแล้ว]