- หน้าแรก
- ยอดนักล่าแห่งดาวเคราะห์หมื่นอสูร
- บทที่ 32 - แยกย้าย
บทที่ 32 - แยกย้าย
บทที่ 32 - แยกย้าย
บทที่ 32 - แยกย้าย
กระสุนยิงเจาะร่างหมาป่าสีเทา ราวกับยิงอัดเข้าไปในท่อนไม้ ไม่สามารถสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้กับพวกมันได้ กลับยิ่งทำให้พวกมันเกรี้ยวกราดและวิ่งเร็วขึ้นกว่าเดิม ท่ามกลางความมืดมิด พวกมันพุ่งทะยานราวกับเงาดำ ภายในทีมยังมีพลซุ่มยิงอีกสองคน ปืนซุ่มยิงสามารถสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับหมาป่าสีเทาได้ แต่ทว่าความเร็วของพวกมันนั้นเร็วเกินไปจนเล็งเป้าแทบไม่ได้เลย หากไม่ถูกจุดตาย หมาป่าสีเทาก็ไม่ตายง่ายๆ หรอก
ตู้ม—
ตู้ม—
เสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นอีกสองครั้ง หมาป่าสีเทาสามสี่ตัวถูกแรงระเบิดอัดจนไส้ทะลัก หมาป่ายังไงก็คือหมาป่า ต่อให้ฉลาดแค่ไหนก็เทียบมนุษย์ไม่ได้หรอก พวกมันรู้จักวิ่งอ้อม มนุษย์ก็เดาทางออกเช่นกัน จึงนำทุ่นระเบิดไปดักไว้ตามเส้นทางที่หมาป่าสีเทาน่าจะวิ่งผ่าน
หลี่จวีซูคว้าโอกาสสังหารหมาป่าไปได้อีกหนึ่งตัว ถึงตอนนี้ ฝูงหมาป่าสีเทาเข้ามาใกล้จนเหลือระยะห่างไม่ถึง 30 เมตรแล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งแว่นตามองกลางคืนก็สามารถมองเห็นรูปร่างอันใหญ่โตของพวกมันได้อย่างชัดเจน สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือขนาดตัวที่ใหญ่โตเทียบเท่ากับวัวควาย และดวงตาสีเขียวปัดที่สาดประกายความโหดเหี้ยมเย็นชาออกมา
"ปาระเบิด!" ชาอวี๋ออกคำสั่งอย่างเยือกเย็น ระเบิดมือสิบกว่าลูกถูกขว้างออกไป แรงอัดจากระเบิดซัดหมาป่าเจ็ดแปดตัวกระเด็นลอยไป บางตัวก็บาดเจ็บสาหัส บางตัวก็แค่บาดเจ็บเล็กน้อย มีเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่ตายคาที่ ร่างกายของหมาป่าสีเทานี่มันแข็งแกร่งเกินไปจริงๆ
"ระเบิดเพลิง!"
ทันใดนั้น เปลวเพลิงก็ลุกโชนขึ้นพร้อมกับเสียงระเบิด ปกคลุมพื้นที่ในรัศมีสิบเมตร หมาป่าสีเทาตกใจกลัวจนต้องเบรกตัวโก่ง แต่ก็ยังมีหมาป่าสามตัวที่ถูกไฟคลอก พวกมันวิ่งพล่านสะเปะสะปะราวกับแมลงวันที่ไร้หัวด้วยความตื่นตระหนก ทุกคนฉวยโอกาสนี้กราดยิงอย่างบ้าคลั่ง สือโถวประทับปืนกลมือ สาดกระสุนออกไปราวกับได้มาฟรีๆ เสียดายที่ไม่ใช่ปืนกลหนักแกตลิง ไม่อย่างนั้นทุกคนคงไม่ต้องมานั่งเกร็งเตรียมพร้อมรับศึกหนักขนาดนี้หรอก
หมาป่าสีเทาหวาดกลัวเปลวไฟ จึงจำต้องวิ่งอ้อมต่อไป ช่วยถ่วงเวลาให้ทุกคนได้อีกสิบกว่าวินาที ซึ่งสิบกว่าวินาทีนี้สำคัญมาก หลี่จวีซูลั่นไกอย่างต่อเนื่อง ในระยะประชิดแบบนี้ การเล็งเป้าหมายทำได้ง่ายขึ้น เขาปลิดชีพหมาป่าสีเทาไปได้ถึงสี่ตัวติดๆ และยิงขาหลังของอีกตัวหนึ่งขาด แม้มันจะไม่ตาย แต่อันตรายของมันก็ลดลงไปอย่างมาก
ปัง—
โล่พับถูกกระแทกอย่างแรงราวกับถูกรถบรรทุกพุ่งชน โล่ไม่ได้พัง แต่คนที่อยู่หลังโล่กลับกระเด็นปลิวไปไกลกว่าสามเมตร กลิ้งหลุนๆ ไปบนพื้นทราย หมาป่าสีเทาตัวหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามาตามช่องโหว่ราวกับสายฟ้าแลบ งับเข้าที่ร่างของสมาชิกคนหนึ่งจนขาดไปครึ่งซีก
กร๊อบ—
เสียงกระดูกหักดังกึกก้องชวนเสียวฟัน สมาชิกคนนั้นกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน
"สือโถว!" ชาอวี๋แผดเสียงลั่น สือโถวทิ้งปืนกลมือ กระโดดลอยตัวขึ้นสูง ประกายแสงวาบวับ มีดสับเล่มเขื่องปรากฏขึ้นในมือ กล้ามเนื้อแขนปูดโปน ฟาดฟันลงบนคอของหมาป่าสีเทาอย่างแรง
ฉัวะ—
มีดสับฟันลงไปได้แค่ครึ่งเดียวก็ติดแหง็ก น่าจะสับไปโดนกระดูกเข้า ในจังหวะที่หมาป่าสีเทาหันหน้าหมายจะแว้งกัดสือโถว ประกายดาบสีเงินยวงก็สว่างวาบขึ้นราวกับสายฟ้าแลบที่พาดผ่านเพียงชั่วพริบตา เป็นฝีมือของชาอวี๋นั่นเอง แม้รูปร่างและน้ำหนักตัวของเขาจะเทียบสือโถวไม่ได้เลย แต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าพละกำลังของเขานั้นน่าสะพรึงกลัวไม่แพ้สือโถวเลย
ตุ้บ—
หัวหมาป่าร่วงหล่นลงพื้น ศพไร้หัวของมันยืนนิ่งอยู่หนึ่งวินาทีก่อนจะล้มตึงลง เลือดปริมาณมหาศาลพุ่งกระฉูดออกจากลำคอ มีหมาป่าสีเทาพุ่งชนกระสอบทรายและโล่จนกระเด็นเข้ามาอย่างต่อเนื่อง กระสอบทรายและโล่ยังคงอยู่ในสภาพดีเยี่ยม แต่คนที่อยู่ข้างหลังกลับกระเด็นปลิวไปหมด เมื่ออยู่ต่อหน้าแรงปะทะของหมาป่าสีเทา พละกำลังของมนุษย์ช่างไร้ค่าเสียนี่กระไร
ฉึก—
ฉึก—
ฉึก—
……
หลี่จวีซูลั่นไกต่อเนื่อง ปลิดชีพหมาป่าสีเทาไปได้ 3 ตัว และยิงบาดเจ็บอีก 2 ตัว ส่วนคนอื่นๆ ต่างทิ้งปืนแล้วชักอาวุธระยะประชิดอย่างมีดสับและมีดสั้นออกมา ระยะห่างมันใกล้เกินไป ถ้ายิงปืนตอนนี้ ไม่มีใครกล้ารับประกันว่าจะไม่ยิงโดนพวกเดียวกัน เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้ง ชายร่างเล็กที่ทำหน้าที่สำรวจทางถูกหมาป่าสีเทางับขาดเป็นสองท่อน แรงกัดของมันช่างน่าสะพรึงกลัวจริงๆ
"ระวัง—" ชาอวี๋ร้องเตือนเสียงหลง ตอนที่หลี่จวีซูสัมผัสได้ถึงลมพัดวูบปะทะใบหน้า เขาก็หลบไม่ทันเสียแล้ว หมาป่าสีเทากระโจนพุ่งเข้ามาหาตรงๆ การกระโจนครั้งนี้สูงถึงสี่เมตร ปากที่อ้ากว้างราวอ่างเลือดนั้นใหญ่พอจะกลืนกินเข้าไปได้ทั้งหัวแถมยังมีที่ว่างเหลือเฟือ ในจังหวะที่ความสิ้นหวังเกาะกุมจิตใจของหลี่จวีซู แรงผลักมหาศาลก็กระแทกเข้าที่แผ่นหลัง เป็นหลินลู่ที่กระแทกเขาจนกระเด็นออกไป
หลี่จวีซูกลิ้งตัวไปบนพื้น จังหวะที่ยันตัวลุกขึ้น ก็เห็นหลินลู่กำลังถูกหมาป่าสองตัวรุมทึ้งพอดี เปลวไฟแห่งความโกรธแค้นลุกโชนขึ้นในใจ ความคิดในเสี้ยววินาทีนั้นกลับเยือกเย็นอย่างถึงที่สุด เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ยกปากกระบอกปืนขึ้น ในจังหวะที่หยุดนิ่ง เปลวไฟก็พ่นออกจากปากกระบอกปืน หมาป่าสีเทาด้านหลังหลินลู่ถูกยิงหัวจุย
ส่วนหมาป่าด้านหน้าซึ่งเดิมทีควรจะเป็นตัวที่โจมตีเขา กลับถูกหลินลู่จับขาหน้าทั้งสองข้างไว้และยันไว้ได้สำเร็จ หลี่จวีซูไม่มีเวลามาอึ้งกับพละกำลังมหาศาลของหลินลู่ เขาขยับปลายกระบอกปืน เล็งเป้า และลั่นไกอย่างต่อเนื่องรวดเดียวจบ
ฉึก—
กระสุนเจาะทะลุคอหมาป่าสีเทา พรากเอาลมหายใจของมันไปในพริบตา แผ่นหลังของหลี่จวีซูถูกกระแทกอย่างแรงจนเซถลาล้มลงไป เขาอาศัยแรงเหวี่ยงดีดตัวลุกขึ้นมาทันที และประจวบเหมาะเห็นสมาชิกหญิงอีกคนถูกหมาป่าตะปบปลิวไปพอดี เขาเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดในพริบตา เดิมทีหมาป่าสีเทาตัวนี้กะจะลอบกัดเขา แต่สมาชิกหญิงผลักเขาออกไป ตัวเธอเองจึงต้องรับเคราะห์แทน หลังจากตะปบสมาชิกหญิงกระเด็นไปแล้ว หมาป่าก็ไม่หยุดความเร็ว พุ่งตรงเข้ามาหาเขาต่อ ความเร็วและกลิ่นอายความดุร้ายนั้นชวนให้ขนหัวลุกยิ่งนัก
หลี่จวีซูสลัดความตื่นตระหนกในตอนแรกทิ้งไปจนหมดสิ้นแล้ว ตอนนี้ทุกคนต่างถูกหมาป่าพัวพันไว้ สิ่งเดียวที่พึ่งพาได้ก็คือตัวเอง เขารู้ดีถึงข้อด้อยของตัวเอง ทั้งพละกำลังและความคล่องตัวล้วนไม่เอาไหน สิ่งเดียวที่จะช่วยชีวิตเขาได้คือ 'ผู้ทำลายล้าง-002B' เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะจัดท่าทางในการยิง เพียงแค่ตวัดกระบอกปืนไป ในวินาทีที่กรงเล็บของหมาป่าสัมผัสโดนหนังศีรษะ เขาก็เหนี่ยวไกทันที
ฉึก—
กระสุนพุ่งเข้าทางใต้คาง ทะลุช่องปาก ทะลวงลึกเข้าไปในสมอง แรงอัดมหาศาลส่งร่างของหมาป่าลอยละลิ่วสูงกว่าครึ่งเมตร หลี่จวีซูไม่ปล่อยให้ตัวเองได้พักหายใจ เขาลั่นไกอีกนัด กระสุนเฉียดผ่านแผ่นหลังของหลินลู่ไป ตัดขาหน้าซ้ายของหมาป่าที่กำลังลอบกัดชาอวี๋จนขาดสะบั้น ชาอวี๋ฉวยโอกาสนี้มุดหนีออกมาจากใต้ร่างของหมาป่า หลี่จวีซูขยับปลายกระบอกปืน แต่ยังไม่ทันได้เล็งเป้า สมาชิกชายร่างสูงผอมคนหนึ่งก็ถูกหมาป่างับหัวหายไปครึ่งซีก สมาชิกคนนี้ดูเป็นคนเงียบๆ หลี่จวีซูยังไม่เคยคุยกับเขาเลยสักคำ
ของเหลวบางอย่างไหลอาบจากกลางกระหม่อมลงมาถึงหางตา ตอนแรกยังอุ่นๆ แต่แค่พริบตาเดียวก็เย็นเฉียบ หลี่จวีซูถึงได้รู้ตัวว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บ หนังศีรษะปวดแสบปวดร้อน ไม่รู้ว่าแผลลึกแค่ไหน เขาคอยหลบหลีกการโจมตีของหมาป่า พลางพยายามมองหาจังหวะลั่นไกอย่างสุดความสามารถ
ชาอวี๋ สือโถว และคนอื่นๆ ต่างพยายามสร้างโอกาสให้เขา พวกเขาดูออกตั้งนานแล้วว่าพละกำลังของเขาค่อนข้างอ่อนแอ จึงอาสาเป็นโล่เนื้อให้
ฉึก—
ฉึก—
ฉึก—
……
จังหวะการต่อสู้รวดเร็วและดุเดือดมาก ต้องระวังไม่ให้ยิงโดนพวกเดียวกัน หลี่จวีซูแบกรับความกดดันอย่างหนัก แต่เขาก็รู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลามามัวคร่ำครวญ การยิงทุกนัดต้องแม่นยำที่สุด หากพลาดเป้าหรือยิงวืด อาจหมายถึงชีวิตของเพื่อนร่วมทีม ความสามารถในการมองเห็นตอนกลางคืนมีบทบาทสำคัญมากในเวลานี้ ทำให้เขาสามารถมองเห็นทุกรายละเอียดได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
ทุกคนล้วนเป็นนักล่ามากประสบการณ์ สอดประสานกันอย่างรู้ใจ หมาป่าสีเทาถูกยิงตายไปทีละตัวๆ ร่องรอยบาดแผลบนตัวของทุกคนก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย เมื่อหมาป่าตัวสุดท้ายถูกยิงทะลุกะโหลก ทุกคนก็ล้มแผ่หลาลงบนพื้นอย่างหมดแรง แต่เพียงไม่นานก็ต้องฝืนใจลุกขึ้นมา อุณหภูมิมันต่ำเกินไป ผ่านไปไม่ถึงนาที ความร้อนที่เกิดจากการต่อสู้อย่างดุเดือดก็มลายหายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยความหนาวเย็นยะเยือกเสียดกระดูก สาเหตุที่สองคือ เสียงฝีเท้าดังกึกก้องแว่วมา หมาป่าสีเทาระลอกที่สองโผล่มาแล้ว
สีหน้าของทุกคนดูย่ำแย่ถึงขีดสุด พละกำลังของทุกคนแทบจะเหือดแห้งไปหมดแล้ว เวลานี้อย่าว่าแต่ต่อสู้เลย แค่เดินยังลำบาก ทว่าชาอวี๋กลับเยือกเย็นอย่างน่าประหลาดใจ เขาควานหากระเป๋าเป้ แบ่งลูกแมงป่องครึ่งหนึ่งส่งให้หลินลู่ แล้วเอ่ยขึ้นเพียงสามคำ
"แยกย้ายกัน!"
(จบแล้ว)