- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 266 แผนที่ขุมทรัพย์
ตอนที่ 266 แผนที่ขุมทรัพย์
ตอนที่ 266 แผนที่ขุมทรัพย์
ตอนที่ 266 แผนที่ขุมทรัพย์
"ธนู" หลี่มูเห็นว่าหัวหน้าโจรป่าทั้งสองคนนี้ห้าวหาญยิ่งนัก ทหารไม่สามารถจัดการพวกมันลงได้ในเวลาอันสั้น จึงรับคันธนูมาจากคนข้าง ๆ นำลูกธนูขนนกพาดสายแล้วง้างจนสุดล้า
ผึง ! พร้อมกับสองนิ้วที่คลายออก ลูกธนูพุ่งแหวกอากาศกลายเป็นเงาดำสายหนึ่ง ปักทะลุต้นขาของรองหัวหน้าอย่างแม่นยำไร้ที่ติ !
"อ๊าก ! " รองหัวหน้าเซถลา ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดก่อนจะทรุดลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้น ทหารสองสามนายที่อยู่ด้านข้างเห็นดังนั้นก็พุ่งพรวดเข้าไปหาทันที ทว่าในตอนนั้นเอง กระบองหนามเล่มหนึ่งก็ฟาดฟันลงมากลางอากาศ บีบให้พวกเขาร่นถอยไป
หัวหน้าใหญ่พุ่งชนเข้ามาประดุจกระทิงป่าที่กำลังบ้าคลั่ง อาศัยชุดเกราะเก่าซอมซ่อต้านรับคมดาบไปสองสามดาบอย่างดุดัน ก่อนจะคว้าตัวรองหัวหน้าที่คุกเข่าอยู่ให้ลุกขึ้น พลางเอ่ย "น้องรอง รีบลุกขึ้นเร็วเข้า ! "
"พี่... พี่ใหญ่" รองหัวหน้าเจ็บปวดจนร่างกายสั่นเทา นัยน์ตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย เขากำดาบง้าวในมือแน่นพลางเอ่ยเสียงกร้าว "ทหารสวมเกราะพวกนี้ไม่ใช่พวกทหารหลวงสวะพวกนั้นแน่ พวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมัน ท่านรีบหนีไปเถอะ... ข้าจะคอยระวังหลังให้ท่านเอง"
"เจ้าพูดบ้าอะไรวะ ? ข้ากับเจ้าเป็นพี่น้องร่วมสาบานที่โขกศีรษะลงผืนดินด้วยกัน ข้าจะทิ้งเจ้าให้รอดชีวิตไปคนเดียวได้อย่างไร ? " หัวหน้าใหญ่เบิกตากว้างจนแทบจะฉีกขาด หันขวับไปมองพวกหลี่มูพลางแค่นเสียงเย็น "วันนี้ต่อให้พวกเราพี่น้องต้องตาย ก็ต้องตายด้วยกันโว้ย ! "
หลี่มูมองดูภาพความผูกพันอันลึกซึ้งของพี่น้องทั้งสอง ทว่าในใจกลับไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวใด ๆ เขาดึงลูกธนูยาวออกจากกระบอกธนูอีกครั้ง เล็งเป้าหมายไปที่หัวหน้าโจรป่าทั้งสองคน เอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าว่า "ช่างเป็นภาพพี่น้องรักใคร่กลมเกลียวเสียจริง ทำเอาข้าซาบซึ้งจนแทบจะหลั่งน้ำตาออกมาเลยเชียว ! ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะให้โอกาสพวกเจ้า หากตอนนี้พวกเจ้าวางอาวุธลงแล้วสั่งให้ลูกสมุนยอมจำนน ข้าอาจจะไว้ชีวิตพวกเจ้าสักครั้ง"
ในเวลานี้ เสียงเข่นฆ่าฟาดฟันดังก้องไปทั่วบริเวณ ด้วยการปกป้องจากชุดเกราะ บรรดาทหารจึงสามารถบดขยี้พวกโจรป่าได้อย่างราบคาบ แม้จำนวนคนของทั้งสองฝ่ายจะห่างชั้นกันมาก ทว่าผ่านการทำศึกมาหลายต่อหลายครั้ง หลี่มูก็ได้ข้อสรุปอย่างหนึ่งมานานแล้ว ทหาร... สำคัญที่คุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ
ด้วยความเหนือชั้นทั้งด้านยุทโธปกรณ์ ยุทธวิธี และขวัญกำลังใจอย่างเต็มรูปแบบ ทหารสวมเกราะห้าหกสิบนายย่อมสามารถจัดการโจรป่าสองสามร้อยคนนี้ได้อย่างง่ายดาย ชัยชนะ... ก็เป็นเพียงแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น
"ผายลมมารดาเจ้าเถอะ! ถึงบิดาจะไม่ใช่พวกกระดูกแข็งอะไรนัก ทว่าหากเจ้าคิดจะเคี้ยวบิดา ก็ต้องแลกด้วยฟันหลุดไปสักสองสามซี่ล่ะวะ" หัวหน้าใหญ่เลือดอาบไปทั้งตัว ทว่าก็ยังคงกัดฟันด่าทออย่างดุเดือด
หลี่มูได้ยินดังนั้นก็แค่นเสียงหัวเราะหยัน เอ่ยกลั้วหัวเราะว่า "โจรป่ากระจอก ๆ คนนึง ยังคิดว่าตัวเองสำคัญนักรึไง ? " เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความ คลายสายธนูออกไปทันที
ลูกธนูขนนกพุ่งแหวกอากาศไป หัวหน้าใหญ่ม่านตาหดเกร็ง กวัดแกว่งกระบองหนามราวกับพายุหมุน จนสามารถปัดลูกธนูดอกนั้นให้ร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศได้ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะเผยสีหน้ายินดี ลูกธนูดอกที่สอง ดอกที่สาม ดอกที่สี่... ก็พุ่งทะยานตามมาติด ๆ
หลี่มู เจี่ยชวน และทหารอีกหลายนายต่างก็ถือคันธนูเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว ห่าธนูอันหนาแน่นพุ่งทะลวงเข้าใส่ หัวหน้าใหญ่และรองหัวหน้าแผดเสียงคำราม กวัดแกว่งอาวุธฟาดฟันซ้ายขวา ทว่าก็ไม่อาจต้านทานการโจมตีที่ร่วงหล่นลงมาดุจห่าฝนนี้ได้ เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ พวกเขาก็ถูกธนูปักร่างไปหลายดอก เซถลาล้มลงกับพื้น ลุกไม่ขึ้นอีกเลย
"หัวหน้า ! "
"หัวหน้าใหญ่กับรองหัวหน้าถูกธนูยิงแล้ว พวกเราหนีเถอะ ! "
"ไอ้สารเลวพวกนี้แต่งตัวเหมือนเต่าเหล็ก ดาบของพวกเราฟันไม่เข้าเลย..."
เมื่อเห็นผู้นำของตนมีสภาพเช่นนั้น โจรป่าคนอื่น ๆ ก็หมดสิ้นกำลังใจในทันที พวกที่ยังฝืนต่อสู้ขัดขืนอยู่ในตอนแรกต่างก็แตกกระเจิงหนีไปคนละทิศคนละทาง บางคนถึงกับยอมทิ้งอาวุธแล้วคุกเข่าขอชีวิตในที่เกิดเหตุ เริ่มการต่อสู้ไปได้ไม่ถึงหนึ่งเค่อ ค่ายเวยหู่ก็ถูกตีจนแตกพ่ายยับเยินเสียแล้ว
"พวกเจ้าฟังให้ดี ยอมจำนนจะไม่ฆ่า" หลี่มูสูดลมหายใจเข้าลึก ตะโกนก้องไปทั่วบริเวณ "หากผู้ใดยังขัดขืนต่อสู้ จะสับให้เละไม่ละเว้น ! "
สิ้นเสียงคำกล่าวนี้ เสียงอาวุธร่วงหล่นกระทบพื้นก็ดังระงมขึ้นเป็นทอด ๆ บนพื้นมีศพเกลื่อนกลาดถึงสี่ห้าสิบศพ ส่วนโจรป่าที่เหลืออีกเกือบสองร้อยคนต่างก็ได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า ยามนี้พวกมันต่างก็พากันคุกเข่าลงอย่างสั่นเทา เมื่อเห็นภาพนี้ รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลี่มู
เดิมทีเขาคิดว่าการศึกครั้งนี้จะต้องใช้เวลานานกว่านี้เสียอีก ไม่คิดเลยว่าจะจบลงอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ คิดดูแล้วก็เป็นเรื่องปกติ การปลอมตัวเข้ามาในค่ายครั้งนี้ ทำให้พวกโจรป่าตั้งตัวไม่ทันอยู่แล้ว ผนวกกับหลักการที่ว่า 'จับโจรต้องจับหัวหน้าก่อน' เมื่อสามารถจัดการหัวหน้าทั้งสองคนได้สำเร็จ พวกที่เหลือเมื่อไร้ซึ่งที่พึ่งพิงทางจิตใจ ย่อมกลายเป็นเพียงเม็ดทรายที่กระจัดกระจาย
แม้แต่กองทัพที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี หากแม่ทัพถูกสังหารก็จะกลายเป็นฝูงมังกรไร้หัว พลังรบย่อมลดฮวบลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับโจรป่าที่รวมตัวกันอย่างไม่เป็นระเบียบพวกนี้เล่า ?
"ลากตัวหัวหน้าทั้งสองคนนั้นมานี่"
หลี่มูชี้ไปยังคนทั้งคู่ เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "ฉวยโอกาสที่พวกมันยังไม่ตาย จับมาสอบสวนให้ดี ๆ ดูสิว่าของมีค่าในค่ายนี้ถูกซ่อนไว้ที่ไหนบ้าง" "อ้อ แล้วก็ส่งคนไปอีกสักสองสามคน เข้าไปลากคอหัวหน้าสามออกมาจากถ้ำด้วย"
ค่ายเวยหู่ตั้งรกรากอยู่ที่นี่มาหลายปี ปล้นชิงทรัพย์สินมาได้ไม่ใช่น้อย แม้แต่ทางการก็ยังไม่มีปัญญาจะจัดการพวกมัน ช่วงเวลาที่ผ่านมา พวกมันจะต้องสั่งสมทรัพย์สมบัติไว้ไม่น้อยอย่างแน่นอน แม้จะเทียบไม่ได้กับหอหมาป่าอินทรีและตระกูลเฉิน ทว่าหลักพันหรือหลักหมื่นตำลึงก็ต้องมีติดค่ายไว้บ้างล่ะ นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่หลี่มูตัดสินใจบุกมากวาดล้างพวกมัน
เพียงไม่นาน หัวหน้าทั้งสองที่บาดเจ็บสาหัสก็ถูกหิ้วปีกพาตัวมา หลี่มูนั่งลงบนม้ายาว เอ่ยปากด้วยท่าทีของผู้เหนือกว่าว่า "หลายปีมานี้ พวกเจ้าคงจะปล้นชิงทรัพย์สมบัติมาได้ไม่น้อย ส่งมันออกมาแต่โดยดี แล้วข้าอาจจะพิจารณาสงเคราะห์ให้พวกเจ้าตายอย่างสงบ"
"ถุย ! " แม้หัวหน้าใหญ่จะถูกลูกธนูปักร่างอยู่หลายดอก ทว่าท่าทีก็ยังคงแข็งกร้าว เขากัดฟันกรอดพลางเอ่ย "หากเจ้ามีปัญญา เจ้าก็ไปหาเอาเองสิวะ บิดาไม่มีทางปริปากบอกหรอก"
แววตาของหลี่มูค่อย ๆ เย็นเยียบลง ก่อนหน้านี้หน้าบากเคยบอกเขาว่า ภายในถ้ำของค่ายเวยหู่นั้นสลับซับซ้อนราวกับมีโลกอีกใบซ่อนอยู่ ซ้ำยังมีถ้ำหินย้อยและเส้นทางลับอีกมากมาย นอกเหนือจากหัวหน้าทั้งสามคนแล้ว พวกสมุนปลายแถวอย่างพวกเขาไม่มีทางรู้ตำแหน่งซ่อนทรัพย์สมบัติที่แท้จริงภายในถ้ำเลย หากจะต้องค้นหาจริง ๆ เกรงว่าถ้าไม่ใช้เวลาสักสองสามวันคงไม่มีทางหาพบ
"เป็นพวกกระดูกแข็งงั้นรึ ข้าชอบนะ" มุมปากของหลี่มูเผยรอยยิ้มเย็นชา จู่ ๆ เขาก็กวักมือเรียกเจี่ยชวนพลางเอ่ย "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ส่งคนกระดูกแข็งผู้นี้ลงนรกไปเสียเถอะ ! "
เจี่ยชวนรับคำสั่ง หิ้วดาบยาวก้าวเท้ายาว ๆ เข้ามาหาทันที
"ช้าก่อน ! " ทว่าในตอนนั้นเอง รองหัวหน้ากลับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ท่านทหาร ข้า... กาลก่อนพวกเราพี่น้องเคยได้แผนที่ขุมทรัพย์มาแผ่นหนึ่ง ยามนี้มันถูกซ่อนเอาไว้ในค่าย หากข้ายอมส่งมอบสิ่งนี้ให้ จะสามารถแลกกับชีวิตของพวกเราพี่น้องได้หรือไม่ ? "
"แผนที่ขุมทรัพย์รึ ? " ได้ยินเช่นนั้น หลี่มูก็เลิกคิ้วขึ้น
"ใช่แล้ว มันคือแผนที่ขุมทรัพย์ ข้าเคยให้คนช่วยดูให้แล้ว ได้ยินมาว่าเป็นทรัพย์สมบัติที่ราชวงศ์ซีเซี่ยในราชวงศ์ก่อนทิ้งเอาไว้ มีมูลค่ามหาศาลประเมินค่ามิได้ ! " รองหัวหน้าหอบหายใจถี่กระชั้นพลางเอ่ย
ราชวงศ์ซีเซี่ย... หลี่มูค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับชื่อนี้ในหัวอย่างบ้าคลั่ง ปฐมกษัตริย์แห่งต้าฉีก็เคยเป็นขุนนางในราชสำนักซีเซี่ยมาก่อน ต่อมาได้ลุกฮือขึ้นก่อกบฏและช่วงชิงแผ่นดินมาครอง และในเวลานั้นเอง ก็มีองค์หญิงและองค์ชายแห่งราชวงศ์ซีเซี่ยหลายพระองค์ที่ทรงหอบหิ้วสมบัติล้ำค่าหลบหนีออกจากเมืองหลวง ระเหเร่ร่อนไปใช้ชีวิตปะปนกับสามัญชน
หรือว่าแผนที่ขุมทรัพย์ที่อยู่ในมือของพวกโจรป่ากลุ่มนี้ จะเป็นของล้ำค่าที่หลงเหลือมาจากเชื้อพระวงศ์พระองค์ใดพระองค์หนึ่งกันแน่ ?