- หน้าแรก
- ยอดนักล่าแห่งดาวเคราะห์หมื่นอสูร
- บทที่ 20 - หมีดำ
บทที่ 20 - หมีดำ
บทที่ 20 - หมีดำ
บทที่ 20 - หมีดำ
"ฝากตัวด้วยนะ!" หลี่จวีซวีรู้สึกเลื่อมใสในตัวเขาทันที เขาเคยทำภารกิจล่าหมาป่าโลหิตมาแล้ว ย่อมรู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของพวกมันดี ทีมแปดคนของเขายังกล้ารับมือกับหมาป่าโลหิตพร้อมกันแค่สามตัวเท่านั้น หากเจอห้าหกตัวเมื่อไหร่ พวกเขามักจะเลือกที่จะถอย ซานเม่าไม่เพียงแต่หนีรอดมาได้ แต่ยังสามารถฆ่าพวกมันกลับไปได้ถึงสามตัว ฝีมือระดับนี้น่าทึ่งจริงๆ
"อย่าไปเชื่อต่อหัวดำให้มากนัก เขาก็แค่พูดให้มันดูดีความจริงก็คือตอนนั้นฉันรอดมาได้แบบหวุดหวิด ต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มในโรงพยาบาลตั้งครึ่งปี เกือบได้ไปเฝ้าพระอินทร์แล้ว ถ้าตอนนั้นมีพลซุ่มยิงอยู่ด้วยก็คงดี เมื่อคืนฉันเห็นนายยิงปืนแล้วนิ่งมากเลยนะ" สายตาของซานเม่าเฉียบคมมาก
ทั้งสองจับมือกันและกล่าวทักทายกันพอเป็นพิธี ก็ถือว่ารู้จักกันแล้ว
"ฉันขอพูดอะไรหน่อยนะ" ต่อหัวดำหุบยิ้ม สีหน้าจริงจังขึ้น "มีบางเรื่องที่ก่อนหน้านี้พูดไม่ได้ แต่ตอนนี้ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังแล้ว ภารกิจตามหาแมงมุมหงอนแดงนี้ เถ้าแก่สุดรวยของเราเคยประกาศหาคนมาทำแล้วถึงสองครั้ง ครั้งแรกส่งไป 15 คน รอดกลับมาแค่ 2 คน ซึ่งครั้งนั้นเถ้าแก่ก็เข้าไปด้วย ครั้งที่สองส่งไป 26 คน ฉันก็เป็นหนึ่งในทีมนั้นแหละ แต่รอดกลับมาแค่ 8 คน ฉันถือว่าโชคดีที่เป็นหนึ่งในนั้น และนี่คือครั้งที่สาม"
ซานเม่าและหลี่จวีซวีหน้าถอดสีโดยไม่รู้ตัว ตอนแรกคิดว่าภารกิจจะแค่ยากนิดหน่อย ไม่นึกเลยว่าจะโหดหินขนาดนี้ เกินกว่าที่คิดไว้มาก
"ในบรรดา 8 คนที่รอดมา มีแค่ฉันกับอีกสองคนที่ไม่ได้เจ็บหนักอะไร ส่วนอีก 5 คนถูกหามส่งโรงพยาบาล และหลังจากนั้นฉันก็ไม่ได้เจอพวกนั้นอีกเลย สองคนนั้นรับเงินค่าจ้างแล้วก็ขอบาย ไม่ทำภารกิจนี้ต่อ ตอนแรกฉันก็กะจะเผ่นเหมือนกัน แต่บังเอิญที่บ้านมีปัญหา เถ้าแก่เลยยื่นมือเข้ามาช่วยจัดการให้ ที่ฉันเล่าให้ฟังทั้งหมดนี้ ก็เพื่อจะบอกพวกนายว่าภารกิจนี้มันอันตรายแค่ไหน" ต่อหัวดำพูดเสียงเครียด
"อันตรายที่ว่านี่มาจากไหน?" ซานเม่าถามในสิ่งที่หลี่จวีซวีก็อยากรู้เช่นกัน
"ยุง!"
"ยุง?" ซานเม่าเบิกตากว้าง หลี่จวีซวีเองก็ตั้งตัวไม่ติดกับคำตอบนี้
"เดี๋ยวพวกนายก็รู้เองแหละ" ต่อหัวดำหยิบลูกกลมๆ ขนาดเท่าไข่ไก่ออกมาจากเป้สามลูก พอกดปุ่ม ลูกกลมๆ ก็ขยายร่างกลายเป็นหมวกกันน็อก เขาใส่เองหนึ่งใบ แล้วส่งให้อีกสองคน หลี่จวีซวีและซานเม่าไม่รอช้า รีบสวมหมวกกันน็อกทันที
หมวกกันน็อกเบาบาง นอกจะช่วยกรองอากาศแล้ว ยังสามารถปรับอุณหภูมิและความชื้นได้ด้วย ใส่แล้วไม่รู้สึกอึดอัด แถมยังไม่เป็นอุปสรรคต่อการได้ยิน อย่าดูถูกว่าเป็นแค่หมวกกันน็อกนะ ราคาตั้งสองแสนกว่าเชียวล่ะ
"ผิวหนังตรงไหนที่โผล่ออกมาได้ ต้องปิดให้มิดนะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะได้เสียวซ่านกันแน่" ต่อหัวดำสำรวจตัวเองอย่างละเอียด เมื่อแน่ใจว่าไม่มีส่วนไหนโผล่แล้ว ถึงได้เริ่มออกเดิน หลี่จวีซวีกับซานเม่าก็ทำตามอย่างว่าง่าย
"อ๊า—"
เสียงร้องโหยหวนดังแหวกความเงียบสงัดของผืนป่า ฟังแล้วบาดแก้วหู หลี่จวีซวีสะดุ้งเฮือก เสียงนั้นอยู่ไม่ไกล ทั้งสามคนพร้อมใจกันพุ่งตรงไปยังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีคนไปถึงก่อนพวกเขาแล้ว
"...ช่วยด้วย... ช่วยฉันที... ขอร้องล่ะ... ช่วยฉันด้วย..." ชายนอนอยู่บนพื้นส่งเสียงวิงวอนคนรอบข้าง สีหน้าหวาดกลัวและสิ้นหวังสุดขีด รอบข้างมีคนสามคนยืนมองด้วยความสงสาร แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย
หลี่จวีซวีมองชายที่นอนอยู่บนพื้น ใบหน้าของเขากลายเป็นสีเขียวซีดอย่างผิดปกติ แขนขาเต้นกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ ที่คอและหลังมือมีรูเล็กๆ สองรู เลือดซึมออกมา แต่แปลกที่เลือดไม่ใช่สีแดง ทว่าเป็นสีเหลืองอ่อน ใกล้ๆ กันนั้นมีซากแมงมุมหงอนเทาสองตัวถูกเหยียบจนเละ
เพียงแค่ไม่กี่วินาที ใบหน้าของชายคนนั้นก็ดูเขียวคล้ำขึ้นอีก และเริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีดำ หลี่จวีซวีหันไปมองต่อหัวดำ ต่อหัวดำส่ายหน้าเบาๆ เป็นสัญญาณว่าหมดทางเยียวยาแล้ว
มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น มีคนได้ยินเสียงร้องและวิ่งมาดู พอเห็นสภาพก็พากันตกใจ เสียงของชายที่ถูกแมงมุมหงอนเทากัดก็แผ่วลงเรื่อยๆ ผ่านไปไม่กี่นาที เขาก็หมดสติ สัญญาณชีพจรลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว
"ไปกันเถอะ!" ต่อหัวดำถอนหายใจ แม้จะไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ก็มาในทีมเดียวกัน ต้องมาตายแบบนี้ ก็น่าเศร้าใจอยู่เหมือนกัน
"พิษนี่มันร้ายกาจขนาดนี้เลยเหรอ งูพิษยังสู้ไม่ได้เลยมั้งเนี่ย?" ซานเม่าแอบตกใจ จากที่เริ่มส่งเสียงร้องจนกระทั่งหมดสติ ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีด้วยซ้ำ
"เพราะงั้นไงล่ะ ห้ามโดนแมงมุมหงอนเทากัดเด็ดขาด" ต่อหัวดำย้ำเตือนด้วยสีหน้าจริงจัง
"แล้วถ้าพลาดล่ะ?" ซานเม่าถาม
"ถ้าโดนกัดที่แขนขา ก็อย่ามัวชักช้า ฟันฉับเดียว แขนขาขาดไปเลย อย่างน้อยก็รักษาชีวิตไว้ได้ แต่ถ้าโดนกัดที่คอล่ะก็... จัดการตัวเองให้พ้นทุกข์เถอะ" ต่อหัวดำตอบเสียงเรียบ
"ฉันเห็นรอยแดงเล็กๆ บนหน้าหมอนั่นด้วยนะ ไม่น่าจะใช่ฝีมือแมงมุมหงอนเทาหรอก" จู่ๆ หลี่จวีซวีก็พูดขึ้น
"เย่เซียว นายสังเกตได้ละเอียดดีนะ ใช่แล้วล่ะ รอยนั่นไม่ได้มาจากแมงมุม แต่มาจากยุงต่างหาก ยุงที่นี่กัดไม่ถึงตายหรอก แต่มันจะปล่อยพิษที่ทำให้เส้นประสาทชา ทำให้เราเคลื่อนไหวได้ช้าลง แถมยังปล่อยกลิ่นอะไรสักอย่างออกมาด้วย กลิ่นนี้นี่แหละที่จะดึงดูดแมงมุมหงอนเทา พอดมกลิ่นปุ๊บ พวกมันก็จะพุ่งเข้ามาโจมตีทันที เพราะงั้น นอกจากจะระวังแมงมุมแล้ว ก็ต้องระวังยุงให้ดีด้วยล่ะ" ต่อหัวดำย้ำอีกครั้ง
"ตอนนี้เราห่อตัวมิดชิดเป็นข้าวต้มมัดแล้ว คงไม่ต้องห่วงแล้วมั้ง?" ซานเม่าพูดติดตลก
"ใครจะไปรู้ล่ะ?" ในใจลึกๆ ของต่อหัวดำก็ยังหวั่นๆ อยู่ดี สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ยุงหรือแมงมุมที่รู้กันอยู่แล้ว แต่เป็นภัยอันตรายที่มองไม่เห็นต่างหาก
"มีอะไรผิดปกติ!" จู่ๆ หลี่จวีซวีก็ส่งเสียงกระซิบ ต่อหัวดำและซานเม่าหยุดนิ่งทันที สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ร่างกายค้อมต่ำ เตรียมพร้อมพุ่งชนได้ทุกเมื่อ
"สิบนาฬิกา ระยะ 110 เมตร บนกิ่งที่สามของต้นไม้ใหญ่ที่ต้องใช้สามคนโอบ" หลี่จวีซวีค่อยๆ ปลด 'ผู้ทำลายล้าง-002B' ออกจากหลัง
มันเป็นเงาดำมืด แสงสว่างในป่าสลัวจนมองไม่ชัดว่าเป็นตัวอะไร แต่ดูจากขนาดแล้ว อาจจะเป็นเสือดาวหรือเสือโคร่งก็ได้
"เสียงมันดังเกินไป!" ต่อหัวดำห้ามไว้ ขืนยิงด้วย 'ผู้ทำลายล้าง-002B' เสียงคงดังสนั่นไปไกลหลายกิโลเมตร ป่าแตกแน่ๆ เขาส่งสัญญาณมือให้ซานเม่า ซานเม่าเข้าใจทันที ทั้งสองแยกกันไปคนละทาง ค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้เงาดำ ซานเม่าตัวผอมบาง เคลื่อนไหวคล่องแคล่วก็พอเข้าใจได้ แต่ต่อหัวดำตัวเบ้อเริ่มกลับเดินได้เงียบกริบ ทำเอาหลี่จวีซวีทึ่งไปเลย ต่อหัวดำไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังมาเพราะโชคช่วยจริงๆ
30 เมตร 20 เมตร 10 เมตร... เมื่อต่อหัวดำและซานเม่าเข้าใกล้เงาดำในระยะไม่ถึง 3 เมตร จู่ๆ ทั้งสองก็ชะงัก หลี่จวีซวีรับรู้ได้ถึงอันตรายทันที แต่ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว เงาดำนั้นก็พุ่งลงมาจากกิ่งไม้ด้วยความเร็วราวกับสายฟ้าแลบ ปัง! แม้จะอยู่ห่างออกไปกว่าร้อยเมตร หลี่จวีซวียังรู้สึกหูอื้อ ต่อหัวดำกระเด็นถอยหลังไปไกลกว่า 20 เมตรราวกับถูกยิงด้วยปืนใหญ่ กวาดต้นไม้รายทางหักระเนระนาด
ปัง—
(จบแล้ว)