- หน้าแรก
- ฉันคือศัตรูระดับเทพของโลกแห่งฝันร้าย
- บทที่ 9 รีบไปเกิดใหม่จริงๆ สินะ
บทที่ 9 รีบไปเกิดใหม่จริงๆ สินะ
บทที่ 9 รีบไปเกิดใหม่จริงๆ สินะ
บทที่ 9 รีบไปเกิดใหม่จริงๆ สินะ
การควบคุมกระแสสังคมต่อเหตุการณ์ 'นับถอยหลังเมืองซี' ได้ผลค่อนข้างดี ความตื่นตระหนกในระดับประเทศถูกระงับไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ อย่างแน่นหนา
แต่ก็ทนเพื่อนร่วมทีมเฮงซวยไม่ไหว
วิดีโอจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตต่างประเทศบางส่วนยังคงหลุดรอดเข้ามาในประเทศ
เหนือท้องฟ้าของรัฐปกครองตนเองแห่งหนึ่งในประเทศโฉ่วและเกาะแห่งหนึ่งในประเทศกุ่ยก็ปรากฏการนับถอยหลังขึ้นเช่นเดียวกัน จำนวนผู้เสียชีวิตนั้นน่าสะพรึงกลัว
วิดีโอเหล่านี้ถูกลบออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังคงปลุกกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงแคบๆ ขึ้นมาได้
ไม่ว่าคนรอบข้างจะตื่นตระหนกแค่ไหน หลีเกอก็ยังคงนิ่งสงบดั่งขุนเขา
เธอรู้ดีว่าทางฝั่งเมืองซีจะไม่ถูกปิดกั้นไว้นานเกินไป
ในวันที่แปดหลังจากเกิดเหตุการณ์ เมืองซีก็ได้ยกเลิกการกักตัวพวกของหลีเกอ
หลีเกอเลื่อนดูข่าวบนรถที่กำลังออกจากจุดกักกัน พลางพึมพำในใจว่า จุดนี้เหมือนกับชาติที่แล้วไม่มีผิด
เบื้องบนน่าจะค้นพบผู้ตื่นรู้แล้ว มิฉะนั้นคงไม่ยกเลิกการกักบริเวณเร็วขนาดนี้
หลีเกอช้อนตาขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่าง ทิวทัศน์ของเมืองถอยร่นไปอย่างรวดเร็ว
คนเดินถนนเดินจ้ำอ้าว ตลาดสดดูเหมือนจะกลับมาเปิดตามปกติ แต่ความรู้สึกตึงเครียดที่มองไม่เห็นนั้นยังคงตามติดเป็นเงาตามตัว กดทับอยู่เหนือท้องฟ้าของเมืองอย่างหนักอึ้ง
ทุกสิ่งเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ช่วงหลายวันที่ถูกขังอยู่ในเมืองซี ทางโรงเรียนได้ปิดเทอมฤดูร้อนตามปกติไปแล้ว
ตอนที่รถโรงเรียนมาถึงโรงเรียนมัธยมหมายเลขสี่ ผู้ปกครองของนักเรียนที่ตั้งตารอคอยก็กรูกันเข้ามาล้อมรอบทันที
หลีเกอดูแปลกแยกเข้ากับใครไม่ได้ เธอเบียดผ่านครอบครัวเพื่อนนักเรียนที่กำลังกอดกันร้องไห้ทีละครอบครัว เตรียมตัวจะกลับหอพักโดยตรง
"หลีเกอ เดี๋ยวก่อน" ครูชุยเรียกเธอไว้ แล้ววิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา
"มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?"
ครูชุยลังเลเล็กน้อย "เธอพอจะมีญาติที่ไหนอีกไหม?"
ญาติ? หลีเกอชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้า
เดิมทีเธอก็เป็นเด็กกำพร้าอยู่แล้ว ตอนอายุสิบขวบถูกพ่อแม่บุญธรรมรับไปเลี้ยง แต่พออายุสิบห้าปี พ่อแม่บุญธรรมก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต
ทางฝั่งพ่อแม่บุญธรรมก็พอจะมีพี่น้องอยู่บ้าง แต่คนพวกนั้นล้วนคิดว่าเธอเป็นตัวซวย ความสัมพันธ์จึงไม่ดีตามระเบียบ
ครูชุยมีท่าทีอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง "ครูรู้ว่าเธอขออยู่หอพักโรงเรียนช่วงปิดเทอมฤดูร้อน แต่ว่า..."
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ หลีเกอก็ดึงตัวเธอให้ถอยหลังกลับมาอย่างแรง
คนที่พุ่งเข้ามาคว้าได้แต่อากาศ ดวงตาที่แดงก่ำจ้องมองหลีเกอด้วยความเคียดแค้นและชิงชัง "แกนั่นแหละ! แกเป็นคนทำร้ายลูกชายฉันจนตาย!!"
ครูชุยจำคนที่มาได้ สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก "คุณพ่อของเจิ้งเฉียงคะ โปรดใจเย็นๆ ก่อน... ฟังฉันอธิบายนะคะ..."
คนที่มาก็คือเจิ้งเทียนเฉิง พ่อผู้ร่ำรวยของเจิ้งเฉียงนั่นเอง
"ใจเย็นพ่อง! ลูกชายฉันตายแล้ว!! แม่แกตายแกจะใจเย็นได้ไหม!" เจิ้งเทียนเฉิงตาแดงก่ำ นิ้วมือแทบจะจิ้มหน้าครูชุยอยู่แล้ว
"แกลงไปให้พ้นเลยนะ อย่าให้ฉันต้องตบหน้าแก! แกเป็นครูประจำชั้น ลูกชายฉันแกเป็นคนพาไป ตอนนี้คนตายไปแล้ว! แกก็อย่าหวังว่าจะอยู่เป็นสุขเลย!"
"ฉันมีหลักฐานที่นังเด็กสารเลวนี่ทำร้ายลูกชายฉัน! มันนี่แหละที่ทำให้ลูกชายฉันตาย!"
สีหน้าของครูชุยเปลี่ยนไปเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าคิดไม่ถึงว่าจะมีคนแอบแทงข้างหลัง ถึงกับแอบถ่ายวิดีโอตอนที่หลีเกอซ้อมเจิ้งเฉียง แล้วยังส่งวิดีโอไปให้เจิ้งเทียนเฉิงอีก
"คุณพ่อเจิ้งเฉียงคะ ฉันเข้าใจความเสียใจของคุณนะคะ แต่การตายของนักเรียนเจิ้งเฉียงไม่เกี่ยวกับหลีเกอจริงๆ ค่ะ สถานการณ์ทางฝั่งเมืองซี ในอินเทอร์เน็ตก็มีข่าวรายงานอยู่..."
"ไสหัวไปให้พ้น!"
เจิ้งเทียนเฉิงยกมือขึ้นหมายจะตบหน้าครูชุย ในชั่วพริบตาที่เขาลงมือ หลีเกอก็ผลักครูชุยออกไป หลบหลีกฝ่ามือของเจิ้งเทียนเฉิงได้พ้น ในขณะเดียวกันก็เตะเข้าที่หัวเข่าของเจิ้งเทียนเฉิงอย่างจัง
เจิ้งเทียนเฉิงรู้สึกราวกับถูกช้างเตะ ร้องโหยหวนออกมาคำหนึ่ง ทรุดลงไปคุกเข่าไถลกับพื้นโดยตรง เขาไม่สนใจที่จะลุกขึ้น ชี้หน้าหลีเกอพลางคำรามลั่น
"จับมันกดไว้! หักขามันซะ! ฉันจะให้มันคุกเข่าโขกหัวขอขมาลูกชายฉัน!!"
สิ้นเสียงของเขา ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์หลายคนก็แหวกฝูงชนพุ่งเข้าใส่หลีเกอราวกับเสือตะปบเหยื่อ
ตามปกติแล้ว ผู้ชายวัยฉกรรจ์สี่ห้าคนเผชิญหน้ากับเด็กสาวอายุน้อย ใครจะเป็นฝ่ายถูกจัดการนั้นไม่ต้องสงสัยเลย
แต่ว่า...
ห้านาทีต่อมา ตำรวจก็แหวกฝูงชนเข้ามา
"หยุดเดี๋ยวนี้!"
"กล้ามาทำร้ายนักเรียนที่หน้าประตูโรงเรียน พวกแก—"
เสียงของคุณตำรวจหยุดชะงักลงกะทันหัน
ฝูงชนที่มุงดูอยู่ก็เงียบกริบเช่นกัน ชายฉกรรจ์หลายคนนอนระเกะระกะอยู่บนพื้น ปากส่งเสียงโอดครวญไม่หยุด ตรงกลางยังมีชายคนหนึ่งถูกไพล่หลังกดลงกับพื้น
เด็กสาวในชุดนักเรียนคนหนึ่งนั่งทับอยู่บนหลังของเขาอย่างสบายใจเฉิบ กดหัวของเขากระแทกกับพื้นดังกึกๆๆ
ตำรวจ: "..."
ยังไม่ทันที่คุณตำรวจจะตะโกนคำว่า 'หยุดเดี๋ยวนี้' ออกมาอีกครั้ง หลีเกอก็ลุกขึ้นอย่างว่องไว ชูมือขวาขึ้นสูง "รายงานค่ะ! หนูเป็นคนโทรแจ้งความเองค่ะ! คุณตำรวจคะ ตรงนี้มีคนร้ายค่ะ!"
คุณตำรวจมองดู 'คนร้าย' ที่ถูกซ้อมจนหน้าตาบอบช้ำ สีหน้าดำคล้ำลง "พาตัวไปให้หมด!"
เขาชี้ไปที่หลีเกอ "เธอด้วย ไปด้วยกัน!"
สองชั่วโมงต่อมา ครูชุยก็พาหลีเกอเดินออกจากสถานีตำรวจ
แม้ว่าพวกของเจิ้งเทียนเฉิงจะเปลี่ยนจาก 'ผู้ใช้ความรุนแรง' กลายเป็น 'ผู้เสียหาย' ก็ตาม แต่ก็ทนต่อหลักฐานจากกล้องวงจรปิดหน้าประตูโรงเรียนไม่ได้ เป็นเขาจริงๆ ที่พาคนมาลงมือก่อน
ในทางกฎหมาย หลีเกออย่างมากก็แค่ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ
ท้ายที่สุด หลีเกอก็ถูกตักเตือนด้วยวาจา ส่วนพวกของเจิ้งเทียนเฉิงถูกกักขังชั่วคราวในข้อหารวมหัวกันก่อความวุ่นวายและทำร้ายร่างกาย
เพียงแต่ก่อนที่หลีเกอจะกลับไป ตำรวจอาวุโสก็บอกแล้วว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ ให้เธอเตรียมใจเอาไว้ให้ดี
เมื่อออกมาจากสถานีตำรวจ ครูชุยก็ถอนหายใจ "โรงเรียนปฏิเสธคำร้องขออยู่หอพักช่วงปิดเทอมฤดูร้อนของเธอแล้ว เธอมีที่พักหรือเปล่า?"
หลีเกอไม่แปลกใจเลย ตอนนี้เธอคือตัวปัญหา ใครก็ไม่อยากจะมายุ่งเกี่ยวด้วย
"มีค่ะ หนูยังมีบ้านเป็นชื่อของตัวเองอยู่อีกหนึ่งหลัง"
"งั้นก็ดีแล้ว" ครูชุยพยักหน้า กำชับให้หลีเกอดูแลตัวเองให้ปลอดภัย แล้วก็เตรียมตัวจะจากไป ตอนนี้เธอเองก็เอาตัวเองแทบไม่รอดเหมือนกัน
นักเรียนที่ตายในเมืองซีไม่ได้มีแค่เจิ้งเฉียงคนเดียว ผู้ปกครองที่โกรธแค้นจากการสูญเสียลูกคนอื่นๆ ก็คอยตามเอาเรื่องกับทางโรงเรียนและครูประจำชั้นอยู่ตลอด
ก่อนไป ครูชุยเตือนด้วยความเป็นห่วงว่า "เรื่องของเจิ้งเฉียง ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นฝ่ายผิด แต่พอคนตายไปแล้ว เรื่องบางอย่างมันก็อธิบายไม่ถูกหรอกนะ"
"เธอต้องเตรียมใจเอาไว้ให้ดี..."
หลีเกอตอบอืม แล้วถามกลับแทนว่า "ครูชุยคิดว่าวิดีโอในมือของเจิ้งเทียนเฉิงมาจากไหนคะ?"
ครูชุยไม่ตอบ ก่อนไปเพียงแต่กำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้หลีเกออย่าไปเดินเตร็ดเตร่ที่ไหน ให้ระวังความปลอดภัย บลาๆๆ
ที่จริงแล้ว ถึงครูชุยไม่บอก หลีเกอก็รู้ว่าเป็นใคร
วันที่เธอซ้อมเจิ้งเฉียง หางตาเธอเหลือบไปเห็นคนคนหนึ่งกำลังถ่ายวิดีโออยู่
"รีบไปเกิดใหม่จริงๆ สินะ..."
หลีเกอจิ๊ปาก เพิ่งจะหนีรอดจากโลกแห่งฝันร้ายมาได้อย่างทุลักทุเล ก็ทนไม่ไหวที่จะเล่นตุกติกเสียแล้ว นี่คงอยากจะถูกมลพิษกัดกร่อนจนเปลี่ยนเป็นสายพันธุ์ประหลาดใจจะขาดแล้วล่ะสิ?
โทรศัพท์มือถือสั่นขึ้นมากะทันหัน หลีเกอก้มหน้าลงดู เป็นสายเรียกเข้าจากชื่อที่บันทึกไว้ว่า [ผู้เช่า พี่จาง]
เธอมีบ้านเป็นชื่อของตัวเองอยู่หนึ่งหลัง ตลอดสองปีที่ผ่านมา หลีเกออาศัยค่าเช่าบ้านเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนและการใช้ชีวิต
การที่ผู้เช่าโทรมาในเวลานี้ สัญชาตญาณของหลีเกอบอกว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่
"ฮัลโหล พี่จาง มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?"
"เสี่ยวหลี เอ๊ยยย ในที่สุดเธอก็รับสายสักที! นี่เธอไปล่วงเกินใครมาเนี่ย มีคนเอาเลือดหมูมาสาดหน้าประตูบ้านแถมยังติดป้ายประกาศประจานด้วย บอกว่าเธอเป็นคนทำร้ายคนตายนะ!!!"
"ฉันจะบอกเธอนะ บ้านหลังนี้ฉันเช่าต่อไม่ไหวแล้ว วันนี้ฉันจะย้ายออกเลย! เธอรีบโอนเงินมัดจำกับค่าเช่าเดือนที่เหลือคืนให้ฉันด้วย..."
หลีเกอกล่าวขอโทษแล้ววางสาย เปิดวีแชทหาพี่จาง อีกฝ่ายถ่ายรูปสภาพอันน่าสยดสยองหน้าประตูบ้านมาให้เธอ แถมยังถ่ายรูปสภาพภายในบ้านหลังจากย้ายออกแล้วมาให้อีก พร้อมบอกว่าเอาฝากกุญแจไว้กับยามแล้ว
หลีเกอไม่พูดพล่ามทำเพลง โอนเงินมัดจำและค่าเช่าเดือนที่เหลือคืนไปโดยตรง ก็ดีเหมือนกัน เดิมทีเธอก็ต้องการที่พักอยู่พอดี
เพียงแต่... หลีเกอมองดูยอดเงินที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดในบัญชีธนาคาร เธอเม้มริมฝีปาก นัยน์ตาสีดำทะมึนหม่นลง
รู้สึกอยากจะฆ่าคนขึ้นมานิดหน่อยแล้วสิ
เธอเกลียดความวุ่นวาย