เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 283 เหตุผลที่ปฏิเสธการชักชวน

ตอนที่ 283 เหตุผลที่ปฏิเสธการชักชวน

ตอนที่ 283 เหตุผลที่ปฏิเสธการชักชวน


ตอนที่ 283 เหตุผลที่ปฏิเสธการชักชวน

หลี่มูเดินมาที่หีบไม้ในลานกว้างแล้วยื่นมือเปิดฝาออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือแท่งเงินขาวโพลนละลานตา และยังมีตั๋วเงินของโรงรับฝากเงินที่ใช้กันทั่วไปอีกปึกหนึ่ง เพียงแค่ประเมินด้วยสายตาคร่าวๆ ก็รู้ได้ทันทีว่ามูลค่าของมันไม่ต่ำกว่าแปดหมื่นตำลึงอย่างแน่นอน

"ยังตรวจดูไม่เสร็จอีกรึ ? " หลู่เซียวเดินก้าวเข้ามา เอามือไพล่หลังพลางเอ่ย "วางใจเถอะ จวนเจิ้นหนานอ๋องของพวกเรา ไม่ยอมเสียสัจจะเพียงเพราะเงินแค่แปดหมื่นตำลึงนี่หรอก"

"จำนวนถูกต้อง" หลี่มูค่อยๆ ปิดฝาหีบลง มุมปากเผยรอยยิ้ม "ครูฝึกหลู่ พวกเราถือว่าหายกันแล้ว"

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เซียวอวี๋ที่ยืนอยู่ตรงประตูจู่ ๆ ก็เกิดความรู้สึกใจหายวูบราวกับสูญเสียอะไรบางอย่างไป หลี่มูปฏิเสธการชักชวนของนาง และแผ่นดินต้าฉีในอนาคตก็กำลังจะต้องเผชิญกับสงครามและความวุ่นวาย ท่ามกลางกลียุคเช่นนี้ บางทีทั้งสองฝ่ายอาจจะไม่มีโอกาสได้พบกัน และขาดสะบั้นจากกันอย่างสิ้นเชิง จากการใช้เวลาร่วมกันสองวัน เซียวอวี๋ย่อมเข้าใจนิสัยใจคอของหลี่มูเป็นอย่างดี รู้ว่าแม้ภายนอกเขาจะดูสงบเยือกเย็นและอ่อนโยน ทว่าเมื่อตัดสินใจสิ่งใดลงไปแล้วก็จะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงง่าย ๆ และในฐานะที่นางเป็นถึงผู้สืบทอดจวนเจิ้นหนานอ๋อง ย่อมไม่มีทางไปตามตื๊อไม่เลิก หรือใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มเหงบังคับใจใครอย่างแน่นอน

"หลี่มู บัญชีแค้นระหว่างเจ้ากับฮว่าซานเยว่ถือว่าสะสางกันไปแล้ว แต่บัญชีระหว่างเจ้ากับจวนเจิ้นหนานอ๋องของพวกเรายังไม่จบหรอกนะ" หลู่เซียวมองเขาด้วยรอยยิ้มที่คล้ายไม่ยิ้ม ลูบจมูกตัวเอง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ "ได้ยินมาว่า... เจ้าแอบอ้างธงของจวนเจิ้นหนานอ๋องพวกเราไปซ่องสุมกำลังคนซื้อม้าศึกมาตลอดเลยนี่นา แม้แต่นายอำเภอเฉากับหลินเจียนที่เป็นทหารรักษาเมืองก็ยังถูกเจ้าต้มซะเปื่อย นึกว่าเจ้าทำงานให้พวกเรา"

"ข้าพูดถูกหรือไม่ล่ะ ? "

พอได้ยินประโยคนี้ แม้จะเป็นคนสุขุมเยือกเย็นอย่างหลี่มู ก็ยังอดรู้สึกละอายใจจนหน้าแดงผ่าวขึ้นมาไม่ได้ เรื่องที่น่ากระอักกระอ่วนใจที่สุดในโลกคืออะไร ? ก็คือการแอบอ้างชื่อคนอื่นไปหลอกลวงชาวบ้าน แล้วดันถูกเจ้าตัวจับได้คาหนังคาเขานี่แหละ

ทว่าโชคดีที่ตอนนั้นเองเซียวอวี๋ก็เอ่ยขึ้นมา ขัดจังหวะหลู่เซียว "ท่านอาเซียว กิจการในจวนอ๋องมีมากมาย ยามนี้ก็เย็นมากแล้ว พวกเราออกเดินทางกลับเมืองฉีโจวกันเถอะ"

หลู่เซียวได้ยินดังนั้นก็ประสานมือรับคำ แล้วหันไปหัวเราะใส่หลี่มู "เจ้าหนุ่ม ดวงเจ้ายังดีนะที่ท่านอ๋องน้อยไม่อยากเอาความ... มิเช่นนั้น แค่ความผิดข้อนี้ข้อเดียว ก็เพียงพอจะลากคอเจ้าไปนอนกินข้าวแดงในคุกของจวนอ๋องแล้ว"

ทหารเกราะของจวนอ๋องที่อยู่ในลานกว้างของศาลาว่าการอำเภอต่างก็จ้องมองมาอย่างมาดร้าย

หลี่มูกวาดสายตามองไปรอบๆ ดูเหมือนจะเข้าใจแล้วว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเลือกมาพบกันที่นี่ นี่มันคือการข่มขู่กันชัด ๆ !

"ขอบคุณคุณชายเซียว" หลี่มูนิ่งเงียบไปเนิ่นนาน ก่อนจะเอ่ยขอบคุณเซียวอวี๋จากใจจริง อันที่จริง นับตั้งแต่พบหน้ากันครั้งแรก หญิงสูงศักดิ์แห่งราชวงศ์ผู้นี้ก็ทิ้งความประทับใจที่ดีให้เขามาตลอด ทว่าอุดมการณ์และชนชั้นของทั้งสองฝ่ายนั้นแตกต่างกัน จึงยากที่จะเดินร่วมเส้นทางเดียวกันได้จริง ๆ

"พี่หลี่ จากกันครานี้ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้พบกันอีก หากวันหน้าท่านพบเจอความยากลำบากหรือหมดหนทางไปจริง ๆ ล่ะก็ ต้องมาหาข้าที่จวนอ๋องให้ได้นะ" เซียวอวี๋สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเอ่ยเสียงหนักแน่น "ลาก่อน" พูดจบ นางก็หันหลังเดินออกจากศาลาว่าการอำเภอไป ส่วนทหารที่สวมชุดเกราะเต็มยศเหล่านั้นก็เดินตามไปติด ๆ

หลู่เซียวเองก็จ้องมองเขาลึกซึ้งแวบหนึ่ง แสยะยิ้มพลางเอ่ย "เจ้าหนุ่ม ความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างเจ้ากับจวนอ๋อง ข้ายังไม่ได้บอกให้นายอำเภอเฉากับหลินเจียนรู้หรอกนะ... เจ้าไม่ต้องกลัวไป ! แต่หลังจากนี้ ห้ามเจ้าแอบอ้างชื่อของจวนอ๋องอีกเด็ดขาด มิเช่นนั้น ข้าไม่เอาเจ้าไว้แน่ ! "

"ข้าเข้าใจแล้ว" หลี่มูมองตามแผ่นหลังของเซียวอวี๋ เอ่ยตอบรับเสียงเบา ชั่วครู่ต่อมา ขบวนของจวนเจิ้นหนานอ๋องก็หายลับไปตรงหัวโค้งของถนน

……

เมื่อกลับมาถึงชุนอี้ฟาง หลี่มูก็สั่งให้คนนำหีบใส่เงินไปเก็บไว้อย่างแน่นหนา จากนั้นก็รู้สึกเหนื่อยล้าไปทั้งตัว จึงรีบกลับไปที่ห้องของตัวเองเพื่อเตรียมตัวพักผ่อน ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก เสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งเดินเข้ามาแล้วหยุดลงที่ด้านหลังเขา

หลี่มูไม่ได้หันกลับไปมอง ในชุนอี้ฟางแห่งนี้ คนที่สามารถเข้าออกห้องเขาได้ตามอำเภอใจโดยไม่ต้องเคาะประตูนั้นมีอยู่ไม่กี่คน นอกจากหลี่ไฉ่เวยแล้ว ก็เหลือเพียงคนที่คุ้นเคยและรู้จักมักจี่กับเขามานานที่สุดอย่างเจียงหู่นี่แหละ

"พี่หลี่ บทสนทนาระหว่างท่านกับแม่นางเซียวในวันนี้ ข้าได้ยินหมดแล้วนะ" เสียงทุ้มต่ำอู้อี้ของเจียงหู่ดังขึ้น แฝงไว้ด้วยความสงสัยและระมัดระวัง "ทำไมท่านถึงไม่ตอบตกลงนางล่ะ ? "

ยามนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัวลงแล้ว หลี่มูจุดตะเกียงน้ำมันบนโต๊ะ เมื่อแสงสีเหลืองอมน้ำตาลสว่างขึ้น เขาก็เอ่ยถามเสียงเรียบ "เจ้าคิดว่าข้าควรจะตอบตกลงงั้นรึ ? "

"จวนเจิ้นหนานอ๋องมีแม่ทัพและทหารมากมาย เป็นเส้นสายที่ใหญ่ที่สุดในสามเมืองชายแดนใต้แห่งนี้แล้ว หากได้เกาะใบบุญเขา ย่อมเป็นเรื่องดีที่หาจากไหนไม่ได้อีกแล้ว" เจียงหู่เกาหัว น้ำเสียงแฝงความร้อนรนอย่างประหลาด

"ยิ่งไปกว่านั้น แม่นางเซียวก็มีใจให้ท่าน ใครตาไม่บอดก็มองออกว่านางชอบพอกับท่าน..."

"หากท่านตอบตกลงไป วันหน้าได้เป็นบุตรเขยจวนอ๋อง ก็สามารถก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดได้ในคราวเดียว แล้วจะทนอยู่แบบอด ๆ อยาก ๆ ลำบากลำบนในเมืองเล็ก ๆ อย่างเมืองอันผิงนี่ต่อไปทำไมกัน ? "

คำพูดประโยคนี้ของเจียงหู่มาจากใจจริง และเอ่ยออกมาโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของหลี่มูล้วน ๆ

หลี่มูย่อมรู้ดีว่าพี่น้องคนนี้ของตนไม่ได้มีความคิดประเภท 'คนหนึ่งได้ดี สุนัขและไก่ก็พลอยได้ขึ้นสวรรค์ไปด้วย' หรือคิดจะตำหนิที่เขาปฏิเสธเซียวอวี๋จนทำให้พวกตนอดพลอยได้บารมีไปด้วย จึงได้แต่หัวเราะเบา ๆ พลางเอ่ย "บุตรเขยจวนอ๋องน่ะ มันเป็นกันได้ง่าย ๆ ที่ไหนล่ะ"

เขาผลักหน้าต่างออก ให้อากาศที่ค่อนข้างอุดอู้และขุ่นมัวภายในห้องระบายออกไปข้างนอก "แม่นางเซียวมีความรู้สึกดี ๆ ให้ข้าน่ะเป็นเรื่องจริง ทว่าการที่นางชักชวนข้า ไม่ใช่เพราะเรื่องของความรู้สึก แต่เป็นเพราะข้ามีทหารใต้บังคับบัญชานับพันนาย มีกองทหารชั้นยอดที่สามารถสยบและจับเป็นฮว่าซานเยว่ได้ต่างหากล่ะ ! "

หลี่มูใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "สมมติว่าพวกเราเข้าร่วมกับจวนเจิ้นหนานอ๋องจริง ๆ แม้ดูเผิน ๆ เหมือนฐานะและตำแหน่งจะสูงขึ้นไม่น้อย ทว่าในขณะเดียวกัน ก็จะถูกพันธนาการและมีข้อจำกัดต่าง ๆ เพิ่มขึ้นมาอีกมากมายเช่นกัน"

เจียงหู่ชะงักงันไป

"กินเบี้ยหวัดขุนนาง ก็ต้องทำงานเพื่อขุนนาง" หลี่มูยกตัวอย่างง่าย ๆ ให้ฟัง "หากกลายเป็นทหารใต้สังกัดของเจิ้นหนานอ๋อง พวกเราก็ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา เขาให้พวกเราทำอะไร พวกเราก็ต้องทำอย่างนั้น"

"ต่อให้ต้องไปตาย ก็ห้ามขัดคำสั่งเด็ดขาด ! "

วันนี้ตอนที่เซียวอวี๋เอ่ยปากชวน ในตอนนั้นหลี่มูก็แอบหวั่นไหวอยู่บ้างจริง ๆ ทว่าอารมณ์ความรู้สึกนี้ก็ถูกเขาใช้เหตุผลกดทับลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีเหตุผลอื่นใดเลย เป็นเพราะชาติที่แล้วเขาเคยเป็นทหารมาก่อน ย่อมรู้ซึ้งถึงกฎเกณฑ์ที่ว่าวินัยทหารหนักแน่นดั่งขุนเขา หากเขานำทหารใต้บังคับบัญชาไปสวามิภักดิ์ต่อเจิ้นหนานอ๋อง แล้วในอนาคตมีอยู่วันหนึ่งที่อีกฝ่ายสั่งให้ทหารเหล่านี้ไปทำภารกิจที่ต้องแลกด้วยชีวิต...

เขาจะไป ? หรือจะไม่ไป ? ถ้าไม่ไป ก็คือการขัดคำสั่งทหาร คือการพลิกหน้าแตกหักไม่เห็นหัวใคร แต่ถ้าไป... พี่น้องกลุ่มนี้ที่จงรักภักดีติดตามเขามา ก็เพียงเพื่อดิ้นรนหาทางรอดในยุคกลียุคนี้ ทว่ายามนี้กลับต้องมาทิ้งชีวิตเพียงเพราะคำสั่งกระดาษแผ่นเดียวงั้นรึ

"เจิ้นหนานอ๋องคือบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ระดับสูง ทหารใต้บังคับบัญชาของพวกเราเหล่านี้ ในสายตาของข้ากับเจ้าคือพี่น้อง คือคนในครอบครัว ทว่าในสายตาของเขา มันก็แค่หมากกระดานหนึ่ง เป็นแค่หมากต่อรอง เป็นเพียงเบี้ยใช้แล้วทิ้งที่สามารถสละได้ทุกเมื่อเพื่อแลกกับผลประโยชน์ที่ใหญ่กว่า"

หลี่มูมองดูดวงอาทิตย์สีแดงฉานดุจโลหิตที่กำลังจะลับขอบฟ้าอยู่นอกหน้าต่าง เอ่ยเน้นทีละคำ "ข้าย่อมรู้ดีว่าถ้าตกลงรับคำชักชวน ก็จะสามารถก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดได้ในพริบตา ! แต่... ข้าไม่สามารถเอาชีวิตของพี่น้องเหล่านี้ มาแลกกับอนาคตอันรุ่งโรจน์ของข้าเพียงคนเดียวได้"

จบบทที่ ตอนที่ 283 เหตุผลที่ปฏิเสธการชักชวน

คัดลอกลิงก์แล้ว