- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 231 ให้โอกาสเจ้า
ตอนที่ 231 ให้โอกาสเจ้า
ตอนที่ 231 ให้โอกาสเจ้า
ตอนที่ 231 ให้โอกาสเจ้า
"ไอ้สารเลว เจ้าจะทำอะไร ? "
"ปล่อยท่านหัวหน้าพรรคของพวกเรานะ ! "
"รนหาที่ตาย ! "
แทบจะในพริบตาเดียวกัน บรรดาองครักษ์คนสนิทที่ท่านหม่าพามาด้วยต่างก็เดือดดาลและพุ่งพรวดเข้ามา
แต่หลี่มูกลับมีสีหน้าไม่เปลี่ยน เขาเพียงแค่ดันมีดในมือไปข้างหน้าอีกครึ่งนิ้ว ปลายมีดอันแหลมคมก็แทงทะลุผิวหนังในพริบตา
หยาดเลือดสายหนึ่งไหลรินลงมาตามลำคอของท่านหม่า ย้อมปกเสื้อของเขาให้กลายเป็นสีแดงฉาน !
เหล่าองครักษ์เห็นดังนั้นก็ชะงักฝีเท้าทันที ไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้กว่านี้
"เจ้ากล้าแตะต้องข้ารึ ? "
ผ่านไปหลายอึดใจ หัวหน้าพรรคฮวาจู๋ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองฉีโจวผู้นี้ ถึงได้ใช้มือเช็ดคราบเลือดบนลำคอ เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อว่า "เจ้ารู้ไหมว่าที่นี่คือที่ไหน ? เจ้ารู้ไหมว่าทำแบบนี้แล้วจะมีผลตามมายังไง ? "
ในเวลานี้ ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น แม้แต่แขกเหรื่อมากมายในหอชุ่ยอวิ๋นก็ยังตกตะลึงกับภาพตรงหน้าจนแทบจะหาคำมาบรรยายไม่ได้
ท่านหม่าวางตัวดั่งผู้ยิ่งใหญ่อันดับสองในเมืองฉีโจวมาหลายปี ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและวงการนักเลงใครบ้างกล้าลบหลู่เขา ?
แต่ไอ้หนุ่มแปลกหน้าตรงหน้านี้ กลับกล้าลงมือทุบตีเขาอย่างอุกอาจต่อหน้าผู้คนมากมาย แถมยังกล้าเอามีดจ่อคอหอยเขาอีก ถ้าไม่มีเบื้องหลังยิ่งใหญ่คับฟ้า ก็ต้องเป็นคนบ้าไปแล้วแน่ ๆ !
"คำถามนี้มันช่างโง่เขลาสิ้นดี" หลี่มูปรายตามองพวกองครักษ์ที่กำลังหวาดหวั่นด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ข้าบุกมาหาถึงที่ จะไม่รู้ฐานะของเจ้าได้ยังไง ? หรือว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้ายังคิดว่าตัวเองจะข่มขวัญข้าได้อยู่อีก ? "
"พรรคฮวาจู๋มีอิทธิพลมาก มีเส้นสายกว้างขวางในเมืองฉีโจว ถ้าพูดถึงอำนาจบารมี ข้าอาจจะสู้เจ้าไม่ได้"
"แต่บนโลกใบนี้ มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ยุติธรรมที่สุด"
เขาพูดมาถึงตรงนี้ก็หยุดชะงักไป เอ่ยอย่างเนิบนาบว่า "ไม่ว่าจะเป็นฮ่องเต้ ขุนนางใหญ่โต หรือแม้แต่พ่อค้าหาบเร่ ทุกคนต่างก็มีแค่ชีวิตเดียว ตอนนี้ชีวิตน้อย ๆ ของเจ้าอยู่ในกำมือข้า ขอแค่ข้าขยับข้อมือเบา ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้ามีก็จะมลายหายไปราวกับควัน"
"ส่วนจุดจบของข้าจะอนาถหรือไม่ ยังไงซะเจ้าก็คงไม่ได้อยู่เห็นด้วยตาตัวเองหรอก"
คำพูดของหลี่มูนั้นไม่ได้เกรี้ยวกราดหรือโกรธเคือง น้ำเสียงของเขาราบเรียบราวกับกำลังเล่าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัวเองเลย แต่ท่านหม่ากลับยิ่งรู้สึกหวาดหวั่นมากขึ้นเรื่อย ๆ
เขาพบปะผู้คนมามากมาย ย่อมรู้ดีว่าคนที่ยิ่งมีท่าทีแบบนี้ ก็คือคนที่เตรียมใจมาแตกหักแล้ว ไม่ใช่แค่พวกที่ทำเป็นเก่งแต่ข้างในกลวงโบ๋
"เจ้าต้องการอะไร ? " หว่างคิ้วของท่านหม่ากระตุกอย่างแรง แววตาดูมืดครึ้ม
"นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าอยากจะถามเจ้า" หลี่มูนวดคลึงหว่างคิ้ว "ฟ่านเหวินปินสหายของข้าพาพี่น้องและความจริงใจ เดินทางไกลหลายร้อยลี้เพื่อมาทำธุรกิจกับเจ้า หวังจะรวยไปด้วยกัน แต่เจ้ากลับตลบตะแลงจับตัวพวกเขาไป"
"ที่เจ้าทำแบบนี้ เจ้าต้องการอะไรกันแน่ ? "
สิ้นประโยคนี้ ผู้คนในที่นั้นก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที
พรรคฮวาจู๋ฝังรากลึกอยู่ในเมืองฉีโจวมาหลายปี แม้จะอยู่ในวงการนักเลงและมักจะทำเรื่องผิดกฎหมาย แต่ภาพลักษณ์และอุดมการณ์ที่แสดงออกต่อภายนอกมาตลอดคือ 'ซื่อสัตย์จงรักภักดี คุณธรรมต้องมาก่อน'
เพราะถึงอย่างไร วงการนี้ก็มีกฎระเบียบของตัวเอง
การหักหลังเพื่อนฝูง แทงข้างหลังพี่น้อง ถือเป็นข้อห้ามที่ร้ายแรงที่สุด และเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจที่สุด
ตอนนั้นที่เจียงหู่ยอมใช้กฎสามมีดหกรูแทงตัวเองเพื่อออกจากกองคาราวานอาชาเหล็ก ฉินเซี่ยหู่มีโอกาสที่จะฆ่าเขาทิ้งได้เลย แต่เพราะติดที่กฎของยุทธภพ จึงจำต้องปล่อยเขาไป
เพราะกฎระเบียบก็ถือเป็นอำนาจอย่างหนึ่ง
ถ้าหากแม้แต่คนเป็นลูกพี่อย่างพวกเขายังไม่เคารพกฎ ลูกน้องก็ย่อมจะทำตาม เผลอ ๆ อาจจะถึงขั้นก่อกบฏล้มล้างเจ้านาย จนทำให้พรรคต้องแตกสลายในที่สุด
"ไม่คิดเลยว่าเรื่องนี้จะมีเบื้องลึกเบื้องหลังแบบนี้ ? "
"พรรคฮวาจู๋มีอำนาจล้นฟ้าในเมืองฉีโจว ถ้าชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้รับความอยุติธรรมอย่างใหญ่หลวงจริง ๆ จะยอมเอาชีวิตมาเสี่ยงอันตรายแบบนี้ได้ยังไง ? "
"หึ หักหลังเพื่อนฝูง ตลบตะแลง ไม่คิดเลยว่าท่านหม่าผู้เป็นที่เคารพนับถือของพวกเรา ลับหลังจะเป็นคนแบบนี้ ช่างรู้หน้าไม่รู้ใจจริง ๆ ! "
"จิ๊ ๆ อยากจะรอดูจริง ๆ ว่าคืนนี้เขาจะจบเรื่องนี้ยังไง..."
บรรดาเศรษฐีและขุนนางในหอชุ่ยอวิ๋นต่างก็กระซิบกระซาบกัน สายตาของพวกเขามีแต่ความสะใจบนความทุกข์ของผู้อื่น
เมื่อเห็นสายตามากมายจับจ้องมาที่ตน แม้แต่คุณชายเซียวที่นั่งอยู่ร่วมโต๊ะก็ยังมีสีหน้าไม่สบอารมณ์ ท่านหม่าจึงต้องสะกดกลั้นความโกรธเอาไว้ พยายามใช้น้ำเสียงที่สงบที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ข้าจะให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ไสหัวออกไปจากหอชุ่ยอวิ๋นเดี๋ยวนี้ แล้วข้าจะถือซะว่าคืนนี้ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ! "
"ถ้าเจ้ายังดึงดันจะก่อกวนต่อไป ก็ถือว่าตั้งตัวเป็นศัตรูกับพรรคฮวาจู๋ของข้าชนิดที่ว่าไม่ตายก็ไม่เลิกรา"
ในใจของท่านหม่าตอนนี้แทบอยากจะสับหลี่มูให้เละเป็นหมื่นชิ้น แต่...
คืนนี้เขาตั้งใจมาเป็นเพื่อนแขกผู้มีเกียรติอย่างคุณชายเซียวโดยเฉพาะ การเกิดเรื่องวิวาทขึ้นก็ทำให้เสียหน้ากันทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว ถ้าขืนยังปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไป เกรงว่าจะทิ้งความประทับใจที่ไม่ดีเอาไว้ในใจของอีกฝ่าย
ยิ่งไปกว่านั้น ก็เห็นได้ชัดว่าหลี่มูเป็นไอ้บ้าที่ไม่กลัวตาย
ถ้าไปยั่วโมโหเขาเข้า จนพลั้งมือไปทำร้ายคุณชายเซียวล่ะก็...
ต่อให้เขามีสักกี่หัว ก็คงไม่พอชดใช้แน่ !
หลี่มูได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจ ก่อนจะแทงมีดฉึกเข้าที่หัวไหล่ของท่านหม่า เลือดพุ่งกระฉูดออกมาในพริบตา !
"อ๊าก ! " เสียงร้องโหยหวนดังออกมาจากลำคอของเขา
ส่วนองครักษ์ที่อยู่ด้านข้างเห็นดังนั้นก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป พุ่งตัวเข้ามาหาทันที
หลี่มูมือไวตาไว มืออีกข้างชักปืนคาบศิลาออกมาโดยไม่แม้แต่จะมอง แล้วเหนี่ยวไกทันที
ปัง !
เปลวไฟพวยพุ่ง
องครักษ์ที่อยู่หน้าสุดถูกยิงเข้าที่หน้าอก เป็นรูโหว่ขนาดเท่ากำปั้นเลือดสาดกระจายในพริบตา ร่างของเขาเดินโซเซถอยหลังไปสองก้าว ก่อนจะล้มลงกระแทกพื้น
เมื่อเห็นว่ามีคนตาย หอชุ่ยอวิ๋นก็วุ่นวายโกลาหลขึ้นมาทันที
คนที่เดิมทีตั้งใจจะมาดูเรื่องสนุกต่างก็กรีดร้องและวิ่งหนีแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง
ระหว่างทางจากที่ทำการใหญ่พรรคฮวาจู๋มาที่หอชุ่ยอวิ๋น หลี่มูได้บรรจุกระสุนปืนคาบศิลาใหม่เรียบร้อยแล้ว
และท่ามกลางเสียงกรีดร้องที่ดังระงม ประตูใหญ่ของหอชุ่ยอวิ๋นก็ถูกถีบเปิดออกอีกครั้ง
เห็นเพียงหัวหน้าหน่วยของพรรคเฉาปังนำพี่น้องห้าคนบุกเข้ามา ในมือของพวกเขาแต่ละคนกำท่อเหล็กสีดำทะมึน เล็งไปที่คนของพรรคฮวาจู๋
"ของสิ่งนี้เรียกว่าปืนไฟ ถ้าไม่อยากมีรูเลือดโหว่บนตัว ก็จงอยู่นิ่ง ๆ กับที่อย่าขยับ ! "
หัวหน้าหน่วยเพิ่งจะตามหลี่มูไปลุยที่ทำการใหญ่พรรคฮวาจู๋มาหมาด ๆ ตอนนี้ความกล้าก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าสิ่งที่กอดอยู่ในอกเป็นเพียงท่อเหล็กรูปร่างแปลกประหลาด ไม่ใช่ของพรรค์เดียวกับปืนคาบศิลาในมือของหลี่มูเลย แต่เขาก็ยังคงตวาดข่มขู่ทุกคนด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์เพิ่งจะได้เห็นภาพที่หลี่มูยิงองครักษ์ตายด้วยตาตัวเอง จึงปักใจเชื่อคำพูดของหัวหน้าหน่วยอย่างสนิทใจ ต่างก็ยอมนั่งยอง ๆ อยู่กับที่ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
"มารดามันเถอะ เจ้าเป็นหัวหน้าพรรคมานานเกินไป โดนคนประจบสอพลอมานานเกินไป จนสมองเสื่อมไปแล้วรึไง ? " หลี่มูกำมีดสั้นแน่น ออกแรงคว้านลงไปในบาดแผล ใบหน้าดุร้ายน่ากลัว "เจ้าจะให้โอกาสข้า ? "
"น้ำหน้าอย่างเจ้า มีสิทธิ์อะไร ? "
"บอกไว้เลยนะ ภายในครึ่งชั่วยาม ถ้าเจ้าไม่ทำให้ฟ่านเหวินปิน เจียงหู่ และพี่น้องพรรคเฉาปังที่ถูกจับตัวไป มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าข้า บิดาขอรับรองเลยว่า คืนนี้เจ้าจะได้ทรมานยิ่งกว่าตายซะอีก ! "
เลือดสาดกระเซ็น หยดลงบนใบหน้าของหลี่มู ทำให้สีหน้าของเขาดูน่าสะพรึงกลัวราวกับวิญญาณร้าย
กล้ามเนื้อบนแก้มของท่านหม่าสั่นกระตุกอย่างรุนแรง
ตอนนี้เขาตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ถ้าไม่ทำตามที่หลี่มูบอก คืนนี้เขาก็คงเอาชีวิตไม่รอด แต่ถ้าทำตาม ก็จะกลายเป็นคนขี้ขลาดตาขาวที่กลัวตาย วันหน้าเกรงว่าแม้แต่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคก็คงนั่งได้ไม่มั่นคง
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ถูกทำให้ตกใจจนหน้าซีดเผือด ตัวสั่นงันงก
เงียบ
เงียบสงัดดุจป่าช้า
หลังจากความเงียบงันและการเผชิญหน้าที่กินเวลายาวนานถึงสิบอึดใจ ก็มีเสียงที่ไม่มีใครคาดคิดดังขึ้น
คุณชายเซียวที่เพิ่งจะเชิญให้หลี่มูนั่งลงเมื่อครู่นี้ จู่ ๆ ก็ยกถ้วยชาขึ้นมาจิบเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ "หัวหน้าพรรคหม่า ที่ท่านบอกว่าคืนนี้เตรียมงิ้วฉากเด็ดไว้ให้ข้าดูเป็นพิเศษ ที่แท้ก็หมายถึงเรื่องนี้นี่เอง ? ช่างเปิดหูเปิดตาข้าเสียจริง ! "
เขาบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสาย เอ่ยเสียงแผ่วเบาว่า "รู้สึกเพลีย ๆ แล้วล่ะ ท่านรีบจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จ แล้วไปส่งข้ากลับจวนพักผ่อนเถอะ"