- หน้าแรก
- ว่างงานอย่างหมา กลับบ้านอย่างพญา เพราะระบบกาวจัด
- บทที่ 43 มีคนจะลักพาตัวเด็ก
บทที่ 43 มีคนจะลักพาตัวเด็ก
บทที่ 43 มีคนจะลักพาตัวเด็ก
บทที่ 43 มีคนจะลักพาตัวเด็ก
ถวนถวนหันไปชี้ทางริมฝั่งแม่น้ำ ห่างออกไปไม่ไกลนัก ร่างระหงของใครบางคนกำลังยืนอยู่ตรงนั้น
"บังเอิญจังเลยนะคะที่เรามาเจอกันที่นี่" หยางซือซือเอ่ยทักทายพลางหน้าแดงระเรื่อ เพราะความจริงแล้วเธอเพิ่งจะสอดส่ายสายตามองหาเขาอยู่เมื่อครู่นี้เอง
"บังเอิญจริงๆ ครับ" โจวจือตอบรับ
จังหวะนั้นเอง โจวเซี่ยก็หันไปเห็นคุณแม่ของถวนถวนเข้าพอดี ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เด็กสาวรีบขยับเข้าไปกระซิบข้างหูโจวจือทันที "พี่คะ รีบบอกหนูมาเดี๋ยวนี้เลยนะ พี่ไปรู้จักกับผู้หญิงที่สวยขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"
สำหรับนักศึกษาวัยใสอย่างเธอ ผู้หญิงตรงหน้าคือคำนิยามของความเป็นหญิงสาวที่แท้จริง ท่วงท่าอ่อนโยนและสง่างาม ราวกับลูกผู้ดีมีตระกูลไม่มีผิดเพี้ยน
หยางซือซือเล่าเรื่องที่โจวจือช่วยชีวิตถวนถวนเอาไว้ รวมถึงเรื่องที่เขาตกลงซื้อบ้านของเธอให้ฟังอย่างคร่าวๆ
เมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมด โจวเซี่ยกลับไม่ได้แสดงท่าทีชื่นชมวีรกรรมฮีโร่ช่วยชีวิตของพี่ชายเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เธอเอาแต่จ้องมองหยางซือซือด้วยแววตาอิจฉาตาร้อน "สวย หุ่นดี แถมยังรวยอีกต่างหาก!"
นี่แหละยอดหญิงในหมู่หญิงแท้ๆ
หยางซือซือหน้าแดงซ่าน รีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน "ไม่หรอกค่ะ น้องเองก็น่ารักมากๆ เหมือนกันนะคะ"
"แถมยังพูดจาหวานหูอีกต่างหาก" โจวเซี่ยชื่นชม ในความคิดของเธอ ผู้หญิงที่แต่งงานมีลูกแล้วก็คงจะมีนิสัยคล้ายๆ กับคุณน้าของเธอนั่นแหละ ปากร้ายและขี้เหนียวเป็นที่สุด พอโดนเด็กสาวชมแบบนี้ ใบหน้าของหยางซือซือก็ยิ่งแดงก่ำขึ้นไปอีก
"ไปเล่นตรงนู้นไป" โจวจือเอ่ยไล่น้องสาวอย่างรำคาญ
"ค่าๆ" โจวเซี่ยรับคำ ก่อนจะจูงมือรุ่ยรุ่ยและถวนถวนวิ่งไปจุดดอกไม้ไฟเล่นด้วยกัน
หยางซือซือหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอตอนที่ลูกสาวกำลังเล่นสนุก เธอเก็บภาพรอยยิ้มเบิกบานบนใบหน้าของถวนถวนในจังหวะที่ประกายไฟสว่างวาบขึ้นมาได้พอดี
เด็กๆ แย่งกันจุดดอกไม้ไฟอย่างสนุกสนาน เมื่อช่วงบ่ายโจวจือเหมาดอกไม้ไฟมาเยอะมาก หมดเงินไปตั้งหลายพันหยวน ปริมาณขนาดนี้คงพอให้พวกเด็กๆ เล่นกันไปได้อีกนาน
โจวจือกับหยางซือซือยืนมองภาพนั้นเงียบๆ ทั้งคู่สบตากันแล้วเผลอยิ้มออกมา
พื้นดินค่อนข้างเฉอะแฉะเพราะหิมะเพิ่งตกไปเมื่อตอนบ่าย พวกเขาจึงทำได้เพียงยืนคุยกันอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ
"ฉันยังไม่มีโอกาสได้ขอบคุณคุณอย่างเป็นทางการเลยนะคะ" หยางซือซือเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
โจวจือโบกมือปฏิเสธปัดๆ "โธ่ ในสถานการณ์แบบนั้น ชายหนุ่มหน้าตาดีมีน้ำใจที่ไหนเขาก็ต้องเข้าไปช่วยทั้งนั้นแหละครับ"
หยางซือซือคลี่ยิ้มบางๆ เธอรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ช่วงนี้เธอต้องอยู่อย่างหวาดระแวงเพราะเรื่องของอดีตสามี ถึงแม้จะย้ายออกจากวิลล่ามาแล้ว แต่เธอก็ยังกลัวว่าเขาจะตามมาเจอ ระหว่างที่พักอยู่โรงแรมก็ต้องคอยระวังตัวและใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดผวา
"ไปพักที่โรงแรมเป็นยังไงบ้างครับ" โจวจือถามไถ่
"ก็คงไม่สบายเท่าอยู่บ้านหรอกค่ะ แถมระบบเก็บเสียงก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ด้วย ถวนถวนเองก็อยู่ในวัยกำลังช่างสงสัย บางทีฉันก็ไม่รู้จะตอบคำถามแกยังไงเหมือนกัน"
โจวจือพอจะเดาออกว่าหยางซือซือหมายถึงเสียงอะไร
เขาเลยนึกถึงวีรกรรมสมัยเรียนมหาวิทยาลัยขึ้นมาได้ จึงนำมาเล่าให้เธอฟัง
สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เขาเคยไปเปิดห้องพักที่โรงแรมกับสวี่กวงเต๋อ กลางดึกคืนนั้น จู่ๆ พวกเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดดังมาจากห้องข้างๆ ตามมาด้วยเสียงผู้หญิงตะโกนร้อง "ช่วยด้วย ช่วยด้วย" ซ้ำไปซ้ำมา
พวกเขาสองคนสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ นึกว่ากำลังจะได้เป็นพยานในสถานที่เกิดเหตุอาชญากรรมเสียแล้ว วัยรุ่นสายเลือดรักความยุติธรรมอย่างพวกเขารีบโทรแจ้งตำรวจทันที
พอตำรวจมาถึงก็เตรียมจะพังประตูเข้าไป แต่จังหวะที่กำลังจะงัด ประตูก็ถูกเปิดออกเสียก่อน
ชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วนพันผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินหน้าตาตื่นออกมา โดยมีผู้หญิงที่นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินตามหลังมาติดๆ
เล่นเอาตำรวจและพวกเขาถึงกับยืนอึ้งไปตามๆ กัน
"ฮ่าฮ่าฮ่า" หยางซือซือกลั้นขำไม่อยู่จนหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง "ฉันว่าเรื่องนี้คงกลายเป็นฝันร้ายตามหลอกหลอนผู้ชายคนนั้นไปตลอดชีวิตแน่ๆ ค่ะ"
โจวจือพูดต่อ "ถ้าคุณไม่ชอบนอนโรงแรม จะย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านก่อนก็ได้นะครับ ยังไงก็แค่เดือนสองเดือนเอง"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ครอบครัวคุณอยู่ที่นั่น มันคงจะไม่สะดวก" หยางซือซือปฏิเสธความหวังดี
"อย่าพูดถึงเลยครับ พ่อกับแม่ผมพวกท่านไม่ยอมมาอยู่ด้วยหรอก" โจวจืออธิบาย "ตอนนี้ก็มีแค่น้องสาวผมคนเดียว วิลล่าออกจะกว้างขวาง ถ้าคุณย้ายเข้าไป คุณพักอยู่ชั้นบนสุดก็ได้ครับ แบบนั้นจะได้รับรองว่าไม่มีใครรบกวนแน่นอน"
พอได้ยินคำชวนของโจวจือ หยางซือซือก็เริ่มลังเลใจขึ้นมาจริงๆ
ความจริงเธอก็เคยคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่เพราะพวกเขายังไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก เธอเลยเกรงใจไม่กล้าเอ่ยปากขอร้อง พอตอนนี้อีกฝ่ายเป็นคนเอ่ยปากชวนเอง เธอจึงเริ่มเก็บไปพิจารณาอย่างจริงจัง
"แม่ขา" ถวนถวนตะโกนเรียกมาจากอีกฝั่ง "มาเล่นดอกไม้ไฟด้วยกันสิคะ"
"จ้า แม่กำลังไปลูก" หยางซือซือตะโกนตอบ
ก่อนจะหันมาบอกโจวจือ "พวกเราเป็นแค่แม่หม้ายกับลูกติด ฉันกลัวว่าจะไปสร้างความวุ่นวายให้คุณน่ะค่ะ เอาเป็นว่าขอฉันคิดดูก่อนนะคะ ถ้าตัดสินใจจะไปอยู่ ฉันจะจ่ายค่าเช่าให้คุณตามปกติเลยค่ะ"
"เอาที่คุณสบายใจเลยครับ" โจวจือตอบรับง่ายๆ
หยางซือซือรับดอกไม้ไฟมาจากมือลูกสาวแล้วจุดเล่นด้วยกันอย่างสนุกสนาน
แต่แล้วจู่ๆ ธรรมชาติก็เล่นตลก หิมะเริ่มตกลงมาอย่างหนัก
โจวจือรีบคว้าตัวถวนถวนอุ้มขึ้นแนบอก แล้ววิ่งนำหน้าโดยมีหยางซือซือวิ่งตามมาติดๆ
โจวเซี่ยมือหนึ่งหอบดอกไม้ไฟที่เหลือ อีกมือก็คว้าแขนรุ่ยรุ่ยจูงวิ่งตามกันไปที่ลานจอดรถ
เพราะช่วงบ่ายมีหิมะตกไปแล้วรอบหนึ่ง อากาศจึงหนาวจัดและพื้นดินก็เย็นเฉียบ เพียงแค่สิบนาทีที่พวกเขาวิ่งกลับมาถึงรถ หิมะก็เริ่มก่อตัวหนาขึ้นบนพื้นแล้ว
ทุกคนรีบมุดตัวเข้าไปในรถ สภาพแต่ละคนไม่ได้ดูทุลักทุเลจากพายุหิมะเลย บนใบหน้ากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขเสียด้วยซ้ำ
พวกเขาไม่ได้รีบร้อนสตาร์ทรถออกไป แต่เลือกที่จะนั่งเปิดฮีตเตอร์อุ่นๆ แล้วเหม่อมองปุยหิมะที่โปรยปรายอยู่นอกหน้าต่าง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา พายุหิมะก็เริ่มซาลง ทิ้งไว้เพียงผืนผ้าห่มหิมะสีขาวโพลนหนาเตอะบนพื้นถนน
โจวจือหันไปถามหยางซือซือ "โรงแรมของคุณอยู่ตรงไหนครับ"
"อยู่บนถนนปินเหอค่ะ กลับรถข้างหน้า ขับตรงไปเรื่อยๆ ผ่านสองไฟแดงก็ถึงแล้วค่ะ" หยางซือซือบอกทาง
"งั้นเดี๋ยวผมไปส่งคุณก่อนแล้วกันครับ"
"ขอบคุณค่ะ"
เมื่อรถเริ่มเคลื่อนตัว
ถวนถวนที่นั่งเกาะเบาะหน้าอยู่ก็เอ่ยขึ้นมาลอยๆ "คุณลุงคะ หนูว่าคุณลุงเป็นคนวิเศษมากเลยค่ะ"
"หืม" โจวจือเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ "หมายความว่ายังไงครับเนี่ย"
"ก็เพราะว่า หนูเจอคุณลุงสองครั้ง แล้วหนูก็มีความสุขมากๆ ทั้งสองครั้งเลยไงคะ" ถวนถวนส่งเสียงเจื้อยแจ้วออดอ้อน
"โอ้โห" โจวจือกับโจวเซี่ยประสานเสียงร้องออกมาด้วยความเอ็นดู
"ปากหวานจังเลยนะเราน่ะ" โจวเซี่ยอดใจไม่ไหว เอื้อมมือไปหยิกแก้มยุ้ยๆ ของเด็กน้อยด้วยความหมั่นเขี้ยว
ถวนถวนพูดต่อ "หนูทิ้งของขวัญไว้ให้คุณลุงที่บ้านด้วยนะคะ"
"ของขวัญอะไรเหรอครับ"
"คุณลุงลืมแล้วเหรอคะ" ถวนถวนท้วง "ก็ที่หนูบอกว่าจะให้เงินค่าขนมคุณลุงทั้งหมดไงคะ หนูเอาซ่อนไว้ใต้เตียงคุณลุงแล้วนะ"
"อ้าว" โจวจือคาดไม่ถึงเลยว่าเด็กตัวแค่นี้จะรักษาคำพูดแถมยังเอาเงินมาให้เขาจริงๆ
"งั้นก็ขอบคุณมากนะครับ"
"ไม่เป็นไรค่า" ยัยก้อนแป้งตอบรับอย่างภาคภูมิใจ
"โอ๊ย น่ารักอะไรขนาดนี้ ทำเอาฉันอยากมีลูกสาวบ้างเลยเนี่ย" โจวเซี่ยโดนตกเข้าอย่างจัง
รุ่ยรุ่ยที่นั่งฟังอยู่สวนขึ้นมาทันควัน "อยากมีแล้วทำไมพี่ไม่ไปคลอดเองล่ะ"
รอยยิ้มบนใบหน้าของโจวเซี่ยหุบฉับลงทันที "ไอ้เด็กทื่อเอ๊ย"
"พี่ก็ยัยหมาโสดนั่นแหละ" รุ่ยรุ่ยเถียงกลับฉอดๆ
"กรี๊ด" โจวเซี่ยสติแตก "พี่คะ ดูมันสิ มันแกล้งหนูอะ"
โจวจือหัวเราะขำ "ฝีปากแกยังอ่อนหัดนัก ไปฝึกวิทยายุทธ์มาใหม่ไป"
ขับรถมาแค่ห้าหกนาทีก็ถึงหน้าโรงแรม
โจวจือเหยียบเบรกจอดเทียบฟุตบาธ
"ขอบคุณมากนะคะ" หยางซือซือเอ่ยลา
"ขอบคุณค่ะคุณลุงโจว" ถวนถวนเจื้อยแจ้ว
"ด้วยความยินดีครับ"
หยางซือซืออุ้มถวนถวนเตรียมก้าวลงจากรถ
ทว่าทันทีที่โจวจือปลดเข็มขัดนิรภัย หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นชายร่างกำยำที่มีรอยสักเต็มท่อนแขนกำลังเดินรี่เข้ามาจากทางด้านหลัง
การมีคนเดินผ่านไปมาแถวนี้เป็นเรื่องปกติก็จริง แต่สัญชาตญาณของโจวจือกลับร้องเตือนว่าเป้าหมายของชายคนนี้ชัดเจนเกินไป ถึงหมอนั่นจะสวมแว่นตาดำพรางใบหน้า แต่มองปราดเดียวก็รู้ว่าตั้งใจพุ่งเป้ามาที่หยางซือซือแน่นอน
"กลับขึ้นมาบนรถ" โจวจือตะโกนเสียงลั่น ดึงตัวพุ่งข้ามคอนโซลไปยังเบาะหลังอย่างรวดเร็ว
หยางซือซือยังคงยืนงงเป็นไก่ตาแตก เธอไม่เข้าใจว่าโจวจือหมายความว่าอะไร
แต่แล้วจู่ๆ เงาดำทะมึนก็ทาบทับลงมาจากด้านหลัง ชายคนนั้นผลักหยางซือซือกระเด็นออกไปให้พ้นทาง แล้วพุ่งเข้าไปกระชากตัวถวนถวนมาอุ้มไว้
ถวนถวนตกใจสุดขีดจนร้องไห้จ้า
โจวจือที่ปีนข้ามมาถึงเบาะหลังพอดี อาศัยจังหวะที่ไอ้รอยสักกำลังยื่นมือเข้ามาอุ้มเด็กหญิง เอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อของมันแล้วดึงกระชากกลับมาอย่างแรง
วินาทีต่อมา โจวจือก็ตวัดเท้าเตะอัดเข้าที่ปลายคางของไอ้รอยสักเต็มแรง
ชายร่างยักษ์หลบไม่ทัน โดนลูกเตะเสยคางเข้าไปเต็มเปาจนล้มตึงลงไปกองกับพื้นทันที
โจวจือรีบดึงตัวถวนถวนกลับเข้ามาในรถอย่างรวดเร็ว "โจวเซี่ย ดูแลน้องไว้ให้ดี แล้วรีบโทรแจ้งตำรวจ"
"ได้เลยพี่"
โจวเซี่ยรับคำด้วยความตื่นตระหนก เธอรีบมุดตัวมาที่เบาะหลัง ดึงถวนถวนเข้ามากอดไว้แน่น ก่อนจะลนลานล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาโทรแจ้งตำรวจทันที