- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 232 คุณชายเซียว
ตอนที่ 232 คุณชายเซียว
ตอนที่ 232 คุณชายเซียว
ตอนที่ 232 คุณชายเซียว
คำพูดของคุณชายเซียว ได้ทำลายความเงียบสงัดอันน่าขนลุกภายในหอชุ่ยอวิ๋นลง
สายตาของหลี่มูค่อย ๆ เลื่อนไปหยุดที่ใบหน้าของเขา
ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในหอชุ่ยอวิ๋น หลี่มูก็สังเกตเห็นชายหนุ่มผู้มีบุคลิกโดดเด่นผู้นี้แล้ว การที่คนระดับท่านหม่ายังต้องให้ความเคารพยำเกรงและประจบประแจง ก็เพียงพอจะพิสูจน์ได้ว่าสถานะของเขาจะต้องสูงส่งกว่าอีกฝ่ายมากอย่างแน่นอน
เผลอ ๆ อาจจะสูงกว่าเจ้าเมืองติงและใต้เท้าต่งในอดีตเสียอีก !
และในเวลานี้ เมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์ฆ่าฟันจนมีคนตาย อีกฝ่ายกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวหรือวิตกกังวลเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังคงความสงบนิ่ง เยือกเย็น ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างยังคงอยู่ในกำมือ
คนผู้นี้ไม่ได้แสร้งทำเป็นใจดีสู้เสืออย่างแน่นอน
ตกลงเขาเป็นใครกันแน่ ?
"คุณชายเซียว เป็นเพราะข้าไร้ความสามารถเอง ทำให้ท่านต้องผิดหวังแล้ว..." ท่านหม่าเอ่ยพลางปรายตามองหลี่มูด้วยความเคียดแค้น กัดฟันกรอด
เขาต้องใช้เส้นสายมากมาย กว่าจะเชิญอีกฝ่ายมาเยือนพรรคฮวาจู๋ได้
ความตั้งใจเดิมของเขาคือต้องการเกาะใบบุญของอีกฝ่าย เพื่อยกระดับพรรคให้สูงขึ้นไปอีกขั้น แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะถูกหลี่มูเข้ามาขัดขวาง ไม่เพียงแต่จะไม่สามารถทำให้คุณชายเซียวพอใจได้ กลับต้องมาขายหน้าครั้งใหญ่เสียอีก !
ความโกรธแค้นราวกับไฟป่าลุกลามแผดเผาสมองของท่านหม่า
ตอนนี้เขาแทบอยากจะสับหลี่มูให้เป็นชิ้น ๆ อยากจะฆ่าทิ้งในหอชุ่ยอวิ๋นให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
แต่คุณชายเซียวออกปากมาแล้ว ต่อให้ท่านหม่าจะโกรธแค้นแค่ไหน ก็ทำได้เพียงแค่ปฏิบัติตามคำสั่งเท่านั้น
"ไอ้หนู เจ้าชนะแล้ว"
เขาเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหลี่มู แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม "คืนนี้เจ้าพาพี่น้องของเจ้าไปได้ แต่ตั้งแต่นี้ต่อไป พวกเจ้าอย่าหวังจะได้เหยียบเข้ามาในเมืองฉีโจวอีกเป็นอันขาด ข้าจะใช้กำลังและเส้นสายทั้งหมดที่มี กวาดล้างพวกเจ้าให้สิ้นซาก ! "
ไม่มีใครสงสัยในความจริงจังของประโยคนี้
ชาวเมืองฉีโจวต่างก็รู้ดีว่าท่านหม่าเป็นพวกเจ้าคิดเจ้าแค้นขนาดไหน ในถิ่นนี้ ไม่เคยมีใครที่ล่วงเกินเขาแล้วยังสามารถหนีรอดไปได้แบบครบสามสิบสองประการเลยสักคน
"แถวบ้านข้า มีแต่พวกเด็กเมื่อวานซืนที่แพ้แล้วพาลเท่านั้นแหละที่ชอบขู่ฟ่อ ๆ แบบนี้" มุมปากของหลี่มูยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน เขาใช้ปืนคาบศิลาเคาะหัวท่านหม่าเบา ๆ เอ่ยเสียงเรียบ "ถ้าเจ้าแน่จริง ก็เอาชีวิตเข้าแลกแล้วสู้กับข้าให้ตายกันไปข้างนึงตรงนี้เลยสิ ถ้าไม่กล้าก็หุบปากซะ อย่ามาทำเป็นพูดจาอวดดีให้คนเขาหัวเราะเยาะ เข้าใจไหม ? "
"เจ้า ! "
ท่านหม่าได้ยินดังนั้นก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
แต่คุณชายเซียวที่อยู่ข้าง ๆ กลับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น สายตาจับจ้องไปที่หลี่มู แฝงความชื่นชมอยู่ไม่น้อย "เจ้านี่ช่างฝีปากกล้ายิ่งนัก น่าสนใจ น่าสนใจจริง ๆ ! "
"น่าเสียดายที่คืนนี้สถานที่ไม่อำนวย ไม่อย่างนั้น ข้าคงต้องขอร่ำสุรากับเจ้าสักสองสามจอกแน่"
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของท่านหม่าก็ยิ่งดำคล้ำลงไปอีก
งานเลี้ยงที่เขาอุตส่าห์จัดเตรียมมาอย่างยากลำบาก กลับถูกหลี่มูพังไม่เป็นท่า แถมตอนนี้แขกผู้มีเกียรติของเขากลับไปแสดงความชื่นชมหลี่มูเสียอีก ไม่ว่าคืนนี้ผลจะลงเอยอย่างไร เขาก็ถือว่าขาดทุนย่อยยับ !
"เรื่องร่ำสุราคงต้องเอาไว้ก่อน แต่ถ้าให้เดินทางไปเป็นเพื่อนสักระยะนึงก็พอไหว" หลี่มูยืดตัวขึ้น เอ่ยพลางยิ้มเย็น
คุณชายเซียวชะงักไปครู่หนึ่ง "เดินทางไปเป็นเพื่อนรึ ? หมายความว่าไง ? "
"ความหมายก็ง่ายๆ" หลี่มูยักไหล่ "ที่นี่คือเมืองฉีโจว ถิ่นของพรรคฮวาจู๋ ข้ากลัวว่าอีกเดี๋ยวข้ากับพี่น้องจะออกไปไม่ได้ ก็เลยต้องรบกวนคุณชายให้เดินทางไปด้วยกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกพรรคฮวาจู๋ไล่ล่าน่ะ"
สิ้นประโยคนี้ ท่านหม่าก็เบิกตากว้างตวาดลั่น "ไม่ได้ ! "
ส่วนคุณชายเซียวก็ยิ่งประหลาดใจ "ข้าไม่ใช่คนของพรรคฮวาจู๋ เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย ? ใครก่อเรื่องก็ไปคิดบัญชีกับคนนั้นสิ สหาย เจ้าทำแบบนี้มันจะไร้เหตุผลไปหน่อยแล้วนะ"
"ตอนนี้ข้าเป็นใหญ่" หลี่มูแกว่งปืนคาบศิลาในมือ ยิ้มบาง ๆ " หากข้าไร้เหตุผลแล้ว พวกเจ้าจะทำไมล่ะ ? "
แม้ท่านหม่าจะรับปากว่าจะปล่อยฟ่านเหวินปินและคนอื่น ๆ ไป แต่... ไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์นี่ไม่มีทางทำตามสัญญาง่าย ๆ แน่ มันต้องหาทางตุกติกอย่างแน่นอน
แม้หลี่มูจะจับเขาเป็นตัวประกัน และสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ชั่วคราว แต่ก็ยากจะรับประกันได้ว่าจะไม่มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นก่อนที่จะหนีออกจากเมืองฉีโจวได้
เผื่อว่าในพรรคฮวาจู๋มีพวกทะเยอทะยานที่อยากจะฉวยโอกาสลอบกัด ขอยืมมือหลี่มูฆ่าท่านหม่า เพื่อใช้ข้ออ้างเรื่องการแก้แค้นขึ้นสู่อำนาจแทน...
ในชาติก่อน เขาเคยดูหนังและซีรีส์มามากมาย พล็อตเรื่องทำนองนี้ก็มีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ
อย่าคิดนะว่าจับตัวลูกพี่ใหญ่ของพรรคมาได้แล้วจะสามารถนอนหลับฝันดีได้ พี่น้องในพรรคก็ใช่ว่าจะจงรักภักดีและเชื่อฟังคำสั่งของหัวหน้าพรรคเสมอไป คนที่อยากจะเห็นหัวหน้าพรรคตายก็มีถมเไป
แต่ถ้าเปลี่ยนแผน ทิ้งท่านหม่า แล้วไปจับคุณชายเซียวแทน สถานการณ์ก็จะต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ท่านหม่าสามารถควบคุมพรรคได้ทั้งพรรค และเขาเองก็คงต้องเกรงกลัวความผิด ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามต่อขบวนของหลี่มูที่จับคุณชายเซียวเป็นตัวประกันแน่
เมื่อคุณชายเซียวได้ยินคำพูดอันป่าเถื่อนไร้เหตุผลเช่นนี้ เขาก็อึ้งไปพักใหญ่ กว่าจะยอมหัวเราะแห้ง ๆ ออกมาอย่างจนใจ "เจ้าพูดถูก ข้าจะทำตามที่บอกก็แล้วกัน"
"หัวหน้าพรรคหม่า ส่งพวกเราไปเถอะ ! "
……
ทางทิศใต้ของเมืองฉีโจว
ยามราตรี
แสงไฟสว่างไสว
ท่านหม่าในชุดคลุมยาวเปื้อนเลือด นำพวกหลี่มูมายังโกดังแห่งหนึ่งด้วยใบหน้าอึมครึม หลังจากแจ้งฐานะแล้ว ชายฉกรรจ์หลายสิบคนที่ทำหน้าที่เฝ้ายามก็รีบเปิดประตูไม้เนื้อแข็งบานหนาหนักออกทันที
แอ๊ดดด !
เสียงบานพับประตูดังลั่น
หลี่มูชำเลืองมองความหนาของบานประตู อดไม่ได้ที่จะลอบตกใจอยู่ในใจ
บานประตูนี้หนาและหนักแทบจะพอ ๆ กับประตูเมืองเลย หากจะใช้กำลังพังเข้ามาจากด้านนอก คงต้องใช้คนหลายสิบคนช่วยกันออกแรง แถมยังต้องใช้ท่อนซุง น้ำมันไฟ และอุปกรณ์อื่น ๆ อีกถึงจะสามารถพังมันลงได้
แม้กองกำลังเป้ยกุยจะแข็งแกร่ง แต่จุดเด่นของพวกเขาอยู่ที่ความสามารถในการรบที่รวดเร็วดุจสายลม เรื่องพังประตูแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องถนัดของพวกเขาเลย
ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่คือเมืองฉีโจวซึ่งเป็นที่ตั้งของจวนเจิ้นหนานอ๋อง หากคืนนี้หลี่มูเลือกที่จะใช้ป้ายเสือเรียกพล ก็คงหนีไม่พ้นการถูกทหารรักษาเมืองและทหารประจำจวนอ๋องล้อมปราบ การหลบหนีก็คงไม่ง่ายดายเหมือนอย่างตอนนี้แน่
"ไปพาคนจากเมืองอันผิงออกมา ปล่อยพวกมันไป"
ท่านหม่าหันไปสั่งลูกน้อง โดยไม่สนใจคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนเต็มตัว หันกลับมาข่มขู่หลี่มูอีกครั้ง "ไอ้หนู คนที่เจ้าอยากได้ข้าก็จะคืนให้แล้ว แต่คุณชายเซียว เจ้าต้องรับรองนะว่าเขาจะปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ไม่อย่างนั้นไม่ใช่แค่เจ้าคนเดียว แต่หลายคนจะต้องซวยไปด้วย"
"ดูจากท่าทางของเจ้าแล้ว คุณชายท่านนี้คงเป็นบุคคลสำคัญที่ยิ่งใหญ่มากสินะ ให้ข้าเดาหน่อย... เชื้อพระวงศ์งั้นรึ ? " หลี่มูยิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนจะลูบจมูกเอ่ยว่า "ถ้าเป็นแบบนั้น ข้าก็ชักจะไม่อยากปล่อยตัวไปซะแล้วสิ"
"ในเมื่อทำผิดข้อหาร้ายแรงไปแล้ว ถ้าไม่ถือโอกาสกอบโกยสักหน่อย ก็คงรู้สึกไม่คุ้มเอาเสียเลย ! "
"หลังจากเจ้าส่งพวกเราออกจากเมืองฉีโจวแล้ว ค่อยเอาเงินสามแสนตำลึงมาไถ่ตัว... แล้วข้าจะส่งคุณชายเซียวคืนให้ ดีไหมล่ะ ? "
สีหน้าของท่านหม่าดำทะมึนขึ้นมาทันที
เขาเพิ่งจะคลุกคลีกับหลี่มูได้ไม่ถึงชั่วยาม ก็ตระหนักได้แล้วว่าคำขู่ทางวาจานั้นใช้ไม่ได้ผลกับคนผู้นี้เลยแม้แต่น้อย ไอ้เด็กนี่...
มันก็แค่ไอ้บ้าที่ไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดิน !
ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะหุบปากสนิท ทำเพียงแค่โบกมือสั่งให้พวกลูกน้องเร่งมือขึ้นหน่อย
ไม่นานนัก ท่ามกลางสายตาของหลี่มู ชายฉกรรจ์กว่ายี่สิบคนที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลก็ทยอยเดินออกมาจากโกดัง
ในขณะที่เขากำลังกวาดสายตามองหาร่างที่คุ้นเคยอย่างร้อนรน จู่ ๆ ก็มีเสียงคำรามดุดันดังขึ้น
จากนั้น เงาดำทะมึนของชายร่างใหญ่ก็พุ่งเข้าใส่ท่านหม่าจนล้มลง เงื้อหมัดขึ้นแล้วฟาดลงไปอย่างแรง:
"ไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์ ปู่ของเจ้ามาเจรจาธุรกิจด้วยความจริงใจ แต่เจ้ากลับกล้าเล่นตุกติกกับบิดารึ ? "