- หน้าแรก
- ทะลุมิติยุค 60 พลิกชะตาในลานสี่ประสาน
- บทที่ 10 ลุงใหญ่จอมสร้างภาพ
บทที่ 10 ลุงใหญ่จอมสร้างภาพ
บทที่ 10 ลุงใหญ่จอมสร้างภาพ
เหออวี่จู้ยังใช่ไอ้โง่ซาจู้คนเดิมอยู่หรือเปล่า?
ช่วงหลายวันมานี้ ฉินหวยหรูเฝ้าแต่ถามตัวเองอยู่ซ้ำๆ
ประตูบ้านของเหออวี่จู้ก็เข้าไม่ได้แล้ว ตอนกลางคืนไปเรียกก็ไม่ยอมเปิด ตอนกลางวันก็เข้าไปไม่ได้
สรรพนามที่ใช้เรียกก็เปลี่ยนไป ไม่ยอมให้แตะเนื้อต้องตัวเหมือนเคย แถมยังไม่มาทำสายตากรุ้มกริ่มใส่หน้าอกหน้าใจของเธออีกแล้ว
ตอนพักเที่ยงก็ไม่เห็นแม้แต่เงา กับข้าวที่เคยได้ก็ลดลงไปตั้งครึ่งนึง ปิ่นโตยังใส่มาให้ไม่เต็มด้วยซ้ำ
แม่สามีที่บ้านก็เอาแต่แหกปากด่าทอ ลูกๆ ก็โอดครวญว่าอยากกินแต่ของดีๆ
บางครั้งที่แอบมองเข้าไปในบ้านของเหออวี่จู้ ก็เห็นมีแค่หมั่นโถวแป้งข้าวโพดแข็งๆ ลูกเท่าน่าอกวางอยู่บนโต๊ะ นั่นคือมื้อเย็นของเขางั้นเหรอ
เธอแกล้งร้องไห้บีบน้ำตาไปตั้งหลายหน แต่เหออวี่จู้ก็เอาแต่พร่ำบอกว่าไม่มีเงิน ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเขามักจะให้เธอยืมเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวอยู่ตลอดแท้ๆ
สรุปก็คือ ตอนนี้ครอบครัวของเธอกำลังจะไปไม่รอดแล้ว ถ้าไม่สามารถไปยืมเงินจากเหออวี่จู้ได้อีก ก็คงต้องงัดเอาเงินเก็บก้นหีบของตัวเองออกมาใช้แล้วล่ะ
จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย
ฉินหวยหรูพบว่าลูกไม้เดิมๆ ของเธอใช้ไม่ได้ผลกับเขาอีกต่อไปแล้ว ดูท่าคงจะเหลือทางเดียวคือต้องไปขอความช่วยเหลือจากลุงใหญ่
ใจจริงแล้ว ฉินหวยหรูไม่อยากจะไปขอลุงใหญ่เลยสักนิด เธอเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองว่าสามารถควบคุมเหออวี่จู้ได้อย่างอยู่หมัด
แต่ความเป็นจริงกลับตอกหน้าเธออย่างจังว่า เธอทำพลาดซะแล้ว
"ลุงใหญ่คะ ครอบครัวของฉันกำลังจะอยู่ไม่รอดแล้วจริงๆ ขอร้องล่ะค่ะ ลุงช่วยพวกเราหน่อยเถอะนะคะ ถ้าลุงไม่ช่วย ฉันก็คงต้องพาลูกๆ ไปตายแล้วล่ะค่ะ"
อี้จงไห่รู้สึกงุนงงนิดหน่อย ฉันก็ให้เหออวี่จู้คอยช่วยเหลือบ้านพวกเธออยู่แล้วไม่ใช่รึไง? ก็ไม่เห็นได้ข่าวว่าเธอไปมีเรื่องบาดหมางอะไรกับเขานี่นา แล้วทำไมถึงบอกว่าอยู่ไม่รอดแล้วล่ะ
อี้จงไห่กุมมือเล็กๆ ขาวเนียนและนุ่มนิ่มของฉินหวยหรูเอาไว้แน่น พลางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงว่า "หวยหรู ใจเย็นๆ ก่อนนะ ค่อยๆ เล่าให้ลุงฟังหน่อยสิว่าที่บ้านเกิดปัญหาอะไรขึ้น ทำไมถึงอยู่ไม่รอดแล้วล่ะ"
ฉินหวยหรู ปาดน้ำตาที่พยายามบีบเท่าไหร่ก็ไม่ยอมไหลออกมา ก่อนจะเริ่มคร่ำครวญให้อี้จงไห่ฟัง "ลุงใหญ่คะ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปทำอะไรให้ซาจู้โกรธ จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนมาเรียกฉันว่าพี่สะใภ้ตงซวี่ แถมยังไม่ยอมเอากับข้าวใส่ปิ่นโตมาให้ครอบครัวฉันอีก ครอบครัวฉันคนก็ตั้งเยอะแยะ ฉันเป็นแค่แม่ม่ายตัวคนเดียว จะไปมีปัญญาหาเลี้ยงทุกคนได้ยังไงล่ะคะ"
แบบนี้จะไปได้ยังไง เหออวี่จู้ดันมาทำตัวหมางเมินกับฉินหวยหรูแบบนี้ แล้วแผนการของฉันจะทำยังไงล่ะ ไอ้ซาจู้นี่มันไม่เคยจะพึ่งพาอะไรได้เลย ทำไมถึงไม่รู้จักทำตัวให้ฉันสบายใจบ้างนะ?
"หวยหรู เดี๋ยวคืนนี้ลุงจะลองไปคุยกับซาจู้ดูนะ มีปัญหาอะไรเดี๋ยวลุงจะเป็นคนออกหน้าจัดการให้บ้านเธอเอง"
ฉินหวยหรูเปลี่ยนจากหน้าเศร้าเป็นยิ้มแย้มขึ้นมาทันที ทำเอาอี้จงไห่ถึงกับมองตาค้าง นิ่งอึ้งไปพักใหญ่
"ขอบคุณมากนะคะลุงใหญ่ ถ้าไม่ได้ลุง ฉันคงต้องพาลูกๆ กลับไปใช้ชีวิตอยู่บ้านนอกแล้วล่ะค่ะ"
"หวยหรูเอ๊ย เธอไม่ต้องห่วงนะ ตราบใดที่ลุงยังมีชีวิตอยู่ ลุงจะไม่มีทางทนดูพวกเธอต้องอดตายหรอก ลุงจะเกลี้ยกล่อมให้ซาจู้กลับมาช่วยเหลือครอบครัวของเธอเอง"
ไอ้คนจอมสร้างภาพก็คือคนจอมสร้างภาพอยู่วันยังค่ำ อยากได้ทั้งชื่อเสียง อยากได้ทั้งผลประโยชน์ แต่กลับไม่อยากจะลงทุนลงแรงอะไรเลย แล้วไอ้หนุ่มเจ้าของร่างเดิม มันหลงกลขึ้นเรือโจรสลัดของตาลุงนี่ไปได้ยังไงกันนะ
เหออวี่จู้นั่งคิดเรื่องนี้อยู่นาน แต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ นอกจากภาพเรือนร่างขาวจั๊วะของแม่ม่ายฉินแล้ว ความทรงจำอื่นๆ ของเจ้าของร่างเดิมก็แทบไม่มีอะไรสลักสำคัญเลย จะจำได้ก็ต่อเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์นั้นๆ เท่านั้น
บนโต๊ะมีหมั่นโถวแป้งข้าวโพดแข็งๆ วางอยู่อย่างเงียบเหงาหนึ่งลูก กับขวดเหล้าที่ข้างในมีแต่น้ำเปล่า นี่แหละคือมื้อเย็นของซาจู้
แน่นอนว่า นี่เป็นแค่การจัดฉากให้คนอื่นดูเท่านั้น ตราบใดที่ยังไม่ได้ตัดขาดกับครอบครัวของฉินหวยหรูอย่างเป็นทางการ เหออวี่จู้ก็จะไม่มีวันงัดเอาของดีๆ ที่ซ่อนอยู่ออกมาโชว์ให้ใครเห็นเด็ดขาด
"ซาจู้ ฉันได้ยินฉินหวยหรูบอกว่า ช่วงนี้แกไม่ได้คอยช่วยเหลือครอบครัวของหล่อนแล้วเหรอ" อี้จงไห่ผลักประตูเดินเข้ามา แล้วทิ้งตัวลงนั่งที่หน้าโต๊ะ
ผู้มีอำนาจชี้ขาดในลานสี่ประสาน ลุงใหญ่ อี้จงไห่ ช่างกลึงระดับแปดแห่งโรงงานรีดเหล็ก
ตาลุงคนนี้เก่งกาจเรื่องการใช้คุณธรรมมาบีบบังคับคนอื่น นิสัยเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ จอมสร้างภาพตัวยง และความปรารถนาสูงสุดในชีวิตก็คือการหาคนมาเลี้ยงดูตอนแก่
จากการสังเกต ชายคนนี้คือหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังที่คอยวางแผนทำลายชีวิตของเจ้าของร่างเดิม เขาต้องการควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเจ้าของร่างเดิม แม้กระทั่งเรื่องการแต่งงาน อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งคลุมเครือกับแม่ม่ายฉิน จนทำให้คนอื่นอดสงสัยไม่ได้ ว่าทั้งคู่แอบมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกันหรือเปล่า
ต้นไม้แห่งการกัดกินในโชคชะตาของเจ้าของร่างเดิม ที่ใหญ่รองลงมาจากของแม่ม่ายฉิน ก็คือของตาลุงคนนี้นี่แหละ บนต้นไม้แผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายของความจอมปลอม ขนาดเหออวี่จู้ที่ไม่ได้เป็นผู้บ่มเพาะพลังก็ยังสามารถสัมผัสได้
"ลุงใหญ่ กินข้าวมาหรือยังครับ? ถ้ายังไม่ได้กิน พวกเรามาก๊งเหล้าด้วยกันหน่อยไหม" เหออวี่จู้ไม่รอให้อี้จงไห่ปฏิเสธ ก็จัดการรินเหล้าใส่แก้วให้เขาเสร็จสรรพ
"มาครับลุงใหญ่ เรามาดื่มกันหน่อย" เหออวี่จู้ยกแก้วของตัวเองขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด
อี้จงไห่ไม่มีทางเลือก คืนนี้เขายังต้องนั่งปรับทุกข์กับเหออวี่จู้ จะหักหน้าอีกฝ่ายก็ไม่ได้ จึงต้องยอมยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มตาม
เหออวี่จู้รู้ดีว่านี่คือน้ำเปล่าที่ผสมเหล้าลงไปนิดหน่อย แต่อี้จงไห่ไม่รู้นี่นา
ใครๆ ก็รู้ว่า เหล้าผสมน้ำน่ะรสชาติแย่ แต่ไอ้น้ำผสมเหล้านี่สิ รสชาติมันยิ่งกว่าหมาไม่แด้ก ในฐานะที่อี้จงไห่เป็นถึงเศรษฐีอันดับต้นๆ ของลานสี่ประสาน เขาจะเคยต้องมาทนกินน้ำห่วยๆ แบบนี้ได้ยังไง พอกินเข้าไปก็แทบจะบ้วนทิ้งออกมาทันที
"ซาจู้ นี่แกทำตัวเหมือนตาเฒ่าเหยียนตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงได้เอาเหล้ามาผสมน้ำกินแบบนี้"
"ลุงใหญ่ คุณเข้าใจผิดแล้วครับ ผมไม่ได้เอาเหล้าผสมน้ำ แต่ผมเอาน้ำมาผสมเหล้าต่างหาก ถ้าไม่ผสมแบบนี้ ผมคงกินมื้อเย็นไม่ลงหรอกครับ มาครับลุงใหญ่ ผมเหลือหมั่นโถวแป้งข้าวโพดอยู่แค่ลูกเดียวแล้ว พวกเรามาแบ่งกันกินคนละครึ่งนะครับ"
เหออวี่จู้ บิหมั่นโถวแป้งข้าวโพดออกเป็นสองซีก แล้วยื่นให้อี้จงไห่ครึ่งหนึ่ง
ฉันเป็นถึงลุงใหญ่ของลานสี่ประสานเชียวนะ อุตส่าห์ช่วยเหลือแกมาตั้งแต่เด็ก คอยดูแลพวกแกสองพี่น้องมาจนโต แกจะให้ฉันมากินน้ำผสมเหล้า กับหมั่นโถวแป้งข้าวโพดแข็งๆ นี่น่ะเหรอ?
"ซาจู้ ทำไมแกถึงกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้ล่ะ ที่ผ่านมาฉันเคยสอนแกเอาไว้ยังไง แกทำให้ฉันผิดหวังมากนะรู้ไหม"
"อ้าว ลุงใหญ่ ผมทำอะไรผิดเหรอครับ?"
"แกยังจะมีหน้ามาถามอีก ฉันอุตส่าห์มาหาแกถึงบ้าน แต่แกดูสิว่าแกเอาอะไรมาต้อนรับฉัน"
"อ้อ เรื่องนี้เอง ลุงใหญ่ ผมไม่ได้ตั้งใจจะเอาของพวกนี้ มาต้อนรับลุงหรอกนะครับ แต่ที่บ้านผมมันเหลือของกินแค่นี้จริงๆ ถั่วลิสงทอดที่เหลืออยู่นิดหน่อย ก็โดนเจ้าป้างเกิง ลูกของพี่สะใภ้ตงซวี่ขโมยไปกินหมดแล้ว ถ้าผมมีของดีๆ อยู่ในบ้าน ผมจะเอาของพวกนี้มาหลอกลุงได้ยังไงล่ะครับ"
อี้จงไห่ตกใจมาก ฐานะและฝีมือของเหออวี่จู้ไม่มีทางปิดบังเขาได้หรอก ถ้าเหออวี่จู้ไม่ได้มีฐานะดี มีหรือที่เขาจะวางแผน ให้มาเป็นคนเลี้ยงดูเขาตอนแก่
แล้วตอนนี้เหออวี่จู้ดันมาตกอับถึงขนาดนี้ได้ยังไงกัน ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายเกินไปแล้วมั้ง ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป คนแบบนี้ จะพึ่งพาให้มาเลี้ยงดูตอนแก่ได้ยังไงกัน
ดูท่าเขาคงต้องเร่งดำเนินตามแผนการให้เร็วขึ้นแล้ว ต้องให้ฉินหวยหรูเข้ามาช่วยจัดการดูแลเหออวี่จู้ซะหน่อย เงินพวกนี้ล้วนเป็นเงินบำนาญของเขาในอนาคตทั้งนั้น จะปล่อยให้ผลาญทิ้งไปเปล่าๆ ได้ยังไง
"ซาจู้ แล้วเงินของแกล่ะ แกทำงานมาตั้งหลายปี ไม่คิดจะเก็บหอมรอมริบไว้บ้างเลยเหรอ?"
"อ๋อ ลุงใหญ่พูดถึงเงินเดือนใช่ไหมครับ ก็ผมทำตามที่ลุงบอกนั่นแหละครับ เอาเงินไปให้พี่สะใภ้ตงซวี่ยืมหมดเลย เดือนนี้เพิ่งจะเงินเดือนออก พี่สะใภ้ตงซวี่ก็มายืมไปตั้งยี่สิบหยวน ผมก็เลยไม่เหลือเงินติดตัวเลยครับ"
นี่แกจะมาโทษฉันได้ยังไง ฉันเคยสั่งให้แกเอาเงินไปให้ฉินหวยหรูยืมตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
แต่พอคิดดูอีกที ดูท่าเหออวี่จู้คงจะไม่มีเงินติดตัวจริงๆ ถึงได้พยายามหลบหน้าฉินหวยหรูในช่วงนี้
ถ้าในเวลาแบบนี้ เขาตัดสินใจยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเหออวี่จู้ มีหรือที่อีกฝ่ายจะไม่ซาบซึ้งในบุญคุณของเขา และการจะดึงตัวมาเลี้ยงดูตอนแก่ก็คงจะเป็นเรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก หนำซ้ำยังจะได้เอาหน้ากับฉินหวยหรูอีกด้วย
"ไอ้เด็กคนนี้นี่ ไม่มีเงินทำไมไม่รีบบอกฉันแต่แรกล่ะ เอาล่ะ ฉันมีเงินอยู่สามสิบหยวน ให้แกยืมไปก่อนก็แล้วกัน แกเอาไปช่วยเหลือครอบครัวของฉินหวยหรูก่อนเถอะ ป้าใหญ่ของแกทำกับข้าวเสร็จแล้ว ฉันต้องกลับไปกินข้าวก่อนล่ะ"
เหออวี่จู้ มองตามแผ่นหลังที่เดินจากไปของอี้จงไห่ด้วยความรู้สึกงุนงง จู่ๆ ทำไมตาลุงนี่ถึงได้ใจดี ให้เขายืมเงินตั้งสามสิบหยวนล่ะเนี่ย
หน้าตาฉัน ดูเหมือนคนขัดสนเงินสามสิบหยวนนักหรือไง
อืมม์ ถึงฉันจะไม่ขัดสน แต่ก็ไม่มีใครรังเกียจเงินหรอกนะ
ในเมื่อลุงอยากจะให้ยืมเองนะ ผมไม่ได้เป็นคนเอ่ยปากขอยืมสักหน่อย ส่วนเรื่องคืนเงินน่ะเหรอ... ที่ผ่านมาลุงก็หลอกใช้ผมมาตั้งเยอะ ถือซะว่าเงินก้อนนี้เป็นดอกเบี้ยก็แล้วกันนะ
อี้จงไห่ไม่ได้เดินตรงกลับบ้านทันที แต่กลับไปเดินเตร็ดเตร่อยู่หน้าบ้านของฉินหวยหรูพักหนึ่ง
"ลุงใหญ่คะ ทางฝั่งซาจู้เป็นยังไงบ้างคะ?"
"หวยหรูเอ๊ย ซาจู้มันไม่มีเงินติดตัวแล้วน่ะสิ ลุงก็เลยให้มันยืมไปสามสิบหยวน เพื่อให้มันเอาไปช่วยเหลือครอบครัวของเธอน่ะ"
ฉินหวยหรูรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก เธอพูดด้วยน้ำเสียงตื้นตันว่า "ลุงใหญ่คะ ขอบคุณมากเลยนะคะ ในลานบ้านนี้ก็เห็นจะมีแต่ลุงนี่แหละที่คอยช่วยเหลือครอบครัวเรา"
อี้จงไห่ลอบบีบมือเล็กๆ นุ่มนิ่มของเธอเบาๆ ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มพึงพอใจว่า "หวยหรู เธอเป็นเด็กดี ลุงก็เลยอยากจะสนับสนุนเธอกับซาจู้น่ะ"
(จบบท)