- หน้าแรก
- ยอดนักล่าแห่งดาวเคราะห์หมื่นอสูร
- บทที่ 52 - กำแพงเมืองถล่ม
บทที่ 52 - กำแพงเมืองถล่ม
บทที่ 52 - กำแพงเมืองถล่ม
บทที่ 52 - กำแพงเมืองถล่ม
ลงมาจากกำแพงเมือง หลี่จวีซูและเสี่ยวเม่ยคืนอาวุธปืนและกระสุน รับเสบียงอาหารส่วนของตัวเอง แล้วกลับไปพักผ่อนที่โรงแรม หากมองในมุมหนึ่ง จุดรวมพลและเหล่านักล่านั้นลงเรือลำเดียวกันแล้ว ต่อให้ผู้ดูแลจุดรวมพลไม่แจกเสบียงหรืออาหารให้ พวกเขาก็ต้องเสนอหน้าไปช่วยกันป้องกันกำแพงเมืองอยู่ดี แต่ทางผู้ดูแลก็ไม่ได้ใจจืดใจดำขนาดนั้น ด้วยเหตุนี้ เมื่อนักล่าได้รับการเชื้อเชิญให้ไปช่วยป้องกันกำแพงเมือง แทบจะไม่มีใครปฏิเสธเลย
สงครามยืดเยื้อเข้าสู่วันที่สามแล้ว ตอนนี้ข้าวของในจุดรวมพลแพงหูดับตับไหม้จนน่าขนลุก คนที่กักตุนเสบียงไว้ล่วงหน้าก็ลอยตัวไป แต่คนที่เพิ่งรู้ข่าวทีหลังนี่สิ ซวยจัด คนที่พอมีฝีมือหน่อยก็ยังถูกเรียกไปช่วยป้องกันกำแพงเมือง ยังพอได้อาหารประทังชีวิต ที่น่าเวทนาที่สุดคือพวกนักล่าหน้าใหม่ที่ฝีมือไม่เท่าไหร่ แถมยังซื้ออาหารไม่ทัน แล้วก็ไม่มีเงินติดตัว ระหว่างทางกลับโรงแรม หลี่จวีซูกับเสี่ยวเม่ยเห็นหญิงสาวหลายคนแต่งตัววาบหวิวยืนเรียกลูกค้าอยู่ในตรอกเล็กๆ ดูจากท่าทางเขินอายและสายตาเลิ่กลั่กแล้ว น่าจะเพิ่งเคยมารับงานแบบนี้เป็นครั้งแรก
จุดรวมพลก็เปรียบเสมือนสังคมจำลองสังคมหนึ่ง ยามปกติทุกคนก็ต่างทำหน้าที่ของตัวเอง แต่พอเกิดเหตุฉุกเฉินอย่างสงครามขึ้นมา ปัญหาที่ซ่อนอยู่ก็ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด
ตอนเดินผ่านล็อบบี้โรงแรม หลี่จวีซูลองถามราคาห้องพักดู พนักงานตอบว่าราคาพุ่งขึ้นไป 5 เท่าแล้ว เสี่ยวเม่ยเหลือบมองหลี่จวีซูด้วยความชื่นชม ยังดีที่เขารอบคอบ เธอนึกไม่ถึงเรื่องที่พักเลยด้วยซ้ำ กำลังจะก้าวเข้าลิฟต์ หลี่จวีซูก็ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ รีบพุ่งไปที่ 'ร้านซ่อมเสี่ยวกาว' เพื่อไปเอาปืนซุ่มยิงผู้ทำลายล้าง-002B กลับมา ช่วงนี้มัวแต่ยุ่งจนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
เสี่ยวกาวยังคงรักษาความน่าเชื่อถือ ไม่ได้ฉวยโอกาสโก่งราคาแต่อย่างใด
กลับถึงห้องพักในโรงแรม ทั้งสองก็รีบยัดอาหารลงท้อง อาบน้ำชำระล้างร่างกาย แล้วทิ้งตัวลงบนเตียง ไม่ถึง 5 วินาทีก็หลับสนิท ทั้งเขาและเสี่ยวเม่ยตั้งใจไว้ว่าพรุ่งนี้จะรีบตื่นไปเข้ากะแต่เช้า ทว่า ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า ในช่วงกลางดึก จู่ๆ จะมีเสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วบริเวณ ครึ่งหนึ่งของจุดรวมพลรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนนั้น
"เกิดอะไรขึ้น?" หลี่จวีซูและเสี่ยวเม่ยสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกัน ทั้งสองกระโดดลงจากเตียง พุ่งตรงไปที่หน้าต่าง พอผลักบานหน้าต่างกระจกออก เสียงโกลาหลจอแจก็แว่วเข้าหูมาลางๆ
"ถล่มแล้ว กำแพงเมืองถล่มแล้ว!"
"แมงป่องไฟบุกเข้ามาแล้ว ทุกคนระวังตัวด้วย"
"หนีเร็วเข้า!"
……
บริเวณทางเข้าเต็มไปด้วยความโกลาหลวุ่นวาย เสียงปืนและเสียงระเบิดดังประปราย หลี่จวีซูกับเสี่ยวเม่ยสบตากัน ต่างฝ่ายต่างเห็นความสงสัยและความไม่สบายใจฉายชัดอยู่ในแววตาของกันและกัน
ตอนที่พวกเขาสับเปลี่ยนกำลังลงมา ทุกอย่างก็ยังดูปกติดีอยู่นี่นา แม้กระสุนจะร่อยหรอไปบ้าง แต่ถ้าจะให้ยันไว้อีกสองสามวันก็ไม่น่ามีปัญหา ปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้า ปืนป้องกันระยะประชิด และปืนใหญ่หนักก็ยังใช้งานได้ดี กำลังพลก็ไม่ได้ขาดแคลน แล้วทำไมเวลาผ่านไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง กำแพงเมืองถึงพังทลายลงมาได้ล่ะ? มุมที่พวกเขามองอยู่ไม่สามารถเห็นได้ชัดเจนว่ากำแพงพังเป็นแค่ช่องโหว่ หรือว่าพังทลายลงมาทั้งแถบ ถ้าพังแค่ช่องโหว่ยังพอรับมือไหว แต่ถ้าพังลงมาทั้งแถบล่ะก็ หายนะของแท้
"น่าจะพังแค่บางส่วนแหละ ไม่รู้ว่ารูกว้างแค่ไหน" หลี่จวีซูฟังจากเสียงปืนก็พอจะวิเคราะห์สถานการณ์ได้ว่ากำแพงเมืองไม่ได้พังทลายทั้งหมด แต่พอนึกถึงฝูงแมงป่องไฟที่ถาโถมเข้ามาเป็นคลื่นยักษ์ เขาก็อดไม่ได้ที่จะขนลุกซู่ ต่อให้ช่องโหว่กว้างแค่หนึ่งเมตร ภายในหนึ่งนาทีก็ไม่รู้ว่าพวกมันจะทะลักเข้ามามากมายขนาดไหน
"ก็ไม่เชิงว่าเป็นเรื่องเลวร้ายเสมอไปหรอกนะ พอพื้นที่กว้างขึ้น ฝูงแมงป่องไฟก็จะกระจายตัวออกไปไง" เสี่ยวเม่ยกลับมองโลกในแง่ดี ในแง่ที่ว่า หลี่จวีซูเป็นพลซุ่มยิง การโจมตีแบบเล็งเป้าหมายเดี่ยวคือทางถนัดของเขาอยู่แล้ว
"คืนนี้คงไม่ได้นอนแล้วล่ะ" หลี่จวีซูเหลือบมองดูเวลา ตอนนี้ตีสามครึ่ง เขาเดินออกจากห้องพร้อมเสี่ยวเม่ย มุ่งหน้าไปยังศูนย์บัญชาการชั่วคราวเพื่อขอเข้าร่วมการป้องกัน เนื่องจากพวกเขาเพิ่งจะไปรบมาหมาดๆ เมื่อตอนกลางวัน เจ้าหน้าที่จึงจำหน้าพวกเขาได้ดี ไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบประวัติ ก็แจกจ่ายปืน กระสุน เสื้อเกราะกันกระสุน และอุปกรณ์อื่นๆ ให้ทันที
"คุณเป็นพลซุ่มยิงงั้นเหรอ?" ขณะที่หลี่จวีซูกับเสี่ยวเม่ยกำลังจะเดินออกจากศูนย์ ชายวัยกลางคนที่มีมาดความเป็นผู้นำก็เดินเข้ามา พอเห็นหลี่จวีซูถือปืนซุ่มยิงหู่เปิน รุ่น 74 เขาก็ชะงักฝีเท้าลง
"ครับ!" หลี่จวีซูหยุดเดินเช่นกัน กลิ่นอายของคนบางคนมันปิดบังกันไม่ได้หรอก ถึงชายคนนี้จะไม่ได้บอกตำแหน่งหน้าที่การงาน แต่บุคลิกความเป็นผู้นำที่แผ่ออกมาก็ทำให้คนรอบข้างสัมผัสได้ชัดเจน
"พลซุ่มยิงอยู่บนกำแพงเมืองคงทำประโยชน์ได้ไม่เต็มที่หรอกนะ สู้ไปลุยในตรอกซอกซอยดีกว่า ตอนนี้มีแมงป่องไฟหลุดเข้ามาในจุดรวมพลได้ส่วนหนึ่งแล้ว ถ้าคุณจัดการกับพวกมันได้ ผลงานก็ไม่ด้อยไปกว่าการสู้รบบนกำแพงเมืองเลยล่ะ" ชายวัยกลางคนพูดเหมือนกำลังปรึกษา แต่น้ำเสียงแฝงไปด้วยคำสั่งกลายๆ
หลี่จวีซูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พยักหน้าตอบรับ สายตาเหลือบไปมองเจ้าหน้าที่ ตอนที่พวกเขาเบิกอุปกรณ์ เจ้าหน้าที่ลงบันทึกไว้ว่าให้ไปป้องกันที่กำแพงเมือง
"เปลี่ยนให้เขาซะ!" ไม่ทันที่เจ้าหน้าที่จะอ้าปาก ชายวัยกลางคนก็สั่งการเรียบร้อย
"รับทราบครับ!" เจ้าหน้าที่ไม่กล้าปริปากบ่น หลี่จวีซูกับเสี่ยวเม่ยอาจจะไม่รู้จัก แต่เขารู้จักชายคนนี้ดี
"ในบรรดาแมงป่องไฟที่บุกเข้ามาครั้งนี้ มีแมงป่องพันธุ์หางสีเงินโผล่มาด้วยนะ ระวังตัวให้ดีล่ะ ที่กำแพงเมืองพังทลายลงมา ก็เป็นผลงานของพวกมันนี่แหละ" ชายวัยกลางคนที่กำลังจะเดินจากไป เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงหันมาเตือนทิ้งท้าย
"ขอบคุณมากครับ!" หลังจากกล่าวขอบคุณ หลี่จวีซูและเสี่ยวเม่ยก็รีบรุดหน้าไปยังบริเวณที่กำแพงเมืองถล่มทันที ห่างออกไปเพียงหนึ่งช่วงตึก เสียงปืนและเสียงระเบิดก็ดังสนั่นหวั่นไหว ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังแหวกลมขึ้นมา ทำเอาหัวใจกระตุกวาบ
หลี่จวีซูหยุดกึกกะทันหัน มือซ้ายคว้าแขนเสี่ยวเม่ยกระชากถอยหลังอย่างแรง พิษร้ายสายหนึ่งเฉียดแขนเธอไปตกกระทบพื้น เกิดเป็นควันสีขาวลอยฟุ้งขึ้นมาทันที
ปัง—
กระสุนเจาะทะลุร่างแมงป่องไฟที่ซ่อนตัวอยู่หลังถังขยะอย่างแม่นยำ ปลิดชีพมันในนัดเดียว แอบซุ่มโจมตีแบบนี้ เจ้าเล่ห์ชะมัด เสี่ยวเม่ยถึงกับเหงื่อตกด้วยความหวาดเสียว
"เธอเดินตามหลังฉันนะ" หลี่จวีซูถือปืนพกด้วยสองมือ ในตรอกแคบๆ แบบนี้ ใช้ปืนพกจะคล่องตัวกว่า ปืนซุ่มยิงมันยาวเทอะทะ ทำให้ปฏิกิริยาการตอบสนองช้าลง เสี่ยวเม่ยเดินตามหลังมาติดๆ สายตาสอดส่องไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง คอยระวังหลังให้ด้วย
ปัง—
สิ้นเสียงปืน แมงป่องไฟตัวหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาจากเหนือหัวตกลงแทบเท้า หัวของมันแหลกละเอียดไปแล้ว แต่มันก็ยังไม่ตายสนิท ก้ามของมันยังคงขยับไปมาอยู่เลย
เสี่ยวเม่ยเหงื่อตกอีกรอบ ภายในเวลาอันสั้นนี้ เธอเกือบเอาชีวิตไม่รอดไปแล้วถึงสองครั้ง หลี่จวีซูที่เดินนำอยู่ข้างหน้าหยุดชะงัก ปืนพกในมือยังมีควันกรุ่น เขามองขึ้นไปด้านบน คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิด
"เสียงปืนมาจากถนนถัดไป ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว พวกเขากำลังถอยร่น เราไม่ควรไปสมทบตรงนั้น ขึ้นไปบนดาดฟ้ากันเถอะ" หลี่จวีซูไม่อยากเสี่ยง แม้เขาจะมองเห็นในที่มืดได้ แต่แมงป่องไฟมันปีนป่ายกำแพงได้ ทั้งตามพื้น ตามซอกหลืบ ตามกำแพง มีเยอะแยะเต็มไปหมด เขามองไม่ทันหรอก
สายตาคนเรามีขีดจำกัด สู้สายตาของพวกแมลงไม่ได้หรอก เสี่ยวเม่ยเห็นด้วยอย่างไม่มีข้อกังขา พอพวกเขาขึ้นมาถึงบนดาดฟ้า ก็เห็นกลุ่มนักล่าวิ่งกระหืดกระหอบหนีตายมาทางนี้ พวกเขาวิ่งไปพลางหันหลังกลับไปยิงไปพลาง ด้วยความตื่นตระหนกทำให้ยิงสะเปะสะปะไม่ค่อยจะโดนเป้าหมาย ด้านหลังพวกเขามีฝูงแมงป่องไฟไล่กวดมาเป็นพรวน
ตู้ม—
มีเพียงระเบิดมือเท่านั้นที่พอจะสกัดกั้นความเร็วของฝูงแมงป่องไฟได้บ้าง
"ใส่แว่นตามองกลางคืนซะ!" หลี่จวีซูหยิบพลุส่องสว่างออกมา รอจนเสี่ยวเม่ยสวมแว่นตาเสร็จก็ยิงขึ้นไปทันที ไม่ได้ยิงขึ้นฟ้า แต่ยิงลงไปที่ถนน
ทั่วทั้งถนนสว่างไสวราวกับตอนกลางวันในพริบตา ฝูงแมงป่องไฟที่อยู่รอบๆ พากันเบนเข็มมุ่งหน้าเข้าหาแสงสว่างทันที แมงป่องไฟที่ไล่ล่าพวกนักล่าอยู่ก็เปลี่ยนทิศทาง หันเหไปยังจุดที่สว่างที่สุด หลี่จวีซูและเสี่ยวเม่ยถือระเบิดมือคนละสี่ลูก พอฝูงแมงป่องไฟมารวมกระจุกกัน พวกเขาก็ระดมปาระเบิดมือลงไปรัวๆ
ตู้ม—
ตู้ม—
ตู้ม—
……
(จบแล้ว)