เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - ไอ้ลูกทรพี เจ้าไม่ได้บ้าหรอกรึ!

บทที่ 7 - ไอ้ลูกทรพี เจ้าไม่ได้บ้าหรอกรึ!

บทที่ 7 - ไอ้ลูกทรพี เจ้าไม่ได้บ้าหรอกรึ!


บทที่ 7 - ไอ้ลูกทรพี เจ้าไม่ได้บ้าหรอกรึ!

"แม้พยัคฆ์ร้ายยังไม่กินลูกตัวเอง!"

"จ้าวหลีคนนี้... มีความแค้นฝังลึกอะไรกับสองแม่ลูกอย่างพวกเราหรือเปล่าเนี่ย"

"ฮ่าฮ่าฮ่า..."

...

จ้าวเจิ้งแอบหัวเราะเยาะในใจ

ยาลูกกลอนของจ้าวหลีที่ขู่ว่าหากไม่มียาถอนจะทำให้ร่างกายเน่าเปื่อยจนตายนั้น ในวินาทีที่จ้าวเจิ้งกำหมัดแน่น เขาก็พบว่ามันถูกแสงสีทองขุมหนึ่งหลอมละลายไปจนสิ้นแล้ว

แสงสีทองขุมนี้...

พรบุญบารมี!

จ้าวเจิ้งกระจ่างแจ้งแก่ใจ

พรบุญบารมีคือรางวัลที่ฟ้าดินประทานให้ สวรรค์ยังคงโปรดปรานในตัวเขา

สิ่งใดที่เป็นอันตรายต่อเขา เมื่ออยู่ภายใต้แสงแห่งพรบุญบารมี ย่อมไม่มีทางซ่อนเร้นหรือทำอันตรายได้!

ในตอนนี้

สำหรับจ้าวหลีผู้มีจิตใจอำมหิตโหดเหี้ยม มองความสัมพันธ์ฉันพ่อลูกเป็นเหมือนความแค้นลึกล้ำ จ้าวเจิ้งกลับไม่มีความโกรธแค้นหรือความไม่ยินยอมอย่างรุนแรงเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

ในชั่วพริบตา เขากลับมองอีกฝ่ายเป็นเพียงแค่มดปลวกไร้ค่า!

รอให้เขามีพลังมากพอเมื่อไหร่ แค่พลิกฝ่ามือก็สามารถบดขยี้ให้แหลกคามือได้แล้ว!

แน่นอน

"ข้าจะทำให้เจ้าต้องเจ็บปวด เสียใจ และไม่ยินยอม... ข้าจะทำให้คนตระกูลจ้าวทั้งหมดต้องชดใช้!"

จ้าวเจิ้งสัญญากับตัวเองในใจ

ท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน

หลังจากพ่อบ้านตระกูลจ้าวจากไป จ้าวเจิ้งที่เดินตามหลังหงซิ่วก็เอื้อมมือไปกุมมือเล็กๆ ที่ยังคงสั่นเทาของเธอเอาไว้แน่น!

"พี่หงซิ่ว รอให้เราออกจากตระกูลจ้าวไปได้ ข้าจะสอนท่านอ่านหนังสือ!" จ้าวเจิ้งเอ่ยเสียงนุ่ม "ยาพิษของจ้าวหลี... ทำอะไรพวกเราไม่ได้หรอก!"

หงซิ่วจ้องมองจ้าวเจิ้งนิ่ง

ใบหน้าที่ซีดเผือดและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นในตอนแรก ค่อยๆ คลายความกังวลลง

เธอพยักหน้ารับ

บนใบหน้านวลเนียนปรากฏรอยยิ้มบางๆ ขึ้นมา

และหลังจากที่กลับเข้าห้องไป จู่ๆ เธอก็รู้สึก...

เขินอายหน้าแดงระเรื่อ!

...

เรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นและบอบบาง ปรากฏชัดแจ้งภายใต้แสงเทียนสลัว

ปฏิทินแคว้นต้าเฉียน

ปีปินฉือที่สาม เดือนสิบเอ็ด วันที่ยี่สิบสาม

สายลมโชยอ่อน ท้องฟ้าสดใสไร้เมฆหมอก!

ฤกษ์งามยามดี!

เหมาะแก่การเดินทาง เหมาะแก่การแต่งงาน!

วันนี้คือวันมงคลสมรสระหว่างจ้าวเจิ้ง ลูกเมียน้อยแถมยังปัญญาอ่อนแห่งตระกูลจ้าว กับคุณหนูตระกูลฉินที่เร่ร่อนตกระกำลำบากอยู่นอกบ้านนานถึงแปดปีก่อนจะจู่ๆ ก็กลับมา

ตามปกติแล้วงานแต่งงานของตระกูลใหญ่ แม้จะเป็นลูกเมียน้อยที่ไม่ได้รับความโปรดปรานแค่ไหน เพื่อรักษาหน้าตาของตระกูล ก็ต้องจัดงานอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ

แต่ทว่า

วันนี้กลับไม่เหมือนวันวาน

ทั้งตระกูลจ้าวและตระกูลฉินต่างรู้กันดีอยู่แก่ใจ จึงไม่ได้จัดงานเลี้ยงฉลองใหญ่โตแต่อย่างใด

ตั้งใจจะจัดงานแต่งงานนี้ให้เสร็จสิ้นไปอย่างเงียบๆ!

ด้วยเหตุนี้บรรดาตระกูลใหญ่และผู้มีอิทธิพลมากมายในเมืองม่อเฉิง จึงต่างหลับตาข้างลืมตาข้าง สั่งให้พ่อบ้านเตรียมของขวัญไปมอบให้ที่งานแล้วก็รีบขอตัวกลับทันที

และภายใต้สถานการณ์เช่นนี้

จ้าวเจิ้งก็เดินออกจากประตูหลังของตระกูลจ้าว พร้อมกับหงซิ่วและคนอื่นๆ มุ่งหน้าไปยังตระกูลฉิน

บรรยากาศในงานแต่งงานไม่ได้เงียบเหงาอย่างที่คิด

แขกเหรื่อฝั่งตระกูลจ้าวที่มีจ้าวหลีเป็นผู้นำมีเพียงแค่สิบกว่าคนเท่านั้น

แต่สายเลือดตรงของตระกูลฉินกลับมีอยู่มากมาย ดูเหมือนพวกเขาจะสามัคคีปรองดองกันดี ทั่วทั้งงานไม่มีใครรู้สึกอับอายขายหน้าเพราะเรื่องที่คุณหนูตระกูลฉินเร่ร่อนอยู่ข้างนอกเลยแม้แต่น้อย กลับดูคึกคักและเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความปีติยินดี

ภายใต้การดูแลของหงซิ่ว จ้าวเจิ้งสวมชุดเจ้าบ่าวสีแดงสด ก้าวลงจากเกี้ยวเจ้าบ่าวและเดินเข้าไปในโถงพิธีท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่จับจ้องมา

ในเวลานั้นดวงตาของเขาพลันเปล่งประกายสดใสอย่างกะทันหัน เขายืดอกเชิดหน้าก้าวเดินอย่างสง่าผ่าเผย บนใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจ

เพียงชั่วพริบตาเดียว

ก็ทำให้ผู้คนมากมายถึงกับต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ

"นี่หรือคือสามีของอีเหริน"

"ถ้าไม่ติดว่าเป็นคนบ้า หน้าตาก็ถือว่าหล่อเหลาเอาการ สง่างามไม่เบาเลยนะ!"

"เอ๊ะ ไม่ถูกสิ! ดูไม่เหมือนคนบ้าเลยนี่นา!"

...

หลายคนถอนหายใจออกมาในตอนแรก

แต่พอลองพิจารณาจ้าวเจิ้งอย่างถี่ถ้วน กลับรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาทันที จนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากพูดออกมา

ดูไม่เหมือนคนบ้าเลย!

ไอ้ลูกเมียน้อยปัญญาอ่อนแห่งตระกูลจ้าวคนนี้ ดูไม่เหมือนคนบ้าเลยสักนิด!

แววตาของคนบ้า จะไปมีประกายสดใสแบบนี้ได้อย่างไร

ใบหน้าของคนบ้า จะไปมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมแบบนี้ได้อย่างไร

รอยยิ้มบนใบหน้านี่ไม่ใช่รอยยิ้มปัญญาอ่อน แต่เป็น...

จ้าวหลีที่นั่งอยู่บนที่นั่งประธานขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณบอกให้เขารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง

แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าอาจจะเหมือนตอนที่ไอ้บ้านี่ไปพบคนตระกูลฉินครั้งก่อน ที่จ้าวเต๋อสั่งสอนและซักซ้อมมาเป็นอย่างดี สีหน้าของเขาก็กลับมาเยือกเย็นตามเดิม

"พี่มู่จือ ข่าวลือชาวบ้านทั่วเมืองม่อเฉิงต่างเล่าลือกันไปทั่วว่าเจิ้งเอ๋อร์ตระกูลจ้าวเราเป็นคนปัญญาอ่อน! ท่านลองดูสิ คำพูดของชาวบ้านร้านตลาดพวกนี้ จะไปเชื่อถือได้อย่างไร"

"ฮ่าฮ่าฮ่า..."

"พี่มู่จืออย่าได้คิดมากไปเลย วันข้างหน้ายังต้องรบกวนพี่มู่จือช่วยดูแลเด็กคนนี้ให้มากหน่อยแล้ว!"

...

จ้าวหลีเอ่ยกลั้วหัวรอยิ้ม

ข้างๆ เขาบนที่นั่งประธานเช่นกัน มีชายวัยกลางคนท่าทางสุภาพเรียบร้อยในชุดบัณฑิตสีเขียวนั่งอยู่

เขาคือฉินมู่จือ ผู้นำตระกูลฉิน!

ใบหน้าของฉินมู่จือยังคงสงบนิ่งและเยือกเย็น มีเพียงรอยยิ้มยินดีจางๆ ประดับอยู่

เมื่อได้ยินคำพูดแปลกๆ ของจ้าวหลี เขาก็ไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างใด กลับพยักหน้ายิ้มรับและกล่าวว่า "ดูเหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยกกับอีเหรินของบ้านเราจริงๆ! ต้องขอบคุณพี่จ้าวและบุตรกิเลนที่มอบให้ตระกูลฉินของเราด้วยนะ!"

สีหน้าของจ้าวหลีฉายแววแปลกประหลาดวูบหนึ่ง

ส่วนนายหญิงหวังที่เดิมทีควรจะถูกกักบริเวณให้สำนึกผิดอยู่ที่บ้าน แต่เพราะเธอคือฮูหยินของผู้นำตระกูลจ้าว จึงได้มาร่วมงานแต่งงานนี้ด้วย และยังได้นั่งบนที่นั่งประธานแทนแม่บังเกิดเกล้าของจ้าวเจิ้ง เมื่อได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะพรืดออกมา

แต่เมื่อเห็นว่าเป็นงานสำคัญ เธอก็รีบยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปากเล็กๆ ที่สวยงามเซ็กซี่แต่ดูร้ายกาจของตัวเองเอาไว้

ในใจลอบคิดไปว่า "คนตระกูลฉินพวกนี้ สมองมีปัญหาหรือเปล่าเนี่ย ถึงกับเรียกไอ้บ้าว่าบุตรกิเลน นังเด็กตระกูลฉินนั่นมันร่านขนาดไหนกันเชียว หรือว่าหาผู้ชายในเมืองม่อเฉิงไม่ได้แล้ว ถึงได้เห็นไอ้บ้าเป็นของล้ำค่าแบบนี้"

ความคิดของนายหญิงหวังหมุนวนไปมา

รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ราวกับจะลบเลือนความเคียดแค้นที่จ้าวอิงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนถูกฆ่าตายไปจนหมดสิ้น!

แน่นอนว่าการกระทำของนายหญิงหวังอยู่ในสายตาของคนตระกูลฉิน หลายคนแสดงความไม่พอใจออกมาให้เห็น

ฉินมู่จือส่งสายตาบอกให้ทุกคนใจเย็นๆ

บรรยากาศในงานที่เริ่มจะตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อย พลันผ่อนคลายลงในพริบตา

สายตาทุกคู่หันไปจับจ้องที่จ้าวเจิ้งอีกครั้ง เพื่ออยากจะดูให้แน่ชัดว่า สรุปแล้วคนผู้นี้บ้าหรือไม่บ้ากันแน่!

ใครจะไปคิดว่าเมื่อต้องเผชิญกับสายตาของทุกคน จ้าวเจิ้งกลับส่งยิ้มและพยักหน้าทักทายตอบกลับทุกคนอย่างมีมารยาท!

บรรดาแขกเหรื่อต่างพากันตกตะลึงอีกครั้ง!

"จ้าวเจิ้ง!"

ทันใดนั้นเสียงแหบพร่าของชายชราก็ดังขึ้นจากในหมู่แขก

จ้าวเจิ้งหันไปมอง ก็พบว่าเป็นชายชราในชุดบัณฑิตผู้มีบุคลิกไม่ธรรมดาที่เขาเคยพบในโถงใหญ่ของตระกูลจ้าว ชายชรากำลังส่งยิ้มและพยักหน้าให้เขา

จากนั้นก็กล่าวว่า "ตระกูลจ้าวสืบทอดตำราและบทกวีมาหลายชั่วอายุคน! แต่ละรุ่นล้วนเป็นแบบอย่างของบัณฑิตอย่างพวกเรา! ในเมื่อผู้นำตระกูลจ้าวกล่าวว่าข่าวลือชาวบ้านไม่อาจเชื่อถือได้ เจ้าที่เป็นลูกหลานตระกูลจ้าว ก็คงจะต้องเป็นบัณฑิตผู้คงแก่เรียนเช่นกัน! วันนี้เป็นวันมงคลสมรส ไฉนเจ้าไม่ลองแต่งบทกวีสักบท เพื่อเป็นการแสดงความยินดีต่อบิดาของเจ้าเล่า"

ชายชราในชุดบัณฑิตมองจ้าวเจิ้งด้วยสายตาเป็นมิตร

สิ่งที่เขากล่าวมานั้น เห็นได้ชัดว่าไม่ตรงกับขั้นตอนของพิธีแต่งงาน

แต่ในเวลานี้ ดูเหมือนเขาจะมองเห็นอะไรบางอย่าง จึงจงใจทำเช่นนี้เพื่อให้คนตระกูลจ้าวต้องอับอายขายหน้าอย่างเห็นได้ชัด!

ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้จ้าวเจิ้งต้องลำบากใจ!

เงาร่างสูงโปร่งในชุดเจ้าสาวสีแดงสด ถูกประคองซ้ายขวาโดยสาวใช้หน้าตาสะสวยสองคนที่ทำให้ทุกคนต้องเบิกตากว้าง เดินเข้ามาในโถงพิธี

แต่ทว่าในตอนนี้ สายตาทุกคู่ในโถงพิธีกลับจับจ้องไปที่จ้าวเจิ้งเพียงคนเดียว

จ้าวหลีก็ตวัดสายตาไปมองชายชราในชุดบัณฑิตอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปมองจ้าวเจิ้ง

"ขอบพระคุณผู้อาวุโสที่เมตตา! ในเมื่อเป็นเช่นนี้ จ้าวเจิ้งก็ขอแสดงความสามารถอันน้อยนิดให้ทุกท่านได้รับชมแล้วขอรับ!"

จ้าวเจิ้งยิ้มพลางประสานมือคารวะชายชราในชุดบัณฑิต

จากนั้นก็หันไปประสานมือคารวะฉินมู่จือและคนอื่นๆ

ขณะที่สีหน้าของจ้าวหลีกำลังเปลี่ยนไป

จ้าวเจิ้งก็ยิ้มและเอื้อนเอ่ยบทกวีออกมาว่า "สวรรค์สร้างคู่แท้คือผู้รู้ใจ ร่วมทุกข์ร่วมสุขไม่เปลี่ยนแปรเปลี่ยนผัน เข้าหอจุดเทียนวิวาห์จุมพิตผูกพัน วสันต์ราตรีเพียงชั่วยามล้ำค่ากว่าทองคำพันชั่ง!"

ฟึบ!

เงาร่างสูงโปร่งในชุดเจ้าสาวสีแดงสดหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที

สาวใช้แสนสวยทั้งสองคนเบิกตากว้าง

ท่ามกลางความตกตะลึงของแขกเหรื่อทุกคน!

ปราณเที่ยงธรรมในตัวของจ้าวเจิ้งเดือดพล่าน ดึงดูดให้ปราณแห่งปัญญาอันไร้ที่สิ้นสุดในโถงพิธีม้วนตัวพวยพุ่งขึ้นมา!

ขณะที่จิตใจของทุกคนกำลังตื่นเต้นสั่นไหว!

ปราณแห่งปัญญาได้ก่อตัวเป็นรูปมังกรและหงส์ บินโฉบเฉี่ยวพัวพันและส่งเสียงร้องก้องกังวานอยู่กลางอากาศ!

มังกรหงส์สิริมงคล!

"ดี! ดี ดี ดี..."

"วสันต์ราตรีเพียงชั่วยามล้ำค่ากว่าทองคำพันชั่ง! ช่างเป็นประโยคที่ยอดเยี่ยมอะไรเช่นนี้! การได้บุตรกิเลนเช่นนี้มาเป็นเขยตระกูลฉิน พี่จ้าว ขอบคุณที่ส่งเสริมนะขอรับ!"

"ฮ่าฮ่าฮ่า..."

...

ฉินมู่จือลุกขึ้นยืนทำท่าประคองจ้าวเจิ้ง

จากนั้นก็หัวเราะร่วนพลางประสานมือให้จ้าวหลี

ส่วนใบหน้าของจ้าวหลีนั้น...

พลันมืดครึ้มลงถึงขีดสุดในชั่วพริบตา!

"ไอ้ลูกทรพี! เจ้าไม่ได้บ้าหรอกรึ!"

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 7 - ไอ้ลูกทรพี เจ้าไม่ได้บ้าหรอกรึ!

คัดลอกลิงก์แล้ว