- หน้าแรก
- พลิกตำนานทหารชายแดน
- บทที่ 3 - ระบบปรากฏตัว
บทที่ 3 - ระบบปรากฏตัว
บทที่ 3 - ระบบปรากฏตัว
บทที่ 3 - ระบบปรากฏตัว
★★★★★
กล้ามเนื้อบนท่อนแขนของชายร่างยักษ์เผ่าคนเถื่อนปูดโปน เส้นเลือดเต้นตุบๆ สองมือจับหินโม่ไว้แน่นและค่อยๆ ยกมันให้สูงขึ้น
เหงื่อเริ่มผุดซึมเต็มหน้าผาก เส้นเลือดบนแขนปูดนูนจนเห็นชัดเจน ราวกับว่ามันพร้อมจะปริแตกได้ทุกเมื่อ
ส่วนทหารคนเถื่อนที่ยืนอยู่ด้านข้าง ก็พากันส่งเสียงเชียร์นักรบของพวกเขาดังสนั่นหวั่นไหว
ทหารฝ่ายฮั่นและพ่อค้าที่มุงดูอยู่ต่างพากันแลบลิ้นด้วยความทึ่ง อึ้งกิมกี่ไปกับพละกำลังมหาศาลของคนเถื่อนผู้นี้
ฟางหนานมองดูชายร่างยักษ์ยกหินโม่ พยักหน้ายอมรับในความแข็งแกร่ง
ทว่าพอเขาสังเกตเห็นสีหน้าของชายร่างยักษ์ แววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นแหลมคมขึ้นมาทันที
เขาเห็นว่าถึงแม้ชายร่างยักษ์จะออกแรงจนสุดกำลัง แต่ก็มาถึงขีดจำกัดแล้ว ไม่อาจจะยกให้สูงขึ้นไปกว่านี้ได้อีก
ฟางหนานส่ายหัวเบาๆ รู้สึกเสียดายแทน
และก็เป็นไปตามคาด ชายร่างยักษ์ยกหินโม่ขึ้นมาถึงระดับหน้าอกได้สำเร็จ แต่ใบหน้าของเขาแดงก่ำ หายใจหอบถี่ เห็นได้ชัดว่าฝืนจนสุดตัวแล้ว
เขาพยายามจะยกให้สูงขึ้นอีก แต่ลองอยู่หลายครั้งก็ไม่สำเร็จ
ในที่สุด ชายร่างยักษ์ก็ต้องยอมแพ้ ปล่อยมือให้หินโม่ตกลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เรียกเสียงโห่ร้องชื่นชมจากคนรอบข้างได้เกรียวกราว
หัวหน้าคนเถื่อนเดินเข้าไปตบไหล่ชายร่างยักษ์แรงๆ เป็นการแสดงความชื่นชมและยอมรับในความพยายาม
จากนั้น เขาก็เดินตรงมาหาฟางหนาน ในดวงตาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและมั่นใจ
"คราวนี้ถึงตาพวกเจ้าแล้ว ทำให้เต็มที่ล่ะ!" หัวหน้าคนเถื่อนยิ้มพร้อมกับพูดกับฟางหนาน
คำพูดของเขาแฝงไปด้วยความดูแคลน ราวกับไม่เชื่อเลยว่าพวกชาวฮั่นเหล่านี้จะมีปัญญาเอาชนะพละกำลังของชนเผ่าพวกเขาได้
ฟางหนานเดินออกไปข้างหน้า มองดูหินโม่ขนาดมหึมาแล้วก็แอบหนักใจ อย่าว่าแต่เจ็ดแปดร้อยชั่งเลย แค่ห้าร้อยชั่งเขาก็ยกไม่ขึ้นแล้ว
จู่ๆ ฟางหนานก็นึกถึงนิยายออนไลน์ที่เขาเคยอ่านบ่อยๆ ในชาติก่อน พวกตัวเอกที่ข้ามมิติมามักจะมีนิ้วทองคำ หรือที่เรียกกันว่า "ระบบ" ติดตัวมาด้วยเสมอ
เขารู้สึกแอบหวังอยู่ลึกๆ ถ้าเขามีระบบบ้างก็คงจะดีสิ!
แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของระบบเลยแม้แต่น้อย ทำเอาแอบผิดหวังอยู่เหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังอยากจะลองดูสักตั้ง จึงลองตะโกนเรียกในใจเงียบๆ
"ระบบจ๋า อยู่ไหมเอ่ย"
ทว่ากลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆ
ฟางหนานยังไม่ยอมแพ้ ลองเรียกด้วยสรรพนามต่างๆ นานาในใจ
"เบบี๋ระบบ" "ท่านพี่ระบบ"...
แต่ไม่ว่าจะเรียกยังไง ก็ยังคงเงียบฉี่ไร้การตอบสนอง
ฟางหนานถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง เดินเข้าไปใกล้หินโม่ โค้งตัวลง ใช้สองมือจับปลายหินโม่ทั้งสองด้านไว้แน่น งัดเอาพลังทั้งหมดที่มีในร่างออกมาหวังจะยกมันขึ้น
แต่หินโม่กลับหนักอึ้งราวกับหยั่งรากลึกลงไปในดิน ไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด
เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดขึ้นเต็มหน้าผากของฟางหนาน แต่เขาก็ยังกัดฟันฮึดสู้ต่อไป
ในจังหวะที่เขากำลังจะถอดใจนั่นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงสวรรค์ดังก้องขึ้นในหัว
[ติ๊ง ตรวจพบการเรียกขานจากโฮสต์ กำลังเริ่มดำเนินการผูกมัด]
พอฟางหนานได้ยินเสียงนี้ ก็ตื่นเต้นจนแทบจะกระโดดตัวลอย
เขาเบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนยินดี ตั้งใจฟังเสียงนั้นอย่างจดจ่อ
[1%......5%......20%......]
เมื่อแถบความคืบหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หัวใจของฟางหนานก็ยิ่งเต้นแรงและตื่นเต้นมากขึ้นตามไปด้วย
เขาแอบภาวนาในใจ ขอให้ระบบนี้ช่วยพลิกชะตาชีวิตของเขาได้จริงๆ เถอะ
และแล้วแถบความคืบหน้าก็วิ่งไปถึง 100% ระบบผูกมัดสำเร็จ
[ติ๊ง ดำเนินการผูกมัดเสร็จสิ้น]
ฟางหนานดีใจจนน้ำตาแทบไหล ในที่สุดเขาก็รอจนถึงวินาทีนี้!
นิยายออนไลน์ไม่ได้หลอกตาเขาจริงๆ ด้วย เขามีนิ้วทองคำเป็นของตัวเองแล้ว นั่นก็คือระบบ!
เขาแทบรอไม่ไหวที่จะรู้ว่าระบบนี้จะมอบพลังและโอกาสอะไรให้กับเขาบ้าง
[โฮสต์ต้องทำภารกิจหลัก 'ก้าวสู่จุดสูงสุด' ให้สำเร็จภายในเวลาสิบปี หากล้มเหลว โฮสต์จะถูกระบบลบออกจากสารบบ]
ฟางหนานรีบร้องขอความช่วยเหลือในใจ "ระบบ ตอนนี้ข้ากำลังแย่ ช่วยคิดหาวิธีให้ข้ายกหินโม่ก้อนนี้ขึ้นทีเถอะ!"
แต่ระบบกลับตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา: [ติ๊ง สิทธิ์ของโฮสต์มีไม่เพียงพอ ไม่สามารถร้องขอสิ่งใดจากระบบได้]
"หา?" ฟางหนานถึงกับหน้าถอดสี แอบด่าทออยู่ในใจ "ระบบเฮงซวยนี่มันมีประโยชน์อะไรวะเนี่ย! ถึงเวลาคับขันดันไม่ยอมช่วย!"
ในขณะที่เขากำลังรู้สึกหมดหวัง ระบบก็ส่งเสียงเตือนขึ้นมาอีกครั้ง: [ติ๊ง เนื่องจากโฮสต์ทำการปลุกระบบ ขอต้อนรับด้วยแพ็กเกจของขวัญสำหรับมือใหม่ โปรดเลือกหนึ่งในสามแพ็กเกจด้านล่างนี้]
หน้าต่างระบบโฮโลแกรมปรากฏขึ้นในหัวของฟางหนานทันที บนนั้นแสดงรายละเอียดของขวัญสามชิ้น ได้แก่:
ก้าวพริบตาพันลี้: ผู้ที่มีทักษะนี้จะสามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงในระยะเวลาสั้นๆ รวดเร็วจนน่าตกใจ
ร้อยก้าวทะลวงเป้า: ผู้ที่มีทักษะนี้จะสามารถยิงเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปร้อยก้าวได้อย่างแม่นยำ ฝีมือยิงธนูขั้นเทพจนน่าทึ่ง
ราชันย์ยกกระถาง: ผู้ที่มีทักษะนี้จะสามารถยกของหนักพันชั่งได้อย่างง่ายดาย พละกำลังมหาศาลจนคนต้องอ้าปากค้าง
ฟางหนานจ้องมองแพ็กเกจทั้งสามชิ้นอยู่นาน แอบวิเคราะห์ในใจ "ก้าวพริบตาพันลี้ น่าจะเป็นวิชาตัวเบา ช่วยให้วิ่งเร็วขึ้น ส่วนร้อยก้าวทะลวงเป้า ก็คงเป็นทักษะการยิงธนู ทำให้ยิงได้แม่นขึ้น และราชันย์ยกกระถาง ก็คือทักษะเพิ่มพลังมหาศาล ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น อืม... งั้นเลือกราชันย์ยกกระถางก็แล้วกัน"
คิดได้ดังนั้น ฟางหนานก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นในหัว "ข้าเลือกราชันย์ยกกระถาง"
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ท่านได้รับพลังเก้าวัวสองเสือ]
สิ้นเสียงของระบบ ฟางหนานก็สัมผัสได้ถึงกระแสความร้อนที่ไหลเวียนไปทั่วร่างในชั่วพริบตา ราวกับว่าทั่วทั้งสรรพางค์กายเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลังที่ไม่มีวันหมด
[ติ๊ง โฮสต์กระตุ้นภารกิจสุ่ม เอาชนะทหารคนเถื่อน ทำภารกิจสำเร็จได้รับไอเท็มแบบสุ่ม หากล้มเหลวไม่มีบทลงโทษ]
นี่เพิ่งกระตุ้นภารกิจงั้นหรือ ฟางหนานรวบรวมสติ มีแพ็กเกจของขวัญมาช่วยเสริมพลังแบบนี้ คงไม่ยากเกินความสามารถหรอก
ฟางหนานจับหินโม่ไว้แน่น คราวนี้เขาไม่รู้สึกว่ามันหนักอึ้งเหมือนตอนแรกแล้ว พอออกแรงที่ท่อนแขน หินโม่ก็ลอยหวือขึ้นจากพื้นอย่างง่ายดาย
ท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงของผู้คนรอบข้าง ฟางหนานยกหินโม่ขึ้นเหนือหัวอย่างสบายๆ ใบหน้าไม่เปลี่ยนสี ลมหายใจไม่หอบถี่เลยสักนิด
ฟางหนานชูหินโม่ค้างไว้เหนือหัวอยู่หลายวินาที ก่อนจะค่อยๆ วางมันลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล
เมื่อเห็นฟางหนานยกของหนักได้เหมือนปุยนุ่น หัวหน้าคนเถื่อนก็รู้ตัวทันทีว่าฝ่ายตัวเองพ่ายแพ้ราบคาบ เขาเดินเข้าไปหาฟางหนาน "พวกเราแพ้แล้ว หวังว่าพวกเราจะไม่ได้เจอกันในสนามรบนะ"
จากนั้นเขาก็โบกมือ ตะโกนสั่งการเสียงดัง ทหารคนเถื่อนทั้งหมดก็พากันเดินไปที่ม้าของตัวเองแล้วกระโดดขึ้นขี่อย่างพร้อมเพรียง
"ไว้พบกันใหม่" หัวหน้าคนเถื่อนประสานมือคารวะฟางหนาน ก่อนจะควบม้านำลูกน้องจากไปอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้เองที่บรรดาคนที่ยืนมุงดูอยู่พากันปรบมือโห่ร้องชื่นชม ทหารลูกน้องต่างกรูกันเข้ามาหา "ท่านหัวหน้าหน่วยชนะแล้ว!" "ท่านหัวหน้าหน่วยเก่งกาจที่สุด!" ใบหน้าของแต่ละคนเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดีปรีดา
เสี่ยวอี่หอบเงินก้อนโตเดินเข้ามาหา ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสด้วยความตื่นเต้น "ท่านหัวหน้าหน่วย นี่เงินที่พวกเราชนะมาขอรับ เยอะแยะไปหมดเลย!"
ฟางหนานยิ้มมองเสี่ยวอี่ ตบไหล่เขาเบาๆ "ฮ่าฮ่า งั้นเจ้าก็เก็บรักษาเงินก้อนนี้ไว้ให้ดีล่ะ ไป พวกเราเข้าไปดื่มฉลองกันต่อ!"
ในการประลองสุดเดือดเมื่อครู่นี้ ทั้งสองฝ่ายต่างวางเดิมพันฝั่งละห้าสิบตำลึง สำหรับพวกเขาแล้ว นี่ถือเป็นเงินก้อนโตเลยทีเดียว
และเงินจำนวนนี้ก็คือเงินก้นถุงที่ท่านแม่แอบยัดใส่มือฟางหนานมาตอนที่เขาถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวงนั่นเอง
เสี่ยวอี่สัมผัสได้ถึงความไว้วางใจจากสายตาของฟางหนาน ความอบอุ่นก็แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ
เขาห่อเงินอย่างระมัดระวัง แล้วซุกไว้ในอกเสื้อแน่นหนา "ท่านหัวหน้าหน่วย วางใจได้เลยขอรับ ข้าจะรักษาเงินพวกนี้เท่าชีวิตเลย"
บรรดาทหารต่างพากันล้อมหน้าล้อมหลังฟางหนาน เดินหัวเราะร่าเริงกลับเข้าไปในโรงเตี๊ยม นั่งลงที่โต๊ะตัวเดิมที่เพิ่งดื่มกันไปเมื่อครู่
ทุกคนล้อมวงกัน ส่งเสียงหัวเราะเฮฮาไม่ขาดสาย
จู่ๆ เถ้าแก่ก็พาเด็กรับใช้เดินมาที่โต๊ะ เด็กรับใช้หอบไหเหล้าสองใบที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วมาด้วย
พอฟางหนานและทหารเห็นเข้า ก็รีบลุกขึ้นยืนต้อนรับ
เถ้าแก่มองหน้าตายิ้มแย้ม ประสานมือแสดงความยินดีกับฟางหนาน "ขอแสดงความยินดีกับท่านนายทหารที่คว้าชัยชนะมาได้ เหล้าสองไหนี้ถือเป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากข้า ขอฉลองชัยชนะให้ท่านนายทหารด้วยเถิด"
พูดจบ เขาก็พยักหน้าให้เด็กรับใช้วางไหเหล้าลงบนโต๊ะ
เหล่าทหารต่างพากันกล่าวขอบคุณ ฟางหนานก็ยิ้มตอบ "ขอบคุณเถ้าแก่สำหรับน้ำใจ ทำให้ท่านต้องสิ้นเปลืองแล้ว"
เถ้าแก่ยกมือขึ้นลูบเคราสีขาว หัวเราะร่วน "ท่านนายทหารช่วยกู้หน้าและสร้างขวัญกำลังใจให้ทหารชายแดนต้าฉู่ของพวกเรา แถมยังกำราบความหยิ่งผยองของพวกคนเถื่อนลงได้ สมควรต้องฉลองให้เต็มที่สิ"
ฟางหนานเหลือบมองคันธนูสีดำที่วางอยู่ข้างมือ ก่อนจะประสานมือคารวะเถ้าแก่ "เถ้าแก่ ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้องท่านสักเรื่องหนึ่ง"
[จบแล้ว]