เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 267 หัวหน้าสาม

ตอนที่ 267 หัวหน้าสาม

ตอนที่ 267 หัวหน้าสาม


ตอนที่ 267 หัวหน้าสาม

ของของราชวงศ์ ย่อมมีมูลค่ามหาศาล หลี่มูนึกถึงหยกพกที่แม่นางเซียวเสียพนันให้เขาเมื่อไม่นานมานี้ เครื่องประดับหยกชิ้นเล็ก ๆ ที่พกติดตัวยังตีราคาได้ถึงหมื่นตำลึง แล้วหากเป็นทรัพย์สมบัติล้ำค่าที่ถึงขั้นต้องใช้แผนที่ขุมทรัพย์เพื่อซ่อนเร้นเอาไว้ล่ะ มันจะมีมูลค่ามหาศาลสักเพียงใด ? นับล้านตำลึง ? หรืออาจจะมากกว่านั้น ?

ลมหายใจของเขาเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเล็กน้อย ทว่าสีหน้ากลับไม่ได้แสดงความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เขาเพียงแค่โน้มตัวลงไปพลางแค่นเสียงหัวเราะหยัน เอ่ยถามว่า "พวกเจ้าคิดว่าข้าหลอกง่ายนักหรือไง ? แค่หาแผนที่มั่ว ๆ มาสักแผ่น ก็อ้างว่าเป็นของตกทอดจากราชวงศ์ หากมันเกี่ยวพันกับขุมทรัพย์มหาศาลจริง ๆ แล้วมันจะมาตกอยู่ในมือของโจรป่าอย่างพวกเจ้าได้อย่างไร ? "

แม้ว่าขุมสมบัติของราชวงศ์จะดึงดูดใจมากเพียงใด ทว่าภายใต้ความตื่นเต้นยินดี หลี่มูกลับสามารถดึงสติกลับมาเยือกเย็นลงได้อย่างรวดเร็ว ของเก่าหรือขุมทรัพย์เหล่านี้ล้วนมีการสืบทอดครอบครองอย่างเป็นระบบ แม้ในยุคสมัยที่บ้านเมืองวุ่นวายอาจจะมีโอกาสตกหล่นให้คนทั่วไปเก็บได้บ้าง แต่นั่นก็เป็นเพียงโอกาสที่ริบหรี่เหลือเกิน พวกโจรป่ากลุ่มนี้ก็เป็นแค่พวกปลายแถวระดับล่างสุด พ่อค้าวาณิชที่พวกมันปล้นชิงก็เป็นแค่พ่อค้าแม่ค้าเร่รายย่อยในละแวกอำเภอใกล้เคียง แล้วพวกมันจะดวงดีถึงขั้นไปปล้นได้แผนที่ขุมทรัพย์ของราชวงศ์มาเชียวหรือ ?

"นายท่าน ที่ข้าพูดมาล้วนเป็นความจริงนะขอรับ..." รองหัวหน้าเห็นว่าหลี่มูไม่เชื่อ ก็เริ่มร้อนรนขึ้นมา รีบอธิบายอย่างลุกลี้ลุกลน "กาลก่อนข้ากับพี่ใหญ่เคยเป็นทหารรับใช้ชาติอยู่ในกองทัพชายแดนใต้ ราชสำนักอมเงินเดือนทหาร ท่านนายกอง ของพวกเราหมดหนทาง จึงทำได้เพียงพาพวกเราไปลักลอบขุดสุสานขโมยของมีค่าเพื่อความอยู่รอด"

"เมื่อสามปีก่อน ท่านนายกองค้นพบสุสานขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง หลังจากพังประตูเข้าไปได้ พี่น้องคนอื่น ๆ ต่างก็สาละวนอยู่กับการแย่งชิงเงินทองของมีค่า ข้าเคลื่อนไหวช้ากว่าเพื่อนเลยรั้งท้าย ทำได้เพียงเก็บม้วนหนังแกะที่ไม่มีใครเหลียวแลมาจากในโลงศพ พอเช็ดทำความสะอาดดู ถึงเพิ่งรู้ว่าบนนั้นวาดแผนที่เอาไว้"

"ต่อมา ข้าก็แอบคัดลอกสัญลักษณ์บนนั้นไปลองสอบถามผู้อื่นดู ถึงได้รู้ว่ามันคือตราสัญลักษณ์ของราชวงศ์ซีเซี่ยขอรับ" รองหัวหน้าเล่าด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ อารมณ์ค่อนข้างพลุ่งพล่าน เมื่อได้เห็นท่าทีเช่นนั้น หลี่มูก็เชื่อคำพูดของอีกฝ่ายไปแล้วหลายส่วน ม้วนหนังแกะนั่นอาจจะเกี่ยวข้องกับราชวงศ์ซีเซี่ยในอดีตจริง ๆ แต่... มันจะเป็นแผนที่ขุมทรัพย์จริง ๆ หรือไม่ คงต้องได้เห็นกับตาเสียก่อนถึงจะตัดสินได้

"ไปเอาแผนที่นั่นมา หากเป็นของจริง จะละเว้นชีวิตพวกเจ้าสักครั้งก็ย่อมได้" หลี่มูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วแสยะยิ้มกว้าง "แต่ถ้าพวกเจ้าเอาของปลอมมาหลอกข้าล่ะก็ ข้าจะทำให้พวกเจ้ารู้ซึ้งว่า 'อยู่มิสู้ตาย' มันเป็นเช่นไร"

เมื่อเห็นว่าเขายอมตกลง รองหัวหน้าก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ขุมสมบัติแม้มันจะล่อตาล่อใจปานใด แต่ก็ต้องมีชีวิตอยู่ถึงจะได้ใช้ ต่อให้มีทรัพย์สินมากมายมหาศาล มีภูเขาทอง ภูเขาเงิน ทว่าหากต้องมาจบชีวิตลง ทุกสิ่งทุกอย่างก็ไร้ความหมาย

เผชิญหน้ากับการเร่งเร้าของหลี่มู รองหัวหน้าลุกขึ้นยืน ทว่ากลับไม่ยอมขยับเท้าก้าวเดิน เขาฝืนรวบรวมความกล้าแล้วกัดฟันเอ่ย "นายท่าน แผนที่ขุมทรัพย์นี้เป็นเครื่องต่อรองชิ้นสุดท้ายของพวกเราพี่น้อง หากส่งมอบให้ท่านไปแล้วท่านเกิดกลับคำ พวกเราก็คงเป็นได้แค่เนื้อบนเขียงรอให้ท่านเชือดเท่านั้น เพราะฉะนั้น ขอความกรุณาท่านปล่อยพี่ใหญ่ของข้าไปก่อน เพื่อเป็นการแสดงความจริงใจด้วยเถิดขอรับ"

"รอให้เขาเดินทางออกจากภูเขาว่อหนิวไปได้อย่างปลอดภัยแล้ว ข้าย่อมส่งมอบแผนที่ขุมทรัพย์ให้ด้วยมือตนเอง ! "

พอคำพูดนี้หลุดออกมา หลี่มูและเจี่ยชวนรวมถึงคนอื่น ๆ ต่างก็เลิกคิ้วขึ้น คิดไม่ถึงเลยว่าหัวหน้าโจรผู้นี้จะรักใคร่มีคุณธรรมน้ำมิตรถึงเพียงนี้ !

ต่อหน้าความเป็นความตาย เขากลับยังห่วงใยพี่ใหญ่ของตน...

น่าเสียดายที่จุดยืนของทั้งสองฝ่ายนั้นแตกต่างกัน หลี่มูย่อมไม่ยอมอ่อนข้อให้เพียงเพราะรู้สึกชื่นชมอีกฝ่ายอย่างแน่นอน

"เจ้าไม่มีสิทธิ์มาต่อรองกับข้า ! " หลี่มูขมวดคิ้ว น้ำเสียงค่อย ๆ เย็นเยียบลง "ส่งมอบแผนที่ขุมทรัพย์มา นั่นคือโอกาสรอดชีวิตเพียงทางเดียวของพวกเจ้า"

"หากท่านไม่ยอมปล่อยพี่ใหญ่ของข้าไป ท่านก็อย่าหวังว่าจะได้แผนที่ขุมทรัพย์เลย ! " ท่าทีของรองหัวหน้าก็แข็งกร้าวไม่ยอมแพ้เช่นกัน

ในเวลานี้ หัวหน้าใหญ่ที่บาดเจ็บสาหัสได้แต่นั่งพิงร่างอย่างหมดสภาพอยู่ตรงนั้น ร่างกายอาบโชกไปด้วยเลือด ลมหายใจรวยริน เมื่อได้ยินคำขอร้องของน้องร่วมสาบาน เขาดูเหมือนอยากจะเอ่ยปากคัดค้าน ทว่าเพราะบาดเจ็บหนักเกินไปจนพูดไม่เป็นคำ ทำได้เพียงส่ายหน้าไปมาไม่หยุด นัยน์ตาเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความตื้นตัน

แววตาของหลี่มูค่อย ๆ เย็นเยียบลง บรรยากาศโดยรอบตึงเครียดจนแทบจะระเบิด รังสีอำมหิตอันเข้มข้นแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา ทำให้ผู้คนรอบข้างต่างรู้สึกกดดันจนแทบจะหายใจไม่ออก

รองหัวหน้ารู้สึกราวกับกำลังถูกพยัคฆ์ร้ายที่เผยเขี้ยวเล็บจ้องมอง ราวกับว่าวินาทีถัดมาอีกฝ่ายจะพุ่งทะยานเข้ามาฉีกกระชากกลืนกินเลือดเนื้อของตนจนหมดสิ้น ในจังหวะที่เขาแทบจะทนรับแรงกดดันไม่ไหวอยู่นั้น จู่ ๆ หลี่มูก็หัวเราะออกมา

"ช่วงเวลาที่ผ่านมา ข้าพบเจอสหายที่หักหลังกันเพื่อผลประโยชน์มามากเหลือเกิน พี่น้องที่มีความผูกพันลึกซึ้งอย่างพวกเจ้าสองคน ทำให้ข้าต้องมองใหม่จริง ๆ "

หลี่มูสูดลมหายใจเข้าลึก หันไปเอ่ยกับรองหัวหน้าว่า "คำขอของเจ้า ข้าตกลง เด็ก ๆ มาจัดการทำแผลให้หัวหน้าใหญ่ผู้นี้หน่อย แล้วใช้รถม้าส่งเขาลงจากเขาไปซะ"

เจี่ยชวนได้ยินดังนั้น ก็รีบโบกมือสั่งการทหารที่อยู่ด้านข้างทันที ทุกคนต่างรู้อยู่เต็มอก ว่าต่อให้ปล่อยหัวหน้าใหญ่ผู้นี้ลงจากเขาไป อีกฝ่ายก็คงมีชีวิตรอดได้ยากยิ่ง ด้วยสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ ผนวกกับบาดแผลฉกรรจ์บนร่าง เกรงว่าแค่ต้องทนรับแรงกระแทกจากรถม้าตลอดเส้นทางลงเขา ก็คงพรากชีวิตเขาไปกว่าครึ่งค่อนแล้ว

รถม้าคันหนึ่งถูกลากเข้ามาอย่างช้า ๆ ขณะที่ทุกคนกำลังจะพยุงร่างของหัวหน้าใหญ่ขึ้นรถ จู่ ๆ ก็มีเงาร่างสายหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากถ้ำของค่ายเวยหู่ พร้อมกับส่งเสียงตะโกนลั่น "นายท่าน ช้าก่อน ! "

หลี่มูหันมองตามเสียง เห็นเพียงหัวหน้าสามที่หายหัวไปนาน บัดนี้กลับปรากฏตัวขึ้นมาด้วยตนเอง สองมือของเขาชูตลับผ้าไหมขึ้นสูงเหนือหัว เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนไม่มีเจตนาร้าย เอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อมประจบประแจงว่า "แผนที่ขุมทรัพย์อยู่นี่แล้ว ข้ายินดีมอบมันให้แก่พวกท่าน พวกท่านไม่ต้องทนรับการข่มขู่จากสองพี่น้องนี้อีกต่อไปแล้ว"

"เหมียวเหลาสาน ไอ้... ไอ้สารเลวเอ๊ย ! " รองหัวหน้าโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ สบถด่าทอออกมาทันที คำขอร้องของเขาหลี่มูก็เพิ่งจะรับปากไปหมาด ๆ เห็นอยู่หลัด ๆ ว่าพี่ใหญ่ของตนกำลังจะได้จากไปอย่างปลอดภัย คิดไม่ถึงเลยว่าในเวลานี้หัวหน้าสามจะโผล่มากระซวกหลังพวกเขาจนมิดด้าม !

"หึ ๆ ! ดูท่าทางโชคของพวกเจ้าสองคนจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยนะ" หลี่มูเห็นดังนั้นก็ยกมือขึ้น ห้ามไม่ให้ทหารหามหัวหน้าใหญ่ขึ้นรถม้า ก่อนจะกวักมือเรียกหัวหน้าสามพลางเอ่ย "มา เอาแผนที่นั่นมาให้ข้าดูหน่อย"

หัวหน้าสามก้มหน้าก้มตา วิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าหลี่มู ยกตลับผ้าไหมขึ้นเหนือศีรษะอย่างนอบน้อม "ขอเชิญนายท่านตรวจสอบดูขอรับ ! "

"เหมียวเหลาสาน ไอ้เดรัจฉานเนรคุณ ! บิดาเคยทำไม่ดีกับเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่ เจ้าถึงได้ทำเรื่องระยำตำบอนเยี่ยงหมูหมาแบบนี้ ? " รองหัวหน้าโกรธจนตาแดงก่ำ พุ่งทะยานเข้าไปหมายจะฉีกเนื้ออีกฝ่าย ทว่ากลับถูกทหารหลายนายกดตัวลงกับพื้นจนขยับเขยื้อนไม่ได้

"พี่รอง ท่านอย่ามาโทษข้าเลย คนไม่ทำเพื่อตัวเอง ฟ้าดินลงโทษ" หัวหน้าสามแค่นเสียงหยัน ก่อนจะเอ่ย "เมื่อครู่พวกท่านแสดงละครพี่น้องรักใคร่ซะสมบทบาท เคยคิดจะช่วยรักษาชีวิตข้าไว้บ้างหรือเปล่าล่ะ ? "

"ที่ข้าทำไปทั้งหมด ก็เพื่อเอาตัวรอดเท่านั้นแหละ ! "

หลี่มูไม่มีอารมณ์จะมานั่งฟังพวกมันสองคนลับฝีปากกัน เขาพยายามข่มความตื่นเต้นในใจ ค่อยๆ เปิดตลับผ้าไหมในมือออกอย่างเชื่องช้า ทว่าในวินาทีถัดมาที่ตลับถูกเปิดออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่แผนที่ขุมทรัพย์ที่วาดบนม้วนหนังแกะ แต่กลับเป็นความว่างเปล่า !

แววตาของหลี่มูหดเกร็งวูบในทันที ในขณะเดียวกันนั้นเอง หัวหน้าสามก็พลันสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง เห็นเพียงลูกดอกหน้าไม้สองดอกพุ่งทะยานออกไป ปักฉึกเข้าที่ลำคอของหัวหน้าใหญ่และรองหัวหน้าที่อยู่ห่างออกไปเพียงสองสามก้าวอย่างแม่นยำ !

"เจ้า..." รองหัวหน้าเบิกตากว้าง เขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าไอ้เด็กนี่จะลงมือลอบสังหารตนเองอย่างกะทันหัน สองมือกุมลำคอที่เซถลาล้มลง เลือดสด ๆ ทะลักทะลวงออกมา และสิ้นลมหายใจไปอย่างรวดเร็ว ! และหัวหน้าใหญ่ก็เดินตามรอยเขาไปปรโลกในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ หลี่มูเองก็ตกตะลึงคาดไม่ถึงเช่นกัน !

เห็นเพียงเจี่ยชวนที่ขยับตัวเข้ามาขวางหน้าหลี่มูไว้ในจังหวะเดียวกับที่หัวหน้าสามลงมือ ทหารหลายนายก็พุ่งพรวดเข้ามา จับแขนทั้งสองข้างของเขาไพล่หลัง แล้วกดตัวลงกับพื้นอย่างแน่นหนา

"เจ้ากล้าหลอกข้างั้นรึ ? " หลี่มูมองหัวหน้าสามด้วยความประหลาดใจแกมตกตะลึง "เจ้าไม่กลัวบิดาจะแล่เนื้อเจ้าทั้งเป็นเลยหรือไง ? "

หัวหน้าสามถูกคนหลายคนกดลงกับพื้นจนฝุ่นคลุ้งเต็มตัว สภาพดูไม่ได้ ทว่าบนใบหน้ากลับเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยราวกับแผนการสำเร็จลุล่วง เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ "หึ... หึ ๆ ! นายท่าน ยามนี้ทั้งหัวหน้าใหญ่และรองหัวหน้าต่างก็ตายไปหมดแล้ว แผนที่ขุมทรัพย์นั่นอยู่ที่ไหน ก็มีเพียงข้าคนเดียวเท่านั้นที่รู้"

"หากท่านอยากได้ขุมทรัพย์นั่น ข้าก็คือเบาะแสเพียงหนึ่งเดียวของท่าน"

"ข้าล่ะอยากจะรู้นัก ว่าท่านจะตัดใจฆ่าข้าลงหรือไม่ ! "

จบบทที่ ตอนที่ 267 หัวหน้าสาม

คัดลอกลิงก์แล้ว