- หน้าแรก
- จากเชลยสู่กัปตัน เปิดตำราสร้างกองเรือไร้พ่าย
- บทที่ 6 - นักชิมอาหาร
บทที่ 6 - นักชิมอาหาร
บทที่ 6 - นักชิมอาหาร
บทที่ 6 - นักชิมอาหาร
ตั้งแต่ขึ้นเรือมา ไบรอนยังไม่เคยเห็นหน้ากัปตันเรือโจรสลัดจอมโหดผู้มีฉายาว่าเนตรโลหิตซัลมานด้วยตาตัวเองเลยแม้แต่ครั้งเดียว
แต่เขาก็สันนิษฐานได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องเป็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ จากสัตว์เลี้ยงฉลามตาแดงพวกนั้น
ปูมการเดินเรือไม่สามารถสอดส่องประวัติศาสตร์ของซัลมานได้ง่ายดายเหมือนกับการมองทะลุสิ่งของธรรมดาๆ
เขาจึงต้องพยายามสืบหาข้อมูลจากฮันส์น้อย
แต่กลับได้ความเร้นลับใหม่มาครอบครองอย่างไม่คาดฝัน
ความเร้นลับเหนือธรรมชาติข้อแรก: เงาแห่งสงครามชิงบัลลังก์เฮสติงส์ หรือสงครามกุหลาบแดงและกุหลาบขาว แม้จะมอบรางวัลตอบแทนให้ไบรอนอย่างมหาศาลเกินความคาดหมายอย่าง ผู้แก้ไขประวัติศาสตร์ ก็ตาม
แต่ระดับความลึกซึ้งของความลับนี้มันสูงเกินไป จนกว่าเขาจะประกอบพิธีเข้าสู่อาชีพสำเร็จ เขาก็ทำได้แค่มองตาปริบๆ โดยไม่สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้
"ทว่าความเร้นลับ: ความทุกข์ที่บอกใครไม่ได้ของกัปตันเนตรโลหิตซัลมาน นั้นกำลังพอดีเลย ระดับอิทธิพลทางประวัติศาสตร์มีเพียง 4% เท่านั้น
ขอเพียงแค่ข้าไขความลับของเขาได้สำเร็จ พลังจิตวิญญาณของข้าก็ไม่ต้องรอสะสมหรือตกตะกอนอีกต่อไป แต่จะสามารถประกอบพิธีเข้าสู่อาชีพใน บันไดแห่งเกียรติยศ ได้ทันที"
ดังนั้น เมื่อไบรอนได้ยินคำเตือนของฮันส์น้อย เขาไม่เพียงแต่จะไม่รู้สึกหวาดกลัว แต่กลับรู้สึกคันไม้คันมืออยากจะลองดูสักตั้งด้วยซ้ำไป
แน่นอนว่าเขาไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายอย่างจริงใจ
"ชนแก้ว! ดื่ม!"
"เบียร์สดจากเรือนกกระทุงนี่มันชื่นใจจริงๆ แถมยังมีไส้กรอกกับขนมปังขาวอีก ในที่สุดข้าก็ไม่ต้องทนแดกบิสกิตเดินเรือที่มีแต่หนอนพวกนั้นแล้ว"
"..."
เมื่อไบรอนเดินตามฮันส์น้อยขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือเปิดโล่ง เขาก็เห็นกลุ่มโจรสลัดที่เพิ่งจะปล้นสำเร็จกำลังกินดื่มกันอย่างสนุกสนานเฮฮา
นอกจากนายท้ายเรือและกะลาสีที่ต้องผลัดเวรกันดูแลการเดินเรือแล้ว ส่วนใหญ่ต่างก็กำลังกอดขวดเหล้าและดื่มด่ำกันอย่างเต็มที่
เสบียงอาหารอย่างบิสกิตเดินเรือและเนื้อเค็มที่เก็บตุนไว้บนเรือถูกโยนทิ้งไปไกลๆ และถูกแทนที่ด้วยอาหารสดใหม่ที่ปล้นมาจากเรือนกกระทุง
ในฐานะอดีตนักเรียนนายร้อยทหารเรือฝึกหัดจากวิทยาลัยทหารเรือหลวง ไบรอนชินชากับภาพตรงหน้านี้มานานแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นความเป็นอยู่ของโจรสลัด กะลาสีเรือสินค้า หรือแม้แต่ทหารเรือ ล้วนไม่ได้สวยหรูเหมือนในนิทานปรัมปราเลยแม้แต่น้อย
อันที่จริงสภาพความเป็นอยู่ของกะลาสีเรือก็แทบไม่ต่างอะไรกับนักโทษ เพียงแต่มีโอกาสจมน้ำตายเพิ่มขึ้นมาก็เท่านั้นเอง
คุกที่แย่ที่สุดบนฝั่งยังถือว่าดีกว่าท้องเรือใบเป็นร้อยเท่า
บนเรืออบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งขุมนรก ทั้งกลิ่นเหม็นเน่า ความคับแค้นใจ ความหวาดกลัว โรคไข้จับสั่น โรคบิด อาการปวดหัว อากาศร้อนอบอ้าว วัณโรค โรคลักปิดลักเปิด มะเร็ง และแผลในปาก
วิทยาการทางการแพทย์ที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้โรคเล็กๆ น้อยๆ หลายโรคกลายเป็นโรคร้ายแรงที่รักษาไม่หาย
น้ำจืดที่เก็บไว้ในถังไม้ใต้ท้องเรือ เพียงไม่นานก็จะเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็น
แต่การจะต้มน้ำร้อนดื่มบนเรือที่ขาดแคลนเชื้อเพลิงนั้นถือเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย ส่วนใหญ่แล้วจะมีเพียงคนเจ็บเท่านั้นที่จะได้รับอภิสิทธิ์เช่นนี้
คนอื่นๆ ทำได้เพียงดื่มน้ำบูดๆ ผสมกับเหล้ารัม หรือไม่ก็ดื่มเหล้าดีกรีต่ำแทนน้ำเปล่าไปเลย
อาหารการกินยิ่งไม่ต้องพูดถึง อาหารหลักของพวกเขาคือเนื้อสัตว์ที่ถูกหมักเกลือจนเค็มปี๋และบิสกิตที่ชื้นจนขึ้นรา
ทุกครั้งที่กินอาหาร พวกเขาต้องฝืนทนต่อความขยะแขยงอย่างหนัก ถึงจะกลืนอาหารที่เน่าเสียและเต็มไปด้วยหนอนแมลงวันลงคอไปได้
ไบรอนเคยได้ยินกะลาสีหลายคนพูดติดตลกระหว่างความทุกข์ยากว่า "หนอนหัวดำเคี้ยวแล้วเย็นๆ ไม่ขมเหมือนพวกด้วงงวงช้าง รสชาติใช้ได้เลยทีเดียว!"
โดยเฉพาะอย่างยิ่งโจรสลัดที่ต้องรอนแรมอยู่กลางทะเลเป็นเวลานาน พวกเขายากที่จะได้รับเสบียงอาหารจากท่าเรือตามปกติ สภาพความอดอยากจึงยิ่งเลวร้ายลงไปอีก
ดังนั้น หากไม่ใช่เพราะหมดหนทางทำมาหากินบนบก หรือต้องการหลบหนีจากการถูกจับกุม ก็แทบจะไม่มีใครยอมก้าวเข้ามาสู่เส้นทางสายนี้เลย
ในท้องทะเล ฮีโร่มีอยู่เพียงหยิบมือเดียว แต่พวกอันธพาลนั้นมีอยู่เกลื่อนกลาดไปหมด
การที่เรือสินค้าติดอาวุธจะผันตัวมาเป็นโจรสลัดพาร์ทไทม์ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง
ทั้งสองคนเดินเบียดเสียดผ่านฝูงโจรสลัดที่ส่งกลิ่นเหม็นหึ่งอย่างยากลำบาก จนมาถึงดาดฟ้าท้ายเรือที่มีทัศนวิสัยกว้างไกลที่สุด
โต๊ะไม้ตัวใหญ่ถูกตั้งไว้ตรงนี้ บนโต๊ะเต็มไปด้วยวัตถุดิบอาหารที่ปล้นมาจากเรือนกกระทุง ทั้งผลไม้ ถั่วลันเตา เนื้อวัว ขาแกะ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ
เงาร่างกลมป้อมที่ถูกรายล้อมไปด้วยนายทหารโจรสลัดกำลังสวาปามอาหารอย่างตะกละตะกลาม
ไม่ต้องรอให้ฮันส์น้อยส่งซิก ไบรอนก็รู้ได้ทันทีว่าคนผู้นั้นคือผู้ที่มีอำนาจสูงสุดบนเรือลำนี้ เนตรโลหิตซัลมาน
แค่ได้เห็นหน้าเขาแวบเดียว ไบรอนก็เข้าใจแล้วว่าทำไมฮันส์น้อยถึงเตือนว่าห้ามแสดงอาการตกใจเด็ดขาด
เขาเป็นคนอ้วน
อ้วนแบบที่ว่าสูงแค่ประมาณร้อยห้าสิบเซนติเมตร แต่น้ำหนักปาเข้าไปไม่ต่ำกว่าร้อยห้าสิบกิโลกรัม!
เก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ที่เขานั่งอยู่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเพราะรับน้ำหนักไม่ไหว ชุดขุนนางผ้าไหมที่เขาสวมอยู่ก็รัดแน่นจนปริแทบจะระเบิดเพราะไขมันที่พองทะลักออกมา
บนใบหน้ากลมแป้น ดวงตาทั้งสองข้างถูกไขมันเบียดจนเหลือเพียงรอยขีดเล็กๆ สองเส้น มองไม่ออกเลยสักนิดว่าฉายาเนตรโลหิตมันไปเกี่ยวข้องกันตรงไหน
และถึงแม้อีกฝ่ายจะอ้วนขนาดนี้แล้ว เขาก็ยังคงยัดทะนานอาหารเข้าปากอย่างไม่หยุดหย่อน
เขาสามารถกลืนซี่โครงวัวเข้าไปได้ทั้งชิ้นในคำเดียว และสวาปามขาแกะทั้งขาพร้อมกระดูกและหนังได้ภายในสองคำ แถมยังไม่ลืมที่จะหาจังหวะกระดกเหล้ารัมทั้งขวดเข้าปากอีกต่างหาก
ข้างๆ เขายังมีโจรสลัดหนุ่มที่ทำงานอย่างคล่องแคล่ว คอยป้อนเนื้อปูที่แกะเปลือกแล้วเข้าปากเขาอยู่ตลอดเวลา
นอกจากเนื้อสัตว์และเหล้าแล้ว เขากลับไม่แตะต้องผลไม้และถั่วลันเตาบนโต๊ะเลยแม้แต่น้อย
ไบรอนสังหรณ์ใจว่าหากมีใครกล้าเข้าไปขัดขวางการกินของกัปตันคนนี้ จะต้องเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นอย่างแน่นอน
เขายืนนิ่งอยู่ตรงหน้าเนตรโลหิตพักใหญ่ กัปตันร่างอ้วนถึงจะมีเวลาหันมามองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
จู่ๆ เขาก็แสยะยิ้มที่ดูอันตราย เผยให้เห็นฟันที่แหลมคมผิดปกติจนเต็มปาก
"พ่อครัวคนใหม่รึ
เมื่อก้าวขึ้นมาบนเรือโจรสลัดลำนี้ เจ้าก็ถือเป็นสมาชิกคนหนึ่งของเรือฉลามกินคน ตราบใดที่เจ้าปฏิบัติตามบัญญัติสิบประการแห่งโจรสลัด เจ้าก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวเองหรอก
ในสถานการณ์ปกติ เจ้าไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมการต่อสู้ หน้าที่หลักของเจ้าก็คือการทำอาหารให้ข้ากิน
ถ้าเจ้ามีเวลาเหลือพอจะดูแลคนอื่นๆ ได้ล่ะก็ พี่น้องบนเรือจะต้องซาบซึ้งใจเจ้ามากแน่ๆ
แน่นอน!
ข้าเป็นนักชิมอาหาร ข้าค่อนข้างจะเรื่องมากเรื่องอาหารการกินสักหน่อย สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับอาหารก็คือความสดใหม่ ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะ"
น้ำเสียงของเขาสุภาพนุ่มนวล ไม่ได้ดูน่ากลัวเหมือนที่ฮันส์น้อยบรรยายไว้เลยสักนิด
เผลอๆ อาจจะทำให้คนลืมไปเลยด้วยซ้ำว่านี่คือกัปตันเรือโจรสลัดที่โหดเหี้ยมอำมหิต
แถมเขายังพูดจาฉะฉานชัดเจน โดยไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการกินเลยแม้แต่น้อย
ความสามารถนี้ทำเอาไบรอนถึงกับต้องมองเขาใหม่เลยทีเดียว
ส่วนเรื่อง ความสดใหม่ ที่ฮันส์น้อยย้ำนักย้ำหนา ไบรอนกลับไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย
ด้วยพลังจิตวิญญาณที่ตื่นรู้ ความทรงจำทั้งจากชาติก่อนและชาตินี้ของเขาจึงแจ่มชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ซึ่งรวมถึงตำราอาหารนับไม่ถ้วนที่เขาเคยอ่านมาด้วย!
ถ้าถามว่าเมนูอาหารในหัวของไบรอนนั้นยาวแค่ไหน มันต้องยาวกว่าชีวิตของเนตรโลหิตซัลมานอย่างแน่นอน!
ไอ้เรื่อง ความสดใหม่ อะไรนั่นจึงไม่ได้สร้างความกดดันให้เขาเลยสักนิด
ไบรอนโค้งคำนับและเอามือทาบอกตามธรรมเนียมของพ่อบ้านขุนนางอย่างแท้จริง เขาตอบกลับด้วยความมั่นใจและแฝงไปด้วยความเคารพว่า
"ยินดีรับใช้ครับ ท่านกัปตัน"
กิริยามารยาทที่ไร้ที่ติของเขา ทำให้ดวงตาของอีกฝ่ายเป็นประกาย ท่วงท่าในการกินก็ดูผู้ดีขึ้นมาอีกนิด
แต่ในจังหวะที่กัปตันยืดหลังตรงโดยสัญชาตญาณ แขนเสื้อที่ทำจากผ้าไหมและถูกถกขึ้นก็ตกลงมา
เผยให้เห็นมือทั้งสองข้างที่บิดเบี้ยวผิดรูปราวกับตีนไก่ ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณมือ แขน และโดยเฉพาะตามข้อต่อต่างๆ ยังมีปุ่มปมตะปุ่มตะป่ำผุดขึ้นมาเต็มไปหมด แค่เห็นก็ชวนให้ขนลุกซู่แล้ว
คนอื่นๆ อาจจะไม่มีความรู้พอที่จะดูออกว่ามันคืออะไร
แต่ไบรอนในชาติก่อนที่ล้มป่วยจนมีความรู้เรื่องยาเทียบเท่าหมอนั้น แค่มองแวบเดียวก็รู้เลยว่าไอ้ปุ่มปมพวกนั้นมันคือ... ก้อนนิ่วเกาต์!
แม้แต่คนที่มีประสบการณ์โชกโชนอย่างไบรอนก็ยังไม่เคยเห็นเคสที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อนเลย
หัวใจของเขากระตุกวูบ
'เป็นหนักขนาดนี้ไม่ปัสสาวะเป็นเลือดไปแล้วหรือไง
แถมไม่ใช่อ้วนธรรมดา แต่อ้วนระดับมหาศาล แถมยังกินแต่เนื้อดื่มแต่เหล้า ไม่แตะต้องผักผลไม้ และไม่ยอมดื่มน้ำเปล่าอีกต่างหาก รนหาที่ตายแบบนี้มันจะรอดได้ยังไง'
ความเร้นลับ: ความทุกข์ที่บอกใครไม่ได้ของเนตรโลหิต ระดับการไขความลับกระโดดจาก 8% พุ่งพรวดไปถึง 20% ในทันที
แน่นอนว่ากัปตันเรือโจรสลัดย่อมไม่รู้ว่าลูกเรือคนใหม่คนนี้กำลังคิดอะไรอยู่
เขายังคงสวาปามอาหารด้วยความเร็วเท่าเดิม แต่ดูเหมือนยิ่งกินก็ยิ่งหิว กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม เขาเคี้ยวอาหารจนแก้มตุ่ยและรีบถามต่ออย่างร้อนรนว่า
"ถ้าคุณภาพอาหารไม่ได้มาตรฐาน ก็ต้องทดแทนด้วยปริมาณ
ข้าต้องกินข้าววันละห้าปื้อ มื้อต่อไปคืออีกสามชั่วโมง เจ้าต้องทำเมนูเด็ดที่ข้าไม่เคยชิมมาก่อนได้แน่ใช่ไหมล่ะ!"
ดวงตาทั้งสองข้างที่จ้องเขม็งมาที่ไบรอน จู่ๆ ก็สาดประกายแสงสีเลือดที่เย็นเยียบราวกับใบมีดออกมา ซึ่งมันเหมือนกับพวกฉลามกินคนที่กินคนเป็นๆ พวกนั้นไม่มีผิดเพี้ยน
ทำเอาไบรอนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
และในตอนนั้นเอง
กร๊อบ!
"อ๊าก!"
โจรสลัดหนุ่มที่กำลังป้อนอาหารให้เขากุมมือซ้ายที่โชกไปด้วยเลือด ถอยกรูดไปด้านหลังพร้อมกับกรีดร้องออกมาอย่างน่าเวทนา
ปรากฏว่าซัลมานที่ยิ่งกินก็ยิ่งหิวจนตะกละตะกลามเกินไป ได้เผลองับเอานิ้วมือของเขาขาดไปถึงสองนิ้ว
โจรสลัดคนอื่นๆ ดูเหมือนจะชินชากับเรื่องแบบนี้แล้ว แม้จะหวาดกลัว แต่ทุกคนก็ก้มหน้าก้มตา ไม่มีใครกล้าแสดงอาการผิดปกติออกมาเลยสักคน
ไบรอนยืนอยู่ใกล้เกินไป เลือดหยดหนึ่งจึงกระเด็นมาเปื้อนหน้า แต่เขาก็ไม่กล้ายกมือขึ้นเช็ด
แต่ในใจของเขานั้น ความเป็นห่วงเป็นใย เพื่อนร่วมชะตากรรม กลับปลิวหายไปในกลีบเมฆ เขารีบโพล่งออกมาโดยสัญชาตญาณทันทีว่า
"อาการแบบของท่านนี่ มันต้องจัดเนื้อแกะ อาหารทะเล แกล้มกับเบียร์เย็นๆ ถึงจะถูกเกณฑ์!"
[จบแล้ว]