- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 282 ล้อเล่น
ตอนที่ 282 ล้อเล่น
ตอนที่ 282 ล้อเล่น
ตอนที่ 282 ล้อเล่น
"สมมติว่าข้าเป็นท่านพ่อของเจ้า ถ้างั้น..." หลี่มูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จู่ ๆ น้ำเสียงก็เปลี่ยนเป็นผ่อนคลายและหยอกเย้า "ถ้างั้นก็ต้องให้เจ้าเรียกข้าว่าท่านพ่อสักคำก่อนสิ ! "
เซียวอวี๋ได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป จากนั้นก็เลิกคิ้วสูง เงื้อแส้ม้าฟาดใส่เขาเต็มแรง "ไอ้คนฉวยโอกาส ! กล้าเอาเปรียบข้างั้นรึ ! "
หลี่มูเบี่ยงตัวหลบ ก่อนจะรีบควบม้าหนีไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เซียวอวี๋ย่อมไม่ยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ สองขากระหนาบท้องม้าควบตามไปติด ๆ ทั้งสองหยอกล้อวิ่งไล่จับกันอยู่พักใหญ่ ทำให้บรรยากาศที่เดิมทีค่อนข้างหนักอึ้งและตึงเครียดผ่อนคลายลง พวกเขาต่างรู้ใจกันเป็นอย่างดีและเลือกที่จะไม่พูดถึงเรื่องการเชิญชวนอีก ทว่าในใจของทั้งสองฝ่ายต่างก็รู้ดีว่า หากต้องจากกันในครั้งนี้ เมื่อพบกันคราวหน้า ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน
แม้หลี่มูและเซียวอวี๋จะมีความรู้สึกดี ๆ ให้กันอยู่บ้าง ทว่าพวกเขาทั้งคู่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว เมื่อต้องเผชิญกับยุคสมัยที่วุ่นวายโกลาหล ย่อมรู้ดีว่าเรื่องของความรู้สึกไม่สามารถส่งผลกระทบต่อภาพรวมที่ยิ่งใหญ่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจของเจิ้นหนานอ๋องหรือของหลี่มู ล้วนส่งผลต่อชะตากรรมของผู้คนนับพันนับหมื่น มีหรือจะยอมเปลี่ยนแปลงเพียงเพราะความรู้สึกคลุมเครือที่ยังไม่ได้เปิดเผยออกมา ?
……
หลังจากผ่านเรื่องนี้ไป หลี่มูก็หมดอารมณ์จะเที่ยวเล่นชมวิถีชีวิตชาวเมืองอีก แต่ประจวบเหมาะกับที่เหยี่ยวเยี่ยนอิงของจวนเจิ้นหนานอ๋องบินโฉบลงมาจากฟากฟ้า นำข่าวสารมาแจ้งพอดี กองทหารองครักษ์ของจวนอ๋องที่รับหน้าที่คุ้มกันเงินค่าไถ่แปดหมื่นตำลึงได้เดินทางมาถึงเมืองอันผิงแล้ว ยามนี้กำลังพักผ่อนอยู่ที่ศาลาว่าการอำเภอ เพื่อรอพบและส่งมอบเงินให้กับเขา
เมื่อได้รับข่าว หลี่มูและเซียวอวี๋ก็ควบม้าเดินทางกลับ อันผิงเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่นัก ควบม้าห้อตะบึงไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม พวกเขาก็มาถึงศาลาว่าการอำเภอ
"คารวะท่านอ๋องน้อย ! " หน้าประตูศาลาว่าการอำเภอมีทหารสวมเกราะเต็มยศสองแถวยืนตั้งระหง่านอยู่ เมื่อเห็นเซียวอวี๋แต่ไกล ก็รีบคุกเข่าข้างหนึ่งทำความเคารพทันที .
"เหล่าทหารหาญเดินทางไกลมาจากเมืองฉีโจวคงจะเหน็ดเหนื่อยกันมาก ไม่ต้องมากพิธี ลุกขึ้นเถอะ"
เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ใต้บังคับบัญชา เซียวอวี๋ก็กลับมาวางท่าทีสงบนิ่งและน่าเกรงขามอีกครั้ง
"ขอบพระทัยท่านอ๋องน้อย ! " เหล่าทหารเกราะขยับตัวอย่างพร้อมเพรียง ลุกขึ้นยืนกันอย่างเป็นระเบียบ
"พี่หลี่ ไปกันเถอะ" เซียวอวี๋ผายมือให้หลี่มู เป็นการส่งสัญญาณให้เข้าไปในศาลาว่าการอำเภอพร้อมกัน
ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเท้าข้ามธรณีประตู จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความดูแคลน มุ่งร้าย และเชิงตั้งคำถาม "เจ้าหนุ่ม เจ้าน่ะหรือที่ชื่อหลี่มู ? "
หลี่มูชะงักฝีเท้า หันไปมองตามเสียง เห็นเพียงเงาร่างหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากลานกว้างของศาลาว่าการอำเภอ คนผู้นี้มีรูปร่างสูงใหญ่กำยำล่ำสัน ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราเฟิ้ม หัวดั่งเสือดาวตากลมโต ผิวพรรณดำคล้ำ มองแวบแรกดูคล้ายคลึงกับเตียวหุยในงิ้วหรือละครย้อนยุคหลาย ๆ เรื่องไม่มีผิด เขาสวมชุดทหารสีน้ำเงินเข้ม ไม่ได้สวมเกราะหรือถืออาวุธใด ๆ ทว่ากลับแผ่กลิ่นอายกดดันที่น่าเกรงขามดั่งสัตว์ร้ายในป่าลึก กล้ามเนื้อบริเวณท่อนแขนและหน้าอกนูนเด่นเป็นมัด ๆ ราวกับมังกรขดตัว ดันจนเสื้อผ้าตึงเปรี๊ยะแทบจะปริขาด !
"ข้าถามเจ้าอยู่นะ ! " ชายฉกรรจ์ชุดน้ำเงินเข้มเห็นเขาไม่ตอบ ก็ยกแขนขึ้นกอดอก ขวางทางอยู่เบื้องหน้าราวกับกำแพงมนุษย์ ขมวดคิ้วพลางเอ่ย "ตกลงเจ้าใช่หลี่มูหรือไม่ ? "
"ท่านอาเซียว ท่านจะทำอะไร ? " เซียวอวี๋เห็นดังนั้น ก็ตวาดถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย
ชายฉกรรจ์ชุดน้ำเงินเข้มโบกมือ ท่าทางราวกับไม่ได้เห็นเซียวอวี๋อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ก้าวเท้าบุกประชิด เดินดุ่ม ๆ เข้ามาหาหลี่มู แล้วเอ่ยถามเสียงเข้มอีกครั้ง "เจ้าหนุ่ม เป็นลูกผู้ชายอกสามศอก กล้าทำแต่ไม่กล้ารับงั้นรึ ? "
"แม้แต่ชื่อแซ่ของตัวเองยังไม่กล้ายอมรับเลยรึไง ? "
จู่ ๆ หลี่มูก็หัวเราะออกมา แม้ชั่วคราวเขาจะยังไม่อยากเป็นศัตรูกับจวนเจิ้นหนานอ๋อง ทว่าชายฉกรรจ์ชุดน้ำเงินเข้มตรงหน้านี้กลับแผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างชัดเจน เห็นได้ชัดว่า การมารับเงินค่าไถ่ในวันนี้คงไม่จบลงอย่างง่ายดายเสียแล้ว
"ข้าคือหลี่มู แล้วเจ้าเป็นใครล่ะ ? " แม้รูปร่างของหลี่มูจะไม่ได้สูงใหญ่บึกบึนเหมือนอีกฝ่าย ทว่ายามที่เอ่ยปาก กลับไม่ได้มีท่าทีอ่อนข้อให้เลยแม้แต่น้อย
"เงินแปดหมื่นตำลึงที่ให้พวกเจ้าเอามาล่ะ นำมาด้วยหรือเปล่า ? "
เมื่อเห็นว่าหลี่มูไม่เพียงแต่จะไม่หวาดกลัวหรือถอยหนี ซ้ำยังกล้าต่อปากต่อคำปะทะคารมอย่างไม่ลดละ สีหน้าชายฉกรรจ์ชุดน้ำเงินเข้มก็แปรเปลี่ยนเป็นดุร้ายขึ้นมาทันที เขากำหมัดจนกระดูกลั่นดังก๊อบแก๊บ
"ข้าคือหลู่เซียว ครูฝึกทหารใต้สังกัดจวนเจิ้นหนานอ๋อง ในบรรดาผู้บัญชาการทั้งสิบสองคนของจวนอ๋อง มีสิบคนที่เป็นลูกศิษย์ที่ข้าเป็นคนสั่งสอนมากับมือ"
"หลายปีมานี้ จวนเจิ้นหนานอ๋องที่คอยปกป้องชายแดนใต้ ไม่เคยต้องตกเป็นเบี้ยล่างขนาดนี้มาก่อน เจ้าเป็นคนแรกที่กล้ารีดไถเงินพวกเรา ! "
เขาพูดไปพลางขยับไม้ขยับมือไปพลาง ท่าทางเหมือนอยากจะลงไม้ลงมือเต็มแก่ ส่วนเซียวอวี๋เมื่อเห็นเหตุการณ์ก็รีบตวาดสั่งให้อีกฝ่ายถอยไป
"ดูจากท่าทีของท่านแล้ว วันนี้เกรงว่าคงไม่ได้เอาเงินมาด้วยสินะ ? " จู่ ๆ หลี่มูก็เอ่ยถามขึ้น
"เอามาแล้วจะทำไม ? ไม่เอามาแล้วจะทำไม ? " ชายฉกรรจ์ชุดน้ำเงินเข้มย้อนถาม
"ถ้าเอามา ก็ยื่นหมูยื่นแมวเลิกรากันไป แต่ถ้าไม่เอามา..." พูดถึงตรงนี้หลี่มูก็หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าอกของอีกฝ่ายเบา ๆ มุมปากยกยิ้มขึ้น "ถ้างั้นก็ต้องขออภัยด้วย อย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะ ต่อให้พวกเจ้าพาคนมามากมายแค่ไหน วันนี้ก็อย่าหวังว่าจะได้รอดออกไปจากเมืองอันผิงแม้แต่คนเดียว"
ในชั่วพริบตานั่นบรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด ทว่าจู่ ๆ ชายฉกรรจ์ชุดน้ำเงินเข้มก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างเบิกบาน รังสีอำมหิตคุกคามที่แผ่ออกมาเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เขาจ้องมองหลี่มูพร้อมเอ่ยชมจากใจจริง
"สมแล้วที่เป็นเจ้าหนุ่มใจกล้าบ้าบิ่น ! มิน่าล่ะถึงสามารถจับตัวฮว่าซานเยว่ไว้ได้ ช่างโอหังได้ใจจริง ๆ !"
"ข้าล่ะชอบเจ้าจริง ๆ ! "
เพียะ ! ฝ่ามือหนาของชายฉกรรจ์ชุดน้ำเงินเข้มตบลงบนไหล่ของหลี่มู หัวเราะร่วนพลางเอ่ย "ตอนแรกที่ท่านอ๋องสั่งให้ข้ามา ข้ายังแทบไม่อยากจะเชื่อ คิดไม่ถึงเลยว่าชายแดนใต้จะมีผู้เยาว์ที่กล้าท้าทายอำนาจถึงเพียงนี้ ลูกผู้ชายตัวจริงมันต้องไม่กลัวฟ้ากลัวดินแบบนี้สิวะ มีอนาคต ๆ !"
ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของเขา ทำเอาหลี่มูถึงกับตั้งตัวไม่ติดไปชั่วขณะ
"ท่านอาเซียว ท่านทำอะไรของท่านเนี่ย ข้าก็นึกว่าท่านคิดจะแตกหักจริง ๆ เสียอีก..." เซียวอวี๋เห็นดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เหมือนยกภูเขาออกจากอก
หลู่เซียวเติบโตมาพร้อมกับเจิ้นหนานอ๋องตั้งแต่ยังเยาว์วัย ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายจึงไม่ใช่แค่เจ้านายกับลูกน้องธรรมดา ๆ เขามีฐานะสูงส่งมากในจวนอ๋อง แม้จะไม่ได้มีตำแหน่งทางทหารเป็นชิ้นเป็นอัน ทว่าในอดีตบรรดาผู้บัญชาการทั้งหลายต่างก็เคยร่ำเรียนวรยุทธ์กับเขา จึงมีความเคารพยำเกรงเขาเป็นอย่างมาก
ส่วนเซียวอวี๋นั้นแม้จะเป็นถึงธิดาของจวนอ๋อง ทว่าตราบใดที่นางยังไม่ได้สืบทอดตำแหน่งอ๋อง นางก็ไม่มีสิทธิ์สั่งการท่านอาที่มีฐานะเหนือธรรมดาผู้นี้ได้
"ฮ่า ๆ ๆ ท่านอ๋องเป็นคนออกคำสั่งด้วยตัวเอง ข้าจะกล้าขัดขืนได้อย่างไร ? " หลู่เซียวหัวเราะ ยกมือชี้ไปยังหีบไม้สองใบที่วางอยู่ในลานกว้างของศาลาว่าการอำเภอพลางเอ่ย "เงินแปดหมื่นตำลึงอยู่ครบไม่ขาดแม้แต่อีแปะเดียว หากน้องหลี่ไม่เชื่อ ก็ไปนับดูด้วยตัวเองได้เลย"
มารดามันเถอะ...
หลี่มูแอบสบถด่าในใจ คำพูดของตาเฒ่าคนนี้จะเป็นจริงหรือเท็จก็ยังต้องรอดูไปก่อน เขาย่อมไม่มีทางยอมถูกหลอกด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำนี้ง่าย ๆ แน่ ทว่าก็ยังแสร้งทำเป็นยิ้มกว้างพลางเอ่ย "ที่แท้ครูฝึกหลู่ก็แค่ล้อข้าเล่นนี่เอง ฮ่า ๆ มีอารมณ์ขัน ! ช่างมีอารมณ์ขันจริง ๆ ! "
เอ่ยจบ เขาก็ก้าวเท้าเดินไปหาหีบไม้ที่วางอยู่ในลานกว้าง ทว่าในวินาทีที่กำลังจะเดินสวนกับหลู่เซียว จู่ ๆ หลี่มูก็หยุดฝีเท้าลง ชักดาบยาวที่เอวออกจากฝัก ฟาดฟันเข้าใส่ลำคอของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ สายลมดุดันพุ่งปะทะหน้า !
ม่านตาของหลู่เซียวหดเกร็ง รีบยื่นมือใหญ่ดึงเซียวอวี๋ไปหลบอยู่ด้านหลังตนเอง ปลายดาบมาจ่ออยู่ตรงหน้า ห่างจากปลายจมูกของเขาไปเพียงครึ่งชุ่นเท่านั้นก็หยุดชะงักลง
หลู่เซียวสัมผัสได้เพียงความเย็นเยียบอันแหลมคมที่บาดลึกถึงผิวหนัง หว่างคิ้วกระตุกอย่างบ้าคลั่ง "หลี่มู เจ้าบ้าไปแล้วรึไง ? "
"ผู้อาวุโสหลู่โปรดอย่าได้โกรธเคืองไป ! เมื่อครู่ข้าได้ยินว่าท่านเป็นครูฝึกทหาร ก็เลยเกิดคันไม้คันมือขึ้นมา อยากจะขอให้ท่านช่วยชี้แนะเพลงดาบของข้าสักหน่อยว่าพอจะใช้ได้หรือไม่..." หลี่มูฉีกยิ้มกว้าง ค่อย ๆ เก็บดาบเข้าฝัก
"ล้อเล่นน่ะ ข้าก็แค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง ! " เอ่ยจบ เขาก็หันหลังเดินตรงไปที่หีบไม้
ส่วนหลู่เซียวก็มองแผ่นหลังของเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ ทว่าสุดท้ายก็แปรเปลี่ยนเป็นความจนใจ บ่นพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา "ไอ้เด็กเวรนี่... ใจคอมันจะคับแคบเกินไปหน่อยไหมวะ ? "