- หน้าแรก
- ยอดนักล่าแห่งดาวเคราะห์หมื่นอสูร
- บทที่ 55 - เย่ชิ่นหรู
บทที่ 55 - เย่ชิ่นหรู
บทที่ 55 - เย่ชิ่นหรู
บทที่ 55 - เย่ชิ่นหรู
ชายหนุ่มร่างผอมเล็กสวมหมวกแก๊ปตกตะลึงเมื่อพบว่า กระสุนที่ยิงใส่แมงป่องไฟหางเงินกระดอนออกไปหมด ไม่สามารถเจาะทะลุเปลือกของมันได้เลย
แมงป่องไฟที่ถูกโจมตีพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่ม ความเร็วของมันน่าทึ่งมาก เพียงพริบตาเดียวก็มาอยู่ตรงหน้าแล้ว
แกร๊ก—
กระสุนหมด ชายหนุ่มถึงกับขวัญหนีดีฝ่อ เพราะเขาเห็นหางของแมงป่องไฟง้างขึ้นแล้ว นั่นคือสัญญาณก่อนที่มันจะพ่นพิษ ในวินาทีแห่งความเป็นความตาย เสียงปืนดังกึกก้องก็แผดขึ้น
ปัง—
หัวของแมงป่องไฟหางเงินระเบิดกระจุย ดับดิ้นในพริบตา ชายหนุ่มไม่มีเวลาสนใจว่าใครเป็นคนช่วยชีวิตเขา หันหลังวิ่งหนีสุดชีวิตไปไกลกว่าสามสิบเมตร เปลี่ยนแม็กกาซีนปืนเสร็จ ถึงค่อยกล้ามองดูรอบๆ แต่ก็ไม่พบตัวคนยิง
บนดาดฟ้า หลี่จวีซูยิงแมงป่องไฟหางเงินตายไปหนึ่งตัว แล้วก็หดตัวกลับเข้าที่กำบัง หอบหายใจแฮ่กๆ ร่างกายอ่อนล้าถึงขีดสุด ตอนนี้เป็นคืนที่สามแล้ว พื้นที่กว่า 75% ของจุดรวมพลถูกแมงป่องไฟยึดครอง ส่วนอีก 25% ที่เหลือก็ใช่ว่าจะปลอดภัย เพราะบางทีก็ไปจ๊ะเอ๋กับพวกมันที่ซุ่มซ่อนอยู่ตามมุมมืดเข้าให้
ตอนที่กำแพงเมืองยังไม่ถล่ม พวกเขายังพอมีเวลาพักเบรกเปลี่ยนกะได้ แต่ตอนนี้อย่าว่าแต่พักเลย ต้องเบิกตาค้างไว้ตลอดเวลา เผลอเป็นไม่ได้ อาจจะโดนพวกลอบกัดเอา แมงป่องไฟเก่งเรื่องซ่อนตัว ตามซอกตามมุมมืดๆ นี่มองแทบไม่เห็นเลย กว่าจะรู้ตัว พิษก็สาดกระเซ็นใส่ตัวซะแล้ว
หลี่จวีซูกับเสี่ยวเม่ยกระโดดข้ามจากดาดฟ้าตึกหนึ่งไปอีกตึกหนึ่ง ย้ายที่ไปเรื่อยๆ แต่ทว่าดาดฟ้าที่ยังปลอดภัยพอจะให้พักพิงได้กลับลดน้อยลงทุกที ความกดดันของทั้งคู่ก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว สู้มาหลายวันแล้ว จำนวนแมงป่องไฟไม่เพียงแต่จะไม่ลดลง แต่กลับเพิ่มมากขึ้นราวกับดอกเห็ด แถมพวกแมงป่องไฟหางเงินก็โผล่มาให้เห็นเยอะขึ้นเรื่อยๆ
แมงป่องพวกนี้มีหางเป็นสีเงิน ทุกคนเรียกพวกมันว่า "แมงป่องไฟหางเงิน" ไม่เพียงแต่ตัวใหญ่กว่าแมงป่องทั่วไป แต่ทั้งพละกำลัง ความเร็ว ความเป็นพิษ ระยะยิง และปริมาณของพิษ ล้วนเหนือกว่าแมงป่องทั่วไปหลายเท่าตัว เปลือกของพวกมันก็แข็งแกร่งกว่า แมงป่องไฟธรรมดายังทนกระสุนปืนพกไม่ได้ แต่พอเจอปืนซุ่มยิงก็ระเบิดกระจาย ทว่าพอเป็นแมงป่องไฟหางเงิน กระสุนปืนซุ่มยิงทำได้แค่เจาะรูให้เป็นแผลเท่านั้น
รถรบสีทองของคุณชายหลี่ใช้วัสดุโพลีเมอร์ที่ทนทานต่อพิษของแมงป่องไฟธรรมดาและแมงป่องไฟหางฟ้าได้ แต่ทนพิษของแมงป่องไฟหางเงินไม่ได้ เมื่อบ่ายวานนี้ รถรบสีทองโผล่มาสร้างความฮือฮา กวาดล้างแมงป่องไฟไปหลายถนน แต่ดันไปเจอพวกหางเงินเข้าให้ เสียลูกน้องไปตั้งสองคน คนขับรถก็ตายคาที่ ตัวรถถูกพิษกัดกร่อนจนเป็นรูพรุน ทำเอาคนในรถเผ่นแน่บไปเลย ผ่านไปยี่สิบกว่าชั่วโมงแล้ว รถรบสีทองคันนั้นก็ไม่โผล่มาให้เห็นอีกเลย
ศูนย์บัญชาการชั่วคราวไม่แจกอาวุธและกระสุนอีกต่อไปแล้ว ทุกคนต้องพึ่งตัวเอง แต่หลี่จวีซูกับเสี่ยวเม่ยไม่ขาดแคลนกระสุนหรอก ทั้งคู่ออกตระเวนไปทั่ว เก็บอาวุธและกระสุนที่หล่นตามพื้นได้เพียบเลย การเก็บของคนตายมาใช้อาจจะดูหน้าเลือดไปหน่อย แต่ถ้าตัวเองไม่เก็บ คนอื่นก็มาเก็บอยู่ดี หลี่จวีซูจึงไม่มีความรู้สึกผิดบาปแม้แต่นิดเดียว
คนรวยในจุดรวมพลมีเยอะแยะไปหมด ได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถรบคำรามอยู่เนืองๆ แต่ส่วนใหญ่ก็แค่ยิงจากระยะไกลแล้วก็ชิ่งหนี ถ้าไม่มีรถรบประสิทธิภาพสูงอย่างรถสีทองคันนั้น ก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แมงป่องไฟหรอก ผูเส้าอวิ๋นไม่อยู่ที่จุดรวมพลหมายเลข 11 แล้ว แต่รถรบของเขายังอยู่ คงเป็นฝีมือลูกน้องคนสนิทของเขานั่นแหละ หลี่จวีซูเห็นรถคันนั้นแวบๆ สามสี่ครั้งได้ในช่วงสามวันนี้
มีรถรบไว้ใช้งานมันก็สะดวกดี เสี่ยวเม่ยเองก็อยากจะเอารถกระบะคันนั้นออกมาใช้บ้าง แต่หลี่จวีซูห้ามไว้ เขาไม่ใช่พวกใช้ปืนยิงถล่ม การให้พลซุ่มยิงไปอยู่บนรถรบ มีแต่จะทำให้ยิงเป้าหมายยากขึ้น เผลอๆ ขับออกไปไม่กี่รอบ รถก็คงถูกพิษแมงป่องกัดจนพังยับเยินไปเลย
รถกระบะคันนั้นเป็นของชาอวี๋ หลี่จวีซูไม่อยากให้มันต้องมาพังเพราะเรื่องนี้ สำหรับเขาแล้ว การสู้รบในสภาวะแบบนี้ถือว่าเข้าทางเขาที่สุดแล้ว พื้นที่กว่าครึ่งในจุดรวมพลถูกตัดไฟ มืดตื๊ดตื๋อไปหมด พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดถูกดึงไปใช้กับกำแพงเมือง ปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้ากินไฟเยอะมาก ทางผู้ดูแลเลยจำเป็นต้องตัดไฟชาวบ้าน
เมื่อวานกำแพงเมืองก็พังลงมาอีกส่วนหนึ่ง จากเดิมที่รูกว้างห้าเมตร ตอนนี้กว้างเป็นเก้าเมตรแล้ว แมงป่องไฟทะลักเข้ามาเป็นจำนวนมหาศาล สังหารคนไปนับไม่ถ้วน จากนั้น ชาวเมืองทุกคนในจุดรวมพล ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม ต่างต้องจำใจเข้าร่วมต่อต้านแมงป่องไฟ เพราะไม่ว่าจะสู้หรือไม่สู้ โอกาสตายก็เท่ากัน สู้ฆ่าแมงป่องไฟสักสองสามตัวให้คุ้มค่าชีวิตยังดีเสียกว่า
หลี่จวีซูอาศัยความได้เปรียบจากการอยู่บนที่สูง ช่วยชีวิตผู้คนไว้ได้มากมาย น่าเสียดายที่หลายคนรอดมาได้แป๊บเดียวก็ตายอยู่ดี นอกจากนี้ เขายังเจอเพื่อนร่วมอาชีพอีกหลายคน แต่ก็แทบไม่ได้ทักทายกันเลย ต่างคนต่างสู้
เสี่ยวเม่ยยื่นขวดน้ำเปล่าให้หลี่จวีซู เขารับมาซดรวดเดียวหมดขวด รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันตาเห็น เขาเงยหน้ามองเสี่ยวเม่ย ผมเผ้าของเธอไม่ได้หวีมาหลายวันแล้วดูยุ่งเหยิงไปหมด ดวงตากลมโตก็แดงก่ำมีเส้นเลือดปูดโปน ความจริงทั้งสองคนควรจะได้พักผ่อนบ้างแล้วล่ะ แต่สถานการณ์มันไม่เป็นใจเลยนี่สิ
"ถ้าเราอยู่ที่ฐานทัพหมายเลข 1 ก็คงจะดีเนอะ" หลี่จวีซูถอนหายใจ ฐานทัพหมายเลข 1 เป็นฐานทัพแห่งแรกที่มนุษย์สร้างขึ้น อุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมสรรพ ระบบอาวุธก็มีแต่ของไฮเทค ถ้าต้องรับมือกับฝูงแมงป่องไฟ คงไม่มีปัญหาอะไร ส่วนหมายเลข 11 นี่ได้แค่ชื่อว่าเป็นจุดรวมพล ไม่ใช่ฐานทัพซะหน่อย เพราะมันเป็นแค่ที่พักชั่วคราว ดูจากการที่ผู้ดูแลขี้เหนียวไม่ยอมทุ่มงบลงทุนก็รู้แล้ว
"แค่นี้พวกเราก็โชคดีกว่าหลายๆ คนแล้วล่ะนะ" เสี่ยวเม่ยกลับรู้สึกพอใจในสิ่งที่มี หลายวันที่ผ่านมา มีคนตายไปเป็นเบือ แต่พวกเขายังมีชีวิตรอดอยู่
"เสี่ยวเม่ย!" หลี่จวีซูเรียกชื่อเธอขึ้นมาลอยๆ
"หืม?" เสี่ยวเม่ยมองเขาอย่างงงๆ
"ฉันยังไม่รู้ชื่อจริงๆ ของเธอเลยนะเนี่ย?" หลี่จวีซูเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองกังวลเรื่องอะไรอยู่
"จำไว้นะ ฉันชื่อเย่ชิ่นหรู!" เสี่ยวเม่ยกะพริบตาปริบๆ ดูซุกซนน่ารัก
"ชื่อเพราะจัง!" หลี่จวีซูหัวเราะออกมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเป็นฝ่ายถามชื่อผู้หญิงก่อน รู้สึกแปลกๆ ดีแฮะ
ตู้ม—
เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวยุติบทสนทนาของทั้งสองคน ห่างออกไปสามช่วงถนน เปลวไฟพวยพุ่งเสียดฟ้า เกิดเห็ดควันขนาดเล็กพุ่งขึ้นไปในอากาศ คลื่นกระแทกแปรเปลี่ยนเป็นพายุพัดกระหน่ำไปทั่วทุกสารทิศ ไม่รู้ว่ามีแมงป่องไฟกี่ตัวที่ถูกพัดลอยขึ้นไปบนฟ้า หลี่จวีซูและเสี่ยวเม่ยรีบคว้าโครงเหล็กข้างตัวไว้แน่น แม้จะอยู่ห่างออกไปไกลขนาดนี้ ลมก็ยังแรงจนแทบจะพัดพวกเขาลอยขึ้นไปได้เลย
น่าจะเป็นอาวุธประเภทขีปนาวุธขนาดเล็กที่ระเบิดขึ้น ไม่รู้หรอกว่าฆ่าแมงป่องไฟไปได้กี่ตัว แต่ตึกรามบ้านช่องรอบๆ จุดระเบิดน่ะ พังพินาศไปเกือบหมดแล้วล่ะ
หลี่จวีซูและเสี่ยวเม่ยชักปืนพกออกมา จัดการยิงแมงป่องไฟที่ถูกแรงลมพัดมาตกบนดาดฟ้าจนหมดเกลี้ยง พวกแมงป่องไฟคงเพิ่งได้สัมผัสประสบการณ์เหินเวหาก็วันนี้แหละ ยังคงมึนงงหน้ามืดอยู่ เลยนอนหมอบนิ่งๆ ไม่ค่อยขยับเขยื้อน หลี่จวีซูและเสี่ยวเม่ยเลยสอยร่วงไปตัวละนัด สบายหมูไปเลย
ทว่า ความสบายใจของทั้งคู่ก็อยู่ได้ไม่นาน เสียงระเบิดดังกึกก้องน่าสยดสยองดังแว่วมาจากที่ไกลๆ รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของพื้นดินทั่วทั้งจุดรวมพล นั่นคือกำแพงเมือง กำแพงเมืองพังทลายลงมาอีกแล้ว
นี่เป็นข่าวร้ายขั้นสุดยอด ยิ่งรูกว้างเท่าไหร่ ฝูงแมงป่องไฟก็จะยิ่งทะลักเข้ามามากขึ้นเท่านั้น ไอ้พื้นที่ 25% ที่ยังเหลือรอดอยู่ ก็คงจะรักษาไว้ไม่ได้แล้วล่ะมั้ง
"กลับโรงแรม!" หลี่จวีซูตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
(จบแล้ว)