เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 226 พรรคฮวาจู๋

ตอนที่ 226 พรรคฮวาจู๋

ตอนที่ 226 พรรคฮวาจู๋


ตอนที่ 226 พรรคฮวาจู๋

บรรดาพี่น้องต่างรู้สึกไม่เต็มใจนัก แต่เมื่อเห็นว่าหลี่มูตัดสินใจเด็ดขาดแล้วก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก

แม้ปกติแล้วหลี่มูจะไม่ถือตัวและทำตัวเป็นกันเองกับพี่น้องมาก แต่เจี่ยชวนและคนอื่น ๆ ก็รู้ดีว่าในกลุ่มนี้ เขาคือแกนนำที่แท้จริงอย่างไม่ต้องสงสัย เวลาปกติจะหยอกล้อเล่นหัวกันอย่างไรก็ไม่เป็นไร แต่หากเผชิญเรื่องใหญ่ ก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข !

นี่คือกฎระเบียบ

หากไร้กฎระเบียบย่อมไม่อาจสร้างความเป็นปึกแผ่นได้ !

เนื่องจากสถานการณ์เร่งด่วน หลี่มูจึงไม่เสียเวลาเปล่า หลังจากบอกลาพวกพี่น้องแล้ว เขากับหัวหน้าหน่วยและพี่น้องพรรคเฉาปังอีกห้าคนก็ขึ้นเรือมุ่งหน้าไปยังเมืองฉีโจว

……

หลังจากเดินทางรอนแรมมาหนึ่งวันหนึ่งคืน ในที่สุดเรือก็มาถึงท่าเรือเมืองปิงโจวในช่วงก่อนเที่ยงของวันรุ่งขึ้น

หลังจากยื่นป้ายประจำตัวและใบอนุญาตทำการค้าให้กับทหารยาม พวกหลี่มูทั้งเจ็ดคนถึงได้รับอนุญาตให้ผ่านทาง

"เมืองฉีโจวเจริญรุ่งเรืองสมคำร่ำลือจริง ๆ "

ทันทีที่เข้าเมือง หลี่มูก็ถูกดึงดูดด้วยหอคอยและตำหนักไม้แกะสลักอันวิจิตรตระการตา ในเมืองแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งปลูกสร้างสองข้างทาง ร้านค้า หรือแม้แต่การแต่งกายของผู้คน ล้วนดูหรูหราโอ่อ่ากว่าเมืองอันผิงหรือแม้แต่เมืองหงโจวเสียอีก

ในบรรดาสามเมืองในดินแดนศักดินาของเจิ้นหนานอ๋อง ภายในเขตเมืองฉีโจวมีสายแร่เหล็กและทองแดงอยู่หลายแห่ง ชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมากยึดอาชีพทำเหมืองแร่และค้าขายอาวุธเหล็กเป็นหลัก ในยุคที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายนี้ โลหะอย่างเหล็กและทองแดงถือเป็นวัสดุสำคัญในการผลิตอาวุธและเงินตรา มูลค่าของมันย่อมไม่ธรรมดา

และแม้จะมีกฎหมายของราชสำนักควบคุมไม่ให้ชาวบ้านทำเหมืองแร่โดยพลการ แต่เมื่อต้องเผชิญกับธุรกิจที่ทำกำไรมหาศาลเช่นนี้ ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยอมเสี่ยงชีวิตลักลอบทำเหมืองและลักลอบขนส่ง... ไปจนถึงขั้นทำธุรกิจกับพวกคนเถื่อนและทูเจวี๋ยนอกด่านด้วยซ้ำ

ด้วยข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ตามธรรมชาติ เศรษฐกิจของเมืองฉีโจวก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นเมืองที่มั่งคั่งที่สุดในบรรดาสามเมืองชายแดน

หลี่มูเดินตรงไปตามถนนสายหลักจากประตูเมือง

สองข้างทางเต็มไปด้วยหอสุรา ร้านอาหาร หอนางโลม และบ่อนการพนัน เรียกได้ว่าเป็นแหล่งผลาญเงินชั้นดีเลยทีเดียว !

ราวกับจะสังเกตเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของหลี่มู หญิงคณิกาที่ขายรอยยิ้มเหล่านั้นต่างก็โบกผ้าเช็ดหน้าสีชมพูในมือ ร้องเรียกให้เขาเข้าไปร่วมเรียงเคียงหมอน

"เถ้าแก่หลี่ ที่ทำการใหญ่ของพรรคฮวาจู๋อยู่ข้างหน้านี่เอง พวกเราไปสืบข่าวกันก่อนดีไหมขอรับ ? " หัวหน้าหน่วยเห็นหลี่มูหยุดฝีเท้า ก็เข้าใจผิดคิดว่าเขาสนใจหญิงสาวเหล่านี้ จึงแข็งใจเดินเข้าไปเกลี้ยกล่อม "หากท่านสนใจแม่นางเหล่านี้ รอให้หาตัวหัวหน้าพรรคของพวกข้ากับพี่หู่จื่อเจอเมื่อไหร่ ข้าจะควักกระเป๋าตัวเองเหมาให้ท่านสักสามสี่คน รับรองว่าจะปรนนิบัติท่านให้สมใจอยากเลยขอรับ..."

เพียะ !

คำพูดของเขายังไม่ทันจบ ก็โดนหลี่มูตบกบาลไปฉาดใหญ่

"พูดจาเหลวไหลอะไรของเจ้า ? " หลี่มูทั้งฉุนทั้งขำ "ข้าดูเหมือนพวกผู้ชายที่ใช้ท่อนล่างควบคุมสมองหรือไง ? "

"แล้ว... แล้วท่านกำลังมองอะไรอยู่หรือขอรับ ? " หัวหน้าหน่วยชะงักไป

"เสียแรงที่เจ้าคลุกคลีอยู่ในพรรค เรื่องพื้นฐานแค่นี้ยังไม่รู้อีกรึ ? " หลี่มูละสายตาจากหญิงคณิกาหน้าหอนางโลม ลดเสียงลงกระซิบว่า "หอนางโลมกับบ่อนการพนันคือสถานที่ที่รวบรวมคนทุกระดับชั้น มีทั้งคนดีและคนเลวปะปนกันไป ในขณะที่ทำธุรกิจ พวกเขาก็มักจะสืบข่าวและขายข้อมูลข่าวสารไปด้วย"

"ความลับมากมาย ก็ล้วนรั่วไหลออกไปจากที่นี่แหละ"

"สถานที่พวกนี้มักจะมีหูตาของคนในพรรคต่าง ๆ คอยจับตาดูอยู่ เจ้าสังเกตเห็นไหมว่า..."

หลี่มูหยุดไปชั่วครู่ อาศัยแขนเสื้อที่กว้างใหญ่ช่วยบดบังการเคลื่อนไหว ชี้ไปที่ห้องตรงมุมชั้นสองของหอนางโลมพลางเอ่ยว่า "หน้าต่างห้องนั้นเมื่อกี้เปิดแง้มออกนิดนึง มีเงาคนวูบไหวอยู่ ถ้าข้าเดาไม่ผิด ตอนนี้หลังหน้าต่างนั่นต้องมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองพวกเราอยู่แน่"

หัวหน้าหน่วยได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นมอง

เห็นเพียงเงาคนวูบไหวอยู่หลังหน้าต่างห้องนั้น จากนั้นหน้าต่างก็ถูกปิดลงอย่างแน่นหนา

"ดูเหมือนว่าพอพวกเรามาถึงเมืองฉีโจว ก็โดนคนจับตาดูเข้าให้แล้วล่ะ" หลี่มูบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสาย สำหรับเรื่องนี้ เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวหรือกังวลใจแต่อย่างใด

เมื่อมีป้ายเสือเรียกพลอยู่ในมือ อย่าว่าแต่เมืองฉีโจวเล็ก ๆ นี่เลย ต่อให้โลกใบนี้จะกว้างใหญ่แค่ไหน เขาก็สามารถไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ !

"เถ้าแก่หลี่ พวกเราจะปลอมตัวหลบซ่อนตัวสักหน่อยไหมขอรับ ? " สีหน้าของหัวหน้าหน่วยดูตื่นตระหนก แม้แต่น้ำเสียงก็เริ่มสั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้

"หลบทำซากอะไรล่ะ ! " หลี่มูตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ "ที่นี่มันถิ่นคนอื่น หูตาของพวกมันมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง แล้วพวกเราจะหลบไปซ่อนที่ไหนได้ ? "

"ถ้าอย่างนั้นตอนนี้พวกเรา..."

"ไปที่ทำการใหญ่พรรคฮวาจู๋ บุกไปถามท่านหม่าผู้นั้นให้รู้เรื่องกันไปเลย" หลี่มูยืดเส้นยืดสาย ล้วงเอามีดสั้นเล่มหนึ่งออกจากอกเสื้อยื่นให้หัวหน้าหน่วย เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังยิ่งนักว่า "ถ้าหากการหายตัวไปของฟ่านเหวินปินและเจียงหู่เกี่ยวข้องกับเขาจริง ๆ พอข้าออกคำสั่ง เจ้าก็ลงมือฆ่ามันกลางที่ทำการใหญ่พรรคฮวาจู๋เลยนะ ! "

หัวหน้าหน่วยถึงกับอึ้งไป

เขามองดูมีดสั้นเล่มเล็กที่ยาวเท่าฝ่ามือในมือตัวเอง รู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า

ข้าเนี่ยนะ ? จะให้ใช้มีดสั้นเล่มนี้ ไปฆ่าหัวหน้าพรรคของเขาถึงในที่ทำการใหญ่พรรคฮวาจู๋ ?

มารดามันเถอะ ทำไมท่านไม่ใช้ให้ข้าไปปราบพวกทูเจวี๋ยเลยล่ะ !

"ข้าล้อเจ้าเล่นน่า เก็บมีดไว้ป้องกันตัวเถอะ" หลี่มูเห็นดังนั้นก็หัวเราะลั่น ตบไหล่เขาพลางเอ่ย "เจ้าขี้ขลาดขนาดนี้ แล้วทำไมยังจะดึงดันตามข้ามาที่เมืองฉีโจวอีกล่ะ ? "

หัวหน้าหน่วยถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก

เขานิ่งเงียบไปนาน อึกอักอยู่นานกว่าจะยอมเอ่ยปาก "หัวหน้าพรรคฟ่านเป็นลูกพี่ลูกน้องของข้า คนในพรรคหลายคนคอยนินทาว่าที่ข้าได้มานั่งตำแหน่งนี้ ก็เพราะบารมีของพี่ชาย ! ข้าเองก็อยากจะสร้างผลงานชิ้นใหญ่ที่ทำให้ทุกคนต้องทึ่ง เพื่ออุดปากคนในพรรคให้ได้เหมือนกัน"

หลี่มูได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ทำเพียงแค่พยักหน้ารับ แล้วก้าวเดินตรงไปข้างหน้า

……

ที่ทำการใหญ่ของพรรคฮวาจู๋ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองฉีโจว ภายในบริเวณค่ายโบราณขนาดใหญ่

ซุ้มประตูมีความโอ่อ่าสง่างามเป็นอย่างยิ่ง หน้าประตูใหญ่ที่ทาด้วยสีแดงชาด มีสิงโตหินสูงเท่าคนตั้งตระหง่านอยู่สองตัว บนเสาประตูซ้ายขวาเขียนตัวอักษรขนาดใหญ่ด้วยสีทองไว้สองบรรทัด

"ดอกไม้เบ่งบานหมื่นครัวเรือน ! "

"ไผ่งามโดดเด่นรวมเป็นหนึ่ง ! "

เวลานี้เป็นช่วงที่อากาศหนาวจัดจนแผ่นดินแทบกลายเป็นน้ำแข็ง แต่ท่ามกลางลมหนาวหน้าประตูที่ทำการใหญ่ของพรรคฮวาจู๋ กลับมีชายฉกรรจ์ร่างกำยำสิบสองคนยืนตระหง่านอยู่ รูปร่างของพวกเขากำยำล่ำสันดุจหอคอยเหล็ก แววตาเป็นประกายวาววับ ราวกับเสือดาวและเหยี่ยวที่ทำให้ผู้คนรู้สึกหวั่นเกรง

ท่ามกลางฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ พวกเขากลับสวมเพียงเสื้อผ้าบาง ๆ ชั้นเดียว แต่ร่างกายกลับไม่สั่นเทาด้วยความหนาวเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังมีไอร้อนพวยพุ่งขึ้นมาจากกระหม่อมเป็นระลอก ๆ

เห็นได้ชัดว่าชายฉกรรจ์เหล่านี้ล้วนเป็นยอดฝีมือในยุทธภพ พลังเลือดลมพลุ่งพล่าน กำลังภายในถูกฝึกปรือจนถึงขั้นลึกล้ำแล้ว

หลี่มูและหัวหน้าหน่วยเดินเข้าไปแจ้งสถานะของตนเอง พร้อมกับล้วงจดหมายในอกเสื้อออกมาส่งให้อีกฝ่าย

"มาจากเมืองอันผิงรึ ? ต้องการพบท่านหม่า ? "

ชายฉกรรจ์หน้าประตูมีสีหน้าพิลึกพิลั่น ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเอ่ยว่า "ท่านทั้งสองโปรดรอสักครู่ ข้าจะเข้าไปรายงานให้เดี๋ยวนี้"

ไม่นานนัก อีกฝ่ายก็กลับมา สั่งให้คนเปิดประตูใหญ่ของที่ทำการพรรคออก แล้วทำท่าผายมือเชิญ

"ท่านหม่าเชิญท่านทั้งสองไปรอที่ห้องโถงด้านข้างก่อน รอจนท่านจัดการธุระในพรรคเสร็จแล้ว ก็จะออกมาพบพวกท่าน"

หลี่มูเงยหน้าขึ้น

เห็นเพียงชายฉกรรจ์ที่ยืนตระหง่านอยู่สองฝั่งประตู ต่างก็มีแววตาหยอกล้อขบขัน ราวกับเสือดาวที่กำลังจ้องมองเหยื่อด้วยความดุร้ายและเจ้าเล่ห์

และประตูใหญ่ของที่ทำการพรรคฮวาจู๋ที่เปิดอ้ากว้างอยู่ในเวลานี้ ก็ดูราวกับปากอันกว้างใหญ่ชุ่มเลือดของสัตว์ประหลาดยักษ์ ที่กำลังรอคอยให้เขาเดินเข้าไปติดกับดักด้วยตัวเอง !

จบบทที่ ตอนที่ 226 พรรคฮวาจู๋

คัดลอกลิงก์แล้ว