- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 272 หยกพก
ตอนที่ 272 หยกพก
ตอนที่ 272 หยกพก
ตอนที่ 272 หยกพก
"ช่างเถอะ ครั้งนี้ได้ของสงครามมูลค่าตั้งหลายหมื่นตำลึง ซ้ำยังจับแรงงานฟรีมาได้ตั้งเยอะแยะ ถือว่าเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไปได้ไม่น้อยแล้ว... ส่วนขุมสมบัตินี่ วันหน้าค่อยหาโอกาสไปตามหาก็แล้วกัน" หลี่มูยัดแผนที่ขุมทรัพย์เข้าไปในอกเสื้ออย่างลวก ๆ แล้วร้องเรียกให้คนอื่น ๆ เตรียมตัวกลับเมืองผิงอัน ครั้งนี้เขาเสียเวลาอยู่ที่ภูเขาว่อหนิวนานเกินไปแล้ว ที่นี่ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ถิ่นของตน ซ้ำข้างกายยังมีทหารคุ้มกันเหลืออยู่แค่สิบกว่านาย รีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดย่อมดีกว่า
ทุกคนเดินย่ำเท้าลงไปตามทางเดินบนเขา ทว่าเมื่อลงมาถึงตีนเขา ขณะที่หลี่มูกำลังจะพาทุกคนเดินทางกลับเมืองผิงอันตามเส้นทางเดิม เจ้าสยงผีก็พลันเห่ากรรโชกอย่างบ้าคลั่งไปยังทางโค้งเบื้องหน้า ขนตรงหลังคอของมันลุกซู่ ราวกับสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามบางอย่าง จึงส่งเสียงเตือนภัยออกมา !
"หืม ? " หลี่มูขมวดคิ้วมุ่นในทันที เจ้าสยงผีมีสติปัญญาไม่ธรรมดา มันไม่มีทางเห่ามั่วซั่วเด็ดขาด อาการเช่นนี้ย่อมแสดงว่ามันได้กลิ่นอายที่ไม่ชอบมาพากล และสัมผัสได้ถึงอันตราย !
"หยุด ! " เขารีบยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดชะงัก กวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง เห็นเพียงสองข้างทางบนเขานั้นเงียบสงัด ทว่าตรงหัวโค้งที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบจั้ง กลับมีเสียงฝีเท้าม้าและน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหยอกเย้าดังขึ้น
"โอ้โห สุนัขล่าเนื้อของเจ้านี่ไม่เลวเลยนี่หว่า อยู่ห่างตั้งขนาดนี้ยังอุตส่าห์รู้ตัวว่าพวกเราอยู่ตรงนี้อีก" พร้อมกับเสียงพูดนั้น หัวท้ายของทางเดินบนเขาที่คับแคบก็ปรากฏกองทหารม้าสวมเกราะเต็มยศกลุ่มใหญ่ขึ้นมา พวกเขาสวมชุดเกราะเหล็ก สีหน้าเหี้ยมเกรียมอำมหิต ม้าศึกใต้หว่างขาล้วนสูงใหญ่กำยำ ซ้ำขนของมันยังเป็นสีดำขลับไม่มีสีอื่นเจือปนเลยแม้แต่น้อย ที่เอวของพวกเขาเหน็บดาบยาว ในมือถือหอกยาวขนาดหนึ่งจั้ง ปิดกั้นเส้นทางทั้งหัวและท้ายของทางเดินบนเขาไว้อย่างแน่นหนาจนแทบจะไม่มีช่องว่างให้มดลอดผ่านไปได้
หลี่มูกวาดตามองเพียงปราดเดียว ก็ประเมินได้ทันทีว่าจำนวนทหารม้ากลุ่มนี้มีไม่ต่ำกว่าร้อยนายอย่างแน่นอน ! และคนที่เอ่ยปากพูดเมื่อครู่ ก็คือหัวหน้าของทหารม้ากลุ่มนี้ เขาเป็นชายหนุ่มสวมชุดเกราะสีเงินตัวใหม่เอี่ยม หน้าตาหล่อเหลา คิ้วกระบี่นัยน์ตาดุจดวงดาว ขณะที่ม้าศึกก้าวเดิน ร่างกายของเขาก็ขยับไหวตามจังหวะ ส่งผลให้ผ้าคลุมสีแดงฉานด้านหลังปลิวสะบัดตามสายลมหนาวส่งเสียงดังพึ่บพั่บ
"เดิมทีตั้งใจว่ารอให้พวกเจ้าเดินเข้ามาใกล้กว่านี้อีกสักหน่อย แล้วค่อยระดมยิงธนูปลิดชีพหมา ๆ ของเจ้า จะได้ตายสบาย ๆ หน่อย คิดไม่ถึงเลยว่าจะถูกเจ้าจับได้ซะก่อน" ชายหนุ่มลูบปลายจมูก แสร้งทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ พลางเอ่ย "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เปลี่ยนวิธีตายให้เจ้าใหม่ก็แล้วกัน"
"เจ้าคิดว่า... ถูกม้าห้าตัวแยกร่างเป็นไง ? "
หลี่มูหรี่ตาลงแคบ น้ำเสียงของชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้ฟังดูดุร้ายเกรี้ยวกราด ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความดูแคลนราวกับมองจากจุดที่สูงกว่า เหมือนกับแมวที่กำลังหยอกล้อหนูที่ตกอยู่ในกำมือของตน และพร้อมกับคำพูดของเขา ทหารม้าที่อยู่รอบ ๆ ก็แสดงท่าทีฮึกเหิม ม้าศึกใต้หว่างขาก็ใช้กีบเท้าตะกุยพื้นดินไม่หยุด ราวกับพร้อมที่จะพุ่งทะยานเข้าใส่ได้ทุกเมื่อ
"ชิ้ง ! " ทหารสิบกว่านายชักดาบออกจากฝักในทันที ก่อนจะขยับเข้ามาล้อมวงคุ้มกันหลี่มูไว้ตรงกลาง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าหลายเท่า แม้ทหารเหล่านี้จะรู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้าง ทว่ากลับไม่มีใครเลยสักคนที่เลือกจะร้องขอความเมตตาหรือวิ่งหนี
"ข้าคือหลี่มูแห่งเมืองผิงอัน มิทราบว่าใต้เท้ามีนามว่ากระไร และข้าไปล่วงเกินท่านตั้งแต่เมื่อใด ? " เมื่อมองดูทหารม้าที่ดุดันราวกับหมาป่าพยัคฆ์ร้ายรอบด้าน สีหน้าของหลี่มูกลับไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด เพียงแค่เอ่ยถามออกไปด้วยท่าทีไม่แข็งกร้าวและไม่อ่อนน้อมจนเกินไป ในขณะเดียวกัน สมองของเขาก็กำลังหมุนคว้างคิดทบทวนอย่างรวดเร็ว เขาไปล่วงเกินบุคคลระดับนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ? ดูจากกลิ่นอายและยุทโธปกรณ์ของกองทหารม้ากลุ่มนี้แล้ว ย่อมไม่ใช่ทหารรักษาเมืองของอำเภอชิงสุ่ยอย่างแน่นอน
และก็ไม่ใช่ขุมกำลังที่หอหมาป่าอินทรีหรือตระกูลเฉินจะสามารถว่าจ้างมาได้เช่นกัน หรือว่าจะเป็นคนจากกองบัญชาการทหารเมืองหงโจว ฮั่วอวิ๋นเฟิงและหลิวจี้ยังคงผูกใจเจ็บเรื่องที่เขาเคยข่มขู่พวกมันในตอนนั้น เลยฉวยโอกาสตอนที่แผ่นดินต้าฉีกำลังวุ่นวายมาตามล้างแค้นงั้นรึ ? หรือว่าจะเป็นผู้ช่วยที่พรรคฮวาจู๋จ้างมา ? ในบรรดาศัตรูที่เขาเคยไปล่วงเกินมา เกรงว่าคงมีเพียงสองกลุ่มนี้เท่านั้นที่มีอำนาจและบารมีมากพอที่จะเชิญกองทหารม้าเกราะเหล็กกลุ่มนี้มาได้...
"ชื่อของข้า เจ้าไม่มีสิทธิ์รู้" ชายหนุ่มหรี่ตาลง น้ำเสียงเย้ยหยันในคำพูดทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น "ข้ารู้มาว่าเจ้าพอจะมีอิทธิพลอยู่ในเมืองผิงอันบ้าง แต่ของพรรค์นั้นที่เจ้าภาคภูมิใจนักหนา เมื่ออยู่ต่อหน้าข้า มันไม่คู่ควรให้เอ่ยถึงเลยด้วยซ้ำ"
"ไพร่ชั้นต่ำคนหนึ่งที่บังเอิญได้อำนาจมานิดหน่อย กลับไม่เจียมตัวกล้าล่วงละเมิดเบื้องสูง วันนี้ไม่ใช่แค่เจ้าเท่านั้น แม้แต่ครอบครัวของเจ้าที่อยู่ในเมืองผิงอัน ก็อย่าหวังว่าจะรอดชีวิตไปได้เลย ! "
ล่วงละเมิดเบื้องสูง ? หว่างคิ้วของหลี่มูขมวดเข้าหากันแน่น สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือการที่คนอื่นเอาครอบครัวของเขามาข่มขู่ !
"แค่ไอ้สวะที่แม้แต่ชื่อยังไม่กล้าบอกอย่างเจ้า เสือกกล้ามาพูดจาสามหาวว่าจะฆ่าข้างั้นรึ ? " จู่ ๆ หลี่มูก็หัวเราะลั่น เขาผลักทหารที่ขวางหน้าอยู่ออกไป เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "หากเจ้าแน่จริงก็เข้ามาเลย ถ้าบิดาถอยแม้แต่ครึ่งก้าว ก็ถือซะว่าเป็นพวกกระดูกอ่อนก็แล้วกัน"
"เข้ามาสิวะ ! "
"บิดาฆ่าได้หนึ่งคนก็ถือว่าคุ้มทุน ฆ่าได้สองคนก็ถือว่าได้กำไร ! "
สิ้นเสียงท้าทายของหลี่มู ทหารสิบกว่านายใต้บังคับบัญชาก็พากันแผดเสียงคำรามลั่น ขวัญกำลังใจเต็มเปี่ยม เมื่อเห็นภาพนี้ สีหน้าของชายหนุ่มก็ดำทะมึนลงทันที
"ความตายมาจ่ออยู่ตรงหน้าแล้วยังจะปากดีอีก มิน่าล่ะถึงได้กล้าละเมิดเบื้องสูงเช่นนั้น... แต่เดี๋ยวรอให้ข้าเลาะฟันเจ้าจนหมดปาก ทุบกระดูกเจ้าให้แหลกละเอียด ดูสิว่าเจ้าจะยังหัวเราะออกอยู่อีกหรือไม่" เขาเลิกคิ้วขึ้นสูง รังสีอำมหิตบางอย่างก่อตัวขึ้นหว่างคิ้ว เห็นเพียงเขาเคลื่อนไหวอย่างว่องไว ชักดาบยาวที่เอวออกมาแล้วชี้หน้าหลี่มูจากระยะไกล เอ่ยเสียงเย็นเยียบ "ไอ้ไพร่ชั้นต่ำ ส่งหยกพกมัจฉาคู่ยวนยางมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ! "
หยกพกมัจฉาคู่ยวนยางงั้นรึ ?
หลี่มูได้ยินชื่อนี้ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ในทันที ของที่ไอ้หมอนี่ต้องการ หรือว่าจะเป็นหยกพกที่แม่นางเซียวให้เขามาในตอนนั้น ? แซ่เซียว... ราชวงศ์... ไอ้หมอนี่เอาแต่พล่ามเรื่องล่วงละเมิดเบื้องสูงไม่หยุดปาก... ข้อมูลที่ยุ่งเหยิงในหัวของหลี่มูถูกจัดการจนกระจ่างแจ้งในชั่วพริบตา อีกฝ่ายไม่ใช่คนจากที่ทำการผู้บัญชาการทหาร และไม่ใช่ผู้ช่วยที่แก๊งฮวาจู๋จ้างมาแก้แค้น ทว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อตระกูลเซียว !
"เจ้ามาเพื่อแม่นางเซียวงั้นรึ ? " หลี่มูหยิบหยกขาวมันแกะชิ้นนั้นออกมาจากอกเสื้อ กาลก่อนเพื่อความปลอดภัยในการพาพวกเจียงหู่หลบหนี เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องจับแม่นางเซียวเป็นตัวประกัน ทว่าหลังจากนั้น ทั้งสองฝ่ายไม่เพียงแต่จะไม่ได้ผูกใจเจ็บกัน ซ้ำยังพูดคุยกันอย่างถูกคอจนถึงขั้นแลกเปลี่ยนของแทนใจกันด้วยซ้ำ เดิมทีเขาคิดว่าเรื่องนี้ได้จบสิ้นไปนานแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้จู่ ๆ จะมีคนโผล่มาตะโกนปาว ๆ ว่าจะฆ่าเขาให้ได้ หรือนี่คือสิ่งที่ผู้คนมักพูดกันว่า ศักดิ์ศรีของราชวงศ์มิอาจล่วงละเมิดได้ ?
หลี่มูรู้สึกฉงนใจอยู่บ้าง ยามนี้ลู่ซิ่วหลินก่อกบฏอยู่ภายในแผ่นดินต้าฉี ทำเอาฮ่องเต้และราชสำนักร้อนรนราวกับมดบนกระทะร้อนไปตั้งนานแล้ว ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ อีกฝ่ายกลับยังมีอารมณ์มาตามล่าเขาเพื่อเรื่องเล็กน้อยแค่นี้เนี่ยนะ... คนของตระกูลเซียว ช่างแยกแยะความสำคัญของเรื่องราวไม่เป็นเอาเสียเลย มิน่าล่ะ หลายปีมานี้อำนาจบารมีของต้าฉีถึงได้ถดถอยลงทุกวัน เขาลอบบ่นด่าในใจไปสองสามประโยค
ทว่าเมื่อชายหนุ่มผู้นั้นเห็นหลี่มูหยิบหยกพกออกมา ความโกรธแค้นบนหว่างคิ้วก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ซ้ำยังแฝงไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง เขากระตุ้นม้าให้เดินหน้าเข้ามาพลางตวาดลั่น "หุบปาก ไอ้ไพร่ ! อย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาถือครองหยกพกชิ้นนี้ ? "
"คุกเข่าลงแล้วประคองมันส่งมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ แล้วข้าอาจจะละเว้นให้เจ้าได้ตายศพสมบูรณ์สักหน่อย ! "