เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - ผ้ากันเปื้อนมาจากไหน?

บทที่ 4 - ผ้ากันเปื้อนมาจากไหน?

บทที่ 4 - ผ้ากันเปื้อนมาจากไหน?


บทที่ 4 - ผ้ากันเปื้อนมาจากไหน?

ทุกคนมองกันตาค้าง ทอดถั่วลิสงยังทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?

ทุกคนทนรอไม่ไหว หยิบถั่วลิสงขึ้นมาใส่ปากคนละเม็ด สัมผัสแรกคือความหอมของงา ตามด้วยความหวานของน้ำตาล ปิดท้ายด้วยความกรอบของถั่วลิสง กลิ่นหอมและรสชาติที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว มันช่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติจริงๆ!

"โอ้โห! อร่อย! มาก! เลย!"

"กรอบกรุบ หอมสุดๆ ไปเลย!"

"พี่รอง โคตรเทพ!!"

【ได้รับค่าความพึงพอใจจากชิวชุ่ยหลาน +100】

【ได้รับค่าความพึงพอใจจากเจิ้งฝูฮุ่ย +100】

【ได้รับจาก.....】

ขนมขบเคี้ยวที่หาได้ทั่วไปในยุคหลัง แต่ในตอนนี้กลับทำให้ทุกคนต้องตะลึง ค่าความพึงพอใจพุ่งพรวดๆ แถมส่วนใหญ่ยังเต็มร้อยอีกต่างหาก

หลี่ชุนคำนวณดูแล้ว ค่าความพึงพอใจหนึ่งร้อยแต้มน่าจะเป็นเพดานสูงสุด แถมอาหารแต่ละจาน แต่ละคนจะให้แต้มความพึงพอใจได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น

แต่แค่แป๊บเดียว เขาก็เก็บแต้มได้ทะลุพันแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ภารกิจน่าจะผ่านฉลุย ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเตรียมทีเด็ดอื่นๆ ไว้อีกด้วย

"กรุบๆ!"

"พอเย็นแล้วอร่อยกว่าเดิมอีก หยุดกินไม่ได้เลยเนี่ย!"

พวกแม่บ้านเบียดผู้ชายออกไปอยู่วงนอก แล้วพากันกระหน่ำกินไม่ยั้ง เคี้ยวแก้มตุ่ยเหมือนหนูแฮมสเตอร์ แถมมืออันชั่วร้ายยังเอื้อมไปหยิบในกะละมังไม่ยอมหยุด

หลี่ชุนเหงื่อตก รีบเบียดเข้าไปใช้สองมือโอบกะละมังใบใหญ่ไว้

"เวรเอ๊ย! ชิมแค่รู้รสก็พอแล้ว ยี่สิบสองโต๊ะนะเว้ย เดี๋ยวก็ไม่พอจัดจานกันพอดี!"

พระเจ้าช่วย!

พวกผู้หญิงพวกนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว แค่แป๊บเดียว ถั่วลิสงในกะละมังก็ยุบฮวบลงไปเห็นๆ อย่างน้อยก็โดนซัดไปเกือบชั่งกว่าแล้วมั้ง

เมื่อเห็นว่าของมีไม่มากจริงๆ พวกแม่บ้านถึงยอมหยุดมืออย่างเสียดาย แต่สายตาก็ยังแอบชำเลืองมองกะละมังถั่วลิสงคลุกงาอยู่เป็นระยะ

ยังกินไม่อิ่มเลยง่ะ!

"เอ้อร์ชุน นี่เธอไปเรียนมาจากไหนเนี่ย ขนาดเฒ่าหลี่ยังไม่มีฝีมือขนาดนี้เลยนะ" หยางชิวเยี่ยนถาม

หลี่ชุนยิ้มกริ่มอย่างได้ใจ "พี่คิดว่าผมไปเตร็ดเตร่ข้างนอกเสียเปล่าเหรอ ผมยังมีฝีมืออีกเยอะ พวกพี่ตั้งใจทำงานกับผมให้ดีล่ะ รับรองว่าต่อไปจะมีเรื่องเซอร์ไพรส์โผล่มาอีกเพียบ"

ป้าจาง: "อ้าว! ฟังจากที่พูด แปลว่าจะไม่ไปทำตัวเสเพลข้างนอกแล้วงั้นสิ?"

หลี่ชุนพยักหน้าอย่างจริงจัง "ไม่ทำตัวเหลวไหลแล้วครับ โตป่านนี้แล้ว ก็ควรจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง"

"เอ้อร์ชุนเอ๊ย แกคิดได้แบบนี้ก็ดีแล้ว ถ้าพ่อแกได้ยิน แก้มก้นคงบานแฉ่งด้วยความดีใจแหงๆ"

"พรวด~"

พวกแม่บ้านพากันหัวเราะร่วน แต่หลี่ชุนกลับทำหน้าแหย

"ป้าจางครับ ต่อไปรบกวนเรียกผมว่าเอ้อร์ชุน หรือไม่ก็เรียกชื่อผมตรงๆ เลยก็ได้ แต่ขอร้องล่ะครับ อย่าเรียกผมว่าเจ้ารองเลย"

"พรวด~ ฮ่าฮ่าฮ่า..."

พูดไปหัวเราะไป ความหวาดระแวงที่ทุกคนเคยมีต่อหลี่ชุนเมื่อครู่นี้ ณ เวลานี้ก็มลายหายไปจนสิ้น

คุยเก่ง อารมณ์ดี แถมยังทำถั่วลิสงทอดอร่อยขนาดนี้ ได้ทำงานกับวัยรุ่นแบบนี้ มันไม่ดีกว่าต้องมานั่งทนดูหน้าบึ้งตึงของหลี่เว่ยกั๋วหรอกเหรอ?

พออารมณ์ดี การทำงานก็ราบรื่น

ผู้ชายล้างจานชาม พวกแม่บ้านหั่นผักปอกกระเทียม

หลี่ชุนเองก็ไม่ได้ว่าง ทอดลูกชิ้น ทอดปลา ตุ๋นปลา ตุ๋นสาหร่ายเส้น เดินสลับไปมาอยู่หน้าเตาทุกเตาอย่างไม่หยุดหย่อน

อย่างอื่นน่ะทำง่าย แต่ลูกชิ้นนี่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

ลูกชิ้นสี่สหายแบบดั้งเดิมจะมีขนาดเท่ากำปั้น จานหนึ่งใส่สี่ลูก รสชาติก็ปรับเปลี่ยนไปตามแต่ละท้องถิ่น

แต่ด้วยข้อจำกัดของยุคสมัย ลูกชิ้นสี่สหายที่มีความหมายมงคลกลับถูกดัดแปลงไปจนไม่เหลือเค้าเดิม

ครอบครัวทั่วไปไม่มีเงินซื้อเนื้อหมู ก็เลยต้องใช้เต้าหู้ทำทั้งหมด

ลูกชิ้นเต้าหู้ทอดสุกแล้วข้างในจะกลวง ถ้าทำลูกใหญ่เกินไปทอดแล้วจะไม่เป็นทรง เลยต้องทำเป็นลูกชิ้นเล็กๆ แทน

แต่วันนี้ตระกูลจ้าวฆ่าหมู ก็เลยเปิดโอกาสให้หลี่ชุนได้โชว์ฝีมือ

เนื้อสับที่เฉินหย่าลี่สับเตรียมไว้ นำมาผสมไข่ขาวและแป้งมัน นวดฟาดให้เหนียวหนึบ ใส่กระเทียมสับและเเต้าหู้ยี้ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน

เคล็ดลับสำคัญคืออุณหภูมิน้ำมันต้องสูง พอลูกชิ้นลูกใหญ่ลงกระทะจะได้เซ็ตตัวเร็ว รอจนผิวนอกเป็นสีเหลืองทองก็ตักขึ้น แล้วนำไปนึ่งต่อที่เตาใหญ่

ตั้งแต่แรก หลี่ชุนก็ตั้งใจจะให้เมนูนี้เป็นไฮไลต์เด็ดที่สุดของวันนี้อยู่แล้ว

ส่วนถั่วลิสงคลุกงานั่น ก็แค่บังเอิญเจองา เลยเกิดไอเดียกะทันหันขึ้นมาเท่านั้นเอง

การเตรียมงานใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ แขกเหรื่อก็เริ่มทยอยกันมาร่วมงาน ลงชื่อใส่ซอง ดื่มชาพูดคุยกัน

ทุกคนรู้ดีว่าตระกูลจ้าวลงทุนฆ่าหมูอ้วนไปหนึ่งตัวเพื่องานแต่งของลูกชาย ต่างก็ชะเง้อมองไปที่ครัวชั่วคราวด้วยความคาดหวัง แต่กลับไม่เห็นพ่อครัวใหญ่หลี่เว่ยกั๋ว กลับกลายเป็นหลี่ชุนที่กำลังง่วนอยู่ตรงนั้นแทน

"เอ๊ะ? ทำไมไม่เห็นเฒ่าหลี่เลยล่ะ?"

"จุ๊ๆ แกยังไม่รู้ล่ะสิ ฉันก็เพิ่งได้ยินมาเหมือนกัน เฒ่าหลี่โดนหมูขวิดเข้าให้แล้ว"

"พรวด~"

"อย่ามาพูดจาเหลวไหลนะเว้ย ระวังเฒ่าหลี่จะโกรธเอา!"

"ไม่ได้โม้นะ หมูมันชนเพิงจนพังลงมาทับหัวเฒ่าหลี่จนแตก ตอนนี้ถูกส่งไปเย็บแผลที่สถานีอนามัยแล้ว"

"เวรเอ๊ย แล้วมื้อนี้ใครจะเป็นคนทำอาหารล่ะ?"

คนนั้นพยักพเยิดไปทางเพิง "ลูกชายคนรองของเฒ่าหลี่ไง วันนี้มันเป็นคนคุมเตา"

"เอ้อร์ชุนเนี่ยนะ? มันจะไหวเหรอ?"

"คนตระกูลหลี่ก็ทำอาหารเป็นกันทั้งนั้นแหละ ในเมื่อตระกูลจ้าวกล้าใช้ ก็แสดงว่าน่าจะไหว ส่วนจะอร่อยหรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกัน..."

ทางฝั่งเพิงพัก หลังจากเติมถ่านหินเข้าเตา หลี่ชุนก็จุดบุหรี่สูบอย่างสบายใจ หวังฮุ่ยหลานผู้เป็นแม่ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา

"ชุนเอ๊ย เป็นไงบ้าง? ไหวไหมลูก?"

พอรู้ว่าลูกชายคนรองเสนอตัวเป็นพ่อครัวใหญ่แทนเฒ่าหลี่ หวังฮุ่ยหลานก็ถึงกับอึ้งไปเลย

ถ้าจะบอกว่าลูกรองมันเอาการเอางานเป็นชิ้นเป็นอัน?

คนเป็นแม่อย่างเธอยังไม่เชื่อเลย!

หลี่เว่ยกั๋วก็เหมือนกัน ทำไมถึงยอมตกลงได้ล่ะ นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ ถ้าทำพังขึ้นมาจะทำยังไง?

ตอนที่ตามหลี่เว่ยกั๋วไปสถานีอนามัย ตลอดทางหวังฮุ่ยหลานก็เอาแต่กระวนกระวายใจ พอทำแผลเสร็จส่งเฒ่าหลี่กลับบ้าน เธอก็รีบวิ่งมาที่นี่ทันทีแบบไม่ได้พักเหนื่อยเลย

ทว่าภาพตรงหน้ากลับผิดคาด ทุกคนกำลังพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ทุกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่เหมือนกับที่เธอคิดไว้เลยสักนิด

ยังไม่ทันที่หลี่ชุนจะได้ตอบอะไร พวกแม่บ้านก็พากันเอ่ยปากชมเปาะ

"แหม! จะไม่ไหวได้ยังไงล่ะ ฉันว่าฝีมือเอ้อร์ชุนเนี่ย ไม่แพ้พ่อครัวภัตตาคารเลยนะ"

"คุณน้าดูนี่สิ นี่ฝีมือเอ้อร์ชุนนะ ฉันไม่เคยจัดถั่วลิสงทอดที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย..."

หวังฮุ่ยหลานยังคงรู้สึกงุนงง สัญชาตญาณสั่งให้หยิบถั่วลิสงขึ้นมาใส่ปาก พอเคี้ยวปุ๊บตาก็สว่างวาบ ค่าความพึงพอใจพุ่งปรี๊ดจนเต็มหลอด

"ชุนเอ๊ย นี่ลูกทำเองจริงๆ เหรอ?"

หลี่ชุนนั่งไขว่ห้าง ทำหน้าภูมิใจสุดๆ "จะของปลอมได้ไงล่ะครับ ทุกคนก็เห็นกันหมด"

"ไปแอบเรียนมาตั้งแต่เมื่อไหร่?"

"เรื่องแค่นี้ต้องเรียนด้วยเหรอแม่? ตอนไปเบิกของกับคุณอาสี่แล้วเจองา ลองคิดหาวิธีแป๊บเดียวก็ทำออกมาได้แล้ว"

เป็นไงล่ะ?

ลูกชายแม่มีพรสวรรค์สุดๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ รีบชมผมเร็วเข้า ต่อไปจะได้มาช่วยผมปลดตาเฒ่าหลี่ลงจากตำแหน่งไง!

"แล้วผ้ากันเปื้อนนี่ลูกไปเอามาจากไหน?"

"อ้าว เฮ้ย..."

ไหงวกกลับมาเรื่องผ้ากันเปื้อนได้ล่ะเนี่ย?

หวังฮุ่ยหลานดึงมุมผ้ากันเปื้อนขึ้นมาจับดู แล้วเริ่มบ่นกระปอดกระแปดอย่างปวดใจ

"ผ้ากันเปื้อนเก่าๆ ที่บ้านก็มีไม่ยอมใส่ ดันใส่ของใหม่ เอาต้นหอมเสียบจมูกหมู แกล้งทำเป็นช้างตบตาแม่เรอะ แถมยังเป็นสีขาวอีก เลอะเทอะก็ซักยาก..."

หลี่ชุนหัวจะปวด จะบอกว่าเป็นรางวัลจากระบบก็ไม่ได้ซะด้วย

เขาเลยรีบเปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องอาการบาดเจ็บของหลี่เว่ยกั๋ว หลี่สี่และพวกแม่บ้านก็เข้ามาถามไถ่อาการด้วย ในที่สุดก็รอดตัวไปได้

"ปัง~ เพล้ง~"

"ปึงปังโครมคราม..."

เจ้าสาวเดินทางมาถึงแล้ว

มีทั้งพลุประทัดสองจังหวะ ประทัดสายสองร้อยนัด เด็กน้อยกลุ่มหนึ่งกระโดดโลดเต้นล้อมรอบบ่าวสาว ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวขอขนม บรรยากาศช่างคึกคักเสียจริง

ในยุคแปดศูนย์ ขั้นตอนการแต่งงานในท้องถิ่นนั้นเรียบง่ายมาก

ข้ามกระถางไฟ ไหว้ฟ้าดิน

จากนั้นผู้ใหญ่ฝ่ายชายก็จะก้าวออกมา กล่าวคำทักทายตามธรรมเนียมอย่าง "กินให้อร่อยดื่มให้เต็มที่" สองสามประโยค แล้วทุกคนก็นั่งล้อมวงเริ่มงานเลี้ยง

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 4 - ผ้ากันเปื้อนมาจากไหน?

คัดลอกลิงก์แล้ว