- หน้าแรก
- เกิดใหม่พร้อมพลังคลีน พลิกชีวิตด้วยร้านรับซื้อของเก่า
- บทที่ 18 - ขายเครื่องฉายหนัง
บทที่ 18 - ขายเครื่องฉายหนัง
บทที่ 18 - ขายเครื่องฉายหนัง
เขาเดินโซเซไปที่โต๊ะ คว้าถุงพลาสติกใส่บิสกิตอัดแท่งขึ้นมากรอกเข้าปาก—ในถุงเหลือแค่เศษผงร่วนๆ สนีกเกอร์ยังเหลืออีกหนึ่งแท่ง เขาฉีกซองยัดเข้าปาก เคี้ยวลวกๆ ไม่กี่ทีก็กลืนลงคอ นมเหลืออีกค่อนกล่องก็กระดกรวดเดียวหมด
เขาทิ้งตัวนั่งหอบแฮ่กๆ อยู่บนเก้าอี้หลายนาทีกว่าสายตาจะกลับมาโฟกัสได้ชัดเจน
เครื่องฉายหนังเครื่องนี้เล่นเอาเขารีดพลังจนแทบหยดสุดท้าย ชุดฟันเฟืองที่มีความแม่นยำสูงบวกกับเลนส์ออปติคัล ปริมาณการล้างไม่ได้เยอะแยะอะไร แต่ความต้องการเรื่องความแม่นยำมันสูงปรี๊ด กินพลังงานมากกว่าตอนล้างจักรเย็บผ้าตั้งสองสามเท่า
เขานั่งพักจนเริ่มเข้าที่ ก็ลุกขึ้นเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน
ภายใต้แสงไฟ เครื่องฉายภาพยนตร์รุ่นฉางเจียง 16-4 นั่งตระหง่านอยู่อย่างเงียบสงบ
ตัวเครื่องอะลูมิเนียมหล่อสีเทาเงิน เส้นสายเหลี่ยมมุมชัดเจน ป้ายยี่ห้อพื้นแดงตัวหนังสือขาวส่องประกาย แกนใส่ฟิล์มทั้งสองแกนสะท้อนแสงไฟวิบวับ เลนส์หน้ากระบอกฉายเคลือบด้วยฟิล์มสีน้ำเงินอมม่วงดูมีมิติเมื่อกระทบแสง ช่องตรวจซ่อมชุดฟันเฟืองยังเปิดอ้าอยู่ เผยให้เห็นชุดฟันเฟืองสีเงินวาววับด้านใน ดูราวกับกลไกชั้นครูของนาฬิกาหรู
สวยงามไร้ที่ติ
เขาหยิบฝาปิดช่องตรวจซ่อมมาประกบเข้าที่ ขันน็อตจนแน่น
ตอนนี้ยังขาดของอีกสองอย่าง: หลอดไฟกับฟิล์มภาพยนตร์
หลอดไฟคือแหล่งกำเนิดแสงของเครื่องฉาย ถ้าไม่มีหลอดไฟก็ฉายภาพไม่ได้ ฉางเจียง 16-4 ใช้หลอดฮาโลเจนแบบเฉพาะ สเปกไม่ค่อยเหมือนชาวบ้าน หลินเฟิงหยิบมือถือขึ้นมาเสิร์ชดู... ในเน็ตมีขายรุ่นที่ใช้แทนกันได้ ราคาประมาณสามสิบสี่สิบหยวน
ส่วนฟิล์มเอาไว้สำหรับทดสอบว่าภาพออกมาเป็นยังไง ไม่จำเป็นต้องซื้อหนังมาทั้งเรื่อง ในเน็ตมีฟิล์มสั้นสำหรับทดสอบขาย ราคาม้วนละสิบกว่าหยวน
ของสองอย่างนี้สั่งออนไลน์เอา พรุ่งนี้มะรืนนี้ก็คงมาถึง
ระหว่างรอของมาส่ง เขาสามารถทดสอบระบบกลไกทั้งหมดของเครื่องฉายไปพลางๆ ก่อนได้
เขาหยอดน้ำมันเครื่องลงบนแกนเฟืองและจุดขยับต่างๆ—ก็ใช้น้ำมันจักรที่ซื้อมาเมื่อเช้านั่นแหละ คุณสมบัติหล่อลื่นมันใช้แทนกันได้ จากนั้นก็หาสายไฟมาเส้นหนึ่ง ต่อขั้วสายไฟของมอเตอร์เข้ากับปลั๊กไฟที่มีสวิตช์เปิดปิด
เสียบปลั๊ก
เปิดสวิตช์
มอเตอร์ส่งเสียงคราง "หึ่ง" เบาๆ โรเตอร์เริ่มหมุน เสียง... เป็นเสียงครางทุ้มๆ ที่นิ่งสนิท ไม่มีเสียงแทรก ไม่มีอาการสะดุด มอเตอร์ส่งแรงไปที่ชุดฟันเฟือง ชุดฟันเฟืองขับเคลื่อนชุดดึงฟิล์ม ขอกระตุกฟิล์มเริ่มขยับขึ้นลงเป็นจังหวะ
เครื่องทั้งเครื่องสั่นสะเทือนเบาๆ บนโต๊ะทำงาน ส่งเสียง "กึกๆๆ" ของการขบกันของฟันเฟืองดังก้องไปทั่ว
เสียงนั้นแหละ
มันคือเสียงนั้นเลย
ลานตีข้าวในเย็นวันฤดูร้อน จอผ้าใบสีขาว พัดสาน ไอติมแท่งละห้าเหมา พ่อของเขาที่แบกม้านั่งมานั่งอยู่ข้างๆ—
"กึกๆๆๆๆ—"
เครื่องฉายหนังทำงานอย่างราบรื่นภายใต้แสงไฟ ทุกระบบฟังก์ชันทำงานได้ปกติ
หลินเฟิงปิดสวิตช์ ถอดปลั๊กออก
เขาหยิบมือถือขึ้นมา ถ่ายรูปเก็บไว้จากทุกมุมกว่าสี่สิบรูป
ทั้งภาพรวมของตัวเครื่อง ซูมป้ายยี่ห้อด้านข้าง ซูมชุดฟันเฟืองด้านใน ซูมเลนส์ ซูมแกนใส่ฟิล์ม ซูมยางรองขาใต้เครื่อง ซูมชุดดึงฟิล์ม แล้วก็ถ่ายวิดีโออีกยี่สิบวินาที เป็นจังหวะที่จ่ายไฟเข้ามอเตอร์แล้วชุดฟันเฟืองเริ่มทำงาน บันทึกทั้งภาพและเสียงเอาไว้ครบถ้วน
เปิดแอปของมือสอง กดสร้างโพสต์สินค้าใหม่
พิมพ์ชื่อโพสต์ พิมพ์แล้วแก้ แก้แล้วลบ ลบแล้วพิมพ์ใหม่ สุดท้ายก็เคาะออกมาเป็นประโยคนี้—
"เครื่องฉายภาพยนตร์ 16 มม. รุ่นฉางเจียง 16-4 ผลิตโดยโรงงานเครื่องจักรภาพยนตร์หนานจิง ปี 1975 ระบบเฟืองขับเคลื่อนลื่นไหล เลนส์ใสปิ๊ง สภาพระดับจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์"
รายละเอียด: "ฉางเจียง 16-4 ยุคเจ็ดศูนย์ ตัวเครื่องอะลูมิเนียมหล่อทั้งชิ้น อะไหล่แท้คู่ตัวครบชุดทั้งชุดฟันเฟือง เลนส์ ถ้วยรวมแสง ชุดดึงฟิล์ม มอเตอร์เสียบปลั๊กหมุนทันที ฟันเฟืองขบกันแม่นยำไม่มีเสียงสะดุด (ดูในคลิป) โคตติ้งเลนส์สมบูรณ์ ใสปิ๊งไม่มีฝ้า ขาดแค่หลอดไฟ (สามารถหาซื้อหลอดฮาโลเจนทั่วไปมาใส่แทนได้) ฉางเจียง 16-4 สภาพนี้ หาเครื่องที่สองในเน็ตไม่ได้อีกแล้ว เซียนที่เล่นฟิล์มเห็นแล้วน่าจะรู้ดี ไม่ต้องพูดเยอะ ราคาตามด้านล่าง ไม่รับต่อรองเล่นๆ นะครับ"
ส่วนเรื่องราคา...
เขาเปิดดูราคาเครื่องรุ่นเดียวกันบนแพลตฟอร์ม สภาพทั่วไปอยู่ที่สองสามพัน สภาพดีหน่อยก็หกพันถึงแปดพัน ส่วนเครื่องที่เคลมว่า "สภาพระดับจัดแสดง" นั่นตั้งไว้หมื่นสอง
สภาพเครื่องของเขาน่ะเหรอ... เทียบกับเครื่องหมื่นสองนั่น มีแต่จะดีกว่า ไม่มีทางแย่กว่าแน่นอน
แต่ไอ้เครื่องหมื่นสองนั่นตั้งขายมานานแค่ไหนแล้วล่ะ เขาเลื่อนดูวันที่โพสต์—สองเดือนที่แล้ว สองเดือนแล้วยังขายไม่ออก ไม่ใช่เพราะคนขายไม่รีบ ก็คงเป็นเพราะตั้งราคาแรงเกินไปนั่นแหละ
หมื่นสอง เขาไม่กล้าตั้งหรอก ตั้งแพงไปเดี๋ยวลูกค้าหนีหมด ตั้งถูกไปตัวเองก็ขาดทุน
สุดท้ายเขาพิมพ์ตัวเลข: 8800
กดโพสต์
หลินเฟิงวางมือถือลง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้
แปดพันแปด
เครื่องฉายหนังเน่าๆ ที่คุ้ยขึ้นมาจากกองขยะ ต้นทุน... ขาหมูครึ่งขา บิสกิตอัดแท่งไม่กี่ก้อน สนีกเกอร์หนึ่งแท่ง นมครึ่งกล่อง น้ำมันเครื่องอีกไม่กี่หยด
รวมกับรายได้จากจักรเย็บผ้า พัดลม และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนหน้านี้ ตอนนี้เขามีเงินสดในมือห้าพันแปดร้อยกว่าหยวน แถมยังมีเครื่องฉายหนังตั้งขายรอคนมาซื้ออีกแปดพันแปด
ทรัพย์สินที่คาดหวังรวมทั้งหมด: หมื่นสี่พันกว่าหยวน
ห้าวัน
เขาอดนึกถึงวันที่หลิวเจี้ยนกั๋วขับออดี้มาหาไม่ได้ วันนั้นหมอนั่นเสนอเงินสองแสนหยวนเพื่อซื้อที่ดินผืนนี้ของเขา
สองแสนหยวน หึ
เขาล้วงมือถือขึ้นมาดูเวลา บ่ายสามโมงสี่สิบนาที
กระเพาะว่างเปล่าเหมือนโดนสูบออกจนหมด หัวยังมึนๆ นิดหน่อย การล้างเครื่องฉายที่ต้องใช้ความละเอียดสูงรีดพลังกายของเขาจนแทบจะเกลี้ยงหลอด ต้องรีบหาอะไรเติมด่วน
เขาลุกขึ้น ค้นดูเสบียงบนโต๊ะ—ขาหมูเหลือขาครึ่ง หมูพะโล้เหลืออีกชั่งกว่าๆ บิสกิตหมด สนีกเกอร์หมด นมเหลืออีกหนึ่งกล่อง
ต้องเติมสต๊อกแล้วสิ
คืนนี้ไปเนียนกินข้าวบ้านพี่สาวดีกว่า
หลินเฟิงเอาผ้ามาคลุมเครื่องฉายหนัง ยกไปเก็บไว้ในบ้านสังกะสีแล้วล็อกประตูให้เรียบร้อย เดินออกจากลานบ้าน คร่อมมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ขี่มุ่งหน้าไปบ้านหลินลี่ลี่
ขี่มาได้ครึ่งทาง มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นครืดๆ
เขาหยิบขึ้นมาดู—ข้อความแชทจากแอปของมือสอง
โพสต์ขายเครื่องฉายหนัง เพิ่งลงไปไม่ถึงยี่สิบนาทีเลยด้วยซ้ำ
ข้อความสั้นๆ แค่ประโยคเดียว:
"เถ้าแก่ 16-4 เครื่องนี้ยังอยู่ไหม คุยราคากันหน่อยได้ปะ รออยู่นะ"