เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 227 ท่านหม่า

ตอนที่ 227 ท่านหม่า

ตอนที่ 227 ท่านหม่า


ตอนที่ 227 ท่านหม่า

"ท่านทั้งสอง เชิญ ! "

เมื่อเห็นหลี่มูและหัวหน้าหน่วยยืนนิ่งไม่ไหวติง ชายฉกรรจ์พรรคฮวาจู๋ก็เน้นเสียงให้หนักขึ้นเพื่อทวนคำพูดของตนอีกครั้ง

ในการเดินทางครั้งนี้ แม้หลี่มูจะพาพี่น้องพรรคเฉาปังมาด้วยหกคนรวมหัวหน้าหน่วยด้วย แต่พอขึ้นฝั่ง พวกเขาก็แยกย้ายกันไป พี่น้องพรรคเฉาปังอีกห้าคนมีหน้าที่ไปสืบข่าวในเมือง ส่วนเขากับหัวหน้าหน่วยรับหน้าที่บุกมาที่ทำการใหญ่พรรคฮวาจู๋โดยตรงเพื่อดูสถานการณ์จริง

พรรคฮวาจู๋มีอิทธิพลกว้างขวางในเมืองฉีโจว ที่ทำการใหญ่ก็ยิ่งเปรียบเสมือนถ้ำเสือถ้ำมังกร

ถ้าหากอีกฝ่ายมีเจตนาร้ายจริง ๆ ...

การเดินเข้าไปแค่สองคน คงไม่แคล้วโดนกลืนกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูกแน่นอน

อย่างน้อยนั่นก็คือสิ่งที่หัวหน้าหน่วยกำลังคิดอยู่ในใจตอนนี้

"ขอบใจมากนะพี่ชาย"

แต่ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ หลี่มูกลับประสานมือคารวะ ราวกับไม่รู้สึกถึงบรรยากาศอันน่าอึดอัดและแฝงรังสีอำมหิตนี้เลยแม้แต่น้อย เขาออกก้าวเดินเข้าไปในที่ทำการใหญ่ของพรรคอย่างองอาจ

เมื่อเห็นดังนั้น หัวหน้าหน่วยก็ทำได้เพียงแข็งใจเดินตามเข้าไป

เห็นดังนั้น บรรดาชายฉกรรจ์ที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูก็มีสีหน้าตกตะลึงไปชั่วขณะ บางคนถึงกับแอบเอ่ยปากชื่นชมในความกล้าหาญของเขา

แอ๊ด !

เมื่อทั้งสองคนเดินพ้นเข้าไป ประตูใหญ่สีแดงชาดก็ค่อย ๆ ปิดลง

ภายในลานกว้างของที่ทำการใหญ่ หลี่มูถูกชายฉกรรจ์ผู้นั้นนำทางไปจนถึงห้องโถงด้านข้าง หลังจากบ่าวรับใช้ยกน้ำชามาให้สองถ้วย การรอคอยอันยาวนานก็เริ่มต้นขึ้น

ที่ลานกว้างมีชายฉกรรจ์ถืออาวุธกำลังฝึกวิทยายุทธ์กันอยู่มากมาย เสียงตะโกนฆ่าฟันและเสียงอาวุธแหวกอากาศ ทำเอาหัวหน้าหน่วยรู้สึกราวกับนั่งอยู่บนเข็ม

เขาแอบชำเลืองมองออกไปนอกหน้าต่างเป็นระยะ ใบหน้าเริ่มซีดเผือดลงเรื่อย ๆ

"เถ้าแก่หลี่ ท่านมีแผนการอะไรกันแน่ ? ดูคนของพรรคฮวาจู๋พวกนี้สิ เก่งกาจน่าดูเลย ถ้าท่านหม่านั่นคิดจะทำร้ายพวกเราจริง ๆ แค่สั่งคำเดียว ไอ้พวกชายฉกรรจ์พวกนี้ก็คงกรูกันเข้ามาสับพวกเราสองคนจนเละเป็นหมูสับแน่"

ก่อนจะมาเมืองฉีโจว แม้หัวหน้าหน่วยจะเตรียมใจมาทำเรื่องใหญ่ แต่พอมาถึงพรรคฮวาจู๋จริง ๆ เขาถึงได้สัมผัสได้ว่า ขุมกำลังที่ครอบครองเมืองทั้งเมืองนั้นน่ากลัวเพียงใด

"ข้าจะไปมีแผนอะไรล่ะ ? ก็คงต้องค่อย ๆ คิดหาวิธีแก้สถานการณ์เอาดาบหน้าล่ะมั้ง..." หลี่มูนั่งไขว่ห้าง ท่าทางผ่อนคลาย ไม่แยแส ซ้ำยังดูเกียจคร้านเสียด้วยซ้ำ

ไม่รู้ทำไม พอเห็นเขามีท่าทีแบบนี้ หัวหน้าหน่วยกลับรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด

……

"ท่านหม่า เมืองอันผิงส่งคนมาอีกแล้ว จดหมายฉบับนั้น..."

ภายในห้องเงียบของที่ทำการใหญ่ ชายฉกรรจ์ที่เพิ่งจะนำทางไปเมื่อครู่นี้กำลังโค้งคำนับอยู่ข้างหลังชายชราคนหนึ่งที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง "ถึงอย่างไรมันก็เป็นจดหมายที่สหายเก่าของท่านเขียนด้วยตัวเอง ท่าน... ท่านจะไม่ดูสักหน่อยจริง ๆ หรือขอรับ ? "

ข้างกายชายชรามีเตาไฟดินเผาสีแดงสองใบ ใบหนึ่งกำลังต้มน้ำชาเดือดปุด ๆ ส่วนอีกใบกลับว่างเปล่า

เขาใช้สองนิ้วคีบจดหมายที่ยังไม่ได้เปิดอ่านของท่านหัวหน้าพรรคคนเก่าแห่งพรรคเฉาปัง ค่อย ๆ วางมันลงบนเตาไฟที่ว่างเปล่า เปลวไฟลุกโชนขึ้นมาทันที แสงไฟสะท้อนใบหน้าที่ดูเหี้ยมเกรียมและเจ้าเล่ห์ของเขา เงาที่ทาบทับบนกำแพงดูคล้ายกับอีแร้งแก่ที่ยังคงความแข็งแกร่งเอาไว้!

"สหายเก่า ? ก็แค่ความผูกพันของเพื่อนเล่นวัยเด็กเท่านั้นแหละ ไม่เจอกันมาตั้งหลายปี เผลอ ๆ ความผูกพันยังสู้แม่นางดอกไม้ที่ปรนนิบัติข้าเมื่อคืนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ..."

เสียงของท่านหม่าแหบพร่า ฟังดูเหมือนเสียงมีดแหลมกรีดหิน ชวนให้ขนลุกขนพอง "อีกอย่าง จะดูหรือไม่ดูจดหมายฉบับนี้ แล้วมันจะต่างกันตรงไหนล่ะ ? ข้าคงไม่ยอมทำลายกิจการใหญ่โตของพรรคฮวาจู๋เรา เพียงเพราะความสัมพันธ์เมื่อสามสิบกว่าปีก่อนหรอกนะ ? "

ชายฉกรรจ์โค้งตัวลงต่ำกว่าเดิม น้ำเสียงจริงใจยิ่งนัก "ท่านหม่ากล่าวได้ถูกต้องแล้วขอรับ"

"แล้วคนสองคนที่ห้องโถงด้านข้าง จะให้จัดการอย่างไรดีขอรับ ? "

เมื่อได้ยินคำถาม ท่านหม่าก็ใช้นิ้วเรียวยาวนวดคลึงหว่างคิ้ว เอ่ยเสียงแผ่วเบาว่า "จับตัวไปส่งที่เดิม... ตรวจสอบดูให้ดี ถ้าพวกมันไม่มีประโยชน์อะไร ก็จัดการฆ่าทิ้งซะ"

"ขอรับ ! " ขณะที่ชายฉกรรจ์รับคำสั่งเตรียมจะเดินออกไป จู่ ๆ ท่านหม่าก็เรียกเขาไว้

"อู่ขุย เจ้าเห็นเจ้าเซียนเหลืองของข้าไหม ? "

ท่านหม่าชี้ไปที่กรงนกเปล่าบนโต๊ะ เอ่ยเสียงแผ่วเบาว่า "ปกติเวลานี้ มันน่าจะบินกลับมาตั้งนานแล้ว แต่วันนี้ไม่รู้เป็นอะไร ราวกับจะบินเล่นจนเพลิน ไม่ยอมกลับรังเสียที"

เจ้าเซียนเหลือง เป็นนกที่ท่านหม่าโปรดปรานที่สุด เสียงร้องของมันไพเราะเพราะพริ้งดุจดนตรีสวรรค์

อู่ขุยส่ายหน้า เอ่ยตอบว่า "บางทีอาจจะไปเจอพวกเดียวกันข้างนอก เลยมัวแต่เล่นสนุกจนลืมเวลาล่ะมั้งขอรับ"

เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าเซียนเหลืองจะปลอดภัย งูและแมวในรัศมีหลายลี้รอบ ๆ พรรคฮวาจู๋จึงถูกตามล่าฆ่าจนสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว

ท่านหม่าได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรอีก เขาลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยเบา ๆ "พวกเจ้าจัดการให้เร็วหน่อย คืนนี้ที่หอชุ่ยอวิ๋นมีงานชมบุปผา ข้าต้องไปเป็นเพื่อนสหายคนหนึ่ง ที่เหลือก็จัดการให้เรียบร้อยด้วยล่ะ ! "

"วางใจได้เลยขอรับ" ชายฉกรรจ์หมุนตัวเดินจากไป

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ที่มุมหนึ่งของชายคาตึกเก่าแก่นอกที่ทำการใหญ่ของพรรคฮวาจู๋ เสี่ยวไป๋หลงใช้กรงเล็บอันแหลมคมจับนกขมิ้นเหลืองตัวหนึ่งที่มีขนเงางามไว้แน่น ไม่ว่ามันจะดิ้นรนหรือส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลืออย่างน่าเวทนาแค่ไหนก็ไร้ผล จะงอยปากที่โค้งงอราวกับตะขอของเสี่ยวไป๋หลงค่อย ๆ จิกถอนขนของมันออก ฉีกหน้าอกของมันออก แล้วกลืนกินเข้าไปในคำเดียว

เสี่ยวไป๋หลงก้มหัวลงใช้ใต้ปีกเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก จู่ ๆ ก็กระพือปีกโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้า

……

หลี่มูนั่งอยู่ในห้องโถงด้านข้าง รู้สึกง่วงนอนขึ้นมาตะหงิด ๆ

น้ำชาบนโต๊ะเย็นชืดไปนานแล้ว

เขาไม่ได้แตะมันเลยสักนิด

ทั้งสองคนนั่งรออยู่ที่นี่มาครึ่งชั่วยามเต็ม ๆ แล้ว แต่ก็ไม่มีใครโผล่มาต้อนรับขับสู้พวกเขานอกจากชายฉกรรจ์คนแรกนั้นเลย ขณะที่พวกเขากำลังเริ่มจะหมดความอดทน จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าสับสนวุ่นวายดังมาจากนอกประตูที่แง้มอยู่

ปัง !

ประตูห้องโถงด้านข้างถูกผลักเปิดออกอย่างแรง

ชายฉกรรจ์กว่าสิบคนบุกเข้ามาด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม ในมือถืออาวุธร้ายกาจอย่างดาบยาวและหอกสั้น รังสีอำมหิตแผ่ซ่าน คนที่เดินนำหน้ามา ก็คืออู่ขุยที่เพิ่งจะพาพวกเขาเข้ามาเมื่อครู่นี้นี่เอง !

"นี่มันหมายความว่ายังไง ? " หลี่มูเห็นดังนั้นก็หรี่ตาลง "พวกข้ามาเพื่อขอเข้าพบท่านหม่า นี่หรือคือการต้อนรับแขกของพรรคฮวาจู๋ ? "

"ไอ้หนู สวรรค์มีทางให้เดินไม่ยอมเดิน นรกไม่มีประตูให้เข้ากลับอยากจะบุกเข้ามา ! " อู่ขุยแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ถือดาบย่างสามขุมเข้ามาใกล้ "ข้าล่ะไม่รู้จะด่าพวกเจ้าว่าโง่เขลาเบาปัญญา หรือจะชมว่ากล้าหาญดี รู้อยู่เต็มอกว่าคนของพรรคเฉาปังมาที่นี่แล้วเจอดีกันไปตั้งหลายกลุ่ม ก็ยังจะกล้าบุกมาที่นี่แค่สองคน"

"เจ้าคิดจริง ๆ รึว่าตัวเองเป็นมหาขุนพลหลงจั่วผู้เก่งกาจสู้คนนับร้อยได้เมื่อหลายร้อยปีก่อน ? "

ปัง !

หัวหน้าหน่วยที่นั่งเงียบมาตลอดจู่ๆ ก็ตบโต๊ะผุดลุกขึ้น

น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ "ไอ้พวกสารเลว หัวหน้าพรรคกับพี่เจียงหู่ของข้า ถูกพวกเจ้าจับตัวไปใช่ไหม ? ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน ? "

เมื่อได้ยินดังนั้น อู่ขุยก็หัวเราะลั่น

"ไม่ต้องรีบร้อนหรอก เดี๋ยวพวกเจ้าก็จะได้เจอพวกเขาแล้ว"

อู่ขุยแสยะยิ้มเหี้ยม แสงเย็นเยียบสะท้อนจากใบดาบมาตกกระทบใบหน้าของหลี่มู "ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นใคร เจ้าชื่อหลี่มู ! ข้ายังรู้อีกว่าเจ้าพอจะมีอิทธิพลและสร้างชื่อเสียงไว้ในเมืองอันผิงบ้าง"

"แต่ครั้งนี้พวกเจ้ามากันแค่เจ็ดคน ข้าก็สงสัยจริง ๆ ว่าอะไรทำให้เจ้ากล้าอวดดีถึงเพียงนี้ ? "

อู่ขุยจ้องหน้าหลี่มู หวังจะค้นหาความตื่นตระหนก ว้าวุ่น และหวาดกลัวบนใบหน้านั้น

แต่เขากลับต้องผิดหวัง

เพราะสายตาที่หลี่มูมองเขานั้นสงบนิ่งมาก ซ้ำยังแฝงไปด้วยความเมินเฉยและทอดสายตามองลงมาจากเบื้องบน สายตาแบบนี้ ทำเอาอู่ขุยรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างแรง !

เพราะในการต่อสู้ครั้งนี้ เขาคือผู้ล่า ส่วนหลี่มูและหัวหน้าหน่วยคือเหยื่อ !

เมื่อเหยื่อตกอยู่ในวงล้อม ก็สมควรที่จะดิ้นรนหนีตาย แผดเสียงคำราม หรือไม่ก็ร้องโอดครวญขอความเมตตาสิ

แต่ตอนนี้ เขากลับมองเห็นความเยือกเย็นราวกับผู้ล่าบนใบหน้าของหลี่มู

ความเยือกเย็นนี้ ถึงขั้นทำให้เขารู้สึกว่า... ตัวเองต่างหากที่กลายเป็นเหยื่อ

"เจ้าขยับเข้ามาใกล้ ๆ สิ แล้วข้าจะบอกให้" จู่ ๆ หลี่มูก็กระดิกนิ้วเรียก แสยะยิ้มกว้าง

หว่างคิ้วของอู่ขุยขมวดเข้าหากัน สีหน้ายิ่งดูหม่นหมองลง "ทำเป็นเล่นลิ้นนักนะ รอให้บิดาสับหัวเจ้าหลุดจากบ่าก่อนเถอะ ดูซิว่าเจ้าจะยังหัวเราะออกอยู่อีกไหม ! "

"จับพวกมัน ! "

สิ้นเสียงสั่งการของเขา ทุกคนก็พุ่งพรวดเข้าไปราวกับฝูงหมาป่า

ปัง !

เสียงระเบิดดังกึกก้อง พร้อมกับเปลวไฟยาวครึ่งเมตรพวยพุ่งออกมา

ศีรษะของอู่ขุยระเบิดกระจายในพริบตา เศษสมองสีขาวปนเลือดแดงสาดกระเซ็นไปทั่วกลางอากาศราวกับเทพธิดาโปรยบุปผา ร่วงหล่นเกลื่อนกลาดเต็มพื้น

หลี่มูยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม

ในมือของเขาถือปืนคาบศิลาที่ยังมีควันลอยกรุ่นอยู่ ปากกระบอกปืนสีดำสนิทชี้ไปที่ศพของอู่ขุย เขาถอนหายใจพลางเอ่ยว่า "ยังหนุ่มยังแน่นก็ดีแบบนี้แหละ ล้มตัวปุ๊บก็หลับทันทีเลย..."

จบบทที่ ตอนที่ 227 ท่านหม่า

คัดลอกลิงก์แล้ว