เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 การคุกคามของโจวทง, เกล็ดอัคคีขั้นสูง

บทที่ 33 การคุกคามของโจวทง, เกล็ดอัคคีขั้นสูง

บทที่ 33 การคุกคามของโจวทง, เกล็ดอัคคีขั้นสูง


บทที่ 33 การคุกคามของโจวทง, เกล็ดอัคคีขั้นสูง

ลู่ชิงเหอกลับมายังนิกายไท่เสวียนอย่างเงียบเชียบไร้ซุ่มเสียง เขากลับไปที่ไร่วิญญาณ ใช้เคล็ดวิชาพิรุณวิญญาณระดับกลางรดน้ำหญ้ารวบรวมวิญญาณที่ใกล้จะเติบโตเต็มที่

หลังจากรดน้ำเสร็จสรรพ จึงได้มุ่งหน้ากลับไปยังถ้ำบำเพ็ญที่จากมานานถึงครึ่งปี

ลู่ชิงเหอพึ่งจะกลับมาถึงหน้าประตูถ้ำบำเพ็ญ ยังไม่ทันได้ก้าวเข้าไปด้านใน ก็ได้ยินเสียงแหวกอากาศดังมาจากเบื้องหลัง มีคนบังคับกระบี่พุ่งตรงมา

"ศิษย์น้องลู่ ปล่อยให้ข้ารอเสียนานเลย"

ลู่ชิงเหอหันตัวกลับไป ก็พบกับโจวทงที่กำลังจ้องมองตนเองด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เขารู้สึกสงสัยเป็นอย่างยิ่ง เขาพึ่งจะกลับมาถึงแท้ๆ อีกฝ่ายใช้วิธีการใดกันถึงได้รู้ตัวรวดเร็วเพียงนี้

ลู่ชิงเหอประสานมือคารวะพลางเอ่ยถาม: "ไม่ทราบว่าศิษย์พี่มีธุระอันใดกับศิษย์น้องหรือ?"

โจวทงชี้ไปยังถ้ำบำเพ็ญ: "ศิษย์น้องลู่ จะไม่เชิญผู้เป็นพี่เข้าไปนั่งพักสักหน่อยหรือ?"

ลู่ชิงเหอปฏิเสธไปตรงๆ : "ข้ากับศิษย์พี่ไม่ได้สนิทสนมกัน เข้าไปนั่งพักคงไม่จำเป็นแล้ว หากไม่มีธุระอันใดก็ขอเชิญศิษย์พี่กลับไปเถิด ข้าต้องการจะปิดด่านบำเพ็ญเพียรแล้ว"

ลู่ชิงเหอในยามนี้ไม่หวาดกลัวโจวทงอีกต่อไป ไม่ต้องพูดถึงว่าที่นี่อยู่ภายในนิกาย ต่อให้โจวทงจะขวัญกล้าเทียมฟ้าเพียงใด ก็ไม่กล้าลงมือต่อเขาอย่างโจ่งแจ้งเป็นแน่

ต่อให้โจวทงจะกล้าลงมือจริงๆ ลู่ชิงเหอก็มั่นใจว่าจะสามารถสังหารโจวทงลงได้โดยตรง

เมื่อเห็นท่าทีของลู่ชิงเหอเป็นเช่นนี้ สีหน้าของโจวทงก็แปรเปลี่ยนเป็นมืดทะมึนลง

เขากล่าวกับลู่ชิงเหอว่า: "ศิษย์น้องลู่ พวกเราคนตรงคุยกันไม่อ้อมค้อมดีกว่า ไร่วิญญาณที่ถูกทำลายไป เหตุใดจึงสามารถปลูกข้าววิญญาณคุณภาพดีออกมาได้

คนที่มีรากวิญญาณห้าธาตุ เหตุใดจึงสามารถบำเพ็ญเพียรจนบรรลุขอบเขตพลังปราณระดับที่สี่ได้ในเวลาเพียงสามปีสั้นๆ บอกวิธีเหล่านั้นแก่ข้า ข้ายินดีจะจ่ายในราคาสูงเพื่อขอซื้อจากศิษย์น้อง"

ความลับบนตัวลู่ชิงเหอ เขาจะต้องคว้ามาให้ได้

ลู่ชิงเหอส่ายหน้า: "ข้าไม่เข้าใจว่าศิษย์พี่กำลังพูดเรื่องอันใด ข้าไม่รู้แล้วว่าไร่วิญญาณที่ถูกทำลายไปจะปลูกข้าววิญญาณออกมาได้อย่างไร ทว่าการที่ข้าสามารถทะลวงขอบเขตพลังปราณระดับที่สี่มาได้ ล้วนเป็นโชคช่วยทั้งสิ้น

ข้าไปเก็บโสมโลหิตอายุร้อยปีมาได้ต้นหนึ่ง เมื่อเผลอกินเข้าไป ก็เลยทะลวงขอบเขตพลังปราณระดับที่สี่มาได้อย่างไม่รู้สาเหตุ เรื่องนี้ศิษย์พี่หญิงไป๋อวี่ถงแห่งนิกายสายนอก ตลอดจนผู้อาวุโสแห่งโถงภารกิจนิกายสายนอกล้วนสามารถเป็นพยานได้"

โจวทงจะไปเชื่อคำแก้ตัวเช่นนี้ของลู่ชิงเหอได้อย่างไร เขาแค่นหัวเราะเย็นชา: "ศิษย์น้องลู่เห็นข้าเป็นเด็กสามขวบหรืออย่างไร ถึงคิดว่าข้าจะเชื่อ?

คนอื่นไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของศิษย์น้องลู่ หรือว่าข้าจะไม่รู้?"

ลู่ชิงเหอไม่ได้ใส่ใจ: "ศิษย์พี่จะเชื่อหรือไม่ก็เป็นเรื่องของศิษย์พี่ ศิษย์น้องเพียงแค่กล่าวไปตามความเป็นจริงเท่านั้น"

โจวทงเอ่ยถามอย่างจริงจัง: "ศิษย์น้อง ไม่มีโอกาสที่จะเจรจากันเลยจริงๆ หรือ ขอเพียงข้ามีสิ่งแลกเปลี่ยนที่สามารถจ่ายไหว ข้าก็พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนกับศิษย์น้องทุกอย่างเลย?"

บนร่างของโจวทงเกิดการผันผวนของพลังวิญญาณ จิตสัมผัสระดับฝึกปราณขั้นที่หกกดทับลงมายังลู่ชิงเหอ

เมื่อเผชิญหน้ากับแรงกดดันอันมหาศาลจากโจวทง ลู่ชิงเหอกลับมีสีหน้าเรียบเฉย ในอดีตที่เขาพึ่งอยู่เพียงฝึกปราณขั้นที่สอง จิตสัมผัสระดับฝึกปราณขั้นที่หกของโจวทง ทำให้เขาไม่อาจขยับเขยื้อนได้เลยแม้แต่น้อย

ทว่าในเวลานี้ แรงกดดันอันมหาศาลจากจิตสัมผัสระดับฝึกปราณขั้นที่หกของโจวทง กลับไม่มีผลใดๆ ต่อเขาเลย

ลู่ชิงเหอทำสีหน้าไร้เดียงสา: "ข้าไม่รู้ว่าทำสิ่งใดให้ศิษย์พี่เกิดความเข้าใจผิด แต่สิ่งที่ข้าสามารถบอกศิษย์พี่ได้ก็คือ ข้าไม่มีสิ่งที่ศิษย์พี่ต้องการจริงๆ"

"ศิษย์พี่โปรดกลับไปเถิด"

ลู่ชิงเหอหันตัวกลับเดินมุ่งหน้าเข้าไปในถ้ำบำเพ็ญ โจวทงที่อยู่เบื้องหลังอยากจะลงมืออยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็อดกลั้นเอาไว้ได้

ทำได้เพียงมองดูลู่ชิงเหอเดินหายเข้าไปในถ้ำบำเพ็ญเช่นนั้น

"คอยดูเถอะ เจ้าจะต้องสำนึกผิดกับการตัดสินใจของเจ้าแน่"

โจวทงมองถ้ำบำเพ็ญของลู่ชิงเหอด้วยใบหน้าอันเย็นชา ก่อนจะหันตัวกลับเดินจากไป

เมื่อกลับเข้ามาภายในถ้ำบำเพ็ญ ลู่ชิงเหอไม่คิดเลยว่าโจวทงจะไม่กล้าลงมือจริงๆ เขาอุตส่าห์เตรียมตัวรับมือการลอบโจมตีของโจวทงไว้พร้อมแล้วเชียว

เรื่องนี้ทำให้ลู่ชิงเหอเข้าใจได้ว่า โจวทงยังคงไม่กล้าลงมือภายในนิกาย

ทว่าลู่ชิงเหอก็จะไม่ลดความระมัดระวังลงเพราะเหตุนี้ ดังที่โจวทงกล่าวไว้ อีกฝ่ายรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเขาดี

ตอนนี้เพียงแค่สงสัยก็ยังกล้าใช้อำนาจบีบบังคับล่อลวงด้วยผลประโยชน์ หากค้นพบเรื่องมิติดินดำเข้าจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องอันใดขึ้นบ้าง

แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว โจวทงคงจะยังไม่ได้แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป

ส่วนลึกในดวงตาของลู่ชิงเหอปรากฏจิตสังหารวูบผ่าน เขาตั้งใจจะหาโอกาสถอนรากถอนโคนภัยคุกคามนี้ทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง

ลู่ชิงเหอนั่งตัวตรงอยู่บนระดับธรรมดา ทำจิตใจให้สงบนิ่ง ปรับอารมณ์ของตนเองให้เข้าที่

เขาหยิบตำรับโอสถของโอสถรวบรวมวิญญาณออกมาศึกษา

สมกับที่เป็นตำรับโอสถมูลค่า 1200 ศิลาวิญญาณ ภายในนั้นมีคำอธิบายเกี่ยวกับโอสถรวบรวมวิญญาณอย่างละเอียดถี่ถ้วนตรงตามที่ผู้ดูแลหลินกล่าวไว้ทุกประการ

ในขณะเดียวกัน ลู่ชิงเหอก็ได้ตระหนักว่า โอสถวิญญาณนั้นมีการแบ่งแยกคุณภาพดีเลวอย่างแท้จริง แบ่งออกเป็นระดับโอสถที่หลอมล้มเหลว โอสถด้อยคุณภาพ ขั้นต่ำ ขั้นกลาง ขั้นสูง และระดับสมบูรณ์แบบ

โอสถที่หลอมล้มเหลว ไม่ต้องพูดถึง ย่อมเป็นโอสถวิญญาณที่หลอมพลาด ล้วนแต่เป็นยาพิษร้ายแรงทั้งสิ้น

โอสถด้อยคุณภาพ ยังคงมีฤทธิ์โอสถอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นสิ่งเจือปน หากกินเข้าไปมากเกินไปจะก่อให้เกิดพิษโอสถสะสม จนอาจตายเพราะพิษได้

โอสถระดับต่ำก็คือโอสถวิญญาณทั่วไป อย่างเช่นโอสถรวบรวมวิญญาณที่ลู่ชิงเหอกินไปก่อนหน้านี้ก็ล้วนเป็นโอสถระดับต่ำ ภายในนั้นจะแฝงสิ่งเจือปนอยู่ราวๆ ยี่สิบถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์

เหมือนอย่างที่ลู่ชิงเหอเป็นอยู่ในตอนนี้ การกินเข้าไปมากเกินไป ส่งผลให้ระดับพลังไม่มั่นคงมั่นคง ก่อเกิดเป็นพิษโอสถ จำเป็นต้องหาวิธีขจัดพิษโอสถออกไปให้หมดเสียก่อน จึงจะสามารถบำเพ็ญเพียรต่อไปได้

โอสถวิญญาณขั้นกลาง ฤทธิ์โอสถจะทรงพลังยิ่งกว่า สิ่งเจือปนโดยทั่วไปจะอยู่ที่ไม่เกินสิบเปอร์เซ็นต์

โอสถขั้นสูงยิ่งแข็งแกร่งกว่า สิ่งเจือปนต่ำกว่าห้าเปอร์เซ็นต์ นับเป็นของชั้นสูงสำหรับการบำเพ็ญเพียร

โอสถวิญญาณระดับสมบูรณ์แบบนั้นบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ที่ติ ปราศจากสิ่งเจือปนโดยสิ้นเชิง กินเข้าไปแล้วไร้ซึ่งผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งฤทธิ์โอสถยังเป็นหลายเท่าของโอสถระดับต่ำอีกด้วย

เพียงแต่โอสถวิญญาณระดับสมบูรณ์แบบนั้นคงอยู่เพียงในตำนานเท่านั้น โอสถวิญญาณระดับนี้อย่าว่าแต่การหลอมกลั่นเลย แม้กระทั่งตำรับโอสถก็สูญหายไปนานแล้ว

หากก่อนหน้านี้ลู่ชิงเหอกินแต่โอสถวิญญาณระดับสมบูรณ์แบบมาตลอด เขาคงไม่ต้องมาเผชิญกับสถานการณ์เช่นในตอนนี้อย่างแน่นอน

ส่วนตำรับโอสถที่อยู่ในมือของลู่ชิงเหอนั้น คือวิธีการหลอมกลั่นโอสถรวบรวมวิญญาณขั้นสูงชุดหนึ่ง

ลู่ชิงเหอรู้ดีว่าเขาได้เก็บของล้ำค่ามาได้แล้วจริงๆ ตำรับโอสถชุดนี้อย่าว่าแต่ 1200 ศิลาวิญญาณเลย ต่อให้ราคาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าก็ยังคุ้มค่า

ลู่ชิงเหอพิจารณาคำอธิบาย ตลอดจนกระบวนท่าและความสามารถต่างๆ ในตำรับโอสถชุดนี้อย่างจริงจัง ไม่ยอมปล่อยผ่านรายละเอียดใดๆ แม้แต่น้อย

เขาใช้เวลาอยู่หลายวันกว่าจะทำความเข้าใจจนทะลุปรุโปร่ง ต่อไปก็ถึงเวลาลงมือปฏิบัติจริงแล้ว

ลู่ชิงเหอเข้ามาในมิติดินดำ สมุนไพรที่ใช้เป็นส่วนผสมรองในการหลอมกลั่นโอสถรวบรวมวิญญาณที่นี่ได้เติบโตเต็มที่มาหลายรอบแล้ว กองพะเนินเป็นภูเขาเลากา

บางต้นถึงกับเหี่ยวเฉาไปบนดินดำ ลู่ชิงเหอตัดสินใจว่าหากวันหน้ามีหนทาง จะต้องหาแรงงานสักคนมาช่วยตรากตรำทำงานในมิติดินดำแห่งนี้ให้จงได้

ลู่ชิงเหอจัดการคัดแยกสมุนไพรสำหรับหลอมโอสถรวบรวมวิญญาณออกมาได้หนึ่งร้อยชุด แล้วนำพวกมันออกจากมิติดินดำ

จากนั้นก็หยิบเตาหลอมโอสถระดับสูงที่เขาสั่งซื้อมาจากตำหนักจวี้เป่าออกมา

นี่ไม่เพียงแต่เป็นเตาหลอมโอสถเท่านั้น ทว่ายังเป็นอาวุธวิญญาณขั้นสูงชิ้นหนึ่ง แม้จะไม่ใช่อาวุธวิญญาณสายโจมตี แต่หากนำมาใช้งาน ก็ย่อมเหนือล้ำกว่าอาวุธวิญญาณระดับกลางส่วนใหญ่ไปมาก

ลู่ชิงเหอเริ่มทำการหลอมรวมเตาหลอมโอสถขั้นสูง เขาใช้เวลาอยู่หลายวัน ไม่เพียงแต่จะประทับจิตสัมผัสและพลังปราณของตนเองลงบนเตาหลอมโอสถขั้นสูงได้สำเร็จเท่านั้น

ทว่ายังทำการหลอมรวมอาวุธวิญญาณป้องกันเกล็ดอัคคีขั้นสูงจนเสร็จสมบูรณ์อีกด้วย เกล็ดอัคคีชิ้นนี้สกัดมาจากการหลอมกลั่นเกล็ดของงูหลามอัคคีขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นสมบูรณ์ สามารถต้านทานการโจมตีของผู้บำเพ็ญเพียรระดับฝึกปราณขั้นปลายได้

หากระเบิดพลังออกมาทั้งหมด ก็จะสามารถต้านทานการโจมตีของผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานได้หนึ่งครั้ง นับเป็นสมบัติระดับสูงสุดสำหรับรักษาชีวิตเลยทีเดียว

เกล็ดอัคคีเป็นเกราะอ่อนสีแดงอ่อนชิ้นหนึ่ง ถูกลู่ชิงเหอสวมซ่อนไว้ภายใต้ชุดคลุมวิญญาณ ตราบใดที่ยังไม่ถูกเรียกใช้งาน ย่อมไม่มีผู้ใดสามารถมองออกได้อย่างแน่นอน

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ในที่สุดลู่ชิงเหอก็สามารถเริ่มทดลองหลอมโอสถได้แล้ว

เขาหยิบเตาหลอมโอสถขึ้นมา ใส่สมุนไพรสำหรับโอสถรวบรวมวิญญาณลงไปหนึ่งชุด โคจรพลังปราณ พลังปราณคุณสมบัติธาตุเพลิงได้กระตุ้นยันต์วิญญาณเพลิงวิญญาณบนเตาหลอมโอสถให้ทำงาน

จากนั้นลู่ชิงเหอก็เริ่มควบคุมเพลิงหลอมโอสถตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในตำรับโอสถรวบรวมวิญญาณในทันที

จบบทที่ บทที่ 33 การคุกคามของโจวทง, เกล็ดอัคคีขั้นสูง

คัดลอกลิงก์แล้ว