เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 - หาเงินพิเศษ

บทที่ 15 - หาเงินพิเศษ

บทที่ 15 - หาเงินพิเศษ


บทที่ 15 - หาเงินพิเศษ

ไพ่ป๊อกถูกดีดออกจากง่ามนิ้ว วาดเป็นเส้นโค้งสีขาวกลางอากาศ พุ่งทะลุเปลวเทียนเล่มแรกและเล่มที่สองอย่างแม่นยำ ก่อนจะไปปักคาอยู่ที่เทียนเล่มที่สาม รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากของหลี่จวีซวี พละกำลังของเขาเพิ่มขึ้นจริงๆ ด้วย หากเป็นเมื่อก่อน ต่อให้เขาออกแรงสุดชีวิต ก็ทำได้แค่เฉือนเทียนเล่มที่สองไปได้ครึ่งเดียว ไม่มีทางตัดให้ขาดได้เลย ทว่าตอนนี้ ไม่เพียงแต่จะตัดเทียนสองเล่มแรกจนขาดสะบั้นได้เท่านั้น แต่ยังปักลึกลงไปในเทียนเล่มที่สามได้ถึงสองในสามส่วน พละกำลังที่เพิ่มขึ้นมานั้นไม่ใช่แค่เล็กน้อย และนี่เป็นเพียงการทดลองครั้งแรก หากเขาสามารถผสานพละกำลัง องศา และเทคนิคเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว เขามั่นใจว่าจะสามารถตัดเทียนทั้งสามเล่มให้ขาดได้สบายๆ

เขาหมกตัวอยู่ในห้อง ฝึกฝนซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ในวันที่สาม ไพ่ป๊อกพุ่งแหวกอากาศทิ้งแสงสะท้อนวาววับไว้เบื้องหลัง เทียนเล่มที่หนึ่ง สอง และสามขาดสะบั้นลงพร้อมกัน ไพ่ป๊อกพุ่งไปเฉือนเทียนเล่มที่สี่จนสั่นไหวไปมาสองที ก่อนจะร่วงลงสู่พื้น

ในที่สุดก็ทำสำเร็จ!

คนเราต้องรู้จักตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง เมื่อบรรลุเป้าหมาย ความสุขที่เอ่อล้นในใจก็ยากจะบรรยายเป็นคำพูด มันคือความรู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จ แม้ว่าความสำเร็จนี้อาจจะดูเล็กน้อยในสายตาของเฉากัง แต่สำหรับหลี่จวีซวีแล้ว เขารู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่ง ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้เขามองเห็นช่องว่างและทิศทางในการพัฒนาตัวเองได้อย่างชัดเจน

เขาให้ความสำคัญกับวิชาปาไพ่มาโดยตลอด และยิ่งให้ความสำคัญมากขึ้นไปอีกหลังจากผ่านการต่อสู้กับชายในชุดลายพราง

ตามที่เฉากังบอก คนธรรมดาก็สามารถฝึกปาไพ่ตัดเทียนสามเล่มได้ แต่เขากลับทำไม่ได้เสียที แม้ภายนอกจะทำทีว่าไม่ใส่ใจ แต่ลึกๆ แล้วเขารู้สึกท้อแท้ คิดว่าตัวเองคงไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้ ทว่าความสำเร็จในครั้งนี้ได้ปลุกความกล้าในตัวเขาขึ้นมาอีกครั้ง ในเมื่อคนธรรมดาสามารถตัดเทียนสามเล่มได้ เขาที่ดื่มยาเสริมกำลังเข้าไปแล้ว ก็ต้องตั้งเป้าหมายไว้ที่การตัดเทียนสี่เล่มให้จงได้

เฉากังกลับมาแล้ว แต่ไม่ได้นำข่าวดีกลับมาด้วย แม้ในเขตชุมชนจะมีคนมากมาย และมีหลายคนที่อยากเข้าร่วมทีม แต่คนที่เหมาะสมกลับมีน้อยนัก

ข้อแรก ฝีมือต้องดี ทีมไม่ได้มีไว้เลี้ยงคนว่างงาน หรือคนไร้ประโยชน์ เพื่อนร่วมทีมที่ไม่ได้เรื่องอาจทำให้คนอื่นเดือดร้อนได้ ข้อสอง อุดมการณ์ต้องตรงกัน หากสั่งให้คุ้มกันเพื่อนร่วมทีมถอยร่น แต่กลับหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว คนแบบนี้ต่อให้เก่งแค่ไหนก็รับไว้ไม่ได้ ข้อสุดท้าย ต้องรู้จักเชื่อฟังและเสียสละ หากได้อุปกรณ์ดีๆ มา แล้วทุกคนต่างแย่งกันจะเอา ก็คงต้องมีคนยอมถอย ไม่อย่างนั้นทีมคงแตกสลาย เหมือนตอนที่เฉากังอยากได้ยาเสริมกำลัง หากทุกคนยืนกรานจะเอาให้ได้ ทีมก็คงอยู่ไม่ได้ ข้อนี้สำคัญมาก เพราะในขณะที่ทีมกำลังเลือกสมาชิก สมาชิกเองก็กำลังเลือกทีมอยู่เช่นกัน ทั้งสองฝ่ายต้องพึงพอใจซึ่งกันและกันถึงจะร่วมงานกันได้

ผลการสืบสวนเรื่องเหตุระเบิดออกมาแล้ว ตรงตามที่หลายคนคาดเดาไว้ มีแก๊งจากต่างถิ่นใช้ยาเสริมกำลังหลอดหนึ่งเป็นเหยื่อล่อเพื่อปล้นทรัพย์สินของผู้คน แต่โชคร้ายไปเจอคนจริงเข้า อีกฝ่ายจึงจุดระเบิดพลีชีพไปพร้อมๆ กัน น่าเสียดายที่ไม่พบยาเสริมกำลังในที่เกิดเหตุ ไม่รู้ว่าถูกระเบิดทำลายไปแล้ว หรือว่ามีคนโชคดีเก็บไปได้ ซึ่งก็คงไม่มีทางรู้ความจริงได้แล้ว

ในเขตชุมชน คดีแบบนี้มักจะจบลงด้วยการเป็นคดีที่ไม่มีผู้ร้องทุกข์ คนที่เดินผ่านไปมาแล้วโดนลูกหลงจากระเบิดก็ต้องยอมรับสภาพไป แม้จะไม่พอใจก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะผู้ดูแลเขตชุมชนจะไม่รับผิดชอบค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เฉากังพากู่โส่วที่เพิ่งผ่าตัดเสร็จกลับมาพักฟื้นที่โรงแรมเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย สำหรับนักล่า การบาดเจ็บเป็นเรื่องปกติ จะไปพักฟื้นที่ไหนก็ไม่สำคัญนัก สำหรับนักล่าระดับล่าง การพักฟื้นที่โรงแรมถือว่าคุ้มค่าที่สุด ดังนั้นกู่โส่วจึงไม่ได้บ่นว่าเฉากังขี้เหนียว หลังจากจัดการธุระเสร็จ เฉากังก็ออกไปอีกครั้ง

ตั้งแต่หวังเสี่ยวซินออกไป เธอก็ไม่กลับมาอีกเลย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำพูดของเย่จูในวันนั้นหรือเปล่า แต่ในเมื่อเธอเป็นแฟนของเฉากัง คนที่จะไปปลอบใจก็ควรจะเป็นเฉากัง ทุกคนจึงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และไม่พูดถึงเธออีก

ระหว่างที่กู่โส่วพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล เขาไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่ช่วยหาเงินพิเศษให้หลี่จวีซวี มีทีมที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ทีมหนึ่งไปรับภารกิจมา แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะภารกิจอันตรายเกินไปหรือทีมขาดประสบการณ์ ทำให้มีสมาชิกเสียชีวิตไปหลายคน พลซุ่มยิงเองก็ได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้พวกเขารับสมาชิกใหม่มาครบแล้ว ขาดแค่พลซุ่มยิงเท่านั้น

พลซุ่มยิงที่ได้รับบาดเจ็บคนนั้นพักอยู่ห้องเดียวกับกู่โส่ว เขาต้องตัดแขนขวาทิ้ง ทำให้หมดอนาคตในสายอาชีพพลซุ่มยิงไปโดยปริยาย

พอรู้ว่าทีมนั้นกำลังหาพลซุ่มยิงคนใหม่ กู่โส่วก็นึกถึงหลี่จวีซวีทันที สมาชิกในทีมไม่ค่อยรู้เรื่องส่วนตัวของหลี่จวีซวีนัก เพราะเขาไม่เคยปริปากเล่าเรื่องที่บ้านเลย แต่ทุกคนรู้ดีว่าเขาต้องการเงินมาก ในช่วงพักผ่อน ทุกคนต่างหาความสำราญใส่ตัว มีเพียงเขาคนเดียวที่ออกไปรับงานนอกเพื่อหาเงินพิเศษ ทุกคนรู้เรื่องนี้ดี เฉากังเองก็หลับตาข้างหนึ่ง ปล่อยผ่านไป ตราบใดที่ไม่กระทบต่อผลประโยชน์ของทีม เขาก็ไม่เข้าไปก้าวก่ายเวลาส่วนตัวของสมาชิก

"ตายไปตั้งหลายคน ภารกิจคงไม่ธรรมดาแน่ๆ" เย่จูรีบแย้ง เขาไม่อยากให้หลี่จวีซวีไปเสี่ยงกับภารกิจอันตรายแบบนี้

"ภารกิจคืออะไรฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ต้องไปคุยรายละเอียดเอง แต่ว่าหัวหน้าทีมนี้รวยมากนะ แม้ภารกิจจะล้มเหลว แต่เขาก็จ่ายค่าจ้างให้พลซุ่มยิงที่บาดเจ็บเต็มจำนวน แถมยังจ่ายค่าทำขวัญให้อีกตั้ง 5 ล้านเหรียญทองแดง นอกเหนือจากค่ารักษาพยาบาลที่ออกให้ทั้งหมดด้วย" กู่โส่วอธิบาย เย่จูเงียบไป ปกติแล้วหากภารกิจสำเร็จ ก็จะได้ค่าจ้างตามที่ตกลงกันไว้ แต่ถ้าล้มเหลว ก็จะได้ค่าจ้างแค่ 10-20% ถือเป็นค่าเหนื่อย หากบาดเจ็บ ทีมมักจะออกค่ารักษาพยาบาลให้ แต่ค่าทำขวัญนั้นขึ้นอยู่กับน้ำใจของหัวหน้าทีมแต่ละคน หัวหน้าทีมที่ใจป้ำอาจจะให้เยอะหน่อย แต่พวกขี้เหนียวอาจจะซื้อผลไม้มาเยี่ยมแค่ไม่กี่กิโล เงิน 5 ล้านเหรียญถือว่าเยอะมาก เป็นระดับท็อปๆ เลยทีเดียว ดูท่าหัวหน้าทีมคนนี้คงรวยจริงๆ

หลี่จวีซวีไม่ลังเลเลย เขาขอช่องทางติดต่อจากกู่โส่วแล้วก็ออกไปทันที

โรงแรมกระต่ายหูยาวถือเป็นโรงแรมหรูในเขตชุมชน มีทั้งบริการอาหารและที่พัก ไม่ต้องซักเสื้อผ้าเอง บริการระดับพรีเมียม ข้อเสียอย่างเดียวคือราคาแพงหูฉี่ คืนละ 8,000 เหรียญทองแดง ความฝันของโหวจื่อก่อนตายคือการได้มานอนพักที่โรงแรมนี้สักสิบวันครึ่งเดือนเพื่อเสวยสุข แต่น่าเสียดายที่เขาไม่มีโอกาสนั้นแล้ว

พอหลี่จวีซวีเดินเข้ามาในล็อบบี้ก็ถูก รปภ. ขวางไว้ทันที โรงแรมหรูนี่ระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวดจริงๆ หลี่จวีซวีจึงต้องแจ้งความประสงค์ให้ทราบ

"รอสักครู่นะครับ!" รปภ. โทรศัพท์ไปตรวจสอบ เมื่อยืนยันเรียบร้อยแล้ว จึงพาหลี่จวีซวีขึ้นไปที่ชั้นเจ็ด พอเปิดประตูเข้าไป ก็พบชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบสี่ยี่สิบห้าปีกำลังรออยู่

หลี่จวีซวีไม่เคยพักโรงแรมหรูมาก่อน จึงไม่รู้ว่าห้องที่อยู่ตรงหน้านี้จัดอยู่ในระดับไหน แต่แค่ห้องรับแขกก็ใหญ่กว่าห้องพักที่เขาเช่าอยู่ถึงแปดเท่าแล้ว มีทั้งตู้แช่แข็ง ตู้แช่ไวน์ และเครื่องทำกาแฟครบครัน บนพื้นปูพรมหนานุ่ม ดูปราดเดียวก็รู้ว่าราคาแพงหูฉี่ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะเดินช้าลง เพราะกลัวจะทำพรมเปื้อน หลังจาก รปภ. สังเกตสีหน้าของชายหนุ่มและแน่ใจว่าพาแขกมาไม่ผิดคน ก็ค่อยๆ ปิดประตูและเดินจากไป

"นายอายุยังไม่ถึง 18 ใช่ไหม?" ชายหนุ่มจ้องมองหลี่จวีซวีอยู่นาน ก่อนจะเปิดฉากด้วยคำถามที่แฝงความคลางแคลงใจ

"ระยะ 500 เมตร ความแม่นยำ 98.9% ระยะ 1,000 เมตร ความแม่นยำ 92.6%" หลี่จวีซวีตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เขาชินชาแล้วกับการถูกมองข้ามเพราะอายุยังน้อย และเขาก็รู้วิธีจัดการกับความคลางแคลงใจของนายจ้างเป็นอย่างดี

เป็นอย่างที่คิด พอได้ยินประโยคนี้ ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือออกมา

"ฉันชื่อผูเส้าอวิ๋น เรียกฉันว่าคุณชายพูก็ได้!"

"เย่เซียว!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 15 - หาเงินพิเศษ

คัดลอกลิงก์แล้ว