เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 พังพินาศ... แล้วฉันก็เมาแล้วด้วย!

บทที่ 47 พังพินาศ... แล้วฉันก็เมาแล้วด้วย!

บทที่ 47 พังพินาศ... แล้วฉันก็เมาแล้วด้วย!


บทที่ 47 พังพินาศ... แล้วฉันก็เมาแล้วด้วย!

หลังจากคุณลุงเดินทางกลับไปแล้ว พ่อโจวกับแม่โจวก็เก็บข้าวของเตรียมตัวกลับไปอยู่ที่บ้านพักพนักงานของโรงพยาบาลเช่นกัน

โจวจือพยายามหว่านล้อมสารพัด รั้งตัวพวกท่านไว้อย่างไรก็ไม่เป็นผล สำหรับคนเฒ่าคนแก่แล้ว ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านของตัวเอง ต่อให้ที่ใหม่จะหรูหราแค่ไหน สู้รังหนูที่คุ้นเคยมาครึ่งค่อนชีวิตไม่ได้หรอก

ในสายตาของคนหนุ่มสาวอย่างโจวจือ การที่บ้านพักคับแคบ ไม่มีแม้แต่ลิฟต์ เป็นเรื่องที่แสนจะไม่สะดวกสบาย พวกเขาอาจจะมองว่าคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ช่างดื้อรั้น ไม่ยอมรับสิ่งใหม่ๆ ยอมกลับไปทนลำบากแทนที่จะอยู่เสวยสุขในคฤหาสน์

แต่ในความเป็นจริง พ่อแม่หลายคนคุ้นชินกับวิถีชีวิตแบบเดิมไปเสียแล้ว การจะให้พวกเขาเปลี่ยนความเคยชินอย่างกะทันหันต่างหากที่เป็นเรื่องยากที่สุด เมื่อเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ โจวจือก็ทำได้เพียงถอนหายใจและยอมรับการตัดสินใจของพวกท่าน

ไว้ค่อยหาโอกาสตะล่อมพาพวกท่านมาอยู่ด้วยใหม่ทีหลัง หรือไม่ก็หาทางปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ตอนนี้ให้สบายขึ้นก็แล้วกัน

ส่วนโจวเซี่ยยังคงยึดพื้นที่อาศัยอยู่ในวิลล่า แต่รายนั้นก็ชีพจรลงเท้า ไม่ค่อยจะยอมอยู่ติดบ้านในช่วงกลางวันสักเท่าไหร่

ด้วยเหตุนี้ ภายในวิลล่าหลังใหญ่โตโอ่อ่าจึงเหลือเพียงโจวจือ หยางซือซือ และหนูน้อยถวนถวน ทั้งสามคนที่เดิมทีก็เริ่มจะคุ้นเคยกันแล้ว พอต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันตามลำพัง บรรยากาศก็กลับกลายเป็นกระอักกระอ่วนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

โจวจือทนความอึดอัดไม่ไหว เลยตัดสินใจรับบทไกด์จำเป็น พาหยางซือซือและลูกสาวตะลอนเที่ยวเล่นไปทั่วเมืองเสียเลย

พอตกเย็น โจวเซี่ยก็ส่งข้อความมาบอกว่าวันนี้เธอจะกลับไปนอนที่บ้านของพ่อกับแม่ ส่วนเจ้าตัวเล็กอย่างถวนถวนที่เล่นซนมาทั้งวัน ก็หมดฤทธิ์หลับปุ๋ยซบลงบนไหล่กว้างของโจวจือไปเรียบร้อยแล้ว

"ส่งแกมาให้ฉันเถอะค่ะ"

หยางซือซือเอ่ยเสียงเบาพลางยื่นมือออกมารับ โจวจือค่อยๆ ขยับตัวส่งร่างนุ่มนิ่มของเด็กน้อยให้เธออย่างเบามือที่สุด ทั้งสองคนต่างระมัดระวังกลัวว่าเด็กน้อยจะตื่น

แต่ในจังหวะที่โจวจือชักมือกลับ ปลายนิ้วของเขาดันพลาดไปเฉียดเข้ากับเนินอกของหยางซือซือโดยไม่ได้ตั้งใจ สัมผัสถึงความนุ่มหยุ่นที่กระเพื่อมไหวเบาๆ

โจวจือไม่ได้คิดอกุศลอะไร และหยางซือซือเองก็พยายามทำตัวให้เป็นปกติ ทว่าตอนที่เธอหันหลังเดินจากไป พวงแก้มขาวเนียนกลับซับสีเลือดแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่

หยางซือซืออุ้มถวนถวนขึ้นไปนอนบนห้องนอนชั้นบนสุด ห่มผ้าให้อย่างมิดชิด ก่อนจะเดินกลับลงมาที่ห้องนั่งเล่น

"ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยดูแลถวนถวนตลอดสองวันที่ผ่านมา" เธอกล่าวขอบคุณจากใจจริง

"เลี้ยงเด็กนี่เป็นงานที่เหนื่อยเอาเรื่องเลยนะครับ" โจวจือตอบยิ้มๆ

"ถวนถวนถือว่าเป็นเด็กว่ายนอนสอนง่ายแล้วนะคะ เลยค่อนข้างเลี้ยงง่ายหน่อย"

"ก็จริงครับ"

ทั้งสองคนนั่งคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยเปื่อย

ทันใดนั้น เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้น หยางซือซือหยิบมือถือออกมาดู ปรากฏว่าเป็นเบอร์แปลก พอเธอกดรับสาย ปลายสายก็เอ่ยถามขึ้นมาทันที

"ขอสายคุณหยางซือซือครับ"

"ใช่ค่ะ ฉันพูดสายอยู่"

ระหว่างที่รับฟังเรื่องราวจากปลายสาย สีหน้าของหยางซือซือก็เริ่มเปลี่ยนไปมา คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นสลับกับคลายออก และในที่สุดเธอก็ระบายลมหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก

หลังจากวางสาย เธอก็หันมาจ้องหน้าโจวจือ แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย

"อดีตสามีของฉันถูกตำรวจจับแล้วค่ะ เขาโดนตั้งข้อหาพยายามลักพาตัวแล้วก็เล่นการพนัน ศาลตัดสินจำคุกเจ็ดปีค่ะ"

"นี่มันข่าวดีเลยนะครับ" โจวจือยิ้มรับ "ต่อไปนี้คุณก็ไม่ต้องคอยระแวงว่าเขาจะมาตามรังควานอีกแล้ว รอจนกว่าเขาจะพ้นโทษออกมาในอีกเจ็ดปีข้างหน้า ถึงตอนนั้นเขาก็คงตามหาคุณไม่เจอแล้วล่ะครับ"

"อืม" หยางซือซือพยักหน้ารับ

"เฮ้อ" หญิงสาวถอนหายใจยาว ท่าทางของเธอดูปราศจากความกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับภูเขาหินลูกใหญ่ที่กดทับอยู่ในใจมาเนิ่นนานได้ถูกยกออกไปจนหมดสิ้น

อดีตสามีของเธอเพิ่งจะกลับมาตามราวีได้แค่หกเดือน แต่ตลอดหกเดือนที่ผ่านมานี้ เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดผวาทุกวินาที ไม่มีใครชอบหรอกที่ต้องมาคอยระแวดระวังว่าจะมีใครมาทำร้ายตัวเองกับลูกเมื่อไหร่ ตอนนี้ในที่สุดเธอก็สามารถผ่อนคลายได้เสียที

"เรื่องแบบนี้สมควรต้องฉลองนะครับ" โจวจือเสนอ

หยางซือซือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "คุณโจวคะ จะเป็นอะไรไหม ถ้าฉันอยากจะขอให้คุณดื่มเป็นเพื่อนฉันสักหน่อย" แววตาของเธอทอประกายคาดหวัง

โจวจือเข้าใจดีว่าหยางซือซือต้องแบกรับความกดดันมาหนักหนาแค่ไหน ยิ่งตอนที่ต้องยืนดูถวนถวนเกือบจะถูกลักพาตัวไปต่อหน้าต่อตา ถ้าวันนั้นเด็กถูกอุ้มไปได้จริงๆ ผลที่ตามมาคงเลวร้ายจนไม่อยากจะคิด

"ไวน์แดงหรือเหล้าขาวดีล่ะครับ" โจวจือถามยิ้มๆ

หยางซือซือหัวเราะเบาๆ "ขอเหล้าขาวดีกว่าค่ะ เอาแบบที่ดื่มแล้วบาดคอสะใจไปเลย"

ความจริงเธอกระดากอายเกินกว่าจะพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไปตรงๆ ว่า 'คืนนี้ฉันอยากจะเมาให้หัวทิ่มไปเลย'

"ไม่เอาๆ ดื่มไวน์แดงก็พอครับ พอดีที่บ้านมีอยู่ แล้วเดี๋ยวผมสั่งหม่าล่าปิ้งย่างมากินแกล้มก็แล้วกัน"

ในบ้านมีไวน์แดงเหลืออยู่แค่สามขวด ซึ่งเป็นของที่หยางซือซือทิ้งเอาไว้ก่อนย้ายออก ปกติเธอไม่ใช่คนดื่มเหล้า แต่ไวน์สามขวดนี้เธอซื้อมาตุนไว้หลังจากที่อดีตสามีเริ่มโผล่มาก่อกวน เพราะความเครียดที่สะสม บางครั้งเธอก็ต้องรินดื่มสักแก้วเล็กๆ ในตอนกลางคืนเพื่อช่วยให้ประสาทที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงบ้าง

โจวจือกดแอปสั่งหม่าล่าปิ้งย่างกับไก่ผัดเผ็ดมาเป็นกับแกล้ม แต่หยางซือซือก็ยังดึงดันขอให้โจวจือสั่งเหล้าขาวมาเพิ่มอีกขวดจนได้

เมื่ออาหารมาส่ง โจวจือก็จัดการเปิดขวดไวน์แดง

"ที่บ้านมีแก้วไวน์อยู่แค่ใบเดียวนะครับ คุณใช้แก้วไปเถอะ เดี๋ยวผมดื่มใส่ชามเอา"

แต่หยางซือซือกลับเอื้อมมือไปเปิดไวน์อีกขวดด้วยตัวเอง "ไม่ต้องหรอกค่ะ ยกกระดกจากขวดนี่แหละได้อารมณ์กว่า"

"ขอบคุณนะคะ" หยางซือซือพึมพำคำนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะแหงนหน้ากระดกไวน์รวดเดียวอึกใหญ่

โจวจือถึงกับเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คิดเลยว่าหยางซือซือที่ปกติมักจะดูบอบบาง อ่อนหวาน และเรียบร้อย จะมีมุมดิบเถื่อนเวลาดื่มเหล้าแบบนี้ด้วย

เขาเองไม่ใช่คนชอบดื่มไวน์แดงนัก รสชาติฝาดเฝื่อนของมันไม่ค่อยถูกปากเขาเท่าไหร่ ที่ยอมเปิดขวดนี่ก็เพราะเห็นว่าหยางซือซือกำลังอารมณ์ดี เลยยอมเสี่ยงตับแข็งดื่มเป็นเพื่อนเธอ แต่พอเห็นสไตล์การยกกระดกราวกับดื่มน้ำเปล่าของอีกฝ่าย เขาก็อดสะดุ้งไม่ได้

"ถ้าคุณขืนซัดโฮกแบบนี้ ผมไม่ดื่มเป็นเพื่อนแล้วนะ" โจวจือแกล้งแหย่

"ไม่เป็นไรน่า ขอแค่คุณมีความสุขก็พอแล้ว" หยางซือซือตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

คืนนี้เธออยากจะปลดปล่อยตัวเองสักครั้ง อยากจะสลัดความกดดันและความทุกข์ระทมที่สะสมมาตลอดหลายปีทิ้งไปให้หมด และเธอก็แอบคิดเข้าข้างตัวเองว่า ชายหนุ่มตรงหน้าคนนี้ อีกไม่นานเธอก็ต้องย้ายออกไปอยู่ดี ต่อให้คืนนี้เธอจะทำตัวน่าอายแค่ไหน มันก็แค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ

"ลองเปิดเหล้าขาวขวดนั้นดูสิคะ" หยางซือซือชี้

โจวจือจัดการเปิดขวดแล้วรินใส่จอกเล็กๆ ส่งให้เธอ หยางซือซือยกขึ้นมาดมกลิ่นฉุนกึก ก่อนจะจิบเข้าไปอึกหนึ่ง ความร้อนแรงบาดคอแล่นปราดจากลำคอลงไปถึงกระเพาะทันที

"แค่กๆๆ! รสชาติแย่ชะมัดเลย!" เธอสำลักจนไอโขลกใหญ่ ใบหน้าหวานแดงก่ำขึ้นมาทันตาเห็น

ปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาปรกใบหน้า บดบังดวงตาที่แดงก่ำ ยิ่งทำให้สภาพของเธอดูเปราะบางและแตกสลายมากกว่าเดิม ดวงตาที่แดงนั้นไม่ได้เกิดจากการร้องไห้ แต่เป็นฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เริ่มเล่นงาน

"เจ้ครับ ถึงจะดีใจแค่ไหน แต่ขืนดื่มแบบนี้มันจะน็อกเอานะครับ เราแค่จิบเอาบรรยากาศก็พอมั้ง" โจวจือเริ่มลุกลี้ลุกลนเมื่อเห็นหยางซือซือสาดเหล้าเข้าคออย่างเอาเป็นเอาตาย

"คุณก็ต้องดื่มด้วยสิ" หยางซือซือคะยั้นคะยอ

"ผม... เอ้อ ก็ได้ครับ" โจวจือหยิบขวดไวน์ขึ้นมากระดกไปอีกอึก

"รู้ไหม คุณเป็นคนแรกเลยนะที่ได้มานั่งดื่มเป็นเพื่อนฉัน" หยางซือซือเริ่มตาเยิ้ม พูดจาเสียงยานคางเพราะความเมา "เมื่อก่อนฉันเกลียดการดื่มเหล้ามาก เกลียดพวกขี้เมาด้วย แต่พอต้องใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวมานานๆ ฉันถึงได้รู้ว่า เหล้านี่มันก็มีข้อดีของมันเหมือนกันนะ"

อย่างน้อยมันก็ช่วยให้คนเราหนีจากความจริงอันโหดร้ายไปได้ชั่วคราว

"พอเถอะครับ อย่าดื่มอีกเลย"

"ก็วันนี้ฉันมีความสุขนี่นา ฉันจะดื่ม!"

"คุณเมาแล้วนะครับ"

"ฉันไม่ได้เมา! ดื่มเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ อย่ามาทำตัวขี้เหนียวนะ ถ้าคุณไม่ยอมดื่ม ฉันจะยึดวิลล่าหลังนี้ แล้วก็จะไม่ยอมย้ายออกไปไหนตลอดชีวิตเลยคอยดู!"

"..." โจวจือถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเจอไม้ตายคนเมา

ไวน์แดงพร่องไปจนเกือบหมดขวด ส่วนเหล้าขาวรสชาติบาดคอก็ถูกจัดการไปจนเกือบเกลี้ยง เหลือติดก้นขวดอยู่นิดหน่อย การดื่มเหล้าข้ามสายพันธุ์ผสมกันแบบนี้มีแต่จะยิ่งทำให้เมาหัวทิ่มเร็วขึ้น

หยางซือซือเบิกตากว้างจ้องมองโจวจือ แล้วก็หลุดหัวเราะคิกคักออกมาอย่างคนเมาไม่ได้สติ

"โจวจือ คุณรู้ไหมว่าตอนที่ฉันเจอคุณครั้งแรก ฉันรู้สึกยังไง"

"ฮี่ฮี่ฮี่ ฉันคิดว่าคุณน่ะเป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยมมากเลยนะ" หยางซือซือขบเม้มริมฝีปากล่าง ยิ้มกริ่มอย่างโง่งม

จากนั้นเธอก็ยกมือขึ้นมานับนิ้วทีละนิ้ว "หน้าตาดี มีเสน่ห์ จิตใจดี ฉลาด นิสัยก็ดี... แถมยังหนุ่มแน่น... คนบ้าอะไรจะเพอร์เฟกต์ได้ขนาดนี้!"

ประเด็นสำคัญคือ ผู้ชายที่เพียบพร้อมขนาดนี้ เธอดันได้มาเจอตัวเป็นๆ เข้าเสียแล้ว

มีคนเคยบอกไว้ว่า ตอนยังวัยรุ่น อย่าเพิ่งไปเจอคนที่ดีเกินไป เพราะมันจะทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตหลังจากนั้นหมดความหมายไปเลย

แต่สำหรับเธอ เธอรู้สึกว่าพออายุมากขึ้น ก็ยิ่งไม่ควรไปเจอคนที่ดีเลิศจนเกินไป เพราะมันจะยิ่งตอกย้ำให้รู้สึกว่า ชีวิตครึ่งแรกที่ผ่านมานั้น เธอใช้มันไปอย่างสูญเปล่าและล้มเหลวไม่เป็นท่าขนาดไหน

"ถ้าฉันอายุย้อนกลับไปสักสิบปีล่ะก็ ฉันจะเดินหน้าตามจีบคุณแบบไม่ลังเลเลยคอยดู"

"ถ้าฉันไม่บอกคุณก็คงไม่รู้สินะ ความจริงแล้วฉันแอบมีใจให้คุณอยู่นิดๆ ด้วยแหละ ฮี่ฮี่ฮี่"

"แต่ฉันก็รู้ตัวดีว่าฉันมันไม่คู่ควรกับคุณเลยสักนิด ฉันเคยแต่งงานมาแล้ว มีลูกติด แถมยังแก่กว่าคุณตั้งห้าปี ทำอาหารก็ไม่เป็น งานบ้านก็ไม่เอาไหน มนุษยสัมพันธ์ก็แย่ แถมเวลาอยู่บนเตียงยังครางไม่เป็นอีกต่างหาก..."

"เวลาที่เราต้องการใครสักคนมาอยู่เคียงข้าง คนๆ นั้นกลับกลายเป็นคนที่ทำร้ายเราเจ็บปวดที่สุด..."

"พอหัวใจเริ่มกลับมาเต้นแรง อยากจะมีความรักอีกครั้ง ก็ดันต้องมาคอยกลัวว่าคนอื่นจะมองหยาม กลัวจะโดนชี้นิ้วด่า โดนนินทาว่าร้าย..."

"ทำไมชีวิตมันถึงได้มืดแปดด้านแบบนี้ก็ไม่รู้!"

คนบางคนเวลาเมาจะเงียบสงบ แต่คนบางคนพอเหล้าเข้าปากกลับกลายเป็นคนพูดมากและพร่ำเพ้อไม่หยุด

หยางซือซือที่ปกติมักจะพูดน้อยและอ่อนหวาน ความจริงแล้วภายในใจของเธอแบกรับความคับแค้นใจเอาไว้มากมายเหลือเกิน และเมื่อฤทธิ์แอลกอฮอล์เข้าไปปลดล็อกความยับยั้งชั่งใจ เธอก็ระบายความลับทุกอย่างออกมาจนหมดเปลือก

คำพูดและพฤติกรรมแปลกๆ ของคนเมาอาจจะดูไร้สาระในสายตาคนทั่วไป แต่มันอาจจะทำลายชีวิตของคนคนนั้นได้เลยเมื่อสร่างเมา โจวจือรู้ดีว่าการที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องเลี้ยงดูลูกตามลำพังมันยากลำบากแสนสาหัสแค่ไหน

ด้วยสถานการณ์แบบนี้ โจวจือจึงไม่ใจจืดใจดำพอที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอัดคลิปประจานพฤติกรรมเรื้อนๆ ของเธอ เพื่อเอาไว้ล้อเลียนในวันพรุ่งนี้ การทำแบบนั้นมันโหดร้ายเกินไปหน่อย เขาเลือกที่จะพูดปลอบโยนเธอแทน

"เจ้ครับ ความจริงแล้วเจ้ทั้งสวยแล้วก็จิตใจดีมากเลยนะครับ อย่าคิดมากดูถูกตัวเองแบบนั้นสิครับ"

หยางซือซือเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตที่ฉ่ำปรือไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์จ้องมองเขา ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อช่างเย้ายวนและอยู่ใกล้จนแทบจะชนกัน

"อย่าเรียกฉันว่า 'เจ้' ได้ไหม เรียกฉันว่า 'พี่' สิ คำว่าพี่มันฟังดูวัยรุ่นกว่าตั้งเยอะ"

คนเมามักจะเป็นใหญ่เสมอ โจวจือเลยต้องยอมตามใจ "โอเคครับพี่ พี่ไม่ควรดื่มต่อแล้วนะ ไปพักผ่อนเถอะครับ"

"ฉันไม่อยากนอน ฉันอยากให้คุณอยู่เป็นเพื่อนฉันแบบนี้ ถ้าฉันกลับไปนอนหลับ พอตื่นขึ้นมา ฉันก็ต้องกลับไปอยู่ตัวคนเดียวอีก"

ประโยคนี้ทำเอาโจวจือถึงกับปวดแปลบในใจ จะว่าไปแล้ว หยางซือซือเองก็เคยเป็นเพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง การขาดความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่ในวัยเด็ก คงหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นคนที่โหยหาความรักและขาดความรู้สึกปลอดภัยอย่างรุนแรง

"อดีตสามีของฉันเคยบอกว่า ผู้ชายน่ะชอบผู้หญิงที่ร้อนแรงและรู้ใจ ไม่มีใครมาทนชอบผู้หญิงที่จืดชืดนอนแข็งทื่อเป็นปลาตายแบบฉันหรอก"

"เสี่ยวจือ คุณบอกฉันหน่อยสิ ผู้ชายชอบผู้หญิงร่านๆ จริงเหรอ ความจริงฉันก็พอจะอ่อยเป็นอยู่บ้างนะ ถึงจะไม่แพรวพราวมากแต่ก็พอถูไถไปได้แหละมั้ง"


จบบทที่ บทที่ 47 พังพินาศ... แล้วฉันก็เมาแล้วด้วย!

คัดลอกลิงก์แล้ว