เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 203 การเดินทาง

บทที่ 203 การเดินทาง

บทที่ 203 การเดินทาง


บทที่ 203 การเดินทาง

การเดินทางข้ามเขาข้ามห้วย แค่เวลาเดินทางบนถนนก็ปาเข้าไปครึ่งเดือนแล้ว ตอนนี้หลี่จวีซูเข้าใจแล้วว่าทำไมแพะขาวถึงบอกว่าไม่ต้องเอารถไปเยอะนัก เมื่อออกห่างจากจุดรวมพลเกิน 1,200 กิโลเมตร อย่าว่าแต่ถนนเลย แม้แต่ร่องรอยการทำกิจกรรมของมนุษย์ยังแทบไม่มีให้เห็น มันเป็นพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการบุกเบิกโดยสิ้นเชิง โชคดีหน่อยก็เจอที่ราบ โชคร้ายก็เจอลำธารหรือป่าทึบ ต้องยอมขับอ้อมไป โชคร้ายที่สุดคือเจอพื้นที่เลนตม จะบอกว่าไปไม่ได้ก็ไม่ใช่ มันพอไปได้ แต่มันทุกข์ทรมานสุดๆ ไปเลย

อย่างแรกเลยคือทำความเร็วไม่ได้ อย่างที่สองคือลื่นไถล และสุดท้ายคือล้อจมโคลน ขับไปได้ไม่กี่สิบเมตร ก็ต้องตัดต้นไม้ ถอนหญ้ามาหนุนใต้ล้อรถ

โชคดีที่มีรถรบแบบสายพานคันหนึ่ง ช่วยเอาชนะสภาพถนนที่ยากลำบากมาได้มากมาย ให้รถแบบสายพานขับผ่านไปก่อน จากนั้นค่อยใช้เชือกลากรถรบคันอื่นๆ ตามไปทีละคัน

หลี่จวีซูเอารถรบมาแค่ 6 คัน ระหว่างทางถ้าเจอถนนที่สัญจรยากลำบากนิดหน่อย ก็ต้องเสียเวลาไปหลายชั่วโมงแล้ว หากเป็นไปตามแผนแรกที่ตั้งใจจะเอารถรบมา 20 คัน แค่ข้ามลำธารกว้างห้าเมตรก็คงต้องใช้เวลาทั้งวันแน่ๆ

รถรบ 6 คัน ระหว่างทางยังต้องสูญเสียไปหนึ่งคัน เพราะพลิกคว่ำตกหุบเขาไป ความสูงระดับสองร้อยเมตร ในสถานการณ์ที่ไม่มีรถเครน รถรบคันนั้นก็คงได้แต่นอนนิ่งเป็นปุ๋ยปลูกหญ้าอยู่ในหุบเขา

โชคดีเพียงอย่างเดียวคือการออกมาปฏิบัติภารกิจครั้งนี้มีแต่พวกหัวกะทิทั้งนั้น ตอนที่รถรบกำลังตกลงไป สมาชิกในรถกระโดดหนีออกมาได้ทัน จึงไม่มีใครเสียชีวิต

"แน่ใจนะว่าไม่ได้มาผิดทาง?" หลี่จวีซูมองดูเทือกเขาสูงตระหง่านที่ทอดยาวเป็นเทือกเขาต่อเนื่องกันตรงหน้า หากต้องอ้อมไป คงต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งเดือนแน่ๆ

"ไม่ผิดแน่" จงอู๋เยี่ยนถือแผนที่ดูแล้วดูอีก เทียบกันหลายต่อหลายครั้ง เส้นทางไม่ผิดพลาดแน่นอน

"นักล่าคนแรกที่มาที่นี่ เขาคิดอะไรอยู่กันนะ" หลี่จวีซูชักจะอยากถอยแล้ว เป็นนักล่ามาตั้งนาน การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางที่เจ็บปวดที่สุดเท่าที่เขาเคยผ่านมาเลย ขนาดตอนหนีตายยังไม่เจ็บปวดเท่านี้

"แล้วตอนนี้จะทำยังไงดี?" จงอู๋เยี่ยนถาม

"ลงจากรถ เดินเท้า" หลี่จวีซูกระโดดลงจากรถรบเป็นคนแรก หากต้องขับรถอ้อม อย่างน้อยๆ ครึ่งเดือนก็ไม่พ้น นี่ยังไม่ได้นับรวมอันตรายต่างๆ นานาที่อาจจะเกิดขึ้นนะ ถ้าต้องเอาอันตรายมารวมด้วย จะไปถึงที่หมายอย่างราบรื่นหรือเปล่าก็ยังบอกไม่ได้เลย

แต่ถ้าเดินเท้าข้ามเทือกเขานี้ไป ด้วยฝีเท้าของทุกคน ช้าสุดก็สามวัน เร็วสุดก็สองวัน

สมาชิกทั้งหมด 63 คน แต่ไปหมดไม่ได้ ต้องทิ้งไว้ 3 คนเพื่อเฝ้ารถรบ 60 คนที่เหลือสะพายเป้คนละใบ หลังจากฉีดพ่นยากันแมลงแล้ว ก็เริ่มปีนเขา

'หลิ่งหนานโหวจื่อ' (ลิงแห่งหลิ่งหนาน) สมาชิกใหม่เป็นคนเดินนำทาง ชายคนนี้เชี่ยวชาญด้านพืชพรรณและยา เขามีความรู้เรื่องพืชพรรณกลายพันธุ์อย่างลึกซึ้ง พืชชนิดไหนมีพิษ ชนิดไหนไม่มีพิษ เขาสามารถแยกแยะได้อย่างง่ายดาย จัดว่าเป็นนักล่าสายวิชาการ

หลี่จวีซูเดินตามหลัง รู้สึกได้เปิดหูเปิดตา

หลิ่งหนานโหวจื่อมีความเชี่ยวชาญเรื่องการปีนเขาเป็นอย่างมาก สันเขา หุบเขา บริเวณไหนมีงูพิษเยอะ บริเวณไหนอาจจะมีรังมด บริเวณไหนเกิดก๊าซพิษได้ง่าย... เมื่อเข้ามาในป่าลึก เขาราวกับได้กลับมาสู่บ้านเกิดที่คุ้นเคย อย่างไรก็ตาม เขาก็มีข้อผิดพลาดบ้างเหมือนกัน เขามองไม่เห็นงูพิษที่พุ่งออกมาจากเงามืดอย่างกะทันหัน

ประกายความเย็นเยียบสายหนึ่งสว่างวาบ งูพิษถูกฟันขาดเป็นสองท่อนตกลงบนพื้น หัวงูแลบลิ้นขู่ฟ่อๆ ส่งเสียงเตือนภัย ลำตัวงูดิ้นพล่านบิดเกลียวไปมา ร่างกายขนาดใหญ่เกือบสามเมตรทำให้ผู้คนตื่นตระหนก

"ขอบคุณครับ!" หลิ่งหนานโหวจื่อขอบคุณหลี่จวีซูจากใจจริง แผ่นหลังของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ งูตัวนั้นคือ 'งูแมวเซาอูเหมา' ถ้าโดนมันกัดเข้าไป ต่อให้มีเซรุ่ม โอกาสรอดชีวิตก็มีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

งูแมวเซาอูเหมามีปริมาณพิษเยอะมาก เซรุ่มปกติหนึ่งเข็มไม่สามารถล้างพิษได้หมด ส่วนที่เหลือก็ต้องพึ่งภูมิคุ้มกันของร่างกายแล้ว

"ของบำรุงชั้นยอดเลยนะเนี่ย อย่าให้เสียของ" 'จูฉูจื่อ' (พ่อครัวจู) หัวเราะร่าพลางจับตัวงูมาพันรอบเอวแทนเข็มขัด เขาเองก็เป็นสมาชิกใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามา เชี่ยวชาญวิชาดาบและการทำอาหาร

เมื่อเดินต่อไป หลิ่งหนานโหวจื่อก็ระมัดระวังตัวมากขึ้น การเดินทางข้ามเทือกเขาที่ไม่เคยมีมนุษย์ก้าวผ่านเช่นนี้ อันตรายมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง แม้ว่าหลิ่งหนานโหวจื่อจะวางแผนเส้นทางที่ดีที่สุดไว้แล้ว แต่ทุกๆ ไม่กี่สิบเมตรก็จะพบกับอันตรายเสมอ สายตาของหลี่จวีซูมีบทบาทสำคัญมาก ทุกครั้งเขาสามารถมองเห็นอันตรายและแก้ไขมันได้ทันท่วงที

ปีนไปได้ไม่ถึงหนึ่งในสามของระยะทาง ท้องฟ้าก็มืดลง ทุกคนจึงพักค้างคืนที่กลางเขา เช้าวันรุ่งขึ้นออกเดินทางต่อ จนกระทั่งพลบค่ำก็มาถึงยอดเขา บนยอดเขามีลมแรง ทุกคนต่างรู้สึกเหมือนผ่านพ้นอุปสรรคด่านใหญ่ไปได้

แต่ใครจะรู้ว่า อันตรายเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

"สนามแม่เหล็กที่นี่แรงมาก" แพะขาวยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของยอดเขา เขารู้สึกทันทีว่าร่างกายหนักขึ้นเป็นเท่าตัว ไม่ใช่ร่างกายหนักขึ้นหรอก แต่เป็นสิ่งของในเป้สัมภาระต่างหากที่หนักขึ้น ของที่เป็นโลหะทั้งหมดน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน และถ่วงน้ำหนักลงด้านล่าง

หลี่จวีซูเดินไปทดสอบดู ก็พบกับความมหัศจรรย์ เมื่อใช้สันเขาเป็นเส้นแบ่ง หากยืนอยู่ฝั่งด้านนอก จะไม่รู้สึกอะไร แต่พอเดินเข้ามาฝั่งด้านใน มีดสั้นในมือกลับหนักอึ้งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด น้ำหนักเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เป้สะพายหลัง นาฬิกาข้อมือ เข็มขัด ปืนพก และสิ่งของที่เป็นโลหะอื่นๆ ล้วนเป็นเช่นเดียวกันหมด

ยิ่งเดินลึกเข้าไป สนามแม่เหล็กยิ่งแรง เนื่องจากจงอู๋เยี่ยนได้เตือนไว้ล่วงหน้าแล้ว ทุกคนจึงแทบไม่ได้พกอาวุธปืนมาเลย โดยเก็บไว้บนรถรบ ที่พกติดตัวมาก็มีเพียงมีดสั้น ปืนพก และอาวุธขนาดเล็กเท่านั้น ตอนนี้พวกเขาจำต้องทิ้งสิ่งของเหล่านี้ไว้บนยอดเขา โดยเฉพาะระเบิดมือและวัตถุระเบิดต่างๆ ขืนพกติดตัวไป เผลอๆ อาจจะทำระเบิดใส่ตัวเองเอาได้

"ลำบากหน่อยนะ" ทุกคนเริ่มปวดหัวแล้ว พอชินกับการใช้อาวุธปืนสมัยใหม่ จู่ๆ ก็ต้องกลับมาสู้มือเปล่า แถมยังใช้อาวุธเย็น (อาวุธจำพวกดาบ มีด หอก) ไม่ได้อีก สมาชิกหลายคนรู้สึกไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย

โชคดีที่พวกเขาล้วนเป็นนักล่ามากประสบการณ์ จึงปรับสภาพจิตใจได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาตัดต้นไม้มาทำเป็นหอก หลาว และธนูเพื่อใช้เป็นอาวุธ ไห่เซินโย่วดูน่าเกรงขามที่สุด เขาเอาท่อนไม้ขนาดยาวเกือบ 4 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 เซนติเมตรมาทำเป็นอาวุธ ด้วยความที่มือเขาใหญ่จึงจับได้ถนัด แต่ถ้าเป็นคนทั่วไป แค่กำให้แน่นยังยากเลย

หลี่จวีซูกระชับมีดสั้นที่ทำมาจากกรงเล็บของซานขุย (อสูรภูเขา) ให้แน่นขึ้น วินาทีนี้ เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้เลยว่า ทำไมระดับหัวหน้ากองกำลังอย่าง 'เฉาเทียนเจียว' ถึงได้มาขอวัตถุดิบชิ้นนี้ด้วยตัวเอง

ในบางสถานการณ์ อาวุธบางประเภทสามารถแสดงอานุภาพที่ยิ่งใหญ่ออกมาได้

หลังจากพักผ่อนบนยอดเขาหนึ่งคืน วันที่สองเมื่อเดินลงเขา ทุกคนก็ได้ปลดเปลื้องสิ่งของที่เกี่ยวกับโลหะออกจนหมดแล้ว ทว่าเมื่อผ่านพ้นช่วงกลางเขาไป พวกเขาก็ค้นพบเรื่องน่ากลัวบางอย่าง นั่นคือร่างกายจู่ๆ ก็หนักอึ้งขึ้นมา

"แรงโน้มถ่วง... แรงโน้มถ่วงเพิ่มขึ้น" สีหน้าของหลิ่งหนานโหวจื่อเคร่งเครียด เขาพูดอย่างใจเย็น "ทุกคนระวังตัวด้วย ดูจากสภาพภูมิประเทศแบบนี้ ยิ่งเดินลงไปต่ำ แรงโน้มถ่วงก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ถ้าใครทนไม่ไหว ให้บอกออกมาเลยนะ"

คนที่สามารถเข้าร่วมภารกิจนี้ได้อย่างน้อยก็ต้องเป็นนักล่าระดับสาม สภาพร่างกายย่อมแข็งแกร่งมาก แรงดึงดูดแค่นี้พวกเขายังพอรับไหว เพียงแต่รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเท่านั้น เดินๆ อยู่ จู่ๆ ก็ต้องแบกน้ำหนักเพิ่ม 40 กิโลกรัม ไม่มีใครรู้สึกสบายหรอก

การคาดเดาของหลิ่งหนานโหวจื่อแม่นยำมาก ยิ่งเดินลงไปต่ำ ทุกคนก็ยิ่งรู้สึกว่าก้าวขาไม่ออก แม้แต่นักล่าสายพละกำลังอย่างไห่เซินโย่วก็ยังเหงื่อแตกพลั่ก หลี่จวีซูเงยหน้ามองท้องฟ้า... ใกล้จะมืดแล้ว ปกติการเดินลงเขาย่อมจะสบายกว่าการเดินขึ้นเขา แต่เนื่องจากปัญหาเรื่องแรงโน้มถ่วง ความเร็วของทุกคนจึงช้าลง เดินมาทั้งวัน ยังไปไม่ถึงครึ่งทางเลย

ในตอนนั้นเอง เสียงร้องโหยหวนก็ดังทำลายความเงียบของขบวน

"อ๊าก——"

จบบทที่ บทที่ 203 การเดินทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว