- หน้าแรก
- ว่างงานอย่างหมา กลับบ้านอย่างพญา เพราะระบบกาวจัด
- บทที่ 47 พังพินาศ... แล้วฉันก็เมาแล้วด้วย!
บทที่ 47 พังพินาศ... แล้วฉันก็เมาแล้วด้วย!
บทที่ 47 พังพินาศ... แล้วฉันก็เมาแล้วด้วย!
บทที่ 47 พังพินาศ... แล้วฉันก็เมาแล้วด้วย!
หลังจากคุณลุงเดินทางกลับไปแล้ว พ่อโจวกับแม่โจวก็เก็บข้าวของเตรียมตัวกลับไปอยู่ที่บ้านพักพนักงานของโรงพยาบาลเช่นกัน
โจวจือพยายามหว่านล้อมสารพัด รั้งตัวพวกท่านไว้อย่างไรก็ไม่เป็นผล สำหรับคนเฒ่าคนแก่แล้ว ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านของตัวเอง ต่อให้ที่ใหม่จะหรูหราแค่ไหน สู้รังหนูที่คุ้นเคยมาครึ่งค่อนชีวิตไม่ได้หรอก
ในสายตาของคนหนุ่มสาวอย่างโจวจือ การที่บ้านพักคับแคบ ไม่มีแม้แต่ลิฟต์ เป็นเรื่องที่แสนจะไม่สะดวกสบาย พวกเขาอาจจะมองว่าคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ช่างดื้อรั้น ไม่ยอมรับสิ่งใหม่ๆ ยอมกลับไปทนลำบากแทนที่จะอยู่เสวยสุขในคฤหาสน์
แต่ในความเป็นจริง พ่อแม่หลายคนคุ้นชินกับวิถีชีวิตแบบเดิมไปเสียแล้ว การจะให้พวกเขาเปลี่ยนความเคยชินอย่างกะทันหันต่างหากที่เป็นเรื่องยากที่สุด เมื่อเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ โจวจือก็ทำได้เพียงถอนหายใจและยอมรับการตัดสินใจของพวกท่าน
ไว้ค่อยหาโอกาสตะล่อมพาพวกท่านมาอยู่ด้วยใหม่ทีหลัง หรือไม่ก็หาทางปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ตอนนี้ให้สบายขึ้นก็แล้วกัน
ส่วนโจวเซี่ยยังคงยึดพื้นที่อาศัยอยู่ในวิลล่า แต่รายนั้นก็ชีพจรลงเท้า ไม่ค่อยจะยอมอยู่ติดบ้านในช่วงกลางวันสักเท่าไหร่
ด้วยเหตุนี้ ภายในวิลล่าหลังใหญ่โตโอ่อ่าจึงเหลือเพียงโจวจือ หยางซือซือ และหนูน้อยถวนถวน ทั้งสามคนที่เดิมทีก็เริ่มจะคุ้นเคยกันแล้ว พอต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันตามลำพัง บรรยากาศก็กลับกลายเป็นกระอักกระอ่วนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
โจวจือทนความอึดอัดไม่ไหว เลยตัดสินใจรับบทไกด์จำเป็น พาหยางซือซือและลูกสาวตะลอนเที่ยวเล่นไปทั่วเมืองเสียเลย
พอตกเย็น โจวเซี่ยก็ส่งข้อความมาบอกว่าวันนี้เธอจะกลับไปนอนที่บ้านของพ่อกับแม่ ส่วนเจ้าตัวเล็กอย่างถวนถวนที่เล่นซนมาทั้งวัน ก็หมดฤทธิ์หลับปุ๋ยซบลงบนไหล่กว้างของโจวจือไปเรียบร้อยแล้ว
"ส่งแกมาให้ฉันเถอะค่ะ"
หยางซือซือเอ่ยเสียงเบาพลางยื่นมือออกมารับ โจวจือค่อยๆ ขยับตัวส่งร่างนุ่มนิ่มของเด็กน้อยให้เธออย่างเบามือที่สุด ทั้งสองคนต่างระมัดระวังกลัวว่าเด็กน้อยจะตื่น
แต่ในจังหวะที่โจวจือชักมือกลับ ปลายนิ้วของเขาดันพลาดไปเฉียดเข้ากับเนินอกของหยางซือซือโดยไม่ได้ตั้งใจ สัมผัสถึงความนุ่มหยุ่นที่กระเพื่อมไหวเบาๆ
โจวจือไม่ได้คิดอกุศลอะไร และหยางซือซือเองก็พยายามทำตัวให้เป็นปกติ ทว่าตอนที่เธอหันหลังเดินจากไป พวงแก้มขาวเนียนกลับซับสีเลือดแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่
หยางซือซืออุ้มถวนถวนขึ้นไปนอนบนห้องนอนชั้นบนสุด ห่มผ้าให้อย่างมิดชิด ก่อนจะเดินกลับลงมาที่ห้องนั่งเล่น
"ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยดูแลถวนถวนตลอดสองวันที่ผ่านมา" เธอกล่าวขอบคุณจากใจจริง
"เลี้ยงเด็กนี่เป็นงานที่เหนื่อยเอาเรื่องเลยนะครับ" โจวจือตอบยิ้มๆ
"ถวนถวนถือว่าเป็นเด็กว่ายนอนสอนง่ายแล้วนะคะ เลยค่อนข้างเลี้ยงง่ายหน่อย"
"ก็จริงครับ"
ทั้งสองคนนั่งคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยเปื่อย
ทันใดนั้น เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้น หยางซือซือหยิบมือถือออกมาดู ปรากฏว่าเป็นเบอร์แปลก พอเธอกดรับสาย ปลายสายก็เอ่ยถามขึ้นมาทันที
"ขอสายคุณหยางซือซือครับ"
"ใช่ค่ะ ฉันพูดสายอยู่"
ระหว่างที่รับฟังเรื่องราวจากปลายสาย สีหน้าของหยางซือซือก็เริ่มเปลี่ยนไปมา คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นสลับกับคลายออก และในที่สุดเธอก็ระบายลมหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก
หลังจากวางสาย เธอก็หันมาจ้องหน้าโจวจือ แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย
"อดีตสามีของฉันถูกตำรวจจับแล้วค่ะ เขาโดนตั้งข้อหาพยายามลักพาตัวแล้วก็เล่นการพนัน ศาลตัดสินจำคุกเจ็ดปีค่ะ"
"นี่มันข่าวดีเลยนะครับ" โจวจือยิ้มรับ "ต่อไปนี้คุณก็ไม่ต้องคอยระแวงว่าเขาจะมาตามรังควานอีกแล้ว รอจนกว่าเขาจะพ้นโทษออกมาในอีกเจ็ดปีข้างหน้า ถึงตอนนั้นเขาก็คงตามหาคุณไม่เจอแล้วล่ะครับ"
"อืม" หยางซือซือพยักหน้ารับ
"เฮ้อ" หญิงสาวถอนหายใจยาว ท่าทางของเธอดูปราศจากความกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับภูเขาหินลูกใหญ่ที่กดทับอยู่ในใจมาเนิ่นนานได้ถูกยกออกไปจนหมดสิ้น
อดีตสามีของเธอเพิ่งจะกลับมาตามราวีได้แค่หกเดือน แต่ตลอดหกเดือนที่ผ่านมานี้ เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดผวาทุกวินาที ไม่มีใครชอบหรอกที่ต้องมาคอยระแวดระวังว่าจะมีใครมาทำร้ายตัวเองกับลูกเมื่อไหร่ ตอนนี้ในที่สุดเธอก็สามารถผ่อนคลายได้เสียที
"เรื่องแบบนี้สมควรต้องฉลองนะครับ" โจวจือเสนอ
หยางซือซือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "คุณโจวคะ จะเป็นอะไรไหม ถ้าฉันอยากจะขอให้คุณดื่มเป็นเพื่อนฉันสักหน่อย" แววตาของเธอทอประกายคาดหวัง
โจวจือเข้าใจดีว่าหยางซือซือต้องแบกรับความกดดันมาหนักหนาแค่ไหน ยิ่งตอนที่ต้องยืนดูถวนถวนเกือบจะถูกลักพาตัวไปต่อหน้าต่อตา ถ้าวันนั้นเด็กถูกอุ้มไปได้จริงๆ ผลที่ตามมาคงเลวร้ายจนไม่อยากจะคิด
"ไวน์แดงหรือเหล้าขาวดีล่ะครับ" โจวจือถามยิ้มๆ
หยางซือซือหัวเราะเบาๆ "ขอเหล้าขาวดีกว่าค่ะ เอาแบบที่ดื่มแล้วบาดคอสะใจไปเลย"
ความจริงเธอกระดากอายเกินกว่าจะพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไปตรงๆ ว่า 'คืนนี้ฉันอยากจะเมาให้หัวทิ่มไปเลย'
"ไม่เอาๆ ดื่มไวน์แดงก็พอครับ พอดีที่บ้านมีอยู่ แล้วเดี๋ยวผมสั่งหม่าล่าปิ้งย่างมากินแกล้มก็แล้วกัน"
ในบ้านมีไวน์แดงเหลืออยู่แค่สามขวด ซึ่งเป็นของที่หยางซือซือทิ้งเอาไว้ก่อนย้ายออก ปกติเธอไม่ใช่คนดื่มเหล้า แต่ไวน์สามขวดนี้เธอซื้อมาตุนไว้หลังจากที่อดีตสามีเริ่มโผล่มาก่อกวน เพราะความเครียดที่สะสม บางครั้งเธอก็ต้องรินดื่มสักแก้วเล็กๆ ในตอนกลางคืนเพื่อช่วยให้ประสาทที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงบ้าง
โจวจือกดแอปสั่งหม่าล่าปิ้งย่างกับไก่ผัดเผ็ดมาเป็นกับแกล้ม แต่หยางซือซือก็ยังดึงดันขอให้โจวจือสั่งเหล้าขาวมาเพิ่มอีกขวดจนได้
เมื่ออาหารมาส่ง โจวจือก็จัดการเปิดขวดไวน์แดง
"ที่บ้านมีแก้วไวน์อยู่แค่ใบเดียวนะครับ คุณใช้แก้วไปเถอะ เดี๋ยวผมดื่มใส่ชามเอา"
แต่หยางซือซือกลับเอื้อมมือไปเปิดไวน์อีกขวดด้วยตัวเอง "ไม่ต้องหรอกค่ะ ยกกระดกจากขวดนี่แหละได้อารมณ์กว่า"
"ขอบคุณนะคะ" หยางซือซือพึมพำคำนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะแหงนหน้ากระดกไวน์รวดเดียวอึกใหญ่
โจวจือถึงกับเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คิดเลยว่าหยางซือซือที่ปกติมักจะดูบอบบาง อ่อนหวาน และเรียบร้อย จะมีมุมดิบเถื่อนเวลาดื่มเหล้าแบบนี้ด้วย
เขาเองไม่ใช่คนชอบดื่มไวน์แดงนัก รสชาติฝาดเฝื่อนของมันไม่ค่อยถูกปากเขาเท่าไหร่ ที่ยอมเปิดขวดนี่ก็เพราะเห็นว่าหยางซือซือกำลังอารมณ์ดี เลยยอมเสี่ยงตับแข็งดื่มเป็นเพื่อนเธอ แต่พอเห็นสไตล์การยกกระดกราวกับดื่มน้ำเปล่าของอีกฝ่าย เขาก็อดสะดุ้งไม่ได้
"ถ้าคุณขืนซัดโฮกแบบนี้ ผมไม่ดื่มเป็นเพื่อนแล้วนะ" โจวจือแกล้งแหย่
"ไม่เป็นไรน่า ขอแค่คุณมีความสุขก็พอแล้ว" หยางซือซือตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
คืนนี้เธออยากจะปลดปล่อยตัวเองสักครั้ง อยากจะสลัดความกดดันและความทุกข์ระทมที่สะสมมาตลอดหลายปีทิ้งไปให้หมด และเธอก็แอบคิดเข้าข้างตัวเองว่า ชายหนุ่มตรงหน้าคนนี้ อีกไม่นานเธอก็ต้องย้ายออกไปอยู่ดี ต่อให้คืนนี้เธอจะทำตัวน่าอายแค่ไหน มันก็แค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ
"ลองเปิดเหล้าขาวขวดนั้นดูสิคะ" หยางซือซือชี้
โจวจือจัดการเปิดขวดแล้วรินใส่จอกเล็กๆ ส่งให้เธอ หยางซือซือยกขึ้นมาดมกลิ่นฉุนกึก ก่อนจะจิบเข้าไปอึกหนึ่ง ความร้อนแรงบาดคอแล่นปราดจากลำคอลงไปถึงกระเพาะทันที
"แค่กๆๆ! รสชาติแย่ชะมัดเลย!" เธอสำลักจนไอโขลกใหญ่ ใบหน้าหวานแดงก่ำขึ้นมาทันตาเห็น
ปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาปรกใบหน้า บดบังดวงตาที่แดงก่ำ ยิ่งทำให้สภาพของเธอดูเปราะบางและแตกสลายมากกว่าเดิม ดวงตาที่แดงนั้นไม่ได้เกิดจากการร้องไห้ แต่เป็นฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เริ่มเล่นงาน
"เจ้ครับ ถึงจะดีใจแค่ไหน แต่ขืนดื่มแบบนี้มันจะน็อกเอานะครับ เราแค่จิบเอาบรรยากาศก็พอมั้ง" โจวจือเริ่มลุกลี้ลุกลนเมื่อเห็นหยางซือซือสาดเหล้าเข้าคออย่างเอาเป็นเอาตาย
"คุณก็ต้องดื่มด้วยสิ" หยางซือซือคะยั้นคะยอ
"ผม... เอ้อ ก็ได้ครับ" โจวจือหยิบขวดไวน์ขึ้นมากระดกไปอีกอึก
"รู้ไหม คุณเป็นคนแรกเลยนะที่ได้มานั่งดื่มเป็นเพื่อนฉัน" หยางซือซือเริ่มตาเยิ้ม พูดจาเสียงยานคางเพราะความเมา "เมื่อก่อนฉันเกลียดการดื่มเหล้ามาก เกลียดพวกขี้เมาด้วย แต่พอต้องใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวมานานๆ ฉันถึงได้รู้ว่า เหล้านี่มันก็มีข้อดีของมันเหมือนกันนะ"
อย่างน้อยมันก็ช่วยให้คนเราหนีจากความจริงอันโหดร้ายไปได้ชั่วคราว
"พอเถอะครับ อย่าดื่มอีกเลย"
"ก็วันนี้ฉันมีความสุขนี่นา ฉันจะดื่ม!"
"คุณเมาแล้วนะครับ"
"ฉันไม่ได้เมา! ดื่มเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ อย่ามาทำตัวขี้เหนียวนะ ถ้าคุณไม่ยอมดื่ม ฉันจะยึดวิลล่าหลังนี้ แล้วก็จะไม่ยอมย้ายออกไปไหนตลอดชีวิตเลยคอยดู!"
"..." โจวจือถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเจอไม้ตายคนเมา
ไวน์แดงพร่องไปจนเกือบหมดขวด ส่วนเหล้าขาวรสชาติบาดคอก็ถูกจัดการไปจนเกือบเกลี้ยง เหลือติดก้นขวดอยู่นิดหน่อย การดื่มเหล้าข้ามสายพันธุ์ผสมกันแบบนี้มีแต่จะยิ่งทำให้เมาหัวทิ่มเร็วขึ้น
หยางซือซือเบิกตากว้างจ้องมองโจวจือ แล้วก็หลุดหัวเราะคิกคักออกมาอย่างคนเมาไม่ได้สติ
"โจวจือ คุณรู้ไหมว่าตอนที่ฉันเจอคุณครั้งแรก ฉันรู้สึกยังไง"
"ฮี่ฮี่ฮี่ ฉันคิดว่าคุณน่ะเป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยมมากเลยนะ" หยางซือซือขบเม้มริมฝีปากล่าง ยิ้มกริ่มอย่างโง่งม
จากนั้นเธอก็ยกมือขึ้นมานับนิ้วทีละนิ้ว "หน้าตาดี มีเสน่ห์ จิตใจดี ฉลาด นิสัยก็ดี... แถมยังหนุ่มแน่น... คนบ้าอะไรจะเพอร์เฟกต์ได้ขนาดนี้!"
ประเด็นสำคัญคือ ผู้ชายที่เพียบพร้อมขนาดนี้ เธอดันได้มาเจอตัวเป็นๆ เข้าเสียแล้ว
มีคนเคยบอกไว้ว่า ตอนยังวัยรุ่น อย่าเพิ่งไปเจอคนที่ดีเกินไป เพราะมันจะทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตหลังจากนั้นหมดความหมายไปเลย
แต่สำหรับเธอ เธอรู้สึกว่าพออายุมากขึ้น ก็ยิ่งไม่ควรไปเจอคนที่ดีเลิศจนเกินไป เพราะมันจะยิ่งตอกย้ำให้รู้สึกว่า ชีวิตครึ่งแรกที่ผ่านมานั้น เธอใช้มันไปอย่างสูญเปล่าและล้มเหลวไม่เป็นท่าขนาดไหน
"ถ้าฉันอายุย้อนกลับไปสักสิบปีล่ะก็ ฉันจะเดินหน้าตามจีบคุณแบบไม่ลังเลเลยคอยดู"
"ถ้าฉันไม่บอกคุณก็คงไม่รู้สินะ ความจริงแล้วฉันแอบมีใจให้คุณอยู่นิดๆ ด้วยแหละ ฮี่ฮี่ฮี่"
"แต่ฉันก็รู้ตัวดีว่าฉันมันไม่คู่ควรกับคุณเลยสักนิด ฉันเคยแต่งงานมาแล้ว มีลูกติด แถมยังแก่กว่าคุณตั้งห้าปี ทำอาหารก็ไม่เป็น งานบ้านก็ไม่เอาไหน มนุษยสัมพันธ์ก็แย่ แถมเวลาอยู่บนเตียงยังครางไม่เป็นอีกต่างหาก..."
"เวลาที่เราต้องการใครสักคนมาอยู่เคียงข้าง คนๆ นั้นกลับกลายเป็นคนที่ทำร้ายเราเจ็บปวดที่สุด..."
"พอหัวใจเริ่มกลับมาเต้นแรง อยากจะมีความรักอีกครั้ง ก็ดันต้องมาคอยกลัวว่าคนอื่นจะมองหยาม กลัวจะโดนชี้นิ้วด่า โดนนินทาว่าร้าย..."
"ทำไมชีวิตมันถึงได้มืดแปดด้านแบบนี้ก็ไม่รู้!"
คนบางคนเวลาเมาจะเงียบสงบ แต่คนบางคนพอเหล้าเข้าปากกลับกลายเป็นคนพูดมากและพร่ำเพ้อไม่หยุด
หยางซือซือที่ปกติมักจะพูดน้อยและอ่อนหวาน ความจริงแล้วภายในใจของเธอแบกรับความคับแค้นใจเอาไว้มากมายเหลือเกิน และเมื่อฤทธิ์แอลกอฮอล์เข้าไปปลดล็อกความยับยั้งชั่งใจ เธอก็ระบายความลับทุกอย่างออกมาจนหมดเปลือก
คำพูดและพฤติกรรมแปลกๆ ของคนเมาอาจจะดูไร้สาระในสายตาคนทั่วไป แต่มันอาจจะทำลายชีวิตของคนคนนั้นได้เลยเมื่อสร่างเมา โจวจือรู้ดีว่าการที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องเลี้ยงดูลูกตามลำพังมันยากลำบากแสนสาหัสแค่ไหน
ด้วยสถานการณ์แบบนี้ โจวจือจึงไม่ใจจืดใจดำพอที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอัดคลิปประจานพฤติกรรมเรื้อนๆ ของเธอ เพื่อเอาไว้ล้อเลียนในวันพรุ่งนี้ การทำแบบนั้นมันโหดร้ายเกินไปหน่อย เขาเลือกที่จะพูดปลอบโยนเธอแทน
"เจ้ครับ ความจริงแล้วเจ้ทั้งสวยแล้วก็จิตใจดีมากเลยนะครับ อย่าคิดมากดูถูกตัวเองแบบนั้นสิครับ"
หยางซือซือเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตที่ฉ่ำปรือไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์จ้องมองเขา ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อช่างเย้ายวนและอยู่ใกล้จนแทบจะชนกัน
"อย่าเรียกฉันว่า 'เจ้' ได้ไหม เรียกฉันว่า 'พี่' สิ คำว่าพี่มันฟังดูวัยรุ่นกว่าตั้งเยอะ"
คนเมามักจะเป็นใหญ่เสมอ โจวจือเลยต้องยอมตามใจ "โอเคครับพี่ พี่ไม่ควรดื่มต่อแล้วนะ ไปพักผ่อนเถอะครับ"
"ฉันไม่อยากนอน ฉันอยากให้คุณอยู่เป็นเพื่อนฉันแบบนี้ ถ้าฉันกลับไปนอนหลับ พอตื่นขึ้นมา ฉันก็ต้องกลับไปอยู่ตัวคนเดียวอีก"
ประโยคนี้ทำเอาโจวจือถึงกับปวดแปลบในใจ จะว่าไปแล้ว หยางซือซือเองก็เคยเป็นเพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง การขาดความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่ในวัยเด็ก คงหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นคนที่โหยหาความรักและขาดความรู้สึกปลอดภัยอย่างรุนแรง
"อดีตสามีของฉันเคยบอกว่า ผู้ชายน่ะชอบผู้หญิงที่ร้อนแรงและรู้ใจ ไม่มีใครมาทนชอบผู้หญิงที่จืดชืดนอนแข็งทื่อเป็นปลาตายแบบฉันหรอก"
"เสี่ยวจือ คุณบอกฉันหน่อยสิ ผู้ชายชอบผู้หญิงร่านๆ จริงเหรอ ความจริงฉันก็พอจะอ่อยเป็นอยู่บ้างนะ ถึงจะไม่แพรวพราวมากแต่ก็พอถูไถไปได้แหละมั้ง"