- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 268 กลยุทธ์ยั่วโทสะ
ตอนที่ 268 กลยุทธ์ยั่วโทสะ
ตอนที่ 268 กลยุทธ์ยั่วโทสะ
ตอนที่ 268 กลยุทธ์ยั่วโทสะ
เหตุพลิกผันอันกะทันหันนี้ ทำให้ทุกคนในที่นั้นตั้งรับไม่ทัน ไม่ใช่แค่หลี่มู แม้แต่พวกโจรป่าที่เห็นเหตุการณ์ก็ยังมีสีหน้าโกรธแค้น บางคนที่อารมณ์พลุ่งพล่านถึงกับอดไม่ได้ที่จะสบถด่าออกมา
"แซ่เหมียว ไอ้เดรัจฉานเนรคุณ เจ้ากล้าลอบสังหารหัวหน้าทั้งสองเชียวรึ ? "
"ตอนนั้นเจ้าไปล่วงเกินพวกมือปราบ ถ้าไม่ได้หัวหน้าทั้งสองยื่นมือเข้าช่วย เจ้าก็กลายเป็นศพไร้ญาติอยู่ป่าช้าไปตั้งนานแล้ว บุญคุณของพวกเขายิ่งใหญ่ปานขุนเขา ! "
"ไอ้หมาเนรคุณ เจ้าสมควรตาย ! "
เมื่อได้ยินเสียงด่าทอที่ดังมาจากทุกสารทิศ หัวหน้าสามกลับไม่มีท่าทีละอายใจเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ราวกับไม่ได้เก็บเอาคำพูดของพวกโจรป่าเหล่านี้มาใส่ใจ ศีรษะของเขาถูกเจี่ยชวนเหยียบกดลงกับพื้น แนบชิดกับพื้นดินที่เย็นเฉียบ ทว่าเขายังคงพยายามเงยหน้าขึ้นมองหลี่มูพลางเอ่ย "นายท่าน ถึงเวลาที่ท่านต้องตัดสินใจแล้ว"
"จะใช้ดาบฟันข้าให้ตายเสียตรงนี้ แล้วยอมตัดขาดจากขุมทรัพย์ราชวงศ์นั่นตลอดกาล หรือจะไว้ชีวิตข้า เพื่อให้ข้าเป็นเบี้ยล่างคอยนำทางค้นหาขุมทรัพย์ให้แก่ท่าน ? "
แม้สภาพของหัวหน้าสามผู้นี้จะดูทุลักทุเลสุดขีด ราวกับสุนัขข้างถนนตัวหนึ่ง ทว่าน้ำเสียงกลับเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและเชื่อมั่นในชัยชนะ ราวกับว่าสถานการณ์ทุกอย่างตกอยู่ในการควบคุมของเขาหมดแล้ว
กล้ามเนื้อบนแก้มของหลี่มูกระตุกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนหน้านี้หน้าบากเคยบอกว่าหัวหน้าสามผู้นี้โหดเหี้ยมเจ้าเล่ห์ ยามนี้ เขาได้ประจักษ์แก่สายตาแล้วจริง ๆ กล้าวางแผนเล่นงานเขาในสถานการณ์ที่เสียเปรียบอย่างเต็มประตู ซ้ำยังใช้พี่ชายทั้งสองที่มีบุญคุณกับตนมาเป็นหมากต่อรอง หัวหน้าสามผู้นี้ไม่เพียงแต่จะขวัญกล้าเทียมฟ้า แต่ยังเป็นไอ้บ้าที่เสียสติไปแล้ว !
พรึ่บ ! หลี่มูยันกายลุกขึ้นด้วยสีหน้าดำทะมึน ก้าวเดินช้า ๆ ไปหยุดอยู่ตรงหน้าหัวหน้าสาม จู่ ๆ ก็ยกเท้าขึ้นเหยียบลงบนมือขวาของอีกฝ่ายแล้วออกแรงบดขยี้ เอ่ยเสียงเย็นเยียบ "เจ้ากล้าขู่ข้างั้นรึ ? "
กร๊อบ ! เสียงกระดูกบดเบียดและหักสะบั้นดังขึ้นในทันที มือขวาของหัวหน้าสามถูกใต้ฝ่าเท้าของหลี่มูบดขยี้จนบิดเบี้ยวผิดรูป ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้เส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนหน้าผาก เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ทว่าเขากลับยังคงกัดฟันแน่น ไม่ยอมส่งเสียงร้องโหยหวนหรือร้องขอความเมตตาออกมาแม้แต่แอะเดียว
"เจ้าคิดว่าแค่มีแผนที่ขุมทรัพย์ที่ยังไม่รู้ว่าจริงหรือปลอมแผ่นเดียว ก็จะสามารถบีบบังคับข้าได้งั้นรึ ? " หลี่มูเอ่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ พลางเพิ่มแรงเหยียบที่ฝ่าเท้า บดขยี้ฝ่ามือของหัวหน้าสามไปกับพื้นอันหยาบกระด้างไม่หยุด "เจ้าประเมินข้าหลี่มูผู้นี้ต่ำเกินไป และประเมินตัวเจ้าเองสูงเกินไปแล้ว"
เสียงกระดูกแตกหักที่ชวนให้เสียวฟันดังก้องไปทั่วบริเวณ หัวหน้าสามเจ็บปวดจนร่างกายสั่นเทา ทว่ารอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้ากลับไม่เคยจางหาย เขาพยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบ กัดฟันเอ่ย "นายท่าน ข้ารู้ว่าในใจท่านกำลังโกรธแค้น ท่านระบายออกมาได้เต็มที่เลย อย่าว่าแต่มือข้างเดียวเลย ต่อให้ท่านจะทำลายวรยุทธ์ข้าจนพิการ ข้าก็ไม่สน"
"ขอเพียงท่านไว้ชีวิตข้า ให้ข้าได้รับใช้ใต้ร่มธงของท่าน ข้าก็ยินดีจะมอบแผนที่ขุมทรัพย์ให้"
หลี่มูขมวดคิ้วมุ่น หัวหน้าสามผู้นี้นับว่าน่าสนใจไม่เลว แม้ภายนอกจะแต่งกายเยี่ยงบัณฑิต ทว่าความเหี้ยมโหดเด็ดขาดและความใจแข็งกลับไม่ด้อยไปกว่าหัวหน้าอีกสองคนเลยแม้แต่น้อย และที่สำคัญที่สุดก็คือ... อีกฝ่ายเอ่ยปากถึงสองครั้งสองคราว่าต้องการจะมาอยู่ใต้บังคับบัญชาของเขา นี่มันเรื่องอะไรกัน ?
"เจ้าลงมือสังหารพี่น้องร่วมสาบานที่มีพระคุณกับเจ้า ซ้ำยังยอมเอาชีวิตเข้าแลก เพียงเพื่อต้องการจะเปลี่ยนนาย ย้ายภูเขามาพึ่งพิงข้างั้นรึ ? " มุมปากของหลี่มูเผยรอยยิ้มหยัน
ก่อนหน้านี้ เขารู้สึกเพียงว่าการกระทำของหัวหน้าสามก็เพื่อรักษาชีวิตของตนเองเท่านั้น ทว่ายามนี้หลี่มูกลับมีความคิดที่ต่างออกไป พวกโจรป่ากลุ่มนี้ยึดครองภูเขาว่อหนิวมานานหลายปี ภูมิประเทศภายในถ้ำสลับซับซ้อน นอกเหนือจากหัวหน้าทั้งหลายแล้ว คนอื่นย่อมไม่คุ้นเคย หากต้องการเพียงแค่รักษาชีวิต เมื่อครู่นี้หัวหน้าสามก็สามารถหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวในส่วนลึกของถ้ำได้สบาย ๆ หน้าบากเคยบอกว่าภายในถ้ำมีเสบียงกรังมากมาย พอจะประทังชีวิตไปได้เป็นเดือน ๆ โดยไม่มีปัญหา หลี่มูกับอีกฝ่ายไม่ได้มีความแค้นลึกซึ้งถึงขั้นต้องเอาชีวิต ย่อมไม่มานั่งเฝ้ารอจับตัวเขาอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว
หากทำไปเพื่อรักษาชีวิตจริง ๆ หัวหน้าสามมีวิธีที่ปลอดภัยกว่านี้ตั้งเยอะแยะ เหตุใดจึงต้องยอมเสี่ยงยั่วโทสะเขาเพื่อทำเรื่องเช่นนี้ด้วยเล่า ? คำอธิบายเพียงหนึ่งเดียวก็คือ เขามีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงอยู่
"เกิดมาในยุคกลียุค ใครบ้างไม่อยากหาที่พึ่งพิงอันแข็งแกร่งให้ตัวเอง ? " หัวหน้าสามยอมรับออกมาตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง เขาหอบหายใจถี่กระชั้น
"กาลก่อนข้าเองก็เคยเป็นราษฎรที่สงบเสงี่ยม เพียงแต่ไปล่วงเกินคหบดีและขุนนางเข้า จนต้องมีจุดจบคือบ้านแตกสาแหรกขาด ทำได้เพียงหนีขึ้นเขามาเป็นโจรป่า"
"ท่านมีทั้งทหารและขุนพล สามารถกวาดล้างค่ายเวยหู่ให้สิ้นซากได้อย่างง่ายดาย หากได้ติดตามท่าน ย่อมต้องมีชีวิตรอดได้ยืนยาวและสุขสบายกว่าในยุคสมัยนี้อย่างแน่นอน ! "
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น หลี่มูก็หัวเราะร่วน เสียงหัวเราะเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "เจ้าคิดว่าข้าจะรับเจ้าไว้งั้นรึ ? "
สีหน้าของหลี่มูดูแปลกประหลาด เขาใช้สันดาบในมือตบลงบนใบหน้าของอีกฝ่ายเบา ๆ "คนที่ยอมแทงข้างหลังพี่น้องเพื่ออนาคตของตัวเอง ในโลกนี้จะมีใครหน้าไหนกล้ารับเจ้าเป็นลูกน้อง หากวันหน้าเจ้าเจอขุมกำลังที่แข็งแกร่งกว่า เกรงว่าเจ้าก็คงจะไม่ลังเลเลยที่จะหักหลังข้า แล้วเอาหัวข้าไปเป็นใบเบิกทางเพื่อสวามิภักดิ์ต่อพวกมัน"
"ข้าล่ะสงสัยจริง ๆ ว่าตอนที่เจ้าลงมือสังหารหัวหน้าทั้งสองคนนั้น ในใจเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ เคยคิดถึงบุญคุณที่ช่วยชีวิตไว้เมื่อกาลก่อนบ้างหรือไม่ ? "
พอคำพูดนี้หลุดออกมา หัวหน้าสามกลับหลุดหัวเราะออกมาแทน "กาลก่อนพวกเขาเคยยื่นมือเข้าช่วยข้าในยามที่หมดหนทางจริง ๆ ทว่าหลายปีมานี้ ข้าเองก็คอยวางแผนเป็นกุนซือให้พวกเขาหลายต่อหลายครั้ง ปล้นชิงทรัพย์สินมาได้ตั้งมากมาย ช่วยหลบเลี่ยงความเสี่ยงมาก็ไม่น้อย บุญคุณนั่น ข้าได้ชดใช้ให้จนหมดสิ้นแล้ว" หัวหน้าสามเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา น้ำเสียงไม่มีความละอายใจเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย
"หากไม่มีข้า ค่ายเวยหู่นี้คงถูกทางการกวาดล้างไปตั้งนานแล้ว ข้าไม่ได้ติดค้างอะไรพวกเขาอีก" เขาเอ่ยอย่างฉะฉานและมั่นใจในเหตุผลของตนเอง
ทว่าสีหน้าของหลี่มูกลับไม่ได้มีความหวั่นไหวใดๆ แม้แต่น้อย "นายท่าน ดังคำกล่าวที่ว่า นกที่ดีย่อมเลือกเกาะกิ่งไม้ ผู้ที่มีความสามารถย่อมไม่จงรักภักดีต่อนายที่โง่เขลา หัวหน้าทั้งสองคนนี้วิสัยทัศน์คับแคบ ไร้ฝีมือ ย่อมเป็นได้แค่หินรองเท้าให้ข้าเหยียบย่ำขึ้นไปเท่านั้น" หัวหน้าสามเอ่ยต่อ "แต่ท่านไม่เหมือนกัน"
"ท่านมีทั้งความกล้าหาญและสติปัญญา กล้าปลอมตัวเป็นเชลยบุกเข้ามาในค่าย ซ้ำยังมีกำลังทหารในมือมากมายขนาดนี้ ต่อให้ข้าคิดจะทรยศ ก็คงไม่มีความกล้าพอหรอก" หัวหน้าสามชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มยั่วยุปรากฏขึ้นที่มุมปากเล็กน้อย "พยัคฆ์ร้ายที่ตั้งตนเป็นใหญ่ในพงไพรอย่างแท้จริง ย่อมไม่สนใจหรอกว่าใต้บัญชาการของตนจะมีหมาป่าเจ้าเล่ห์อยู่ด้วยหรือไม่ เพราะเขารู้ดีว่าความแข็งแกร่งของตนเองนั้นมากพอที่จะสะกดข่มทุกความทะเยอทะยานที่คิดไม่ซื่อได้"
"การที่ท่านยังลังเลไม่ยอมรับเงื่อนไขของข้าเสียที หรือว่าจะเป็นเพราะ... ในใจเกิดความหวาดกลัว กลัวว่าจะกดข้าไว้ไม่อยู่กันล่ะ ? "
พอประโยคนี้หลุดออกมา ก็จุดประกายความโกรธแค้นให้แก่เหล่าทหารที่อยู่ในเหตุการณ์ทันที เจี่ยชวนเตะเข้าที่ท้องน้อยของมันอย่างแรง พลางสบถด่า "เจ้าเป็นแค่นักโทษแท้ ๆ เสือกกล้ามาพูดจาสามหาว ไม่รู้จริง ๆ สินะว่าคำว่าตายมันเขียนยังไง"
หัวหน้าสามเจ็บปวดจนต้องงอตัวคุดคู้ราวกับกุ้งต้มสุก ทว่าบนใบหน้ากลับยังคงประดับด้วยรอยยิ้มยั่วยุอย่างเต็มเปี่ยม ซ้ำยังจ้องมองหลี่มูเขม็งไม่วางตา เมื่อเห็นดังนั้น บรรดาทหารก็กัดฟันกรอดพากันกรูเข้ามาล้อมกรอบ กวัดแกว่งอาวุธในมือพลางตะโกน
"ไอ้เด็กนี่มันอวดดีเกินไปแล้ว ฆ่ามันซะ ! "
"สับหัวมันออกมา ดูสิว่ามันจะยังหัวเราะออกอยู่อีกไหม"
เมื่อเห็นเหล่าทหารกำลังเดือดดาล หลี่มูก็พลันเอ่ยปากตวาดสั่ง "ถอยออกไปให้หมด ! "