- หน้าแรก
- จากเชลยสู่กัปตัน เปิดตำราสร้างกองเรือไร้พ่าย
- บทที่ 15 - แล่นทวนลมกราบซ้าย พิธีศพโจรสลัด
บทที่ 15 - แล่นทวนลมกราบซ้าย พิธีศพโจรสลัด
บทที่ 15 - แล่นทวนลมกราบซ้าย พิธีศพโจรสลัด
บทที่ 15 - แล่นทวนลมกราบซ้าย พิธีศพโจรสลัด
"เร็วเข้า เร็วเข้า ใครที่ยังไม่ตายก็ลุกขึ้นมา จัดตำแหน่งกะลาสีใหม่ ปีนขึ้นเสากระโดงเรือ ลมระดับเจ็ดมาแล้วต้องรีบหดใบเรือเดี๋ยวนี้"
"ดึงเชือกปรับมุมเสาทุกเส้น เปลี่ยนใบเรือขวางให้เป็นใบเรือตามยาว!"
"นายท้าย นายท้ายยังอยู่ไหม บังคับเรือแล่นทวนลมกราบซ้าย แล่นเฉียดลม มุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงเหนือค่อนไปทางตะวันออกสามจุดเข็มทิศ
เมื่อเราแล่นทวนลม เรือรบที่มีแต่ใบเรือขวางขนาดใหญ่ไม่มีทางตามเราทันหรอก"
"..."
เรือฉลามกินคนยังไม่รู้แน่ชัดว่าเรือรบได้รับความเสียหายมากน้อยแค่ไหน พวกเขาจึงยังคงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อทิ้งระยะห่างให้มากที่สุด
เหล่าโจรสลัดที่รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดไม่มีเวลาให้หยุดพัก พวกเขาจัดการทำแผลให้ตัวเองแบบลวกๆ แล้วรีบกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของกัปตันและนายทหารโจรสลัดทันที
การสูญเสียลูกเรือไปกว่าครึ่งทำให้การทำงานในส่วนต่างๆ ดูติดขัดไปบ้าง
แต่ด้วยความพยายามอย่างสุดความสามารถ ในที่สุดเรือฉลามกินคนก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวฝ่าลมทะเลที่พัดกรรโชกแรงมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือได้สำเร็จ
เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้ว
ในสายตาคนทั่วไป เรือใบที่ดูเหมือนจะแล่นไปตามแรงลมพัด แท้จริงแล้วสามารถแล่นสวนทางลมได้!
พูดง่ายๆ ก็คือการประยุกต์ใช้กฎพลศาสตร์ของไหล แบบเดียวกับเครื่องบินนั่นเอง
เมื่อกระแสอากาศไหลผ่านพื้นผิวโค้งของใบเรือที่เปรียบเสมือนปีกเครื่องบิน จะทำให้เกิดแรงดูดดึงไปข้างหน้าและยกตัวขึ้น ตัวเรือจึงเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ด้วยความแตกต่างของแรงดันอากาศนี้
แน่นอนว่าใบเรือที่ต่างชนิดกัน ย่อมมีประสิทธิภาพในการแล่นทวนลมที่แตกต่างกัน
ใบเรือขวางที่มีประสิทธิภาพในการดักลมสูงกว่าย่อมได้เปรียบอย่างมากเมื่อแล่นตามลม แต่เมื่อต้องแล่นทวนลม ประสิทธิภาพกลับสู้ใบเรือตามยาวไม่ได้เลยแม้แต่น้อย!
ตัวอย่างเช่น เมื่อลมพัดมาจากทิศเหนือตรงๆ เรือใบตามยาวสามารถเลือกที่จะแล่นต้านลมโดยเบี่ยงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 30-40 องศา หรือเบี่ยงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 30-40 องศาก็ได้
การแล่นโดยทำมุมใกล้ชิดกับทิศทางลมมากที่สุดเช่นนี้เรียกว่า การแล่นเฉียดลม
เหมือนกับเรือฉลามกินคนในตอนนี้ที่กราบซ้ายรับลม สามารถอธิบายให้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้ว่าเป็นการ แล่นทวนลมกราบซ้ายแบบเฉียดลม
ด้วยการแล่นเฉียดลมไปทางซ้ายสักพัก แล้วค่อยเปลี่ยนไปแล่นทางขวาอีกสักพัก การแล่นสลับฟันปลาไปมาแบบนี้ก็จะทำให้สามารถเคลื่อนที่ต้านลมไปข้างหน้าได้
เรือใบตามยาวสามารถแล่นเฉียดลมได้โดยทำมุมแคบสุดกับทิศทางลมประมาณ 30-40 องศา
ในขณะที่เรือรบที่ใช้ใบเรือขวางล้วนๆ กลับทำมุมได้แคบสุดแค่ 67 องศาเท่านั้น
สาเหตุหลักเป็นเพราะเมื่อหมุนคานใบเรือขวาง มันจะไปติดกับสายเชือกที่ใช้ค้ำยันเสากระโดง ทำให้สามารถหมุนไปทางซ้ายหรือขวาได้สูงสุดเพียง 50 องศากว่าๆ เท่านั้น
ส่งผลให้มุมปะทะลมของเรือรบต้องกว้างกว่า 60 องศาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ใครที่เคยเรียนทฤษฎีบทพีทาโกรัสย่อมรู้ดีว่า เมื่อใช้มุม 30 องศาและ 60 องศาในการแล่นสลับฟันปลา ประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่ไปข้างหน้านั้นจะแตกต่างกันอย่างมหาศาลขนาดไหน
หากในตอนเริ่มการไล่ล่า เรือฉลามกินคนเลือกที่จะแล่นทวนลม พวกเขาก็คงจะถูกศัตรูที่อาศัยความได้เปรียบจากการแล่นตามลมดักสังหารไปอย่างง่ายดายแล้ว
แต่ตอนนี้สถานะได้สลับกันแล้ว ตราบใดที่พวกเขาสามารถทิ้งระยะห่างท่ามกลางลมระดับเจ็ดนี้ได้ เรือรบลาดตระเวนผู้คุมกฎก็ไม่มีทางไล่ตามพวกเขาที่มีใบเรือตามยาวได้ทันอีกต่อไป
ด้วยความรู้จากชาติก่อน อันที่จริงไบรอนยังรู้จักรูปแบบเรือใบที่ล้ำสมัยยิ่งกว่านี้ นั่นก็คือเรือใบผสมสองเสา
ซึ่งรวบรวมข้อดีของทั้งใบเรือขวางและใบเรือตามยาวเข้าไว้ด้วยกัน ถือเป็นจุดสูงสุดของการพัฒนาเรือโจรสลัดขนาดเล็ก
แต่เขาจะยังไม่นำแผนการดัดแปลงนี้ออกมาใช้ในตอนนี้ เว้นเสียแต่ว่า... เรือฉลามกินคนลำนี้จะเปลี่ยนมาใช้ชื่อแลงคาสเตอร์!
เมื่อมองไม่เห็นธงของทหารเรือท่ามกลางคลื่นยักษ์ที่ซัดสาดเป็นชั้นๆ อีกต่อไป ในที่สุดเหล่าโจรสลัดก็ผ่อนลมหายใจออกมาได้อย่างเต็มปอด
การพลิกสถานการณ์จากสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นไปได้ ทำให้ผู้รอดชีวิตหลายคนยังรู้สึกเหมือนฝันไป
"พวกเรารอดตายแล้วจริงๆ หรือเนี่ย!"
"ถ้าเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้คนอื่นที่ท่าเรือโจรสลัดฟัง พวกเขาต้องหาว่าเราโม้แน่ๆ ฮ่าๆๆ"
"ท้องทะเลคุ้มครองพวกเรา"
แน่นอนว่าทุกคนต่างก็รู้ดีว่าใครคือฮีโร่ตัวจริง
นอกจากการกระทำในตอนท้ายที่ไปขัดขวางไม่ให้อีกฝ่ายปักธงซึ่งไม่มีใครเข้าใจแล้ว ผลงานอื่นๆ ของเขากลับประจักษ์ชัดแก่สายตาทุกคน
ทั้งการดัดแปลงใบเรือยกตัว การหยุดยั้งปืนใหญ่เหล็กที่กลิ้งไปมาอย่างบ้าคลั่ง การใช้วิชาดาบอันยอดเยี่ยมเพื่อช่วยชีวิตพรรคพวกหลายคน การสังเกตและคาดการณ์สภาพอากาศที่แม่นยำ...
รวมถึงการโยนระเบิดเพลิงใส่เรือรบอย่างแม่นยำด้วย
เมื่อเทียบกับพวกโจรสลัดเฒ่าที่ท่องทะเลเหนือมาอย่างโชกโชนแล้ว ไบรอน ทิวดอร์ต่างหากที่ดูสมกับเป็นลูกหลานแห่งท้องทะเลผู้เกิดมาเพื่อโลกสีครามใบนี้อย่างแท้จริง
ถ้าไม่มีเขา เรือฉลามกินคนก็คงไม่มีทางรอดชีวิตมาได้แน่ๆ ต่อให้พวกเขามีกัปตันเป็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติก็ตาม
แน่นอนว่า ฮีโร่คนเก่ง อย่างคุณไบรอน ไม่มีทางบอกความจริงกับพวกเขาเด็ดขาดว่า ต้นเหตุที่ทำให้กองทัพเรือตามล่ามาจนถึงที่นี่ก็คือตัวเขาเองนี่แหละ!
เมื่อต้องเผชิญกับสายตานับไม่ถ้วนที่จ้องมองมาด้วยความเลื่อมใส ภายนอกไบรอนดูสงบนิ่งไม่ไหวติง แต่สายใยแห่งความระแวดระวังภายในใจกลับไม่เคยคลายความตึงเครียดลงเลย
"การที่เราสามารถหนีรอดมาได้ในครั้งนี้ เป็นเพราะตระกูลยอร์กประเมินสถานการณ์ของข้าผิดพลาดไปอย่างสิ้นเชิง
ในสายตาของพวกเขาเมื่อห้าวันก่อน ข้าก็เป็นแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยังไม่มีแม้แต่พลังเหนือธรรมชาติด้วยซ้ำ
การส่งเรือรบชั้นห้า ผู้ใช้กฎหมายจากลำดับศาลไต่สวน และผู้พิทักษ์ป้อมปราการจากลำดับป้อมปราการมาจัดการข้า มันก็เหมือนกับการขี่ช้างจับตั๊กแตน พลังรบเหลือเฟือจนล้นทะลักเลยล่ะ
แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า ข้ามีพลังพรสวรรค์สองอย่างที่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับการยกระดับจิตวิญญาณ แถมยังมีปูมการเดินเรือคอยช่วยเหลือ ทำให้ข้าก้าวหน้าไปไกลกว่าเดิมมากนัก"
การบิดเบือนการรับรู้ช่วยให้เขาพรางตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สัญชาตญาณหยั่งรู้สภาพอากาศช่วยให้เขาสวมรอยเป็นนักเดินเรือในลำดับประภาคารได้สบายๆ
ถ้าไม่มีพลังเหนือธรรมชาติเหล่านี้ ป่านนี้เขาก็คงได้ลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงอยู่ก้นทะเลพร้อมกับพวกโจรสลัดไปแล้ว
ไบรอนรู้จักตัวเองดี
หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกในครั้งหน้า เขาอาจจะไม่โชคดีแบบนี้อีกแล้ว
พลัง! มีเพียงการครอบครองพลังเหนือธรรมชาติที่แข็งแกร่งกว่าเดิม และสร้างกองกำลังติดอาวุธที่ทรงพลังเป็นของตนเองเท่านั้น ถึงจะเป็นหลักประกันความปลอดภัยในชีวิตที่แท้จริง
พลบค่ำ
โจรสลัดที่รับหน้าที่จัดการสนามรบได้โยนศพทหารเรือที่ถูกปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจนหมดทิ้งลงทะเลไปแล้ว
ส่วนร่างไร้วิญญาณของโจรสลัดทั้งสี่สิบสองคนถูกนำมาวางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบอยู่บนดาดฟ้าเรือ
และยังมีอีกสิบกว่าคนรวมถึงต้นหนที่เสียชีวิตอยู่บนเรือรบลาดตระเวน ซึ่งแม้แต่ศพก็เอากลับมาไม่ได้
ไบรอนและทุกคนมารวมตัวกันบนดาดฟ้าเรือเพื่อทำพิธีศพให้สหายที่ล่วงลับ
ตามประเพณีแห่งท้องทะเล พวกเขาจะนำศพของสหายเหล่านี้บรรจุลงในถังเหล้าเปล่า และวางเหรียญเงินสองเหรียญไว้บนเปลือกตาของพวกเขา
ว่ากันว่ามีเพียงวิธีนี้เท่านั้น วิญญาณอันเต็มไปด้วยบาปของโจรสลัดถึงจะมีสิทธิ์ซื้อตั๋วโดยสารเรือผีสิงที่ผลุบๆ โผล่ๆ อยู่กลางทะเล เพื่อเดินทางไปยังโลกแห่งความตายได้
ตู้ม! ตู้ม!
ถังไม้ถูกโยนลงสู่ทะเลที่กำลังบ้าคลั่งทีละใบๆ
ไบรอนที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนเอามือจับด้ามดาบ เขาทอดสายตามองถังไม้ที่ลอยห่างออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับร่วมร้องเพลง "วิมานนักรบ" ซึ่งเป็นเพลงประกอบพิธีศพของชาววารีแห่งแดนเหนือร่วมกับโจรสลัดคนอื่นๆ
"ตัวเรือลอยห่างจากกระแสน้ำเย็นเยือกแห่งฟยอร์ด
อีกากาหลงบินโฉบเหนือดินแดนอันกว้างใหญ่ของข้า
บทเพลงสงครามและตำนาน ล้วนถูกกำหนดไว้ด้วยโชคชะตา
ข้าคือโล่ที่แข็งแกร่งและเป็นหอกที่แหลมคม
ร่วมทุกข์ร่วมสุข ปล้นสะดมศัตรูคู่อาฆาต
เพื่อเกียรติยศ พวกเราขอรวมพลังเป็นหนึ่งเดียว
ฝ่าฟันเปลวเพลิงสงครามและเสียงกึกก้องของอัสนีบาต
มีเพียงความรุ่งโรจน์เท่านั้นที่คอยเคียงข้าง
เสียงสะท้อนอันเป็นนิรันดร์
หอเกียรติยศแห่งนักรบกำลังเรียกหาข้า..."
พวกโจรสลัดชินชากับความตายมานานแล้ว ในเวลานี้พวกเขาจึงไม่ได้รู้สึกโศกเศร้าเสียใจมากมายนัก แต่กลับดูเหมือนกำลังร้องเพลงปลุกใจเสียมากกว่า
ในฐานะที่เป็นต้นกำเนิดของโจรสลัดทั้งหมดในทวีปเก่า ชาววารีแห่งแดนเหนือที่เคยปล้นสะดมไปทั่วทั้งทวีป ได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้มากมายในอาชีพเก่าแก่นี้
ตั้งแต่การตั้งบัญญัติสิบประการแห่งโจรสลัด ไปจนถึงการก่อตั้งลำดับประภาคารซึ่งประกอบด้วยโจรสลัด นักเดินเรือ ฯลฯ และหลังจากล้างมือจากวงการก็พัฒนาไปเป็นอัศวินพายุ รวมถึงประเพณีและพิธีกรรมต่างๆ...
ความเชื่อที่ว่าผู้ที่ตายในสงครามจะได้มีชีวิตเป็นอมตะในหอเกียรติยศแห่งนักรบ ทำให้พวกเขาไม่เคยหวั่นเกรงต่อความตายเลยแม้แต่น้อย
ตำนานเล่าขานว่าที่นั่นมีหม้อวิเศษที่ตักอาหารออกมาได้ไม่มีวันหมด ซึ่งเต็มไปด้วยเมนูเนื้อหมู เนื้อวัว และเนื้อแกะอันโอชะ
พวกเขาจะได้ดื่มด่ำกับเหล้าชั้นเลิศ ลิ้มรสอาหารอันโอชะไปตลอดกาล และที่สำคัญที่สุดคือ มีนางฟ้าแสนสวยในชุดคลุมขนมิงค์คอยแกะกระเทียมให้กิน ช่างเป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขสำราญหาใดเปรียบ
ไบรอนในฐานะทายาทสายตรงของไรน์ฮาร์ด ราชันมังกรน้ำเงิน ผู้เป็นกษัตริย์แห่งชาววารีแดนเหนือ คุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้เป็นอย่างดี
เขาไม่เพียงแต่จะไม่รู้สึกตกต่ำจากการหล่นจากตำแหน่งรัชทายาทมาเป็นโจรสลัด แต่กลับรู้สึกเหมือนปลาได้น้ำเสียด้วยซ้ำ
แต่ทว่า
เมื่อบทเพลงจบลง ไบรอนกลับรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เมื่อเขาหันขวับกลับไป ก็เห็นเนตรโลหิตซัลมานที่มีใบหน้าเรียบเฉย กำลังเดินกะเผลกตรงมาหาเขา
[จบแล้ว]