- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 233 สาเหตุ... ไม่แน่ชัด
ตอนที่ 233 สาเหตุ... ไม่แน่ชัด
ตอนที่ 233 สาเหตุ... ไม่แน่ชัด
ตอนที่ 233 สาเหตุ... ไม่แน่ชัด
หมัดของเจียงหู่หนักแค่ไหนน่ะหรือ ? เขาเคยโกรธจัดจนต่อยหัวคนระเบิดมาแล้ว และถึงแม้ตอนนี้ทั่วทั้งร่างจะเต็มไปด้วยบาดแผล พละกำลังไม่เทียบเท่าช่วงที่แข็งแกร่งที่สุด แต่เมื่อซัดลงไปสองสามหมัด ท่านหม่าก็ถูกต่อยจนล้มลงไปกองกับพื้นจนลุกไม่ขึ้นอยู่ดี
เมื่อเห็นดังนั้น บรรดาลูกสมุนพรรคฮวาจู๋ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็เบิกตาถลนด้วยความโกรธแค้น ชักดาบเตรียมจะพุ่งเข้าไปสับไอ้คนบ้าระห่ำที่ไม่รู้จักตายผู้นี้ให้กลายเป็นหมูสับ แต่หลี่มูกลับกระแอมไอเบา ๆ แกว่งปืนคาบศิลาในมือชี้ไปทางคุณชายเซียวอย่างมีนัย
"หยุดเดี๋ยวนี้ ! " ท่านหม่าเห็นดังนั้นก็แผดเสียงคำราม เขาก้าวโซเซถอยหลังไปสองก้าว พยายามข่มกลั้นความโกรธเกรี้ยวที่ราวกับภูเขาไฟระเบิดไว้ในใจ ตวาดกร้าว "คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ข้าก็ปล่อยออกมาแล้ว ส่วนคนที่ตาย ศพก็ถูกโยนทิ้งไว้ที่มุมโกดัง ถ้าพวกเจ้าอยากได้ก็แบกกลับไปเอง"
พูดมาถึงตรงนี้ ท่านหม่าก็หยุดไปชั่วครู่ กวาดสายตามองพวกเจียงหู่และหลี่มู เอ่ยเน้นย้ำทีละคำ "ข้าอดกลั้นยอมถอยให้มากพอแล้ว หวังว่าพวกเจ้าจะรู้จักทำตัวให้ดี ๆ หน่อย"
ไม่นานนัก ศพสองร่างที่เต็มไปด้วยรอยดาบก็ถูกแบกออกมา ซึ่งก็คือพี่น้องคนสนิทใต้บังคับบัญชาของฟ่านเหวินปินนั่นเอง
เมื่อมองดูศพทั้งสองที่มีสภาพการตายอย่างน่าเวทนา คนของพรรคเฉาปังต่างก็น้ำตาคลอเบ้า บางคนถึงกับแอบสะอื้นไห้ออกมาเบา ๆ
"หม่าจี้หยวน แค้นนี้ถ้าไม่ได้ชำระ ข้าขอสาบานว่าจะไม่ขอเป็นคน" ฟ่านเหวินปินกำหมัดแน่น เส้นเลือดดำที่ขมับปูดโปน
พี่น้องสองคนนี้ต้องตายก็เพราะปกป้องเขา เวลานี้เมื่อเห็นศัตรูยืนอยู่ตรงหน้า เขาแทบอยากจะกระโจนเข้าไปกัดมันให้ตายคาที่
แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นถึงหัวหน้าพรรค ย่อมรู้ดีว่าเรื่องไหนควรหนักเรื่องไหนควรเบา พรรคฮวาจู๋มีอิทธิพลกว้างขวางในเมืองฉีโจว ท่านหม่าก็ถือเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในถิ่นนี้ แม้ตอนนี้จะต้องยอมโอนอ่อนผ่อนตามและถอยให้หลายก้าวเพราะคุณชายเซียวถูกจับเป็นตัวประกัน แต่ความอดทนก็ย่อมมีขีดจำกัด ตุ๊กตาดินเหนียวยังมีความโกรธได้ นับประสาอะไรกับบุคคลที่มีอิทธิพลแผ่ขยายไปทั่วทั้งเมืองเช่นนี้ ?
หากต้อนท่านหม่าจนมุมจริง ๆ จนอีกฝ่ายยอมสละชีวิตของคุณชายเซียวผู้นี้ คืนนี้พวกเขาก็คงหลบหนีไปได้ยากแล้ว
"..." เมื่อได้ยินคำพูดที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นของฟ่านเหวินปิน ท่านหม่าเพียงแค่ปรายตามองเขาด้วยสายตาเย็นชา ในแววตาไร้ซึ่งความรู้สึกผิด มีเพียงความเสียดายและผิดหวังที่แผนการไม่เป็นไปตามเป้าหมายเท่านั้น
เรื่องนี้ก็เข้าใจได้ง่าย ใครก็ตามที่ก้าวขึ้นมาอยู่จุดนี้ได้ มีสักกี่คนกันที่เห็นแก่ความผูกพัน ? อย่าว่าแต่พี่น้องร่วมสำนักเมื่อสามสิบปีก่อนเลย ต่อให้เป็นพี่น้องร่วมสายเลือด หรือสามีภรรยาที่รักกันมากแค่ไหน ก็สามารถทอดทิ้งได้ทั้งนั้น
"ข้าให้คนเตรียมเรือโดยสารไว้ให้พวกเจ้าที่ท่าเรือแล้ว" ท่านหม่าเช็ดคราบเลือดบนใบหน้าที่โดนเจียงหู่ต่อย ถ่มน้ำลายปนเลือดออกมา "พวกเจ้าล่องเรือลงไป พอพ้นเขตเมืองฉีโจว ไปถึงท่าเรือเมืองหย่วนหมิงเมื่อไหร่ ก็ต้องปล่อยตัวคุณชายเซียวซะ"
เมืองหย่วนหมิงขึ้นตรงต่อเมืองปิงโจว ต่อให้พรรคฮวาจู๋จะมีอิทธิพลมากแค่ไหน ก็ยังเอื้อมมือไปไม่ถึงที่นั่น
"ตกลง" หลี่มูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้ารับ ก่อนจะแสยะยิ้มกว้าง "แต่อย่าได้คิดจะเล่นตุกติกอะไรเชียวนะ นิสัยข้าเป็นยังไงเจ้าน่าจะรู้ดี ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เจ้าก็เตรียมลงไปงมศพคุณชายเซียวผู้นี้ที่ก้นแม่น้ำได้เลย"
ท่านหม่าแค่นเสียงหัวเราะเย็น ไม่ได้ตอบโต้กลับไป แต่หันไปประสานมือโค้งคำนับคุณชายเซียวด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อมเป็นอย่างยิ่ง "คุณชายเซียว ครั้งนี้ทำให้ท่านต้องลำบากแล้ว"
"ไม่เป็นไร อุดอู้อยู่แต่ในจวนมานานจนอึดอัด ถือโอกาสนี้ออกไปเปิดหูเปิดตาพักผ่อนหย่อนใจบ้างก็ดีเหมือนกัน" เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ คุณชายเซียวกลับมีท่าทีที่เยือกเย็นและผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่จะไม่มีความตื่นตระหนกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและแทบจะอดใจรอไม่ไหว เขาหันไปพูดกับหลี่มูว่า "อย่ามัวชักช้าอยู่เลย พวกเรารีบออกเดินทางกันเถอะ"
พวกหลี่มูเองก็รู้ดีว่าที่นี่ไม่เหมาะจะอยู่นาน จึงรีบช่วยกันแบกศพพี่น้องทั้งสองคน แล้วเดินไปขึ้นเรือที่ท่าเรือตามคำบอกกล่าวของพรรคฮวาจู๋
ขณะที่เรือกำลังจะออกเดินทาง จู่ ๆ คุณชายเซียวก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่ แล้วหันไปสั่งท่านหม่า
"หัวหน้าพรรคหม่า ยังมีอีกเรื่องนึง เจ้าต้องรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้เลย แม่นางลู่ที่หอชุ่ยอวิ๋นคนนั้น เจ้าต้องซื้อตัวนางมาให้ข้าให้ได้นะ"
"ถ้านางตกไปอยู่ในมือคนอื่นล่ะก็ ข้าไม่เอาเจ้าไว้แน่ ! "
"ขอรับ ! " ท่านหม่านำกลุ่มนักเลงพรรคฮวาจู๋ยืนค้อมตัวน้อมรับคำสั่งอยู่ริมฝั่ง
หลี่มูได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว เขากวาดสายตามองคุณชายเซียวด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้ อีกฝ่ายยังมัวแต่ห่วงนางคณิกาอันดับหนึ่งในคืนนี้อยู่อีก ไม่รู้ว่าจะด่าว่าใจกว้าง หรือว่ามัวเมาในกามารมณ์จนหน้ามืดตามัวดี !
……
นอกเมืองฉีโจวมีแม่น้ำสายใหญ่สายหนึ่งชื่อว่า แม่น้ำเหยี่ย แม่น้ำสายนี้ตัดผ่านครึ่งของอาณาจักรต้าฉี เป็นแหล่งน้ำอันล้ำค่าที่หล่อเลี้ยงดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ในแถบจงหยวน และในขณะเดียวกัน ก็เป็นหนึ่งในเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่สำคัญอีกด้วย
เรือที่พรรคฮวาจู๋เตรียมไว้ให้พวกหลี่มู เป็นเรือลำใหญ่ที่สามารถจุคนได้หลายสิบคน จนกระทั่งเรือค่อย ๆ แล่นออกจากท่าเรือ คนของพรรคเฉาปังถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก รู้ตัวแล้วว่าคืนนี้พวกตนหลุดพ้นจากอันตรายมาได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
"น้องหลี่ สถานการณ์อันตรายถึงเพียงนี้ แต่เจ้ายังอุตส่าห์มาช่วยพวกเรา บุญคุณอันใหญ่หลวงนี้ ต่อให้ฟ่านผู้นี้ต้องแหลกเหลวเป็นผุยผง ชาตินี้ก็คงทดแทนไม่หมด ! "
ฟ่านเหวินปินเดินมาที่ดาดฟ้าเรือ จู่ๆ ก็คุกเข่าลงกับพื้นดังตุ้บ ประสานมือคารวะ "ตั้งแต่นี้ต่อไป ชีวิตของข้าเป็นของเจ้าแล้ว จะเรียกใช้ยังไงก็แล้วแต่เจ้าเลย ข้าจะไม่มีคำบ่นแม้แต่คำเดียว"
หลี่มูเห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปพยุง "พี่ฟ่านกล่าวหนักไปแล้ว ข้า หลี่มู เป็นคนแยกแยะบุญคุณความแค้นชัดเจน มีแค้นต้องชำระ มีบุญคุณต้องทดแทน"
"เมื่อก่อนตอนเกิดเรื่องใต้เท้าต่ง พรรคเฉาปังก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือตั้งหลายครั้ง น้ำใจในครั้งนั้นข้าจดจำไว้เสมอ ในเมื่อท่านเรียกข้าว่าน้องชาย ก็แสดงว่าในใจท่านเห็นข้าเป็นพวกเดียวกันแล้ว ถ้าเป็นแบบนั้นจะต้องมาขอบคุณอะไรกันอีกล่ะ ? รีบลุกขึ้นเถอะ ! "
แต่ฟ่านเหวินปินกลับยังคงไม่ยอมลุกขึ้น การที่เขาถูกพรรคฮวาจู๋จับตัวมาในครั้งนี้ เดิมทีในใจก็หมดหวังไปแล้ว คิดว่าตัวเองคงไม่มีโอกาสรอดชีวิตกลับไปแน่ ไม่คิดเลยว่าจะได้รับการช่วยเหลือจากหลี่มู ความดีใจและความซาบซึ้งใจในใจนั้นย่อมมากมายสุดคณานับ
ทั้งสองยื้อยุดกันอยู่พักใหญ่ หลี่มูจึงเลิกคิ้วขึ้นแล้วตวาดเสียงดุ "พี่ฟ่าน ท่านก็เป็นลูกผู้ชายอกสามศอกคนนึง ทำไมวันนี้ถึงได้ทำตัวจู้จี้จุกจิกเหมือนพวกผู้หญิงแบบนี้ล่ะ ? "
สิ้นประโยคนี้ ฟ่านเหวินปินยังไม่ทันได้พูดอะไร คุณชายเซียวที่ยืนดูเรื่องสนุกอยู่ข้าง ๆ กลับรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที สีหน้าที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นในตอนแรกเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง ริมฝีปากขมุบขมิบสองสามที คล้ายกับกำลังสบถด่าอะไรบางอย่างอยู่...
หลี่มูไม่ได้สนใจ เขาทำเพียงดึงตัวฟ่านเหวินปินกลับเข้าไปในห้องโดยสาร แล้วกระซิบถาม "พี่ฟ่าน ท่านรู้ไหมว่าทำไมพรรคฮวาจู๋ถึงได้พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ แล้วลงมือกับพวกท่านแบบนี้ ? "
เมื่อได้ยินคำถามนี้ สีหน้าของหัวหน้าพรรคเฉาปังก็หม่นหมองลงเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้า "เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เกรงว่าคงต้องไปถามหม่าจี้หยวนเท่านั้นถึงจะได้คำตอบ... หรือว่า เขาเองก็จ้องจะฮุบสุราซานเยวี่ยชุนกับน้ำมันพริกของพวกเรางั้นรึ ? "
"แต่มันก็ไม่น่าจะใช่ ถ้าเป็นแบบนั้นจริง หลังจากจับพวกเรามาได้ พวกเขาก็ควรจะบีบคั้นถามหาสูตรลับสิ แต่พวกเขากลับไม่ได้ทำ"
"ดูเหมือนเรื่องนี้จะมีเบื้องลึกเบื้องหลังซ่อนอยู่"
หลี่มูลูบคาง เรื่องนี้ดูผิดปกติทะแม่ง ๆ หากต้องการสืบหาความจริง คงต้องลงแรงเสียหน่อยแล้ว
เนื่องจากคนของพรรคเฉาปังและพวกเจียงหู่ต่างก็ได้รับบาดเจ็บ ประกอบกับช่วงหลายวันมานี้ก็แทบจะไม่ได้พักผ่อนเลย พอขึ้นเรือมา เส้นด้ายที่ตึงเครียดมาตลอดก็ขาดผึงลงอย่างกะทันหัน ไม่นานนักพวกเขาก็ผล็อยหลับไปอย่างงัวเงีย
หัวหน้าหน่วยและพี่น้องพรรคเฉาปังอีกห้าคนที่พามาด้วยจึงรับหน้าที่เดินเรือแทน เวลานี้ดึกมากแล้ว แต่หลี่มูกลับนอนไม่ค่อยหลับ
เขาก้าวเดินไปที่ดาดฟ้าเรือ เห็นเพียงคุณชายเซียวเอนตัวพิงกราบเรือ สายตาทอดมองไปยังดวงดาวบนท้องฟ้า ท่าทางราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง