เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 237 กลับบ้านเกิด

ตอนที่ 237 กลับบ้านเกิด

ตอนที่ 237 กลับบ้านเกิด


ตอนที่ 237 กลับบ้านเกิด

แม้ตอนนี้จะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว แต่กระแสน้ำก็ยังไม่จับตัวเป็นน้ำแข็ง พวกหลี่มูนั่งเรือโดยสารเพียงแค่ไม่ถึงสองวันก็เดินทางกลับมาถึงเมืองหงโจวแล้ว

ตลอดการเดินทาง ทุกคนบนเรือต่างก็มีอาการกระวนกระวายใจอยู่บ้าง จนกระทั่งได้เห็นท่าเรือเมืองอันผิง ถึงได้พากันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ในที่สุดก็ถึงบ้านเสียที !

ก่อนหน้านี้หลี่มูยังกังวลว่าระหว่างทางอาจจะเจอโจรแม่น้ำดักปล้น หรือไม่ก็ถูกคนของพรรคฮวาจู๋ไล่ตามมาสกัดจับ แต่ไม่คิดเลยว่าการเดินทางจะราบรื่นอย่างเหลือเชื่อ

"น้องหลี่ ครั้งนี้ต้องขอบคุณเจ้าที่ยื่นมือเข้ามาช่วย ไม่อย่างนั้นข้าคงต้องตายที่เมืองฉีโจวแล้วแน่ ๆ " เมื่อขึ้นฝั่งแล้ว ฟ่านเหวินปินก็ยังคงรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน เมื่อนึกถึงชะตากรรมอันเลวร้ายในช่วงที่ผ่านมา ก็อดไม่ได้ที่จะทอดทอนใจ "มารดามันเถอะ ดูท่าคราวหน้าคงจะเชื่อใจคนง่าย ๆ ไม่ได้แล้ว การทำธุรกิจ... จะก้าวพรวดพราดทีเดียวไม่ได้จริง ๆ "

"ในเมืองหงโจว ในเมืองอันผิง พวกเรายังพอจะนับว่ามีอิทธิพลอยู่บ้าง แต่พอไปเมืองอื่น ก็ต้องตกเป็นเบี้ยล่างให้เขาปู้ยี่ปู้ยำ"

นับตั้งแต่ใต้เท้าต่งและเจ้าเมืองติงถูกโค่นล้มลง ธุรกิจของหลี่มูและพรรคเฉาปังก็เจริญรุ่งเรืองสุดขีด อาศัยสุราซานเยวี่ยชุนบุกเบิกตลาดในเมืองใกล้เคียงจนกอบโกยเงินทองเป็นกอบเป็นกำ

และด้วยสถานการณ์ที่ราบรื่นไร้อุปสรรคนี้นี่แหละ ที่ทำให้ฟ่านเหวินปินเริ่มรู้สึกเหลิงและชะล่าใจ เขาไม่ได้ตรวจสอบเบื้องลึกเบื้องหลัง หรือติดต่อพูดคุยให้ถ่องแท้ ก็หลงเชื่อใจท่านหม่าอย่างง่ายดาย จนสุดท้ายต้องไปตกหลุมพราง ไม่เพียงแต่สินค้าหลายลำเรือจะถูกยึด แต่ตัวเขาเองก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอดด้วย

"เรื่องเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือ ต้องสืบให้รู้ว่าทำไมพรรคฮวาจู๋ถึงได้พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ แล้วไอ้แซ่หม่านั่นที่จับพวกท่านไว้มีจุดประสงค์อะไรกันแน่ ? " หลี่มูนวดคลึงหว่างคิ้ว เขาไปอาละวาดที่เมืองฉีโจวซะขนาดนั้น พรรคฮวาจู๋คงไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ แน่

แม้เมืองฉีโจวและเมืองหงโจวจะอยู่ห่างกันหลายร้อยลี้ ทำให้อีกฝ่ายอาจจะยังเอื้อมมือมาไม่ถึงในตอนนี้ แต่ความแค้นก็ได้ก่อตัวขึ้นแล้ว หากไม่จัดการแก้ไข ก็จะกลายเป็นหอกข้างแคร่ในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน

"เรื่องนี้ข้าจะส่งคนไปสืบเอง อย่างมากก็ทุ่มเงินจ้างสายลับเก่ง ๆ สักหน่อย พรรคฮวาจู๋แม้จะมีอิทธิพลในเมืองฉีโจวก็จริง แต่ยิ่งคนเยอะ ความลับก็ยิ่งรั่วไหลง่าย ! " ฟ่านเหวินปินรู้ดีว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะตัวเอง จึงรีบเสนอตัวรับหน้าที่นี้มาจัดการ

ตอนนี้เขาเกลียดท่านหม่าจนเข้ากระดูกดำ

พรรคเฉาปังร่วมมือกับหลี่มู ขนส่งสุราซานเยวี่ยชุนไปขายต่างถิ่น แต่ตอนที่พรรคเฉาปังมารับสินค้าจากชุนอี้ฟาง พวกเขาก็จ่ายค่าสินค้าไปหมดแล้ว

สุราที่ถูกยึดไปหลายลำเรือ ทำให้เขาสูญเสียเงินไปถึงสองสามพันตำลึงเลยทีเดียว

แต่ความสูญเสียทางทรัพย์สินยังถือเป็นเรื่องเล็กน้อย สิ่งที่ทำให้ฟ่านเหวินปินทนไม่ได้ก็คือ การถูกทรมานทั้งร่างกายและจิตใจอย่างหนักหน่วงต่างหาก

เขาเป็นถึงหัวหน้าพรรคอันดับหนึ่ง แต่กลับต้องมาถูกเหยียดหยามทรมานสารพัดในคุกส่วนตัวของพรรคฮวาจู๋ จนตอนนี้ทั่วทั้งตัวยังเต็มไปด้วยบาดแผล แค่ขยับตัวแรงเล้กน้อยก็เจ็บจนต้องแยกเขี้ยว

"ไม่ว่าเหตุผลเบื้องหลังของเรื่องนี้คืออะไร ข้าจะต้องทำให้ไอ้เฒ่านั่นชดใช้อย่างสาสม ! "

ฟ่านเหวินปินกำหมัดแน่น กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกอย่างรุนแรง แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

"ถ้ามีอะไรให้ช่วย ก็บอกข้ามาได้เลย" หลี่มูตบไหล่เขา ก่อนจะหันไปกวักมือเรียกเจียงหู่ "หู่จื่อ ไปกันเถอะ"

การเดินทางไปเมืองฉีโจวในครั้งนี้ พวกพี่น้องในทีมล่าสัตว์และหลี่ไฉ่เวยต่างก็เป็นห่วงความปลอดภัยของเขากันมาก ป่านนี้คงจะร้อนใจรออยู่ที่บ้านกันแย่แล้ว

หลี่มูให้เสี่ยวไป๋หลงบินล่วงหน้าไปส่งข่าวว่าเขาปลอดภัย ส่วนตัวเขาและเจียงหู่ก็ควบม้าพันธุ์ดีที่พรรคเฉาปังเตรียมไว้ให้ที่ท่าเรือ มุ่งหน้าตรงกลับไปที่ชุนอี้ฟางอย่างเร่งรีบ

……

"ท่านพี่ ในที่สุดท่านก็กลับมาเสียที ! "

ทันทีที่สองเท้าของหลี่มูก้าวเข้ามาในชุนอี้ฟาง หลี่ไฉ่เวยก็วิ่งโผเข้ามากอด ดวงตากลมโตของนางแดงก่ำ น้ำเสียงสั่นเครือ "ท่านรู้ไหมว่าช่วงหลายวันนี้ ข้าเป็นห่วงท่านมากแค่ไหน! ท่านไม่เจออันตรายอะไรที่เมืองฉีโจวใช่ไหม ? บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ? "

"ท่านหายไปนานจนข้าใจคอไม่ดี คิดว่าจะไม่ได้เจอท่านอีกแล้วซะอีก ! "

คำถามรัวเป็นชุดดั่งปืนกล ทำให้หลี่มูได้แต่ลูบหัวนางเบา ๆ แล้วหัวเราะลั่น "เชื่อใจพี่ชายเจ้าหน่อยสิ ! ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา มีไอ้สารเลวตั้งกี่คนที่อยากจะเอาชีวิตข้า แล้วมีใครทำร้ายข้าได้บ้างล่ะ สุดท้ายก็กลายเป็นกระดูกขาวโพลนในสุสานไปหมดนั่นแหละ"

หลี่ไฉ่เวยสำรวจร่างกายของหลี่มูตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างละเอียด เมื่อเห็นว่าเขาไร้รอยขีดข่วนอย่างที่พูดจริง ๆ ถึงได้ค่อยคลายความกังวลลง

ในตอนนั้นเอง เจียงหู่ก็เดินก้าวยาว ๆ เข้ามา เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า "น้องไฉ่เวย ทำไมไม่เห็นห่วงใยข้าบ้างล่ะ ? พี่หลี่น่ะไม่เป็นไรหรอก แต่ข้าสิ ข้าโดนซ้อมซะยับเยินเลย ดูตาข้าสิ ป่านนี้ยังเขียวปั้ดอยู่เลย ! "

สิ้นเสียงบ่นกระปอดกระแปด บรรดาสตรีในลานบ้านรวมถึงหลี่ไฉ่เวยก็เงยหน้าขึ้นมอง

เห็นเพียงเจียงหู่ในชุดเสื้อผ้าขาดวิ่นเปื้อนเลือด ใบหน้ามีรอยแผลเป็นที่เริ่มจะตกสะเก็ดอยู่สองสามรอย แขนขาก็เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียว โดยเฉพาะรอบดวงตาข้างซ้ายที่มีรอยเขียวช้ำเป็นวงกว้าง ดูน่าเวทนาและน่าสมเพชเป็นอย่างยิ่ง

ตอนแรกหลี่ไฉ่เวยก็ตกใจกับสภาพของเขา แต่พอได้ยินน้ำเสียงที่ยังคงดุดันและแข็งแรง ก็รู้ว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรมาก จึงแกล้งพูดหยอกเย้าว่า "พี่หู่จื่อ ปกติท่านชอบคุยโวว่าตัวเองวิทยายุทธ์สูงส่ง สู้สิบคนสบาย ๆ ขนาดท่านพี่ของข้าก็ยังไม่ใช่คู่มือของท่านเลยไม่ใช่หรือไง ? แล้วทำไมถึงโดนซ้อมจนหน้าบวมปูดขนาดนี้ล่ะ ? "

"จิ๊ ๆ ที่แท้เรื่องที่ท่านชอบคุยโวมาตลอดก็แค่ราคาคุยสินะ ! "

"ข้าเคยคุยโวที่ไหนกัน ? หากจะโทษก็ต้องโทษไอ้เฒ่าแซ่หม่านั่นที่มันเจ้าเล่ห์ แอบใส่ยานอนหลับในน้ำชาข้า ! แต่ขนาดข้าใช้สติเฮือกสุดท้าย ก็ยังซัดพวกลูกกระจ๊อกร่วงไปได้ตั้งห้าคนนะ" เจียงหู่เบิกตาโพลงเถียงกลับ เห็นได้ชัดว่าเขายังคงรู้สึกคับแค้นใจ "ถ้าไม่โดนเล่นลอบกัด ไอ้เฒ่านั่นจะจับข้าได้ยังไง ? "

"เดี๋ยวนะ ข้าเคยพูดตอนไหนว่าพี่หลี่ไม่ใช่คู่มือของข้า ? ไฉ่เวย เจ้าเด็กบ้า กล้าหลอกข้ารึ ! "

เจียงหู่เพิ่งจะรู้ตัวว่าโดนหลอก

เสียงหัวเราะครื้นเครงก็ดังระงมไปทั่วบริเวณชุนอี้ฟาง

"จริงสิ พี่เจี่ยชวนยังอยู่ที่ค่ายทหารนอกเมืองอยู่เลย ข้าจะให้คนไปส่งข่าวบอกพวกเขานะ ถ้าพวกเขารู้ว่าท่านกลับมาแล้ว จะต้องดีใจมากแน่ ๆ " หลี่ไฉ่เวยเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ก็เตรียมตัวจะออกไปจัดการ

แต่หลี่มูกลับยื่นมือไปรั้งนางไว้ "ไม่ต้องหรอก ข้ากับหู่จื่อแค่แวะมาบอกให้รู้ว่าปลอดภัยแล้ว เดี๋ยวก็ต้องรีบไปที่ภูเขาต้าหลงเลย"

หลังจากเหตุการณ์ที่เมืองฉีโจวครั้งนี้ หลี่มูก็ยิ่งตระหนักดีว่ากำลังรบของตนเองในตอนนี้ยังไม่เพียงพอ เขาต้องเร่งฝึกทหารพวกนี้ให้สามารถสู้รบได้จริงโดยเร็วที่สุด !

ตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ที่โลกใบนี้ เขาต้องอาศัยการยืมชื่อคนอื่นมาข่มขู่ แสร้งทำเป็นมีเส้นสายเบื้องหลังใหญ่โตเพื่อไล่ศัตรูไปหลายต่อหลายครั้ง แม้ภายนอกจะดูเหมือนรับมือได้อย่างสบาย ๆ แต่ในใจลึก ๆ หลี่มูก็ยังคงรู้สึกหวั่นใจอยู่ดี ถ้าหากเขามีความแข็งแกร่งมากพอ ใครจะอยากใช้วิธีการแสร้งทำเป็นเก่งเพื่อข่มขวัญคนอื่นกันล่ะ ?

ถ้าหากทหารพันกว่านายใต้บังคับบัญชาของเขา ต่างก็มีฝีมือการรบเทียบเท่ากองกำลังเป้ยกุยล่ะก็ อย่าว่าแต่เมืองฉีโจวเล็ก ๆ เลย ต่อให้เป็นเมืองหลวงของราชสำนัก เขาก็กล้าบุกเข้าไปอาละวาด !

"จะไปแล้วรึ ? อย่างน้อยก็อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิ..." หลี่ไฉ่เวยเอ่ยด้วยความห่วงใยและเสียดาย "พวกท่านเดินทางมาเหนื่อย ๆ เพิ่งจะถึงบ้านก็จะออกเมืองไปอีก ต่อให้เรื่องด่วนแค่ไหน ก็ไม่เห็นต้องรีบร้อนขนาดนี้เลยนี่นา ! "

"เชื่อฟังพี่นะ"

น้ำเสียงของหลี่มูนั้นอ่อนโยน แต่กลับแฝงไว้ด้วยความหนักแน่นที่ไม่อาจปฏิเสธได้

หลี่ไฉ่เวยเบะปาก แม้จะดูไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

"พวกทูเจวี๋ยและคนเถื่อนที่ชายแดนเริ่มมีความเคลื่อนไหวแล้ว ในเขตหัวเมืองต่าง ๆ ก็ไม่ได้สงบสุขนัก" หลี่มูอธิบายเพิ่มให้ฟังประโยคหนึ่ง "ถ้าก่อนฤดูใบไม้ผลิปีหน้า พวกทหารยังฝึกกันไม่ได้เรื่อง เกรงว่าพวกเราคงต้องเจอกับหายนะครั้งใหญ่แน่"

จบบทที่ ตอนที่ 237 กลับบ้านเกิด

คัดลอกลิงก์แล้ว