- หน้าแรก
- วันพีซ กัปตัน พวกเราถึง “ราฟเทล” แล้ว
- บทที่ 12 ลูฟี่ ดูจมูกยาวๆ นั่นสิ
บทที่ 12 ลูฟี่ ดูจมูกยาวๆ นั่นสิ
บทที่ 12 ลูฟี่ ดูจมูกยาวๆ นั่นสิ
บทที่ 12 ลูฟี่ ดูจมูกยาวๆ นั่นสิ
"หนึ่ง! สอง! จงสรรเสริญ!"
จังโก้ตะโกนอย่างมั่นใจ โดยคาดหวังว่าลูฟี่จะล้มพับลงไปทันที
แต่ทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มแห่งชัยชนะ ใบหน้าของเขาก็แข็งค้าง
ลูฟี่ยังคงยืนเด่นเป็นสง่า ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ แม้แต่น้อย ไม่มีความง่วงงุนเลยสักนิด
ถ้าเป็นลูฟี่คนเก่า เขาคงเสร็จท่านี้ไปแล้ว
แต่ลูฟี่คนนี้แตกต่างออกไป ฮาคิราชันย์ของเขาแข็งแกร่ง และเทคนิคการสะกดจิตกระจอกๆ แบบนี้ไม่มีผลกับเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
ลูฟี่เบะปาก "หือ? แค่นี้เหรอ? ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย!"
ความมั่นใจของจังโก้แตกเป็นเสี่ยงๆ การสะกดจิตของเขาเคยได้ผลมาตลอด...นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?!
ด้วยความตื่นตระหนก เขาจึงงัดลูกไม้ถัดไปออกมา
เขาขว้างกงจักรเข้าใส่ลูฟี่ แต่ลูฟี่เพียงแค่เอียงตัวเล็กน้อยก็หลบได้อย่างง่ายดาย
กงจักรเลี้ยววกกลับมา หมายจะเฉือนหัวลูฟี่จากด้านหลัง
แต่ลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้ใช้ไม่ได้ผล
โดยไม่ต้องหันไปมอง ลูฟี่เอื้อมมือกลับไปด้านหลัง คว้ากงจักรทั้งสองอันไว้ แล้วขยำมันจนแหลกคามือราวกับเป็นแค่เศษกระดาษ
"แกคิดจริงๆ เหรอว่าของแค่นี้จะจัดการชั้นได้?"
หน้าจังโก้ซีดเผือด
ก่อนที่เขาจะทันตั้งตัว ลูฟี่ก็มายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว...จากนั้น ผัวะ!
หมัดเดียวซัดจังโก้สลบเหมือดคาที่
คาร์ลที่เฝ้าดูอยู่บนเรือถอนหายใจ
โจรสลัดในอีสต์บลูนี่อ่อนแอเกินไปจริงๆ ไม่มีใครทำให้ลูฟี่ได้วอร์มอัพเลยสักคน
เว้นแต่ว่า...
จู่ๆ คาร์ลก็แสยะยิ้มเมื่อมีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว
"ถ้าให้ลูฟี่สู้โดยใส่ปลอกข้อมือหินไคโรไปด้วยล่ะ?"
ยิ่งคิดก็ยิ่งเข้าท่า อีสต์บลูมีแต่พวกไก่อ่อน...ต่อให้ถูกจำกัดพลังผลปีศาจ ลูฟี่ก็น่าจะยังจัดการได้สบาย
และถ้าเกิดอะไรผิดพลาด คาร์ลก็พร้อมยื่นมือเข้าไปช่วยได้ตลอดเวลา ยังไงซะคนที่ใส่ปลอกข้อมือก็ไม่ใช่เขานี่นา
รอยยิ้มชั่วร้ายค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้าของคาร์ล
ลูฟี่ที่เพิ่งซัดจังโก้สลบ จู่ๆ ก็รู้สึกหนาวสันหลังวาบ...แต่ก็รีบสะบัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป ไม่ได้คิดอะไรมาก
ในขณะเดียวกัน การต่อสู้ของโซโลก็เริ่มเปลี่ยนไป
ตอนแรกเขาเสียเปรียบพี่น้องแมวเหมียว แต่พอยื้อไปสักพัก เขาก็เริ่มจับทางได้
โซโลเป็นพวกที่เติบโตได้ดีภายใต้แรงกดดัน...พอเขาจับจังหวะได้ พี่น้องแมวเหมียวก็กดเขาไม่ลงอีกต่อไป
ลูฟี่ยิ้มกว้าง "โซโล ให้ช่วยมั้ย?"
โซโลแค่นเสียง "ไม่ล่ะ ปลาซิวปลาสร้อยแค่นี้ไม่ต้องถึงมือกัปตันหรอก"
แม้แต่ในสนามรบ ศักดิ์ศรีของโซโลก็ยังคงไม่สั่นคลอน
ลูฟี่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหันไปตะโกนเรียกนามิให้เอาเรือเข้ามาเทียบ
นามิรู้สึกประหลาดใจนิดหน่อยที่เห็นกลุ่มโจรสลัดคุโรเนโกะที่มีค่าหัวรวมกันกว่า 10 ล้านเบรี ถูกกวาดล้างอย่างง่ายดายด้วยคนแค่สองคน แต่พอนึกถึงความแข็งแกร่งของลูฟี่ มันก็ไม่ได้น่าตกใจขนาดนั้น
แต่ถึงอย่างนั้น ลึกๆ ในใจกลับมีเสียงกรีดร้อง...เร่งเร้าให้เธอพาลูฟี่และคนอื่นๆ ไปที่บ้านเกิดของเธอ
ทางด้านคาร์ลกระโดดข้ามมายังเรือของกลุ่มโจรสลัดคุโรเนโกะ
เขากวาดตามองรอบๆ แล้วพยักหน้าอย่างพอใจ ไม่เลวเลย ดีกว่าเรือสนิมเขรอะของอัลบิด้าที่ใกล้จะจมแหล่มิพังแหล่นั่นเยอะ
ลูฟี่ยิ้มร่า "ฮิฮิ! อาจารย์คาร์ล ชั้นยึดเรือลำนี้แล้ว! ขนของจากลำเก่ามากันเถอะ!"
คาร์ลรู้สึกประทับใจนิดหน่อย เขาไม่คิดว่าลูฟี่จะฉลาดพอที่จะคิดเรื่องนี้ได้
กัปตันคนนี้เริ่มเข้าท่าขึ้นเรื่อยๆ แล้วแฮะ
ขณะที่คาร์ลมองไปรอบๆ สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับจังโก้ที่นอนสลบอยู่บนดาดฟ้าเรือ
หมอนี่มีค่าหัว... จับมัดไว้ดีกว่า
คาร์ลหาเชือกมามัดจังโก้ไว้ ถึงฝีมือจะกระจอก แต่จังโก้ก็สร้างความประทับใจให้เขาได้พอสมควร
ยังไงซะ จังโก้ก็คือ 'ไมเคิล แจ็คสัน' แห่งโลกวันพีซ...ทั้งท่ามูนวอล์ก ทั้งการเต้น
แถมหลังจากแพ้ไปแล้ว หมอนี่ยังโผล่มาอีก โดนฮินะจับ แล้วสุดท้ายก็ได้เป็นทหารเรือฝึกหัด เรียกว่าเป็นตัวตลกสร้างสีสันได้ตลอด
ในวันพีซ ตัวร้ายส่วนใหญ่มักจะหายไปเลยหลังจากแพ้ การที่จังโก้ยังวนเวียนอยู่และเป็นที่จดจำได้ถือว่าหาได้ยาก
คาร์ลยิ้มมุมปาก "กัปตัน หมอนี่เต้นเก่งนะ เอาไว้บนเรือก่อนมั้ยจนกว่าเราจะซื้อเรือใหม่? ให้มันเต้นโชว์ตอนงานเลี้ยงก็ได้ แถมค่าหัวตั้ง 9 ล้านเบรี...ค่อยเอาไปขึ้นเงินระหว่างทาง"
พอพูดถึงเรื่องเงิน นามิก็ตอบสนองเป็นคนแรกทันที
"อาจารย์คาร์ลพูดถูกเป๊ะ! เราจะพาจังโก้ไปด้วย! แล้วก็สองพี่น้องแมวเหมียวนั่นด้วย...รวมกันตั้ง 16 ล้านเบรีเชียวนะ!"
ลูฟี่ยักไหล่ "อ้อ งั้นก็จับมาให้หมดเลย!"
พอได้ยินแบบนี้กลางวงต่อสู้ พี่น้องแมวเหมียวก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า
แต่ความเผลอเพียงชั่ววูบก็ทำให้พวกมันพลาดท่า...โซโลเห็นช่องโหว่นั้น
"โอนิงิริ! (ตัดยักษ์!)"
ด้วยการฟันที่แม่นยำเพียงสองครั้ง เขาส่งพี่น้องแมวเหมียวลงไปกองกับพื้น สลบเหมือด ปิดฉากการต่อสู้
โซโลเก็บดาบเข้าฝัก "วอกแวกระหว่างการต่อสู้มีแต่ตายกับตาย"
แต่ยังไม่ทันจะได้ดื่มด่ำกับชัยชนะ...
ผัวะ!
นามิเขกหัวเขาเต็มแรง
เธอแยกเขี้ยวยิงฟันตะโกนใส่ "เลิกเก๊กแล้วรีบขนของได้แล้วย่ะ! ลูฟี่เขาสู้เสร็จตั้งนานแล้ว! นายมันชักช้าที่สุดในกลุ่มเลย!"
โซโลมือกุมหัว เส้นเลือดปูดโปน กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ
กลุ่มหมวกฟางรีบขนย้ายข้าวของไปยังเรือลำใหม่ มัดจังโก้และพี่น้องแมวเหมียวไว้อย่างแน่นหนา ส่วนพวกโจรสลัดที่เหลือก็ถูกทิ้งไว้กับเรือพังๆ ให้ลอยเท้งเต้งตามยถากรรม
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย พวกเขาก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านไซรัป
ณ หมู่บ้านไซรัป
ในขณะนั้น อุซปกำลังยืนอยู่บนชายฝั่ง โม้เรื่องการผจญภัยให้สมุนตัวน้อยทั้งสามฟัง...แครอท, หัวหอม, และพริกไทย
เขากำลังเล่าเรื่องโกหกสุดอลังการอย่างเมามัน จู่ๆ ก็สังเกตเห็นเรือโจรสลัดกำลังแล่นเข้ามา
ความตื่นตระหนกเข้าครอบงำทันที
แต่พอเพ่งมองดีๆ เขาก็เห็นว่ามีคนอยู่บนดาดฟ้าแค่สี่คน ความมั่นใจจึงกลับคืนมา เขารีบนำกองโจรสลัดอุซปไปซุ่มโจมตีที่ชายหาด
ทันทีที่ลูฟี่และคนอื่นๆ ก้าวเท้าขึ้นฝั่ง...
ปุ! ปุ! ปุ!
กระสุนหนังสติ๊กเม็ดเล็กๆ ตกลงที่แทบเท้าของพวกเขา
พร้อมกันนั้น ธงกะโหลกไขว้เรียงรายก็ถูกชูขึ้นสูงเหนือพุ่มไม้
จากนั้น เด็กหนุ่มผิวเข้ม ผมหยิก จมูกยาวเฟื้อย สวมผ้าคาดหัวลายตาราง ก็ก้าวออกมาด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง
เขาหัวเราะอย่างเล่นใหญ่แล้วประกาศก้อง:
"วะฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าคืออุซป จอมสลัดผู้ยิ่งใหญ่แห่งหมู่บ้านไซรัป! ผู้คนต่างสรรเสริญและเรียกข้าว่า 'กัปตันอุซป กัปตันของเรา'! หากพวกแกคิดจะโจมตีหมู่บ้านนี้ ข้าขอแนะนำให้ล้มเลิกซะ! ลูกน้อง 80 ล้านคนของข้าไม่มีทางปล่อยพวกแกไปแน่!"
คำพูดอันโอหังของเขาอาจฟังดูน่าเกรงขาม...โดยเฉพาะกับคนซื่อบื้ออย่างลูฟี่
แต่จู่ๆ คาร์ลก็หัวเราะเบาๆ
"ลูฟี่ ดูจมูกยาวๆ นั่นสิ... นายคิดว่าของจริงหรือเปล่า?"
ลูฟี่กระพริบตาปริบๆ อย่างงุนงง "จมูกคนเรามีของปลอมด้วยเหรอ?"
คาร์ลยิ้มกริ่ม "ก็ไม่แน่ รูจมูกที่ใช้หายใจมันอยู่ที่โคนจมูก แล้วปลายจมูกยาวๆ นั่นจะมีไว้ทำไม มันดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเลยใช่ไหมล่ะ?"
ลูฟี่ตาโต "เอ้อ! จริงด้วยอาจารย์คาร์ล! พูดมีเหตุผลแฮะ!"
แม้แต่โซโลกับนามิเองก็เผลอจ้องไปที่จมูกของอุซป แล้วเริ่มสงสัยขึ้นมาจริงๆ ว่ามันของจริงหรือเปล่า
และแล้ว...การเปิดตัวสุดอลังการของอุซปก็พังไม่เป็นท่า
เหงื่อเม็ดโตไหลย้อยลงมาจากหน้าผาก เจ้าพวกนี้ไม่ได้สนใจคำขู่ของข้าเลยเรอะ?!
แต่เขาก็ยังพยายามกู้หน้า
"ฮึ่ม! ข้าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย! ถ้าพวกแกไม่รีบไสหัวไป ข้าจะไม่ปรานีแน่!"
เพื่อเพิ่มความขลังให้คำพูด เขาพยักพเยิดไปทางพุ่มหญ้า ธงกะโหลกก็เริ่มขยับไปมา ทำให้ดูเหมือนมีกองทัพซ่อนอยู่จริงๆ
น่าเสียดายที่ลูกไม้นี้มันดูออกง่ายเกินไป
"ก็มีกันอยู่แค่สามคนไม่ใช่เหรอ" นามิพูดอย่างเบื่อหน่าย
"อ๊าก! ความแตกแล้ว!!!"
แครอท หัวหอม และพริกไทย ทิ้งธงแล้ววิ่งหนีป่าราบทันที ทำเอาการแสดงของอุซปพังพินาศย่อยยับ
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═