- หน้าแรก
- ฉาวสนั่นเพราะทุกคนอ่านใจได้ คอนเซปต์วาไรตี้หอบลูกหนีแต่ไร้คนตาม ของแม่เลี้ยงไฮโซดันปังซะงั้น
- บทที่ 20: เห็นสามีของเย่ซูไหม?
บทที่ 20: เห็นสามีของเย่ซูไหม?
บทที่ 20: เห็นสามีของเย่ซูไหม?
เด็กทั้งสองมองหน้ากัน
ว้าว...
กลายเป็นว่าผู้หญิงคนนี้รังเกียจคุณพ่อของพวกเขาขนาดนี้เลยเหรอ
ฮั่วซือหมิงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว เขาเกิดความสงสัยขึ้นมาทันทีว่าถ้าเย่ซูรังเกียจคุณพ่อขนาดนี้ เธอจะทิ้งพวกเขาไปเมื่อไหร่?
หลังจากใช้เวลาสองสามวันที่ผ่านมาด้วยกัน เขาเริ่มชอบเย่ซูคนนี้ขึ้นมาจริงๆ เธอดีกว่าเย่ซูคนเดิมตั้งเยอะ
เขาต้องหาวิธีรั้งเย่ซูคนนี้เอาไว้ให้ได้
เย่ซูไม่รู้เลยว่าเด็กน้อยกำลังคิดอะไรอยู่ ขณะที่เธอกำลังจะขับรถออกไป รถบีเอ็มดับเบิลยูคันหนึ่งก็ขับเข้ามาจอดเพื่อรับหวังเหมี่ยวเหมี่ยวและลูกสาว
รถคันนั้นดูคุ้นตามาก...
【อ้าว นั่นมันแฟนเก่าตัวร้ายของเจ้าของร่างเดิมนี่นา~】
โจวเย่วหมิงก้าวลงจากรถและช่วยหวังเหมี่ยวเหมี่ยวกับโจวเย่วเย่วขึ้นรถ ทันใดนั้นราวกับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง เขาจึงหันไปมองเย่ซู
เย่ซูยังไม่ได้เลื่อนกระจกขึ้นและกำลังจ้องตรงมาที่เขา
แววตาของโจวเย่วหมิงวูบไหว เขาพูดกับหวังเหมี่ยวเหมี่ยวว่า "ผมจะไปทักทายเย่ซูหน่อยนะ"
พูดจบโดยไม่สนใจว่าหวังเหมี่ยวเหมี่ยวจะเห็นด้วยหรือไม่ เขาก็เดินตรงไปหาทันที
หวังเหมี่ยวเหมี่ยวมองตามแผ่นหลังของเขาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
โจวเย่วหมิงเดินมาถึงรถเย่ซูและพูดด้วยท่าทางที่เขาคิดว่าดูหล่อเหลา "เย่ซู ไม่นึกเลยว่าจะยังอยู่ที่นี่ เธอตั้งใจรอเจอฉันหรือเปล่า?"
【แหวะ...】
【ไอ้ตัวไร้นี่มาจากไหนเนี่ย? น่าขยะแขยงชะมัด】
เย่ซูแทบจะอ้วกใส่ผู้ชายคนนี้
สายตาเจ้าของร่างเดิมต้องบอดสนิทแน่ๆ ไม่อย่างนั้นจะไปสนใจผู้ชายประเภท "ธรรมดาแต่โคตรมั่น" แบบนี้ได้ยังไง...
โจวเย่วหมิงยังคงยิ้มค้าง ราวกับรอปฏิกิริยาจากเย่ซู "การแต่งงานกับตาแก่เศรษฐีอายุแปดสิบกว่านั่นคงไม่สบายเท่าไหร่ใช่ไหมล่ะ? ถ้ามีอะไรต้องการในอนาคต มาหาผมได้นะ"
เขาไล่สายตามองเย่ซูตั้งแต่หัวจรดเท้า
ต้องยอมรับว่าไม่ได้เจอเย่ซูนาน เธอสวย มีเสน่ห์ และสะดุดตายิ่งกว่าเดิม
แต่ยัยผู้หญิงน่าเบื่อโง่ๆ อย่างเย่ซูคนนี้ เมื่อก่อนแม้แต่จะให้เขาจับมือยังไม่ยอม ทำตัวเป็นแม่พระผู้แสนดีจนเขาขยะแขยงจะแย่
พอเห็นเย่ซูต้องมาเป็นแม่เลี้ยงให้ลูกคนอื่นตอนนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะในใจ
สมน้ำหน้า
ความจริงแล้วหน้าตาของเย่ซูเป็นสเปกของเขามาตลอด ผมยาวสลวยหยักศกนิดๆ โดยไม่ต้องทำทรงอะไรเป็นพิเศษ มันเป็นธรรมชาติแบบนั้นมาตั้งแต่เด็กแล้ว
เย่ซูยังมีดวงตากลมโตที่มีเสน่ห์สุดๆ เวลาแววตาใสซื่อคู่นั้นกวาดมองมา มันทำให้ใจสั่นราวกับมีกระแสไฟฟ้า
เธอมีความสวยแบบ "เครื่องหน้าชัด" สวยตั้งแต่โครงสร้างกระดูก ต่อให้ไม่แต่งหน้าก็ดึงดูดใจได้ทันที ต่อให้หน้าสดก็ยังสวยตะลึง
แต่สำหรับสาวสวยระดับท็อปคนนี้ สไตล์การแต่งตัวเดิมของเธอกลับไม่ถูกรสนิยมเขาเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับพี่สาวอย่างเย่เสวียนที่ดูถูกใจเขามากกว่า
น่าเสียดาย...
เย่เสวียนเป็นคนที่เขาสัมผัสไม่ถึง
ทว่า เย่ซูในวันนี้ต่างจากเย่ซูในความทรงจำของเขามาก เธอสวมเพียงแจ็กเก็ตยีนส์เรียบๆ กับกระโปรงลายดอก ดูอ่อนหวาน แต่ทว่าแววตากลับเย็นชา ฉายแววหนาวเหน็บ ร่างทั้งร่างแผ่รัศมีเว้นระยะห่างให้คนอื่นเข้าถึงยาก
เย่ซูพูดอย่างเย็นชา "ฉันไม่ได้รอคุณค่ะ คุณโจว คุณคิดเข้าข้างตัวเองมากไปหรือเปล่า?"
เธอส่ายหัวอย่างดูแคลน "กำแพงเมืองยังไม่หนาเท่าหน้าคุณเลย"
แทนที่จะโกรธ โจวเย่วหมิงกลับหัวเราะ "เย่ซู ฉันรู้ว่าเธอแค่พูดประชดประชัน ฉันไม่ถือสาหรอก"
ปิ๊น
ทันใดนั้น เสียงแตรก็ดังขึ้น
รถหรูคันงามขับเข้ามา
ไม่ใช่แค่รถรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น แต่มันเป็นรถที่มีเพียงคันเดียวในโลก ทำให้สังเกตเห็นได้ง่ายมาก
รถคันนั้นดริฟต์เข้าจอดข้างๆ โจวเย่วหมิงแทบจะชนเขา โจวเย่วหมิงไม่กล้าเสี่ยงเลยรีบถอยกรูด
ถ้าชนรถคันนั้นเข้าจริงๆ เขาไม่มีปัญญาจ่ายค่าซ่อมแน่ๆ
กระจกหน้าต่างรถเป็นแบบทึบแสงทำให้เขาไม่เห็นคนข้างใน เขาพยายามชะโงกหน้าเข้าไปดูแต่ก็ไม่เห็นใคร
ประตูรถเปิดออก ชายวัยกลางคนในวัยห้าสิบกว่าก้าวลงมาแล้วเดินตรงมาที่เย่ซู
"คุณนาย คุณชาย คุณหนู เชิญขึ้นรถครับ"
เขาคือลุงเหอ พ่อบ้านตระกูลฮั่ว
ความสนใจของโจวเย่วหมิงถูกเบี่ยงเบนไปที่ชายชราคนนั้นทันที เขาคิดในใจว่า "สมแล้วที่เป็นตาแก่อายุเจ็ดสิบแปดสิบ ไม่มีปัญญาทำให้เย่ซูมีความสุขหรอก"
แต่ก็ช่างเถอะ เย่ซูสมควรได้รับแล้ว ผู้หญิงแบบเธอก็เหมาะกับตาแก่นั่นแหละ ยัยพวกผู้หญิงแพศยาก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น
รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนริมฝีปากของโจวเย่วหมิง "เย่ซู ในเมื่อสามีเธอมารับแล้ว ฉันไม่รบกวนละ"
พูดจบเขาก็หันหลังเดินกลับไปที่รถบีเอ็มอย่างภูมิใจ
หวังเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นชัดว่าโจวเย่วหมิงดูอารมณ์ดีมากจึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า "คุณอารมณ์ดีเรื่องอะไรคะ?"
โจวเย่วหมิงตอบว่า "เห็นสามีของเย่ซูไหม?"
หวังเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองรถหรูคันนั้น เห็นเพียงแผ่นหลังของคนขับที่มีผมสีเทา เธอไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเบ้ปาก
"ดูท่าเย่ซูจะอยู่ไม่สุขสบายเท่าไหร่สินะ ถึงกับต้องไปหัดทำอาหารในรายการทีวี เฮ้อๆๆ"
...
เย่ซูขึ้นรถไปพร้อมกับเด็กๆ
บอดี้การ์ดได้รับหน้าที่ขับรถของเย่ซูออกไป
แต่เด็กสองคนนั้นรู้ความมาก ฮั่วซือหมิงและฮั่วอันอันต่างแย่งกันจะนั่งเบาะหน้าข้างคนขับ
สองพี่น้องจ้องตากัน
ฮั่วอันอันคว้าเบาะแล้วพูดด้วยน้ำเสียงใสซื่อ "หนูมาถึงก่อน ที่นี่ที่ของหนู พี่ไปนั่งข้างหลังไป~"
ฮั่วซือหมิงดูห่อเหี่ยวลง เขามองกลับไปที่ "คุณพ่อหน้านิ่ง" ของเขาแล้วจำใจกลับไปนั่งเบาะหลัง
เขาใช้มือเล็กๆ ผลักฮั่วเหยียนเฉิน "คุณพ่อ ขยับเข้าไปข้างในหน่อยครับ"
เย่ซูรีบเอื้อมมือไปดึงฮั่วซือหมิงมา "เด็กโง่ ไปนั่งตรงกลางสิ"
ฮั่วซือหมิง: "..."
【เจ้าหนูนี่... ทำไมฉันจำได้ว่าเมื่อก่อนเขาเกลียดฉันจะตาย แถมยังห้ามไม่ให้ฉันเข้าใกล้คุณพ่อหน้านิ่งของเขานักหนา?】
【ทำไมตอนนี้ถึงมาบังคับให้ฉันนั่งเบาะเดียวกับคุณพ่อหน้านิ่งนี่ล่ะ?】
ท่ามกลางความเงียบ
เสียง "กริ๊ก" ดังขึ้น
เป็นเสียงที่ฮั่วเหยียนเฉินทำปากกาหมึกซึมในมือหักด้วยความเย็นชา
เสียงนั้นดังฉับพลัน ทำให้บรรยากาศที่อึดอัดในรถยิ่งตึงเครียดมากขึ้นไปอีก
ฮั่วซือหมิงเงยหน้าขึ้นและอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย
ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว... หรือว่าคุณพ่อจะแอบได้ยินเสียงในใจของเย่ซูด้วย?
ถ้าเป็นอย่างนั้น จริงๆ เมื่อกี้เย่ซูเพิ่งเรียกคุณพ่อว่า "ไอ้คุณพ่อหน้านิ่ง" ในใจ...????
เย่ซูเหลือบมองปากกาหมึกซึมราคาแพงที่หักคามือแล้วขยับปากเล็กน้อย
【ขี้งกชะมัด...】
ฮั่วเหยียนเฉินอดไม่ได้ที่จะนวดขมับ
เสียงในใจของผู้หญิงนี่... น่ารำคาญจริงๆ
เขาเริ่มเสียใจที่ยอมให้เธอขึ้นรถมา ทีหลังจะไล่เธอลงตอนนี้ยังทันไหมนะ?
พอถึงบ้านตระกูลฮั่ว เย่ซูส่งเด็กทั้งสองคืนให้ฮั่วเหยียนเฉิน แล้วหันหลังกลับห้องไปอาบน้ำสระผมแล้วทิ้งตัวลงนอน
ไม่มีอะไรมาขัดขวางการเป็น "ปลาเค็ม" ของเธอได้
ไม่ว่าจะถ่ายรายการหรือใช้ชีวิตประจำวัน เธอตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องทุ่มเทให้กับการใช้ชีวิตแบบปลาเค็มให้ถึงที่สุด
...
ในห้องนั่งเล่น
เมื่อเห็นคุณพ่อขึ้นไปบนห้องทำงาน คิ้วของฮั่วซือหมิงก็ขมวดมุ่น
เขากำลังลำบากใจ...
ฮั่วอันอันไม่ได้คิดอะไรมาก พอถึงบ้านเธอก็พุ่งไปที่รถเข็นขนม รื้อค้นหาของโปรด
เมื่อเห็นน้องสาวทำตัวสบายๆ ฮั่วซือหมิงก็เดินเข้าไปหาด้วยความหงุดหงิดที่น้องสาวไม่มีความทะเยอทะยานเอาเสียเลย "อันอัน นี่เธอยังจะมีอารมณ์มากินอีกเหรอ!"