เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 กุ้งมังกรหลากสี กุ้งมังกรจีน ปูดำ และปูม้า

บทที่ 8 กุ้งมังกรหลากสี กุ้งมังกรจีน ปูดำ และปูม้า

บทที่ 8 กุ้งมังกรหลากสี กุ้งมังกรจีน ปูดำ และปูม้า


บทที่ 8 กุ้งมังกรหลากสี กุ้งมังกรจีน ปูดำ และปูม้า

ไม่นานนัก เรือเซิ่งลี่ห้าวก็แล่นมาถึงน่านน้ำที่อวี้เล่อเทียนวางลอบดักปลาไว้เมื่อวาน

ความจริงแล้วระยะทางไม่ได้ไกลกันเท่าไหร่นัก ประกอบกับที่นี่คือน่านน้ำยุคโบราณที่ยังไม่เคยผ่านการทำประมงใดๆ อวี้เล่อเทียนรู้สึกว่าต่อให้เขาสุ่มโยนลอบลงไปตรงไหน ผลลัพธ์ที่ได้ก็ต้องมหาศาลอย่างแน่นอน

"พี่เทียนคะ ลอบแรกขอฉันเก็บเองนะ!" ทันทีที่เรือจอดสนิท ฮันอี้หรานก็เริ่มกุลีกุจอทันที เธอสาวเท้าเข้าไปประจำที่ท้ายเรือด้วยท่าทางกระปรี้กระเปร่า "ฉันมีลางสังหรณ์ที่แรงกล้ามาก ว่าต้องได้กุ้งมังกรเขียวตัวใหญ่แน่ๆ"

ฮันอี้หรานรู้จักกุ้งมังกรไม่กี่ชนิด ในประเทศเธอก็จักแค่กุ้งมังกรเขียว ส่วนในต่างประเทศเธอน่าจะรู้จักแค่กุ้งมังกรออสเตรเลีย เพราะนั่นคืออาหารทะเลระดับพรีเมียมที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

"ได้ครับ งั้นลอบแรกคุณลองดูเลย" อวี้เล่อเทียนไม่คิดจะแย่งงานเธออยู่แล้ว และที่สำคัญเขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าลอบแรกนี้จะมีของดีติดมาเยอะแค่ไหน เพราะเขาก็เพิ่งจะมาวางลอบในน่านน้ำแถบนี้เป็นครั้งแรกเหมือนกัน

อวี้เล่อเทียนหยิบขอยาวมาเกี่ยวเชือกที่ผูกกับลอบขึ้นมาจากทะเล จากนั้นจึงส่งปลายเชือกให้ฮันอี้หราน

"มาเลย ลองดูซิว่าดวงคุณจะดีแค่ไหน" อวี้เล่อเทียนพูดกลั้วหัวเราะ

ฮันอี้หรานถกแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อย รับเชือกไปแล้วเริ่มดึงขึ้นมาบนเรือ

"โอ้แม่เจ้า หนักมาก! พี่เทียน แอบใส่ก้อนหินไว้ในลอบหรือเปล่าคะเนี่ย" ตอนแรกเธอนึกว่ามันจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่พอลงมือดึงจริงๆ กลับพบว่ามันหนักจนแทบจะไม่ขยับเขยื้อน ใบหน้าสวยเริ่มบิดเบี้ยวเพราะต้องเค้นแรงดึง

ลู่เซวียนเซวียนพูดปนรอยยิ้ม "ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเพราะในลอบมีสัตว์น้ำเยอะเกินไป มันเลยหนักขนาดนี้ไงล่ะ"

ฮันอี้หรานคิดตามแล้วเห็นด้วย เธอจึงออกแรงดึงเชือกอีกครั้ง แต่หลังจากพยายามอยู่พักใหญ่เธอก็ต้องยอมแพ้ หน้าแดงก่ำพลางหอบแฮ่ก "พี่เทียน พี่จัดการเถอะค่ะ มันหนักเกินไปจริงๆ"

"ได้ครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง พวกคุณคอยดูนะ" อวี้เล่อเทียนรับเชือกมาดึง พอออกแรงดึงเขาก็พบว่ามันหนักมากจริงๆ ในใจก็พลันรู้สึกยินดี "โชคดีที่ไม่ใช่เชือกไปติดตอใต้น้ำ ดูท่าทางลอบนี้จะได้ของไม่น้อยเลย"

"พี่เทียนคะ ทำไมไม่ติดตั้งรอกไฟฟ้าล่ะ ฉันเห็นในคลิปเรือที่เขาเก็บลอบปูจะมีรอกไฟฟ้าช่วยดึง มันเก็บได้เร็วมากเลยนะ" ลู่เซวียนเซวียนถามอย่างสงสัย

"เรือลำนี้ผมเพิ่งจะได้มาน่ะครับ ยังไม่มีเวลาติดตั้งเลย" อวี้เล่อเทียนตอบขณะที่มือยังคงสาวเชือกขึ้นมา "ดูท่าทางกลับไปต้องติดตั้งสักตัวแล้วล่ะ ดึงด้วยมือแบบนี้มันกินแรงเกินไปจริงๆ"

"ว้าว กุ้งมังกรเต็มเลย! มีปูด้วย!" เมื่อลอบเริ่มโผล่พ้นน้ำ ฮันอี้หรานก็เริ่มมองเห็นสัตว์น้ำที่ติดอยู่ข้างใน เธอร้องตะโกนลั่นอย่างลืมตัวลืมไข้ "มีปลาเยอะแยะเลย รวยแล้ว รวยแน่ๆ งานนี้!"

ท่ามกลางเสียงร้องด้วยความตื่นเต้นของฮันอี้หราน อวี้เล่อเทียนก็ลากลอบขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือได้สำเร็จ

"มิน่าล่ะถึงได้หนักขนาดนี้ อย่างน้อยก็น่าจะมีของติดมาเป็นร้อยจินเลยล่ะ" อวี้เล่อเทียนพูดพลางสำรวจ "ไม่นึกเลยว่าการวางลอบจะได้ผลดีขนาดนี้"

"กุ้งมังกรเยอะมาก ปูก็เยอะ ปลาก็มี" ฮันอี้หรานพบว่าตัวเองไม่สามารถเรียกชื่อสิ่งที่เห็นได้ถูกต้องเลยสักอย่าง "พี่เทียนคะ นี่คือกุ้งมังกรพันธุ์อะไร ปูพันธุ์อะไร แล้วปลาพวกนี้ล่ะคะเรียกว่าอะไรบ้าง?"

"เดี๋ยวผมเทของออกมาให้ดูก่อนนะ คุณลู่ช่วยไปหยิบตะกร้ามาสักสองสามใบหน่อยครับ" อวี้เล่อเทียนแก้เชือกที่ปากลอบแล้วเทสัตว์น้ำทั้งหมดลงบนดาดฟ้าเรือ

ลู่เซวียนเซวียนหยิบตะกร้าใส่ปลามาให้สองใบพอดี อวี้เล่อเทียนรับมาวางไว้ "ขอเพิ่มอีกสักสองใบนะครับ ขอบคุณครับ"

ฮันอี้หรานและลู่เซวียนเซวียนรีบวิ่งไปที่หัวเรือแล้วหยิบมาเพิ่มให้อีกคนละสองใบ

อวี้เล่อเทียนเริ่มสั่งการให้ทั้งคู่ช่วยกันคัดแยกสัตว์น้ำบนดาดฟ้า

"ดูนะครับ กุ้งมังกรกับปูแต่ละชนิดให้แยกใส่คนละตะกร้า" อวี้เล่อเทียนหยิบกุ้งมังกรขึ้นมาตัวหนึ่ง "ดูนี่นะ ตัวนี้เรียกว่า กุ้งมังกรหลากสี หรือบางคนเรียกว่ากุ้งมังกรเคราขาว พบได้ทั่วไปในทะเล แม้แต่ชื่อของมันยังดูตั้งมาส่งๆ เลย"

ฮันอี้หรานจ้องมองกุ้งมังกรตัวนั้นอย่างตั้งใจ แต่เธอมองไม่ออกว่ามันต่างจากตัวอื่นตรงไหน จึงถามขึ้นว่า "พี่เทียนคะ แล้วเราจะแยกแยะกุ้งชนิดนี้ยังไง?"

อวี้เล่อเทียนชี้ไปที่ตัวกุ้งพลางอธิบาย น้ำเสียงฉะฉานแฝงความรู้แน่นปึ้ก "ดูนะ กุ้งชนิดนี้ส่วนหัวและหน้าอกจะเป็นทรงกระบอก ขอบหน้าด้านบนนอกจากจะมีเงี่ยงเหนือตาแล้ว ยังมีหนามใหญ่สี่อันที่มีระยะห่างเท่าๆ กัน เงี่ยงเหนือตาสูงกว่าดวงตาสามเท่า ระหว่างเงี่ยงไม่มีหนามย่อย แผ่นหน้าผากมีหนามหลักสองคู่ที่แยกจากกัน ส่วนท้องเรียบ แต่ปล้องท้องที่สองและสามจะมีรอยบุ๋มกว้างและมีขนอ่อนปกคลุมอยู่"

อวี้เล่อเทียนอธิบายพลางชี้ให้ดูทีละส่วน เพราะมีตัวอย่างจริงอยู่ตรงหน้า ฮันอี้หรานและลู่เซวียนเซวียนจึงเรียนรู้วิธีสังเกตได้อย่างรวดเร็ว

ลู่เซวียนเซวียนถามต่อ "พี่เทียนคะ ฉันเห็นตามตัวมันมีสีน้ำเงินกับสีเขียว แล้วก็มีหนวดยาวๆ แบบนี้ เราจำแนกจากสีได้ด้วยไหมคะ?"

"ถูกต้องครับ กุ้งมังกรหลากสีก็ตามชื่อเลย ผิวของมันจะมีสีน้ำเงินและสีเขียว ก้านหนวดคู่แรกเป็นสีน้ำเงินมีลายจุดสีขาว หนวดคู่ที่สองเป็นสีขาว ขาเดินเป็นสีน้ำเงินมีแถบสีขาวเห็นได้ชัดเจน" อวี้เล่อเทียนอธิบายต่อ "และดูตรงนี้ ปลายปล้องท้องจะมีแถบสีขาวขอบน้ำเงินพาดขวางอยู่ ส่วนหางที่ยังไม่แข็งตัวจะเป็นสีน้ำเงินและสีเขียวครับ"

"พี่เทียนคะ แล้วรสชาติของมันเป็นยังไง อร่อยไหมคะ? แล้วราคาล่ะ แพงหรือเปล่า?" ฮันอี้หรานถามอย่างร่าเริง

"น่าจะรสชาติดีเลยล่ะครับ เขาว่ากันว่าเนื้อของกุ้งชนิดนี้มีสีขาวราวกับหิมะและมีความมันในตัว สามารถกินเป็นซาซิมิได้เลย" อวี้เล่อเทียนเองก็ยังไม่เคยชิม แต่เขามีความรู้ทางทฤษฎีแน่นปึ้ก บรรยายคุณลักษณะวัตถุดิบจนเห็นภาพ "ถ้านำไปนึ่งหรือทำซุปก็น่าจะรสชาติยอดเยี่ยมมาก ส่วนราคาก็ไม่แพงครับ คนทั่วไปสามารถหาซื้อมากินได้"

ลู่เซวียนเซวียนจับประเด็นสำคัญได้ทันทีจึงถามว่า "พี่เทียน พี่เองก็ยังไม่เคยชิมเหรอคะ?"

"ใช่ครับ ผมเองก็ยังไม่ค่อยได้กินเท่าไหร่" อวี้เล่อเทียนพยักหน้ายอมรับ "แต่คงจะได้ชิมในเร็วๆ นี้แหละครับ กลับไปทริปนี้ต้องจัดสักหน่อยแล้ว"

เขาพากุ้งมังกรตัวที่ยาวกว่า 30 เซนติเมตรใส่ลงในตะกร้า แล้วหยิบกุ้งมังกรหลากสีตัวอื่นๆ ใส่ตามลงไปในตะกร้าเดียวกัน

"พี่เทียนคะ แล้วกุ้งตัวนี้ล่ะเรียกว่าอะไร ใช่กุ้งมังกรเขียวหรือเปล่า?" ฮันอี้หรานที่ตอนแรกนึกว่ารู้จักกุ้งมังกรเขียวดี พอเห็นกุ้งหลายชนิดวางรวมกันเธอก็เริ่มไม่แน่ใจ

"ตัวนี้เรียกว่า กุ้งมังกรจีน ครับ มีชื่อเรียกเยอะมาก ทั้งกุ้งมังกร กุ้งมังกรใหญ่ หรือกุ้งมังกรเขียวท้องถิ่นก็คือตัวนี้แหละ" อวี้เล่อเทียนให้ความรู้แบบสบายๆ "กุ้งชนิดนี้มีโปรตีนสูงถึง 18.9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าปลาน้ำเค็มและปลาน้ำจืดส่วนใหญ่ มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบทั้ง 8 ชนิด รวมถึงแร่ธาตุอย่างแคลเซียม โซเดียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ในตำราจีนบอกว่ากุ้งมังกรมีรสหวานเค็ม มีฤทธิ์อุ่น มีสรรพคุณช่วยบำรุงไต เสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ และช่วยให้นอนหลับสบายครับ"

"บำรุงไตเสริมสมรรถภาพทางเพศ? จริงเหรอคะ!" ฮันอี้หรานตกใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินว่ากุ้งมังกรมีสรรพคุณแบบนี้ด้วย

"ผมไม่ได้มโนไปเองนะครับ" อวี้เล่อเทียนหัวเราะหึๆ "กุ้งมังกรชนิดนี้ได้รับการบันทึกไว้ในตำรายาสัตว์ของจีนว่าใช้เป็นยาได้ และชาวบ้านก็นิยมใช้เพื่อบำรุงสมรรถภาพกันมานานแล้ว"

"พี่เทียนคะ นอกจากสรรพคุณนี้แล้ว ยังมีอย่างอื่นอีกไหมคะ? อย่างเช่นช่วยเรื่องความสวยความงาม?" ลู่เซวียนเซวียนถามต่อ

อวี้เล่อเทียนถึงกับพูดไม่ออก สรรพคุณเรื่องความสวยความงามนี่มันจะตามไปทุกที่เลยใช่ไหม?

แต่เขาก็ยังคงให้ความรู้ต่อไป "เพราะกุ้งมังกรจีนมีขนาดตัวค่อนข้างใหญ่ รสชาติอร่อย มีสารอาหารสูง และมีราคาซื้อขายในตลาดที่แพงมาก จึงมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง แถมยังมีสรรพคุณในการบำบัดโรคด้วย เนื้อที่รสหวานเค็ม นุ่มและสดชื่น ทำให้มันเป็นอาหารทะเลที่ล้ำค่าครับ"

"ถึงแม้กุ้งมังกรจีนจะตัวเล็กกว่ากุ้งมังกรออสเตรเลีย แต่ราคาของมันมักจะแพงกว่ากุ้งออสเตรเลียเท่าตัวเสมอ เพียงแต่มันหาแบบป่าได้ยากมาก ในตลาดส่วนใหญ่จะเป็นกุ้งเลี้ยงทั้งนั้น"

อวี้เล่อเทียนครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเสริมว่า "แถมกุ้งมังกรนี่มีประโยชน์ไปทั้งตัวเลยนะ นอกจากเรื่องบำรุงไตที่บอกไปแล้ว เปลือกของมันที่เรียกว่า เปลือกกุ้งทะเล เมื่อนำไปตากแห้งแล้วบดเป็นผง ยังสามารถนำมาใช้รักษาแผลพุพองและกลากเกลื้อนได้ด้วย"

"ไม่นึกเลยว่ากุ้งตัวเดียวจะมีความรู้เยอะขนาดนี้" ลู่เซวียนเซวียนชื่นชมไม่ขาดปาก "ลอบนี้ได้กุ้งเยอะขนาดนี้ ต้องขายได้เงินมหาศาลแน่ๆ"

"พี่เทียนคะ ปูตัวนี้ชื่ออะไรคะ ใช่ปูดำไหม?" ลู่เซวียนเซวียนชี้ไปที่ปูตัวหนึ่งแล้วถาม

ความจริงเธอเคยได้ยินแต่ชื่อปูดำ ก็เลยลองถามดูแบบนั้น

"ใช่ครับ นี่คือ ปูดำ" อวี้เล่อเทียนยืนยัน "ความจริงชื่อปูดำเป็นชื่อเรียกโดยรวมครับ มันอยู่ในวงศ์ปูม้า แบ่งย่อยออกมาได้เป็นสี่สายพันธุ์คือ ปูดำก้ามม่วง ปูดำธรรมดา ปูดำขาว และปูดำเขียวครับ"

"อ้อ เป็นแบบนี้นี่เอง" ฮันอี้หรานชี้ไปที่ปูในมือแล้วถามต่อ "แล้วตัวนี้เป็นสายพันธุ์ไหนคะ?"

"ดูจากตำแหน่งน่านน้ำแถบนี้ น่าจะเป็นปูดำขาวครับ" อวี้เล่อเทียนพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยมั่นใจนัก "ตามความรู้ที่ผมมี อีกสามสายพันธุ์จะกระจายตัวอยู่แถวอ่าวเป่ยปู้เป็นส่วนใหญ่"

เหตุผลที่อวี้เล่อเทียนไม่มั่นใจ เป็นเพราะนี่คือน่านน้ำเมื่อหนึ่งพันปีก่อนคริสตกาล ซึ่งห่างจากโลกปัจจุบันถึงสามพันปี ใครจะไปรู้ว่าปูพวกนี้อพยพย้ายถิ่นฐานกันไปหรือยัง

"สงสัยกลับไปต้องไปค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มอย่างจริงจังเสียแล้ว" อวี้เล่อเทียนคิดในใจ "คราวหน้าจะมานั่งเดาแบบนี้ไม่ได้"

ในตอนนั้นเองลู่เซวียนเซวียนก็ชี้ไปที่ปูอีกชนิดหนึ่ง "พี่เทียนคะ ปูตัวนี้เรียกว่าปูม้าใช่ไหมคะ ฉันเห็นรูปร่างมันเหมือนกระสวยเลย"

"ถูกต้องครับ นี่คือ ปูม้า" อวี้เล่อเทียนมองแล้วตอบ "ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของมันคือ ปูม้าสามปุ่ม เป็นสัตว์ขาปล้องในวงศ์ปูม้า จัดเป็นปูเศรษฐกิจที่มีผลผลิตสูงที่สุดตามแนวชายฝั่งของประเทศเราเลยล่ะ"

"นอกจากมูลค่าในการกินแล้ว มันมีประโยชน์อย่างอื่นอีกไหมคะ?" ฮันอี้หรานถามต่อ ความจริงเธออยากถามว่าช่วยเรื่องความงามได้ไหม แต่เพราะถามไปหลายรอบแล้วเลยไม่กล้าเอ่ยปากออกมาตรงๆ

แต่อวี้เล่อเทียนดูออกว่าเธอต้องการสื่ออะไร จึงตอบยิ้มๆ ว่า "ปูม้าสามปุ่มมีคุณค่าทางยาอยู่บ้างครับ มีรสเผ็ดขม ฤทธิ์เย็น ช่วยบำรุงหัวใจ ตับ ม้าม และกระเพาะอาหาร"

"กระดองปูมีสรรพคุณช่วยสลายเลือดคั่ง ลดอาการบวมและก้อนเนื้อ ช่วยย่อยอาหารและแก้ท้องอืด ส่วนไข่ปูช่วยบรรเทาปวด ลดบวม และช่วยขับพิษร้อนในร่างกายได้ครับ"

อวี้เล่อเทียนหยุดครู่หนึ่งแล้วแกล้งเย้า แววตาฉายแววหยอกล้อ "แต่น่าเสียดายนะครับ ที่ปูชนิดนี้ไม่มีสรรพคุณช่วยเรื่องความสวยความงามเลยแม้แต่นิดเดียว"

เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่เซวียนเซวียนก็หัวเราะกิ๊กออกมา ฮันอี้หรานเองก็หน้าแดงระเรื่อพลางหัวเราะตามไปด้วย แก้เขินที่โดนดักคอ

"แล้วปลาพวกนี้ล่ะคะ ดูเหมือนจะไม่ใช่ปลาเก๋านะ?" ฮันอี้หรานชี้ไปที่ปลาตัวละหนึ่งถึงสองจินอีกสองสามตัวแล้วถามต่อ

(จบบทที่ 8)

จบบทที่ บทที่ 8 กุ้งมังกรหลากสี กุ้งมังกรจีน ปูดำ และปูม้า

คัดลอกลิงก์แล้ว