- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นไส้ศึก ไหงกลายเป็นยอดมือปราบอันดับหนึ่งแห่งลิ่วซ่านเหมินไปได้
- บทที่ 25 - หอเทียนจี
บทที่ 25 - หอเทียนจี
บทที่ 25 - หอเทียนจี
บทที่ 25 - หอเทียนจี
เสียงผู้คนดังอื้ออึง
เวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงสิบอึดใจ ผู้คนที่เดินเตร็ดเตร่ไปมาบนท้องถนนก็เริ่มหลั่งไหลมารวมตัวกัน
เพียงชั่วพริบตา พวกเขาก็ล้อมรอบโต้วฉางเซิงเอาไว้จนแน่นขนัดชนิดที่น้ำหยดก็ไม่รั่วไหล
โต้วฉางเซิงกวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นดวงตาแต่ละคู่ที่เปี่ยมไปด้วยความหิวกระหาย
ในสายตาของพวกเขา โต้วฉางเซิงก็คือเนื้อพระถังซัมจั๋ง ขอเพียงได้กัดกินสักคำ ชื่อเสียงก็จะโด่งดังขึ้นทันตาเห็น สถานะก็จะสูงส่งขึ้นตามมา และความมั่งคั่งก็จะหลั่งไหลเข้ามาหาเอง
นี่ก็เหมือนกับตอนที่โต้วฉางเซิงเหยียบย่ำเยี่ยอู๋เมี่ยนเพื่อก้าวขึ้นมานั่นแหละ
ก่อนหน้าพิธีกรรมลิขิตสวรรค์ มีใครรู้จักโต้วฉางเซิงบ้าง?
ในนครเสินตู เขาก็เป็นแค่มือปราบตัวเล็กๆ คนหนึ่ง อย่าว่าแต่คฤหาสน์หรูสามลานเรือนในเขตจูเชวี่ยที่ที่ดินมีค่าดั่งทองคำเลย แม้แต่ที่ซุกหัวนอนสักแห่งเขายังไม่มีปัญญาซื้อด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้สิ!
เป็นถึงศิษย์ของปรมาจารย์ วีรบุรุษบนทำเนียบมนุษย์ มือปราบป้ายทอง และแขกวีไอพีของผู้มีอำนาจ
ดั่งสายลมวสันต์พัดพาม้าควบทะยาน เพียงวันเดียวได้ชมบุปผาฉางอันจนสิ้น
หนทางก้าวสู่ความสำเร็จของโต้วฉางเซิง คนอื่นก็ย่อมทำได้เช่นกัน
ใครๆ ก็อยากจะเหยียบโต้วฉางเซิงเพื่อก้าวขึ้นไป แม้จะไม่สามารถรั้งตำแหน่งบนทำเนียบมนุษย์ไว้ได้อย่างมั่นคง เป็นเพียงแค่ความรุ่งโรจน์ชั่วข้ามคืน แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ชื่อเสียงลือลั่นไปทั่วร้อยแปดมณฑลแล้ว
เสียงอึกทึกครึกโครมดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไม่นานนัก คนที่อยู่ใกล้ๆ กันก็เริ่มมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันแล้ว
เนื้อพระถังโต้วมีอยู่แค่ชิ้นเดียว
แต่ฝูงหมาป่ากลับมีมากมายเหลือเกิน
ซึ่งมันพอให้คนกินได้แค่คนเดียวเท่านั้น
ใครได้กินก่อน ผลลัพธ์ของคนที่ได้กินทีหลังย่อมลดทอนลงไปอย่างมหาศาล
การอัปเดตทำเนียบมนุษย์ของหอเทียนจีนั้น โดยปกติจะทำเดือนละครั้ง ตอนนี้อันดับที่หนึ่งร้อยแปดไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาสามเดือนแล้ว นั่นก็เพื่อรอคอยการต่อสู้อย่างเป็นทางการของโต้วฉางเซิงหลังจากที่เขาปรากฏตัว
ว่าจะสามารถปกป้องอันดับเอาไว้ได้ หรือจะถูกเตะร่วงลงจากทำเนียบมนุษย์
นี่คือสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
“เงียบเดี๋ยวนี้”
เสียงตวาดดังขึ้น
หัวหน้ามือปราบใหญ่มีสีหน้าเคร่งขรึม กิเลนที่ปักอยู่บนชุดกิเลนเปล่งประกายแสงจางๆ ออกมา ราวกับมีชีวิตและพร้อมจะกระโจนออกมาจากเสื้อผ้า
“หากต้องการท้าประลอง ก็จงส่งเทียบเชิญมาเพื่อนัดหมายเวลาและสถานที่”
“ที่นี่คือเขตหวงห้ามของลิ่วซ่านเหมิน ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องห้ามอยู่นาน”
“จงสลายตัวไปให้หมด มิเช่นนั้นจะจับกุมตัวไปโยนเข้าคุกเทียนอวี้ให้สิ้น”
น้ำเสียงของหัวหน้ามือปราบใหญ่นั้นเฉียบขาด ทว่าผลลัพธ์กลับไม่ค่อยสู้ดีนัก
ผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากยังคงไม่ยอมล่าถอย โอกาสสร้างชื่อเสียงอยู่ตรงหน้าแล้ว หากถอยไปแล้วพลาดโอกาสงามนี้ไป คงต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแน่
ผู้ฝึกยุทธ์ที่สามารถเดินทางมาถึงที่นี่ได้ มีใครบ้างที่ไม่เคยผ่านการเลียเลือดบนคมดาบ จะมาหวาดกลัวกับคำขู่แค่ไม่กี่ประโยคได้อย่างไร
เคร้ง!
ดาบยาวที่เอวของหัวหน้ามือปราบใหญ่ถูกชักออกจากฝักอย่างรวดเร็ว
คมดาบสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นประกายเย็นเยียบ
“หัวหน้ามือปราบใหญ่อย่าเพิ่งมีน้ำโหไปเลย”
เสียงนุ่มนวลดังขึ้น ชายสวมหมวกทรงกลม สวมเสื้อตัวสั้น และมีเคราแพะ วิ่งเหยาะๆ เข้ามาใกล้
บริเวณหน้าอกเสื้อของเขา ปักเป็นรูปวงกลมด้วยด้ายเงิน ตรงกลางปักตัวอักษร ‘เทียน’ (ฟ้า) ด้วยด้ายทอง
รูปลักษณ์ภายนอกดูตลกขบขันเล็กน้อย แต่ใครก็ตามที่เห็นชายผู้นี้ ล้วนยอมหลีกทางให้โดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะพวกผู้ฝึกยุทธ์ในยุทธภพ ดวงตาของพวกเขายิ่งแดงก่ำหนักกว่าเดิม
“เจ้าตัวกวนน้ำให้ขุ่นนี่เอง”
หัวหน้ามือปราบใหญ่แสดงสีหน้ารังเกียจออกมาอย่างหาได้ยาก เขาเอ่ยอย่างไม่เป็นมิตรว่า “เทียนทง เจ้าเลื่อนขั้นกลับไปที่ศูนย์บัญชาการหอเทียนจีแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมถึงกลับมาอีกละ”
“ศูนย์บัญชาการมันเงียบเหงาเกินไป จะไปสนุกสู้นครเสินตูได้ยังไง”
“ไม่ว่าจะเป็นภูตผีปีศาจ หรือมังกรแท้ที่กำลังจะทะยานขึ้นสู่เก้าสวรรค์ นครเสินตูไม่เคยขาดแคลนสิ่งเหล่านี้เลย”
“ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นแสดง”
“ห้าสิบปีก่อนของนครเสินตูนี้คือเฉาเส้าหยาง ห้าสิบปีให้หลังคือหวังฉางกง”
“หกหน่วยงานใหญ่ของต้าโจวเปลี่ยนจากตงฉ่างมาเป็นลิ่วซ่านเหมิน ส่วนอีกห้าสิบปีข้างหน้า ข้ามองว่าน่าจะเป็นจูเก๋ออู๋หว่อ”
“จวนเสินโหวจะได้เป็นหนึ่งในหกหน่วยงานใหญ่หรือไม่”
หัวหน้ามือปราบใหญ่สีหน้าเย็นเยียบ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “การเปลี่ยนแปลงหกหน่วยงานใหญ่ เป็นพระราชอำนาจขององค์ฮ่องเต้”
“พูดมาเถอะ วันนี้เจ้าต้องการอะไร?”
เทียนทงขยับหมวกทรงกลมบนศีรษะ จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ แล้วเอ่ยยิ้มๆ ว่า “หอเทียนจีของเราเป็นผู้กำหนดทำเนียบฟ้า ปฐพี และมนุษย์”
“จำนวนคนบนทำเนียบมนุษย์นั้น ครอบคลุมทั้งร้อยแปดมณฑลทั่วหล้า”
“หนึ่งมณฑลมีผู้คนนับสิบล้าน แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถขึ้นทำเนียบได้”
“ดังนั้น ผู้ที่สามารถขึ้นทำเนียบได้ ล้วนเป็นยอดอัจฉริยะแห่งยุค ไม่ว่าจะพรสวรรค์ รากฐาน หรือวาสนา ล้วนไม่ขาดแคลน ยอดอัจฉริยะผู้ไร้เทียมทานเช่นนี้ หอเทียนจีของเรายินดีป่าวประกาศให้รับรู้ไปทั่วร้อยแปดมณฑลโดยไม่คิดมูลค่า”
“ผู้ที่อยู่บนทำเนียบ ทั้งชื่อเสียง สถานะ ความมั่งคั่ง สาวงาม... ล้วนได้มาอย่างง่ายดาย”
“เมื่อได้รับผลประโยชน์ ก็ย่อมต้องรับผิดชอบหน้าที่ เว้นแต่จะมีเหตุสุดวิสัย มิเช่นนั้นก็ไม่อาจปฏิเสธการท้าประลองได้”
“อย่างเช่นตอนที่โต้วฉางเซิงขึ้นทำเนียบมนุษย์ แต่ได้รับบาดเจ็บสาหัส หอเทียนจีของเราก็ย่อมต้องให้เวลาพักฟื้น”
“การต่อสู้ทุกครั้ง ล้วนมุ่งเน้นที่ความยุติธรรมและโปร่งใส”
“บัดนี้โต้วฉางเซิงหายจากอาการบาดเจ็บแล้ว การท้าประลองย่อมตามมา นี่เป็นเรื่องสมควร”
“แต่สถานการณ์ที่วุ่นวายเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่หอเทียนจีของเราอยากเห็นเลย”
“ดังนั้นที่ข้ามาที่นี่ ก็เพื่อมาช่วยแก้ปัญหาให้โต้วฉางเซิง”
เทียนทงลูบเคราแพะ ส่งยิ้มอ่อนโยนให้โต้วฉางเซิง จากนั้นก็กวาดสายตามองผู้ฝึกยุทธ์ชาวยุทธทั้งหลาย แล้วค่อยๆ เอ่ยขึ้นว่า “การท้าประลองผู้ที่อยู่บนทำเนียบมนุษย์ เป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุด”
“ถ้ามีแค่คนสองคนก็แล้วไปเถอะ สามารถนัดหมายเวลาประลองกันได้ แต่ตอนนี้ผู้ท้าชิงมีมากเกินไป ดังนั้นชายชราผู้นี้คงต้องขอเข้าแทรกแซงสักหน่อยแล้ว”
“เพื่อความยุติธรรมของทำเนียบมนุษย์ ขอเชิญทุกท่านไปลงทะเบียนที่หอเทียนจีก่อน ให้ผู้ท้าชิงประลองกันเองเพื่อหาผู้ชนะเลิศ จากนั้นค่อยไปท้าประลองกับโต้วฉางเซิง”
“วิธีนี้จะช่วยป้องกันพวกที่ชอบฉวยโอกาสตอนชุลมุน และป้องกันไม่ให้มีใครชิงความได้เปรียบไปก่อน”
“ตกลงหรือไม่?”
เมื่อได้ยินคำถามของเทียนทง โต้วฉางเซิงก็พยักหน้าตอบกลับไปก่อน “ตกลง”
นี่เป็นเรื่องดีสำหรับโต้วฉางเซิง มิฉะนั้นผู้ท้าชิงจะเยอะเกินไป แม้ว่าโต้วฉางเซิงจะไม่คิดว่าพวกนั้นจะเป็นคู่มือของตน แต่ความวุ่นวายก็จะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเขา
ให้หอเทียนจีช่วยคัดกรองไปรอบหนึ่งก่อน ก็จะสามารถกำจัดคนส่วนใหญ่ไปได้ ท้ายที่สุดก็จะเหลือผู้ท้าชิงเพียงไม่กี่คน ซึ่งเขาสามารถเลือกเวลาและสถานที่ได้อย่างสบายใจ
เมื่อได้รับความยินยอมจากโต้วฉางเซิงแล้ว เทียนทงก็หันไปมองกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ น้ำเสียงไม่ได้เป็นการซักถามอีกต่อไป แต่เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงออกคำสั่ง เขายื่นมือชี้ไปทางไกลแล้วพูดว่า “ขอเชิญทุกท่านไปลงทะเบียนที่หอเทียนจี”
กลุ่มคนพากันมาอย่างรวดเร็ว และจากไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
แม้จะมีหลายคนที่ไม่เต็มใจ เพราะไม่สามารถฉวยโอกาสตอนชุลมุนได้ แต่ไม้ซีกย่อมงัดไม้ซุงไม่ขึ้น
เทียนทงยืนอยู่ข้างโต้วฉางเซิง ล้วงป้ายคำสั่งออกมาจากอกเสื้อ กรอบของป้ายเป็นสีเขียวอ่อน ตัวป้ายเป็นสีเหลืองอ่อน สีเหลืองและสีเขียวทอประกายสลับกัน บริสุทธิ์ดุจแก้วหลิวหลี นี่คือป้ายคำสั่งที่สลักขึ้นจากหยกชั้นดี
“นี่คือป้ายทำเนียบมนุษย์ เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่หอเทียนจีของเราเพิ่งปล่อยออกมา”
“เมื่อใช้ป้ายนี้ จะสามารถซื้อข่าวสารจากหอเทียนจีได้ในราคาลดสิบเปอร์เซ็นต์”
“อีกทั้งช่วงนี้เรายังมีโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าชั้นดี หากในอนาคตต้องการซื้ออาวุธระดับเทพ คัมภีร์วิชายุทธ์ หรือต้องการประเมินของล้ำค่า ก็ไม่ต้องไปสนใจพวกบ้านนอกคอกนาอย่างหอไฉ่ซิงหรอก”
“นอกจากมีเงินแล้ว พวกนั้นจะไปรู้อะไร?”
“จะมาดูแลเอาใจใส่เหมือนหอเทียนจีของเราได้อย่างไร”
“ช่วงนี้ระวังตัวหน่อยล่ะ เยี่ยอู๋เมี่ยนทำพิธีกรรมลิขิตสวรรค์ล้มเหลว พลังถดถอยลงมาก จำเป็นต้องซ่อนตัวเพื่อพักฟื้น คงไม่กล้าโผล่หัวออกมาอีกแล้ว แต่พิธีกรรมลิขิตสวรรค์มีผู้เกี่ยวข้องสองฝ่าย อีกฝ่ายหนึ่งกำลังโกรธแค้นอย่างหนัก”
“หัวหน้ามือปราบของพวกเจ้าน่ะ ดูท่าทางไม่ค่อยปกติเท่าไหร่นะ”
“หอกที่พุ่งมาซึ่งหน้าหลบง่าย แต่ลูกศรลอบยิงในมุมมืดนั้นป้องกันยาก”
“มีดที่แทงมาจากข้างหลังต่างหาก ที่คมกริบที่สุด”
[จบแล้ว]