- หน้าแรก
- ผมจะเป็นเศรษฐีด้วยการปลูกต้นไม้ ต้นละหนึ่งหยวน
- บทที่ 31 - รถออดี้สีดำ
บทที่ 31 - รถออดี้สีดำ
บทที่ 31 - รถออดี้สีดำ
"หลินจื่อ เอ็งอยู่บนเขาหรือเปล่า?"
"ครับ"
"เอ็งรีบลงมาเลย ที่ทำการหมู่บ้านมีเถ้าแก่ใหญ่มา ขับออดี้มาด้วย กำลังคุยอยู่กับผู้เฒ่าหลี่เลยเนี่ย"
"รับทราบครับ"
"เอ็งจะไม่ลงมาดูหน่อยรึ?"
"ไม่เป็นไรครับ"
เฉินเจี้ยนกั๋วชะงักไปนิดหนึ่งที่ปลายสาย "เอ็งจะไม่มาจริงๆ ดิ?"
"ฝั่งนี้ผมมีต้นไม้ต้องดูครับ"
"...เออๆ ตามใจเอ็ง"
เฉินหลินวางสาย แล้วก้มหน้าตรวจสอบต้นไม้ต้นต่อไป
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากรู้ว่าคนคนนั้นคือใคร แต่ตอนนี้บนเขามีต้นไม้ 67 ต้นกำลังใบเหลือง เขาชั่งน้ำหนักในใจแล้ว... เรื่องนี้ด่วนกว่าเห็นๆ
คนนอกขับรถออดี้มาจิบชาคุยเล่นที่หมู่บ้าน แล้วไงล่ะ? ปล่อยให้คุยไปสิ
เขาเดินตรวจตั้งแต่ฝั่งเนินใต้ลากยาวไปจนถึงช่วงกลางของหลิ่วซู่ปัว ใช้เวลาไปสองชั่วโมงกว่า เช็กต้นไม้ในโซนแจ้งเตือนสีเหลืองทุกต้น ยืนยันได้ว่ายังไม่มีต้นไหนอาการทรุดหนักจนขึ้นไฟแดง พอกลับลงมาถึงตีนเขา เวลาก็ปาเข้าไปสี่โมงเย็นกว่าแล้ว
ตอนนั้นเอง เฉินเจี้ยนกั๋วก็โทรมาอีกรอบ
"ไปแล้ว คนไปแล้ว"
"คุยอะไรกันบ้างครับ?"
"ข้าก็ไม่รู้รายละเอียดหรอก ผู้เฒ่าหลี่ไม่ยอมให้ข้าเข้าไป แต่ข้าแอบได้ยินแว่วๆ อยู่สองสามประโยค... หมอนั่นบอกว่าทำธุรกิจพัฒนาเชิงนิเวศ สนใจทรัพยากรธรรมชาติของหมู่บ้านเรามาก"
"ชื่ออะไรครับ?"
"ฟังไม่ถนัดแฮะ คุ้นๆ ว่าแซ่จ้าว"
"แล้วพูดอะไรอีกไหมครับ?"
"ข้าได้ยินแค่อีกประโยคเดียว... เขาบอกว่า 'ได้ยินว่าหมู่บ้านพวกคุณมีคนหนุ่มมาทำโครงการพื้นที่สีเขียวอยู่ ก็ดีนะ แต่วิสัยทัศน์น่าจะขยายให้กว้างกว่านี้ได้อีก'"
เฉินหลินนิ่งเงียบ
เฉินเจี้ยนกั๋วกดเสียงต่ำลง "หลินจื่อ หมอนี่มันมาไม้ไหนวะ?"
"ไม่ทราบครับ"
"เอ็งไม่กังวลรึไง?"
"รอดูไปก่อนครับ"
วางสายเสร็จ
เฉินหลินยืนนิ่งอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้านพักหนึ่ง
รถของจ้าวกวงหมิง—ตอนนี้เขารู้แค่ว่าแซ่จ้าว—ขับออกไปแล้ว แต่ก่อนไป หมอนั่นทิ้งทวนไว้อย่างหนึ่ง
ป้าหวังเป็นคนคาบข่าวมาบอก
ตอนนั้นป้าหวังเพิ่งกลับมาจากสวนผัก เดินผ่านทางเข้าหมู่บ้านพอดี เห็นผู้ชายใส่เชิ้ตขาวคนนั้นยืนอยู่ริมถนน หันหน้าไปทางเนินฝั่งใต้ของหมู่บ้าน ยืนมองอยู่นานสองนาน แล้วก็หันไปพูดอะไรบางอย่างกับไอ้หนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ
"เขาพูดว่าไงครับ?" เฉินหลินถาม
"ป้าได้ยินมาประโยคนึง... 'เนินตรงนี้ เอามาทำโฮมสเตย์กับสวนผลไม้เก็บกินเอง ทำเลกำลังสวยเลย'"
พูดจบ ป้าหวังก็กลอกตาจ้องหน้าเฉินหลิน พยายามจับสังเกตว่าเขาจะมีปฏิกิริยายังไง
เฉินหลินนิ่งสนิท
"อ้อ ครับ"
แล้วเขาก็เดินกลับบ้าน
พอเข้าห้องปิดประตูลงกลอน เขาก็เอาประโยคนั้นมาทบทวนในหัวอีกรอบ
โฮมสเตย์บวกสวนผลไม้เก็บกินเอง
เนินฝั่งใต้ของหมู่บ้าน
เนินตรงนั้นปลูกต้นท้อไว้ตั้งหมื่นกว่าต้น มันคือหุบเขาดอกท้อของเขา
หมอนั่นไม่ได้มองที่อื่นเลย แต่มองเจาะจงมาที่หุบเขาดอกท้อเป๊ะๆ
บังเอิญงั้นเหรอ?
ไม่น่าใช่
เขาเปิดแอปโน้ตขึ้นมา พิมพ์ต่อท้ายประโยค "คนนอก, ขับรถออดี้สีดำ, รองนายกโจวพามา" ว่า...
แซ่จ้าว. ทำธุรกิจพัฒนาเชิงนิเวศ. ไปดูหุบเขาดอกท้อมา. พูดถึง "โฮมสเตย์+สวนผลไม้".
จากนั้นเขาก็พิมพ์ตัวหนังสือเล็กๆ ลงไปอีกบรรทัด:
เขารู้ได้ยังไงว่าเนินตรงนั้นปลูกต้นท้อ? แค่ขับรถผ่านก็ดูออกเลยเหรอ? หรือว่าไปเห็นเอกสารอะไรมาก่อนหน้านี้แล้ว?
พิมพ์เสร็จ เขาก็จ้องตัวหนังสือบรรทัดนั้นอยู่หลายวินาที
แล้วก็ล็อกหน้าจอ
ตอนกินข้าวเย็น หลิวกุ้ยฮวานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม กินไปบ่นไป
"วันนี้มีเถ้าแก่ใหญ่มาที่หมู่บ้านเราเรอะ?"
"ครับ"
"มาทำไมล่ะนั่น?"
"ไม่รู้สิครับ"
"จางต้าเพ่าบอกว่ารถคันนั้นตั้งสี่แสนเชียวนะ"
"ครับ"
"แล้วเขามาทำไมล่ะ?"
"ไม่รู้ครับ"
หลิวกุ้ยฮวาปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ปากขมุบขมิบ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ
กินข้าวเสร็จ เฉินหลินกลับเข้าห้อง รอเวลาเที่ยงคืน
เที่ยงคืนตรง มือถือสั่นครืด
21,633 หยวน
ยอดเงินลดลงจากเมื่อวาน 67 หยวน
ไม่ได้ติดลบนะ... แต่เป็นเพราะต้นไม้ 67 ต้นที่ติดแจ้งเตือนสีเหลือง ระบบระงับการจ่ายเงินของพวกมันชั่วคราว ถึงจะยังไม่โดนหักออกจากยอดรวม แต่ก็ทำให้รายได้ไม่ขยับเพิ่มขึ้น
เขาจดตัวเลขไว้
67 ต้น
ถ้าพรุ่งนี้ฝนยังไม่ตก ตัวเลขนี้จะพุ่งไปถึงไหนนะ?
วันที่หกที่ไร้ฝน
เฉินหลินสะดุ้งตื่นเพราะมือถือสั่น
เที่ยงคืนตรง ระบบประมวลผลเสร็จสิ้น
เขาพลิกตัวคว้าม้าถือมาดู หยีตามองหน้าจอ—
21,200 หยวน
ยอดเงินหายไป 433 หยวนเมื่อเทียบกับเมื่อวาน
เขาตาสว่างวาบทันที
เปิดแอปโน้ต เทียบตัวเลขของเมื่อวาน: 21,633 วันนี้: 21,200 หายไป 433
สมองเขาแล่นปรู๊ด คำนวณแยกส่วนตัวเลขทันที
ต้นไม้ที่ติดแจ้งเตือนสีเหลือง ระบบจะระงับการจ่ายเงิน ถ้าจำนวนต้นไม้สีเหลืองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รายรับรวมก็จะร่วงลงมา
แต่ตัวเลข 433 ที่หายไป มันไม่ใช่แค่ส่วนที่โดนระงับเพราะสีเหลืองแน่ๆ
เขาเพ่งสมาธิไปที่หน้าต่างระบบในหัว—
สีเหลือง: 347 ต้น
สีแดง: 23 ต้น
นิ้วของเขาเกร็งขึ้นมาทันที
สีแดง
ใกล้ตาย
เมื่อวานยังไม่มีสีแดงเลย วันนี้โผล่พรวดมาทีเดียว 23 ต้น
กระจุกตัวอยู่ตรงจุดที่สูงที่สุดของเนินฝั่งใต้ตงหลิ่ง ตรงที่ชั้นดินบางสุดๆ และโดนแดดเผาเต็มๆ ทั้งวัน โซนนั้นดินมีแต่เศษหิน อุ้มน้ำไม่ได้เลย พอเจอฝนทิ้งช่วงหกวัน อุณหภูมิหน้าผิวดินตอนกลางวันพุ่งไปสี่ห้าสิบองศา ความชื้นรอบๆ รากก็โดนสูบออกไปจนเกลี้ยง
สีแดง 23 ต้น
ถ้าไม่รีบยื้อไว้ พวกมันตายแน่
และถ้าตาย ก็คือโดนหักออกจากระบบถาวร ไม่ใช่แค่ระงับชั่วคราว แต่คือหายไปเลย
ตั้งแต่กลับมาอยู่หมู่บ้าน รายได้ของเขามีแต่พุ่งขึ้นตลอด 1,247, 3,500, 8,500, 10,900, 18,200, 21,700— ตัวเลขของทุกวันจะมากกว่าวันก่อนหน้าเสมอ ไม่เคยมีวันไหนที่ยอดตก
วันนี้เป็นวันแรก
21,200
หลอดความคืบหน้ากำลังถอยหลัง
เขานั่งนิ่งอยู่พักหนึ่ง แล้วลุกจากเตียง
ล้างหน้าล้างตา ตีห้าก็ออกจากบ้านขึ้นเขา
ฟ้ายังไม่สางดี ขอบฟ้าทิศตะวันออกเพิ่งจะเริ่มทอแสงสีเทาหม่นๆ
เขามุ่งหน้าตรงไปยังจุดสูงสุดของเนินฝั่งใต้ตงหลิ่ง
พอไปถึงก็เห็นเลย—
เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ
ต้นหวยป่า 23 ต้นที่ขึ้นเตือนสีแดง ใบม้วนงอกรอบอย่างเห็นได้ชัด สีใบเปลี่ยนจากเขียวเข้มเป็นเขียวอมเทา ขอบใบแห้งกรัง เอามือบีบเบาๆ ก็ป่นเป็นผง ลำต้นก็ร้อนจี๋... ความร้อนจากเมื่อวานยังระบายออกไม่หมดเลย
เขานั่งยองๆ เอามือทาบลงบนผิวดินรอบโคนต้น
แห้งผาก
แข็งเป๊กเป็นแผ่นหิน
นิ้วจิ้มไม่ลงเลยสักนิด
เขาลุกขึ้นยืน เดินสำรวจรอบๆ โซนแจ้งเตือนสีเหลือง ต้นไม้ 347 ต้นกระจายอยู่ในสามโซน: ริมเนินฝั่งใต้ของตงหลิ่งร้อยกว่าต้น, ยอดเนินหลิ่วซู่ปัวตอนเหนือแปดสิบกว่าต้น, และเนินฝั่งใต้หมู่บ้านฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ที่ติดกับสือโถวกั่งอีกร้อยกว่าต้น
โซนสุดท้ายนี่แหละที่ทำให้เขาแปลกใจนิดๆ... ต้นท้อบนเนินฝั่งใต้ของหมู่บ้านเริ่มได้รับผลกระทบแล้ว รากต้นท้อตื้นกว่าต้นหยาง ทนแล้งไม่ค่อยได้ ต้นท้อร้อยกว่าต้นเริ่มมีอาการใบเหี่ยวๆ ถึงจะยังไม่ม้วนงอ แต่ระบบก็จับขึ้นป้ายเหลืองเรียบร้อยแล้ว
เฉินหลินยืนอยู่บนยอดเนิน ทอดสายตามองต้นไม้ที่ปกคลุมไปทั่วภูเขา
ในจำนวนสองหมื่นสามพันกว่าต้น มี 370 ต้นที่ไฟเหลืองกะพริบ และ 23 ต้นที่ไฟแดงโร่
คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึงสองเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ
แต่ถ้าฝนไม่ตกไปอีกหกวันล่ะ... ตัวเลขนี้จะทวีคูณไปอีกกี่เท่า?
เขาไม่กล้าคิดเลย
สิบโมงเช้า ตอนคนงานพักเบรก ลุงเจ้าก็เดินมาหาเขา
ลุงเจ้าเป็นหัวหน้ากลุ่มสาม คุมโซนปลูกต้นหวยป่า แกถือหมวกฟางเดินมา หน้าดำคร่ำเครียด เหงื่อแตกพลั่กเต็มหน้าผาก
"เถ้าแก่เฉิน ฝั่งเนินใต้นั่นใบเริ่มแปลกๆ แล้วนะ"
"ผมเห็นแล้วครับ"
"แล้งจัดเลย ช่วงนี้ถ้าฝนไม่ตกลงมาอีกนะ—" ลุงเจ้าเอาหมวกฟางพัดวีไปมา "ฉันทำนามาตี่สิบปี อากาศแบบนี้ต่อให้ทิ้งช่วงสิบวัน ต้นข้าวในนายังเหี่ยวเลย นับประสาอะไรกับต้นหวยป่าที่ปลูกแซมตามซอกหิน"
เฉินหลินนิ่งฟัง
ลุงเจ้าจ้องหน้าเขา "เถ้าแก่เฉิน พอจะมีแผนอะไรไหม?"
"เดี๋ยวผมคิดหาทางครับ"
"จะทำไงล่ะ? ขนน้ำจากตีนเขาขึ้นมาเรอะ? ต้องใช้น้ำกี่ถังกันล่ะเนี่ย? ต้นไม้ตั้งสองหมื่นกว่าต้น—"
"เดี๋ยวผมหาทางเองครับ"
เฉินหลินพูดสามคำนี้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนปกติ ไม่ร้อนรน ไม่ออกอาการ แต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่ม
ลุงเจ้ามองหน้าเขาอยู่พักใหญ่ แล้วก็พยักหน้ายอมรับ เดินจากไป
ตอนบ่าย เฉินหลินเดินลงเขาเข้าหมู่บ้าน บังเอิญเจอคนกลุ่มหนึ่งตรงทางเข้าพอดี
พวกขาเมาท์หน้าร้านขายของชำนั่นแหละ
ไม่ได้ทักทายอะไรกันตรงๆ... พอเขาเดินเข้าไปใกล้ เสียงคุยก็เบาลง แต่ก็ไม่ได้เงียบกริบไปซะทีเดียว มีสองสามประโยคลอยเข้าหูมา
"...ได้ยินว่ามีเถ้าแก่ใหญ่จากในตัวอำเภอจะมาทำโครงการพัฒนาเรอะ?"
"ระดับนั้นเขามีทั้งบริษัทมีทั้งเงินทุน จะไปเทียบกับเฉินหลินได้ไงวะ"
"ก็นั่นน่ะสิ เขาทำเรื่องท่องเที่ยวทำโฮมสเตย์ นั่นแหละช่องทางรวยของแท้ ปลูกต้นไม้มันจะได้สักกี่น้ำเชียว?"
เฉินหลินเดินผ่านคนพวกนั้นไป
ไม่หยุด
ไม่หันกลับไปมอง
เขาได้ยินเสียงคนข้างหลังทำเสียง "ชู่ว" แล้วกระซิบว่า "เบาๆ หน่อย เขาอยู่นี่"
แล้วเสียงก็นิ่บไป
เฉินหลินเดินมาถึงหน้าบ้าน ผลักประตูรั้วเข้าไป
หลิวกุ้ยฮวากำลังอุ่นกับข้าวอยู่ที่เตา
"กลับมาแล้วเรอะ?"
"ครับ"
"มากินข้าว"
"ครับ"
เขาเดินเข้าห้อง ปิดประตู
หยิบมือถือขึ้นมาเช็กพยากรณ์อากาศ
สามวันต่อจากนี้: ท้องฟ้าแจ่มใส อุณหภูมิสูงสุด 38 องศาเซลเซียส
วันที่สี่: ท้องฟ้าแจ่มใสสลับเมฆบางส่วน
วันที่ห้า: มีเมฆบางส่วน
โอกาสเกิดฝน: วันที่ห้า 10%
สิบวันที่ไร้ฝน... คอนเฟิร์มร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว
เขาวางมือถือลง
ต้องหาทางหาน้ำให้ได้
ขนน้ำจากตีนเขาขึ้นไป? ต้นไม้สองหมื่นกว่าต้น ต้นละถัง วันนึงก็ปาเข้าไปสองหมื่นกว่าถัง เป็นไปไม่ได้หรอก
จ้างรถน้ำมาฉีด? ต้นทุนบานเบอะ แถมทางขึ้นเขารถน้ำก็เข้าไม่ได้
เหลืออยู่วิธีเดียว
เขานึกถึงตอนที่ไปยองๆ เอามือคลำผิวดินแถวสือโถวกั่งเมื่อหลายวันก่อน สัญญาณแผ่วๆ ที่ส่งผ่านฝ่ามือมา—
ลึกลงไปใต้ดิน มีความรู้สึกชื้นๆ อยู่
ลึกมาก ไม่ชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่มันมีอยู่จริง
เขานอนลืมตาโพล่งอยู่บนเตียง
ข้างนอกฟ้ามืดแล้ว
หลิวกุ้ยฮวาพลิกตัวในห้องข้างๆ เสียงเตียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด
เฉินหลินหลับตาลง
พรุ่งนี้ต้องไปสำรวจสือโถวกั่งซะแล้ว