เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13: ละครฉากใหญ่

บทที่ 13: ละครฉากใหญ่

บทที่ 13: ละครฉากใหญ่


"วันนี้... มือของฉันมันสั่นไปหมด วันนี้... หัวใจของฉันมันเจ็บปวดรวดร้าว ฉันยอมทุ่มเทให้เธอตั้งมากมาย แต่กลับไม่เคยได้รับความใส่ใจจากเธอเลยแม้แต่น้อย ทำไมสวรรค์ถึงใจร้ายกับฉันแบบนี้? ทำไมกันล่ะ?! ฉันทำอะไรผิดงั้นเหรอ?! ฉัน... ฉันรักเธอมากจริงๆ นะ! ทำไมเธอถึงทำกับฉันแบบนี้ล่ะ?! โฮฮฮฮ—โฮฮฮฮ—แงงง—แงงง—แงงงง—"

ในขณะเดียวกัน หูเถาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความรำคาญ "ผู้ชายอะไรขี้แยชะมัด ดีนะที่ฉันไม่มีคนที่ชอบ ไม่งั้นคงอายตายเลย"

พูดถึงเรื่องนี้แล้ว

เดี๋ยวก่อนนะ

ถ้าเรื่องที่หูเถาแสดงละครเมื่อกี้หลุดออกไปล่ะก็ มันจะไม่...

วันรุ่งขึ้น

"ฉินอวี่ เธอนี่มีจิตวิญญาณแห่งมอนด์สตัดท์อยู่ในสายเลือดจริงๆ ยายคนนี้ขอสนับสนุนเธอนะ ความรักคือความอิสระเสรี!"

"คนเราน่ะ ตราบใดที่มีความรัก อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละ"

"พับผ่าสิ พลังแห่งความรักนี่มันไร้ขีดจำกัดจริงๆ ไม่แบ่งแยกเพศสภาพเลยเว้ย!"

ว่าแล้วเชียว—! ยัยหูเถา!!

หลังจากนั้น เธอต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการอธิบายให้ทุกคนเข้าใจว่ามันเป็นแค่การแสดงละครตบตา เพื่อไล่ไอ้หนุ่มตามตื๊อให้พ้นทางไปก็เท่านั้น

แต่ทำไมสายตาที่พวกเขามองมา ถึงยังดู... ใสซื่อบริสุทธิ์แบบนั้นอีกล่ะ?

"ไม่เป็นไรหรอก พวกเราเข้าใจ ไม่ต้องพูดอะไรแล้วล่ะ ไม่ต้องพูดแล้ว และถ้าไอ้เด็กนั่นมันมากวนใจเธออีกเมื่อไหร่ พวกเราจะช่วยกันด่ามันให้เปิงกลางถนนเลย ให้มันรู้ซะบ้างว่าไผเป็นไผ จริงไหมเสี่ยวเหลียง?"

"ถ้ามันกล้าโผล่มาอีก ฉันจะเตะมันให้ตายเลยคอยดู!"

"มะ...ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ ฉันแค่หวังว่าทุกคนจะช่วยพูดเป็นหูเป็นตาให้หน่อย อ๊ะ ไม่ต้องถึงขั้นด่าทอกันหรอกนะคะ! แล้วก็ห้ามใช้กำลังเด็ดขาดเลยนะ!" ฉินอวี่รีบห้ามทัพพร้อมกับยิ้มแหยๆ

"เป็นเด็กสาวที่จิตใจดีอะไรขนาดนี้..."

"เฮ้อ ก็เพราะเป็นคนแบบนี้นี่แหละ ถึงได้ตกเป็นเป้าหมายของพวกผู้ชายคิดไม่ซื่อไงล่ะ"

ไม่ใช่เฟ้ย ฉันก็แค่ไม่อยากโดนตั้งข้อหาพูดยุยงปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง จนโดนทหารมิลลิลิธลากตัวไป 'ปรับทัศนคติ' ต่างหากล่ะ

ความลังเลนำมาซึ่งความพ่ายแพ้—นี่คือสัจธรรมอันเลื่องชื่อจากปรมาจารย์ดาบแห่งตระกูลอาชินะ อิชชิน

ในการต่อสู้ ย่อมไม่มีเวลาให้คิดหรือลังเลใจมากนัก หลายต่อหลายครั้งเราต้องลงมือทำตามสัญชาตญาณที่แวบเข้ามาในหัว หากมัวแต่ลังเล ก็เท่ากับเป็นการเปิดช่องโหว่ให้ศัตรู

เพราะฉะนั้น จะลังเลไม่ได้เด็ดขาด!

เมื่อนึกถึงคำสอนนี้ จู่ๆ ฉินอวี่ก็เบิกตากว้าง ชักปืนลูกโม่ออกมาจากซองหนังข้างเอว มือข้างหนึ่งตบที่นกสับ ส่วนมืออีกข้างก็เหนี่ยวไกปืน

ปัง! ประกายไฟแลบแปลบปลาบ

แต่มันยังไม่จบแค่นั้น เธอตบนกสับซ้ำอีกครั้งแล้วเหนี่ยวไกปืนทันที!

กระสุนห้านัดพุ่งทะยานเข้าหาเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง สามนัดเจาะเข้ากลางแผ่นไม้เสียงดังปึ่กๆ ส่วนอีกสองนัดนั้นขอเลือกเส้นทางแห่งเสรีภาพ พุ่งแหวกอากาศหายไปไหนก็ไม่รู้

อัตราความแม่นยำอยู่ที่ประมาณ 60% ซึ่งก็ถือว่างั้นๆ แหละ

อันที่จริงฉินอวี่ก็อยากจะยิงแม่นราวกับจับวางเหมือนพวกตัวเอกในเกมยิงปืนอยูหรอก แต่สถานการณ์มันไม่อำนวยให้ทำแบบนั้นได้

ต่อให้อัปเกรดทักษะมาแล้ว มันก็ยังขาดๆ เกินๆ อยู่ดี แต่สำหรับตอนนี้แค่นี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้วล่ะ

{วิชาอิไอจุตสึปืน 1}—นี่คือหนึ่งในทักษะใหม่ที่เธอเพิ่งได้รับมาเมื่อวานนี้ ภายในสิบวินาทีหลังจากชักปืนออกมา ความแม่นยำ อัตราการยิง และความนิ่งจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมปืนลูกโม่ยังปลดล็อกเอฟเฟกต์พิเศษ "ยิงรัว" ได้อีกด้วย

ซึ่งนั่นก็คือคอมโบห้านัดรวดเมื่อครู่นี้นี่เอง

ถึงเธอจะไม่รู้ว่ากระสุนพวกนี้มีขนาดเท่าไหร่ แต่จากความรู้หางอึ่งเรื่องปืนลูกโม่ในเกมของเธอ เรียกมันว่าวิชาอิไอจุตสึ.44 ไปก่อนก็คงไม่ผิดกติกาอะไรหรอกมั้ง

นอกจากทักษะนี้แล้ว เธอยังอัปเกรดอีกทักษะหนึ่งด้วย

{รีโหลดฉับไว 1}—เอฟเฟกต์ของทักษะนี้เข้าใจง่ายมาก: มันช่วยเพิ่มความเร็วในการรีโหลดอาวุธทุกชนิด

ในกรณีที่เธอเกิดเปลี่ยนใจไม่อยากใช้ปืนแล้วหันไปจับหน้าไม้หรือธนูแทน ทักษะนี้ก็ยังคงใช้งานได้ตามปกติ

ฉินอวี่หยิบกระสุนออกมาและบรรจุเข้าไปในลูกโม่ด้วยความรวดเร็วและแม่นยำราวกับเครื่องจักร เธอเก็บปืนลูกโม่ลงในซองข้างเอว ก่อนจะชักออกมาในวินาทีถัดมา และสาดกระสุนคอมโบห้านัดรวดอีกครั้ง

เข้าเป้าสองจากห้านัด อัตราความแม่นยำ 40%... ทำไมมันน้อยลงกว่าเดิมอีกล่ะเนี่ย?! ฉินอวี่ถอนหายใจยาว

ถ้าไม่มีโบนัสเอฟเฟกต์จากวิชาอิไอจุตสึ เธอคงยิงโดนเป้าแค่นัดเดียว หรือไม่ก็วืดหมดทุกลูกแหงๆ

"ดูเหมือนว่ามันจะใช้ได้ผลดีในระยะประชิดเท่านั้นสินะ... ไม่เป็นไร ฉันต้องฝึกให้มากกว่านี้"

แต่พอลองคิดดูดีๆ แล้ว มันก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปหมกมุ่นอยู่กับคอมโบห้านัดรวดนี่นา ในเมื่อการชักปืนออกมาจะช่วยเพิ่มความแม่นยำและความนิ่ง งั้นถ้าทำแบบนี้ล่ะ...

ฉินอวี่ชักปืนออกมายิง และกระสุนก็นัดเข้าเป้าอย่างจัง

โดนแล้ว! อย่างที่คิดไว้เลย การยิงแบบปกตินั้นแม่นยำกว่าคอมโบห้านัดรวดเป็นไหนๆ ถึงแม้พลังกดดันจะไม่มากพอ แต่ความเร็วในการชักปืนระดับนี้ก็เหมาะเจาะที่จะใช้ชิงความได้เปรียบเป็นที่สุด

หึๆ ด้วยสิ่งนี้ พลังการต่อสู้ของเธอก็พุ่งปรี๊ดขึ้นไปอีกขั้น

แต่จะให้พึ่งแค่ปืนพกกระบอกเดียว อำนาจการยิงก็ยังถือว่าอ่อนหัดอยู่ดี คงต้องรีบสะสมแต้มไว้ซื้ออาวุธใหม่ๆ เพิ่มแล้วล่ะ... พอคิดมาถึงตรงนี้ สมองของฉินอวี่ก็แล่นปรู๊ดข้ามไปถึงเรื่องการตีสนิททันที

ตัดสินใจแล้ว วันนี้ฉันจะไปหาเซินเฮ่ออีก!

การจะออกรบแต่ละครั้งจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อมสรรพ ดังคำกล่าวที่ว่า 'หากอยากทำงานให้ลุล่วง ก็ต้องลับเครื่องมือให้คมเสียก่อน' ครั้งนี้ ฉินอวี่ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องตีสนิทให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ความสัมพันธ์ก้าวหน้าไปอีกขั้น

และเพื่อการนี้ เธอลงทุนซื้อหนังสือเล่มหนึ่งที่เขาว่ากันว่ามีประโยชน์สุดๆ มาเล่มหนึ่ง

"คู่มือตีสนิทเพศเดียวกันแบบทีละขั้นตอน!"

…ถึงจะซื้อมาแล้วก็เถอะ แต่ชื่อหนังสือมันไม่ดูเหมือนการบอกเล่าเรื่องราวที่รู้ๆ กันอยู่แล้วไปหน่อยเหรอ? หรือว่าทั้งเล่มจะมีแต่เรื่องพื้นๆ ที่ใครๆ เขาก็รู้กันหมดแล้วล่ะเนี่ย?

ความน่าเชื่อถือแทบจะติดลบเลยแฮะ

แต่ในเมื่อซื้อมาแล้ว ลองเปิดอ่านดูสักหน่อยก็คงไม่เสียหายอะไรหรอก

การเรียนรู้วิธีแยกแยะข้อมูลที่เป็นประโยชน์ออกจากข้อมูลขยะ ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้เหมือนกัน

มั้งนะ

ฉินอวี่เปิดหนังสือออกและอ่านอย่างตั้งใจ และมันก็เป็นไปตามคาด เนื้อหาในหนังสือเต็มไปด้วยคำแนะนำซ้ำซากจำเจ มีแต่ประโยคประเภท "เริ่มจากสิ่งที่อีกฝ่ายสนใจ" อะไรทำนองนั้น

ก็นะ การเข้าสังคมมันก็เป็นแบบนี้นี่แหละ

"ชิ โดนต้มซะเปื่อยเลย"

หนังสือเล่มนี้ราคาแพงกว่าหนังสือประเภทอื่นซะอีก ไม่นึกเลยว่าที่มันแพงก็เพราะมีแต่น้ำท่วมทุ่งกับกระดาษหนาเตอะ

จะเอาไปขายต่อได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ถึงขั้นเลวร้ายที่สุด ก็ยังเอาไปใช้เป็นเชื้อเพลิงจุดไฟได้ล่ะนะ จะเอาไปทำกระดาษชำระก็คงไม่ไหว ถึงกระดาษจะหนา แต่เนื้อสัมผัสมันหยาบกระด้างสุดๆ ขืนเอาไปใช้จริงมีหวังได้เป็นริดสีดวงแหงๆ

อย่างไรก็ตาม มีข้อแนะนำหนึ่งในหนังสือที่ทำให้เธอเกิดไอเดียปิ๊งแวบขึ้นมา

นั่นก็คือ—การทำอาหารให้อีกฝ่ายทาน

โดยปกติแล้ว การชวนใครสักคนไปทานข้าวด้วยกันก็สามารถช่วยสานสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้นได้ (ถ้าพวกเขาเข้ากันได้น่ะนะ) แต่เซินเฮ่อจะยอมลงจากเขาเพื่อไปกินข้าวที่ร้านอาหารหรือร้านแผงลอยกับเธอหรือเปล่านี่สิ?

อืม… เธออาจจะยอมก็ได้ ถึงจะดูไร้อารมณ์ความรู้สึก แต่เธอก็ดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับมิตรภาพครั้งนี้อยู่ไม่น้อย

ไม่สิ เพราะเธอให้ความสำคัญกับมิตรภาพครั้งนี้ต่างหาก ฉันถึงต้องใช้จุดนี้แหละ แล้วใช้รสมืออาหารมัดใจเธอซะ!

"เซินเฮ่อ นี่คืออาหารฝีมือฉันเอง ลองชิมดูสิคะ!"

"อืมม อร่อยจัง ขอบใจนะ เจ้าคือเพื่อนสนิทที่สุดของข้าจริงๆ"

—มันมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะลงเอยแบบนี้

เพอร์เฟกต์ แผนการอะไรจะไร้ที่ติขนาดนี้!

ตัดสินใจตามนี้แหละ วันนี้เธอจะใช้ฝีมือทำอาหารมัดใจเซินเฮ่อให้ได้ ด้วยโบนัสจาก "ความเชี่ยวชาญการทำอาหาร 1" มีหรือที่เธอจะพิชิตใจสาวน้อยจากหุบเขาคนนี้ไม่ได้?

สมกับเป็นฉัน อัจฉริยะจริงๆ

แต่ว่าก็ว่าเถอะ จะทำเมนูอะไรดีล่ะเนี่ย

จำได้ว่าเซินเฮ่อเคยบอกว่าปกติเธอกินแต่สมุนไพร และไม่เคยทำเมนูอาหารที่ใช้สมุนไพรเป็นส่วนประกอบเลย รสชาติคงจะขมปี๋น่าดู ถ้าเป็นอย่างนั้น บางทีทำอะไรไปให้กิน เธอก็น่าจะกินได้หมดล่ะมั้ง

ในเมื่อตั้งใจจะไปหาเธอ ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องการเก็บความร้อนของอาหารด้วย

ทำข้าวกับกับข้าวง่ายๆ ก็น่าจะดี ถ้าที่นั่นมีหม้อ ก็สามารถอุ่นอาหารได้ นอกเหนือจากข้าวกับกับข้าวแล้ว ก็ควรจะมีน้ำซุปด้วย ลูกศิษย์เซียนคงไม่ต้องถือศีลกินเจหรอกมั้ง งั้นทำซุปไข่หยดสักหน่อยดีกว่า?

"ก่อนอื่น ฉันต้องไปจ่ายตลาดก่อน"

ในเมื่อตัดสินใจจะทำแล้ว ก็ต้องทำให้สุดฝีมือไปเลย!

มุ่งหน้าสู่ตลาดเพื่อซื้อวัตถุดิบ

"พี่ชาย ไก่ตัวนี้ราคาเท่าไหร่คะ?"

"อ้อ ตัวนี้เหรอ? เท่านี้แหละจ้ะ"

"อืมม~ พี่ชายคะ ลดให้หน่อยไม่ได้เหรอคะ?"

"งะ...งั้นราคานี้แล้วกัน..."

เธอต่อราคาลงไปได้ถึงหนึ่งในห้าของราคาเต็ม โอ้โห ใบหน้าของสาวน้อยแสนสวยนี่มันมีประโยชน์จริงๆ แฮะ ยิ่งกับพวกผู้ชายร่างใหญ่บึกบึนแบบนี้ แค่เรียกพวกเขาว่า "พี่ชาย" ด้วยน้ำเสียงหวานๆ ท่าทีของพวกเขาก็อ่อนยวบเป็นขี้ผึ้งลนไฟแล้ว

หึๆ ผู้ชายก็งี้แหละน้า

"พี่สาวคะ มันฝรั่งพวกนี้ราคาเท่าไหร่คะ?"

"ฮิๆ พี่คิดแค่นี้พอจ้ะ"

กับผู้หญิงก็ใช้มุกเดียวกันนั่นแหละ สำหรับคนที่อายุมากกว่านิดหน่อย เธอจะเรียกพวกเขาว่า "พี่สาว" แล้วก็เอ่ยปากชมความสวยของพวกเขา แค่นี้ท่าทีของพวกเขาก็อ่อนลงแล้วเหมือนกัน

หึๆ ผู้หญิงก็งี้แหละน้า

ส่วนคนแก่ เธอจะบอกว่าตั้งใจจะทำอาหารอร่อยๆ ไปให้เพื่อน ชวนคุยนู่นคุยนี่นิดหน่อย แล้วก็หาจังหวะประจบประแจงสักนิด แค่นี้ก็จะได้ราคาพิเศษมาครอบครองแล้ว

หึๆ คนแก่ก็งี้แหละน้า

ฮ่าๆ ทุกคนถูกฝีมือการแสดงอันไร้ที่ติของฉันหลอกเข้าเต็มเปาเลย อารมณ์ดีสุดๆ ไปเลย!

เมื่อกลับมาถึงบ้าน ฉินอวี่ก็เริ่มลงมือเตรียมอาหารทันที

ในเมื่อตั้งใจจะทำให้ดีที่สุด เธอก็ย่อมไม่ปล่อยให้มีข้อบกพร่องใดๆ เนื้อสัตว์ต้องหมักให้ได้ที่ และฝีมือการหั่นก็ต้องแม่นยำ โชคดีที่คราวนี้ไม่ต้องมานั่งจัดจานให้สวยงาม ก็เลยช่วยประหยัดแรงไปได้เยอะ

ฉินอวี่ปาดเหงื่อบนหน้าผาก แล้วเทกับข้าวที่ทำเสร็จแล้วลงในกล่องข้าว

กล่องข้าวมีสองชั้น: ชั้นล่างสำหรับใส่ข้าว ชั้นบนสำหรับใส่กับข้าว ส่วนน้ำซุปก็เทใส่กระบอกน้ำโดยตรง ว่าแต่ เธอมีช้อนส้อมหรือเปล่านะ? ถ้าไม่มี คงต้องเตรียม... เตรียมไปเผื่อสักชุดแล้วล่ะ

เตรียมของทุกอย่างพร้อมแล้ว ได้เวลาออกเดินทาง

ตอนเจอกันจะพูดอะไรดีนะ? แค่คิดก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมานิดๆ แล้วสิ... ไม่ใช่ว่าอยากจะได้รับคำชมหรอกนะ แต่เป็นเพราะถ้าทำแบบนั้นแล้วจะได้แต้มเยอะขึ้นต่างหากล่ะ

ประมาทไปหน่อย—ฉินอวี่มาถึงที่พักของเซินเฮ่อ พลางเกาหัวด้วยความหงุดหงิด

เธอไม่อยู่บ้าน!

เซินเฮ่อเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ตลอดเวลา ส่วนใหญ่เธอมักจะออกไปทำธุระตามหุบเขาด้านนอกมากกว่า

ที่ผ่านๆ มาที่เคยเจอเธอก็เป็นเพราะความโชคดีล้วนๆ

และตอนนี้ เธอก็ไม่ได้โชคดีแบบนั้นแล้ว

"เอาไงดีล่ะทีนี้?"

จะนั่งรอดีไหมนะ? หรือจะเดินไปตะโกนเรียกดี? ถ้าเธออยู่แถวๆ นี้ ก็คงจะได้ยินเสียงเธอแหละน่า

คงทำได้แค่ลองตะโกนเรียกดู

"เซินเฮ่อ—!" ฉินอวี่ป้องปากตะโกนสุดเสียง

แล้วก็รอ...รอ...รอ

ไม่มีใครโผล่มาเลยสักคน! ฉินอวี่ยกมือขึ้นนวดขมับ ใบหน้าแดงก่ำ เธออุตส่าห์ตะโกนซะเสียงดังลั่น ทิ้งความอายไปหมดสิ้น แต่คนที่เรียกก็ไม่โผล่มาให้เห็น น่าขายหน้าชะมัด

แต่อย่างน้อยก็เป็นการยืนยันได้ว่าเซินเฮ่อออกไปทำธุระไกลจริงๆ

ความรู้สึกเหนื่อยล้าแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง

นี่ฉันกำลังทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย? เธออดคิดไม่ได้ ไม่ได้นัดหมายอะไรไว้ล่วงหน้าแท้ๆ แต่ดันมาตื่นเต้นอยู่คนเดียว บอกว่าจะทำให้ดีที่สุด... น่าเสียดายชะมัดที่ปั๊มแต้มไม่ได้ในทันที ใช่แล้วล่ะ

ปรับอารมณ์หน่อยดีกว่า

"เฮ้อ... เอาไงต่อดีล่ะเนี่ย?"

เธอไม่อยู่ แถมยังดูเหมือนจะออกเดินทางไปไกลซะด้วย ตอนนี้มีแค่สองทางเลือก: หนึ่ง วางของกินพร้อมกับโน้ตทิ้งไว้ อย่างน้อยของก็จะได้ไม่เสียเปล่า สอง นั่งรอจนกว่าเซินเฮ่อจะกลับมา

แต่ทางเลือกแรกคงไม่ได้แต้มอะไรมากนัก เพราะเป้าหมายไม่ได้อยู่ตรงหน้า จะไปถือว่าเป็นการใกล้ชิดสนิทสนมกันได้ยังไงล่ะ?

แล้วถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบอาคาชาล่ะ? มีแต่พวกติ่งคู่จิ้นจิตป่วยเท่านั้นแหละที่คิดเรื่องพรรค์นั้นได้ การมโนภาพเอาเองมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิด

จบบทที่ บทที่ 13: ละครฉากใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว