- หน้าแรก
- ยอดนักล่าแห่งดาวเคราะห์หมื่นอสูร
- บทที่ 31 - ฝูงหมาป่า
บทที่ 31 - ฝูงหมาป่า
บทที่ 31 - ฝูงหมาป่า
บทที่ 31 - ฝูงหมาป่า
แมงป่องหางหนาเส้นน้ำเงินทะเลทรายมีความเร็วสูงมาก การโจมตีเหยื่อเป็นแบบระเบิดพลัง พุ่งพรวดออกมาปลิดชีพในพริบตา ทว่าพวกมันก็มีจุดอ่อนร้ายแรงประการหนึ่ง นั่นคือตอนที่ลากเหยื่อกลับลงไปในทราย จะมีความหน่วงช้าอยู่ไม่กี่วินาที และจังหวะที่หลี่จวีซูเล็งยิงก็คือช่วงเวลานี้นี่เอง
ความจริงแล้ว ในสถานการณ์ปกติ หลี่จวีซูจะใช้เวลาเล็งนานกว่าสามวินาทีขึ้นไป การที่ตอนนี้สามารถทำเวลาได้ 2.5 วินาที ก็เป็นเพราะสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย เป้าหมายซุ่มยิงอยู่ในระยะที่กำหนด ระยะห่างก็ใกล้ แถมยังไม่ต้องกังวลว่าเป้าหมายจะโจมตีสวนกลับ ทำให้สามารถจดจ่อกับการซุ่มยิงได้อย่างเต็มที่ เมื่อข้อได้เปรียบหลายๆ อย่างมารวมกัน จึงสามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเช่นนี้
แมงป่องหางหนาเส้นน้ำเงินทะเลทรายบางครั้งก็โผล่มาตัวเดียว บางครั้งก็โผล่พรวดขึ้นมาพร้อมกันหลายตัว ชาอวี๋เตรียมตัวมาดีมาก เขาเอาหนูมาเยอะพอสมควร พวกหนูสัมผัสได้ว่าบริเวณนี้อันตรายจึงพยายามจะวิ่งหนีออกไป แต่ก็ถูกสายเบ็ดดึงกลับมาทุกครั้ง หลี่จวีซูรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเล่นเกมตีตัวตุ่น แมงป่องโผล่หัวขึ้นมาตรงไหนเขาก็ยิงตรงนั้น ตอนแรกหลินลู่ยังคอยเป็นลูกมือช่วยดูเป้าหมายให้ แต่หลังๆ มาเธอพบว่าความเร็วของเธอสู้หลี่จวีซูไม่ได้เลย การเป็นลูกมือจึงเปลี่ยนมาเป็นการแกะเปลือกช็อกโกแลตให้หลี่จวีซูแทน จากผู้ช่วยเรื่องงานกลายเป็นผู้ช่วยเรื่องส่วนตัวซะงั้น
ยิ่งดึก อุณหภูมิก็ยิ่งลดต่ำลง ตอนนี้อุณหภูมิติดลบ 42 องศาเซลเซียสแล้ว แม้หลี่จวีซูจะรองพื้นด้วยผ้าห่มหนาเตอะ แต่ร่างกายก็ยังหนาวเหน็บจนเย็นเฉียบ เรื่องพวกนี้เขายังพออดกลั้นได้ แต่การที่มือทั้งสองข้างแข็งเกร็งนี่สิเป็นปัญหาใหญ่ เขายิงพลาดไปสามนัดแล้ว ปฏิกิริยาตอบสนองที่เชื่องช้าลงส่งผลต่อความแม่นยำ
ถึงกระนั้น สำหรับชาอวี๋และพรรคพวก ความแม่นยำระดับนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาประหลาดใจแล้ว พวกเขาเองก็มีพลซุ่มยิงเหมือนกัน แต่ยิงจนเกิดแผลในใจ ไม่กล้าลั่นไกอีกต่อไปแล้ว
ในที่สุด ตอนที่ตาของหลี่จวีซูเริ่มล้าและแสบ แมงป่องหางหนาเส้นน้ำเงินทะเลทรายตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวอื่นก็โผล่ออกมา ความเร็วของมันช้ากว่าอย่างเห็นได้ชัด หลี่จวีซูที่เตรียมจะลั่นไกรีบคลายนิ้วออกทันที บนหลังของแมงป่องตัวนี้มีลูกแมงป่องตัวเล็กๆ เกาะอยู่ยุบยับเต็มไปหมด ตัวโปร่งใสราวกับคริสตัลจนมองทะลุเห็นเลือดสีฟ้าจางๆ ภายในร่างกายได้ นี่แหละคือเป้าหมายของชาอวี๋ หลี่จวีซูได้ยินเสียงลมหายใจของหลินลู่หอบถี่ขึ้นมากะทันหัน เขาปรับศูนย์เล็งเล็กน้อย แล้วเหนี่ยวไก
ปัง—
ก้ามข้างหนึ่งของแมงป่องหางหนาเส้นน้ำเงินทะเลทรายระเบิดกระจุย ร่างของมันกลิ้งหลุนๆ ไปบนพื้นเจ็ดแปดตลบ ไม่รู้ว่ามันจะมึนงงหน้ามืดหรือเปล่า แต่ลูกแมงป่องบนหลังถูกสะบัดกระเด็นหลุดไปกว่าครึ่ง กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ชาอวี๋และคนอื่นๆ พุ่งทะยานเข้าไปด้วยความเร็วระดับวิ่งแข่งร้อยเมตร ชาอวี๋กางกรงออก กวาดทั้งตัวแมงป่องหางหนาเส้นน้ำเงินทะเลทรายและทรายจับยัดใส่กรงรวดเดียว ส่วนคนอื่นๆ ก็รีบเก็บลูกแมงป่องขึ้นมาด้วยความเร็วสูงสุด
ลูกแมงป่องพวกนี้เพิ่งเกิดได้ไม่นาน แทบจะไม่มีพลังต่อสู้ใดๆ เลย
สมาชิกทุกคนทำงานกันอย่างคล่องแคล่วว่องไว ตั้งแต่วิ่งเข้าไปจนถอยกลับมา ใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาทีด้วยซ้ำ ทันทีที่ทุกคนวิ่งพ้นเขตหญ้าแม่มดสีน้ำเงิน แมงป่องหางหนาเส้นน้ำเงินทะเลทรายกว่ายี่สิบตัวก็ผุดขึ้นมาจากใต้พื้นทราย และไล่กวดตามมาอย่างดุร้าย ชาอวี๋ราวกับมีตาวิเศษอยู่ข้างหลัง เขาขว้างระเบิดมือลูกหนึ่งออกไป ระเบิดพวกมันกระเด็นลอยละลิ่ว
หลี่จวีซูประหลาดใจมากที่พบว่า แมงป่องหางหนาเส้นน้ำเงินทะเลทรายตกลงพื้นแล้วกลับไม่ตายเลยสักตัว นอกจากบางตัวที่แขนขาขาดไป ส่วนใหญ่แทบไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย ความสามารถในการรับแรงกระแทกนี่มันโหดเกินไปแล้ว ทว่าการถูกถ่วงเวลาไปชั่วครู่นี้ ก็ทำให้พวกชาอวี๋วิ่งหนีไปไกลจนตามไม่ทันแล้ว
"ไปกันเถอะ!" หลินลู่รับหน้าที่ถือกระเป๋าให้หลี่จวีซู ส่วนหลี่จวีซูกอดปืนซุ่มยิงวิ่งตามพวกชาอวี๋ไป
ลูกแมงป่องใสแจ๋วราวคริสตัลพวกนี้แหละคือเป้าหมายภารกิจ ในเมื่อภารกิจลุล่วงแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ต่อ ทุกคนต่างดีใจมาก ไม่คิดเลยว่าจะราบรื่นขนาดนี้ ชาอวี๋เห็นทุกคนกำลังตื่นเต้นคึกคัก คงนอนไม่หลับกันแน่ๆ ประกอบกับใกล้จะสว่างแล้ว จึงตัดสินใจเดินทางต่อเลย แล้วค่อยไปพักผ่อนสักสองชั่วโมงในช่วงเช้าแปดโมงครึ่งถึงสิบโมงครึ่ง ซึ่งเป็นช่วงที่อุณหภูมิกำลังสบาย
แม้ชาอวี๋จะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่หลี่จวีซูก็เข้าใจความหมายแฝงของเขา ตอนขามาพวกเขาฆ่าหมาป่าสีเทาไปตัวหนึ่ง หมาป่าสีเทาเป็นสัตว์สังคม ฝูงของมันคงกำลังตามหามันอยู่แน่ๆ ถ้าพวกมันเจอเราเข้าล่ะก็ คงเกิดปัญหาใหญ่ตามมา ดังนั้นการรีบเดินทางทิ้งระยะห่างให้ไกลที่สุด จะช่วยลดความเสี่ยงลงได้
คนที่รับหน้าที่สำรวจเส้นทางเปลี่ยนเป็นสมาชิกชายร่างเล็ก หลังจากมีผูกงอิงเป็นกรณีศึกษา ชายร่างเล็กก็ระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ หลินลู่กระซิบเล่าให้หลี่จวีซูฟังว่า สาเหตุที่ผูกงอิงไม่ได้ผูกเชือกไว้กับตัวตอนสำรวจทาง ก็เพราะภารกิจครั้งก่อน มีสมาชิกคนหนึ่งตกลงไปในทรายดูด ด้วยความที่ทุกคนผูกเชือกติดกันไว้ มันเลยดึงคนที่สองตกลงไปด้วย โชคดีที่คนที่สามตัดเชือกทิ้งได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงถูกดึงลงไปอีกคน กลายเป็นว่าครั้งนั้นต้องสูญเสียคนไปถึงสองคน
เชือกพวกนี้ บางครั้งก็เป็นเครื่องช่วยชีวิต แต่บางครั้งก็กลายเป็นอาวุธสังหารได้เช่นกัน
การเดินทางในตอนกลางคืน ทุกคนเดินกันอย่างระมัดระวัง แต่ด้วยอารมณ์ที่ดีเยี่ยม จึงไม่ค่อยรู้สึกเหนื่อยล้าเท่าไหร่ สมาชิกบางคนเริ่มวาดฝันแล้วว่าจะเอาเงินรางวัลไปเที่ยวเตร่ที่ไหนดี ทว่าพวกเขากลับไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่า สีหน้าของหลี่จวีซูพลันเคร่งเครียดขึ้นมา
"มีสถานการณ์!"
ขบวนหยุดชะงักและเงียบกริบลงทันที ชายร่างเล็กที่กำลังสำรวจทางหยุดเดิน ทุกคนกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ส่วนชาอวี๋หันขวับมามองหลี่จวีซู
"ข้างหลัง หมาป่า เยอะมาก" หลี่จวีซูพูดสั้นๆ ได้ใจความ แต่กลับทำให้หัวใจของทุกคนหล่นวูบ ทุกคนยกกล้องส่องทางไกลขึ้นมองไปด้านหลัง
"อย่างน้อยห้าสิบตัว!" สือโถวสูดลมหายใจเฮือกใหญ่
"พวกมันมาล้างแค้น กระจายกำลังตั้งค่ายกล ซัดพวกมันซะ" ชาอวี๋ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
สมาชิกสามคนพุ่งออกไปวางทุ่นระเบิด หนึ่งในนั้นคือนักล่าสาวสายแบ๊ว หลี่จวีซูเพิ่งรู้ว่าเธอคือผู้เชี่ยวชาญด้านการวางทุ่นระเบิด สมาชิกคนอื่นๆ ถอยร่นไปทิ้งระยะห่าง บรรจุทรายใส่กระสอบ กางโล่พับ เตรียมปืนกล กระสุน ระเบิดมือ และอื่นๆ ให้พร้อม เมื่อสมาชิกทั้งสามคนกลับมา หมาป่าสีเทาก็เข้ามาใกล้ระยะยิงพอดี
"ทุกคนประหยัดกระสุนหน่อยนะ!" ความหมายแฝงของชาอวี๋ก็คือ ให้รอจนศัตรูเข้ามาใกล้ๆ ค่อยยิง เพราะกระสุนปืนกลมือกว่าหนึ่งในสามอยู่ในกระเป๋าเป้ของผูกงอิง การที่ผูกงอิงจมหายไปในทรายดูด ทำให้สถานการณ์กระสุนของทุกคนค่อนข้างฝืดเคือง
"เย่เซียว นายแยกตัวไปปฏิบัติการอิสระได้เลย" ชาอวี๋เพิ่งพูดจบก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงเสริมขึ้นมาอีกประโยค หลังจากได้เห็นฝีมือความแม่นยำของเขาแล้ว ไม่มีใครคิดว่าเขาจะยิงทิ้งยิงขว้างกระสุนหรอก
ฉึก—
หัวของหมาป่าสีเทาตัวหนึ่งระเบิดกระจุย ฝูงหมาป่าแตกฮือทันที พวกมันพุ่งพรวดออกไปไกลถึงเจ็ดแปดเมตรในพริบตาราวกับเครื่องบินรบที่ถูกดีดตัวออกจากเครื่องยิง นิ้วชี้ของหลี่จวีซูเริ่มออกแรงกดไกปืนแล้ว แต่ต้องเบรกตัวเองไว้กะทันหัน เขาขยับปลายกระบอกปืนตาม แต่ก็ไม่สามารถล็อกเป้าได้สักที ความเร็วของหมาป่าสีเทานั้นเร็วเกินไป
ตู้ม—
เสียงระเบิดดังกึกก้อง ทรายสีทองปลิวว่อน หมาป่าสีเทาตัวที่วิ่งนำหน้าสุดไปเหยียบโดนทุ่นระเบิดเข้า ร่างของมันถูกแรงระเบิดอัดกระเด็นลอยขึ้นไปบนฟ้ากว่าสองเมตร หมาป่าสีเทาตัวอื่นๆ ที่โดนลูกหลงต่างเบรกตัวโก่ง หลี่จวีซูฉวยจังหวะนี้เล็งเป้าหมายทันที
ฉึก—
หมาป่าสีเทาล้มลงไปอีกตัว เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกจากรูโหว่ขนาดเท่าปากแก้วตรงลำคอ หมาป่าสีเทาฉลาดมากอย่างที่ชาอวี๋บอกจริงๆ พอรู้ว่าข้างหน้ามีทุ่นระเบิด พวกมันก็รีบวิ่งอ้อมทันที
ฉึก—
หน้าท้องของหมาป่าสีเทาตัวหนึ่งเกิดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ เลือดสดๆ ทะลักไหลออกมาพร้อมกับลำไส้ แต่หมาป่าสีเทาตัวนี้กลับอึดถึกทนทายาด มันหอนบรู๊วแล้วสับขาวิ่งเร็วกว่าเดิมเสียอีก
"ยิง!" ชาอวี๋ตะโกนสั่ง เสียงปืนดังกึกก้องกังวานราวกับเสียงฟ้าร้อง กระสุนแหวกทะลุความมืดมิดในยามราตรี
(จบแล้ว)