- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 187 การพบกันใหม่หลังพรากจาก
ตอนที่ 187 การพบกันใหม่หลังพรากจาก
ตอนที่ 187 การพบกันใหม่หลังพรากจาก
ตอนที่ 187 การพบกันใหม่หลังพรากจาก
สถานการณ์วุ่นวายจนดูไม่จืด
หวงเหวินอี้คาดไม่ถึงเลยว่าไอ้สัตว์เดรัจฉานตัวนี้จะพุ่งเป้ามาที่ตน ก่อนหน้านี้ตอนอยู่กรมโยธาเขาก็ทำงานนั่งโต๊ะมาตลอด ประกอบกับเพิ่งจะหายจากอาการป่วยหนัก ร่างกายยังไม่ทันฟื้นตัวดี ตอนนี้จึงยังอ่อนแอมาก
เมื่อเห็นหมูป่าพุ่งทะยานเข้ามาด้วยท่าทีดุร้าย เขาก็ลุกลนใช้ทั้งมือทั้งเท้าตะเกียกตะกาย หมายจะปีนขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ข้าง ๆ
ชายฉกรรจ์สองสามคนที่อยู่ใกล้ ๆ ก็รีบถืออาวุธวิ่งเข้ามาขวางไว้ "คุ้มครองท่านอาจารย์หวง ! "
"ขวางไอ้เดรัจฉานนี่ไว้ ! "
พวกเขาร้องคำรามแล้วกรูกันเข้าไป หมายจะกดหมูป่าที่กำลังบ้าคลั่งลงกับพื้น
แต่หมูป่าตัวนั้นควบตะบึงสี่กีบเท้าดุจสายลม พอเข้ามาใกล้ จู่ ๆ มันก็หักเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน ทำให้ทุกคนพุ่งคว้าได้แต่น้ำ วินาทีต่อมา มันก็อ้าปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมพุ่งงับเข้าที่น่องของหวงเหวินอี้ที่อยู่ห่างออกไปแค่คืบ !
"จบเห่แล้ว..."
เมื่อเห็นภาพนี้ บรรดาหัวหน้าหมู่หลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็แทบจะสติแตก
ท่านอาจารย์หวงคือคนที่เถ้าแก่เชิญมาเป็นพิเศษ แต่วันนี้ คนนับร้อยที่อยู่ที่นี่กลับคุ้มครองเขาไว้ไม่ได้ ปล่อยให้เขาต้องมาบาดเจ็บเพราะคมเขี้ยวของสัตว์เดรัจฉาน หากหลี่มูรู้เรื่องนี้เข้าล่ะก็...
ทุกคนคงต้องรับโทษกันถ้วนหน้าแน่ !
ชั่วพริบตาที่หมูป่ากำลังจะฝังเขี้ยวลงไป จู่ ๆ เงาร่างผอมบางสายหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมา ในมือถือพลั่วเหล็กสำหรับทุบหิน ร้องตะโกนสุดเสียงแล้วสับพลั่วลงกลางแสกหน้าหมูป่าอย่างจัง
ชั่วประกายไฟแลบ คมพลั่วอันหนักอึ้งและแหลมคมก็สับเข้าที่ตาซ้ายของหมูป่าอย่างแม่นยำ ฝังลึกเข้าไปในเบ้าตาหลายชุ่น !
เลือดสด ๆ สาดกระเซ็น
หมูป่าเจ็บปวดแสนสาหัส มันสะบัดหัวอย่างบ้าคลั่ง พริบตาเดียวก็ชน 'ศัตรู' ตัวจ้อยตรงหน้าจนล้มกลิ้ง แล้วตะกุยกีบเท้ากระทืบซ้ำอย่างไม่ปรานี
"พี่โก่วต้าน ! "
"ผิงอัน ! "
เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจสองสายดังขึ้นพร้อมกัน
คนที่พุ่งออกมายืนขวางหน้าหวงเหวินอี้ ก็คือหยางผิงอัน เด็กน้อยวัยเพียงสิบสองปีนั่นเอง !
กีบเท้าหน้าของหมูป่ากระทืบลงบนท้องน้อยของเขาอย่างแรง มันอ้าปากกว้างงับเข้าที่หัวไหล่แล้วสะบัดหัวฉีกทึ้ง เลือดสด ๆ ไหลทะลักออกมาดั่งสายน้ำทันที
หยางผิงอันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด สองมือพยายามดันหัวหมูขนาดมหึมานั้นไว้เพื่อต่อสู้ดิ้นรน แต่แขนขาเล็ก ๆ ผอม ๆ ของเขา จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปสู้กับสัตว์ร้ายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อได้ ?
เสียงร้องโหยหวนและเลือดสด ๆ ได้ปลุกสติของบรรดาแรงงานที่เตรียมจะวิ่งหนีให้ตื่นขึ้น
พวกเขาร้องตะโกนแล้วกรูกันเข้ามา ใช้ขวานและมีดในมือกระหน่ำฟันแทงเข้าไปที่ท้องน้อยและสะโพกหลังซึ่งเป็นจุดอ่อนของหมูป่าอย่างบ้าคลั่ง ไอ้เดรัจฉานเจ็บปวดจนต้องยอมปล่อยหยางผิงอัน มันลากสังขารที่เต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะวิ่งหนีเตลิดเข้าไปในป่าลึก
แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว มีหรือที่ทุกคนจะยอมปล่อยมันไป ?
ชายฉกรรจ์นับร้อยคนล้อมพื้นที่บริเวณนั้นไว้จนมืดฟ้ามัวดิน ชั่วขณะนั้น ก้อนหิน ง่ามเหล็ก พลั่ว และอาวุธนานาชนิดก็กระหน่ำฟาดฟันใส่ฝูงหมูป่าอย่างไม่ยั้ง เสียงร้องโหยหวนดังก้องกังวานไปทั่วผืนฟ้า
เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูป รอบด้านก็กลับสู่ความเงียบสงบ
บนลานดินกว้างกลางภูเขา เหลือเพียงซากหมูป่าเจ็ดแปดตัวที่นอนจมกองเลือดอยู่เท่านั้น
……
ไม่นานนัก ข่าวเรื่องที่บรรดาแรงงานถูกสัตว์ป่าโจมตีก็ลอยไปเข้าหูของหลี่มู
ทันทีที่ทราบข่าว เขาก็รีบควบม้าตะบึงมาที่หมู่บ้านซวงซีอย่างไม่คิดชีวิต และได้พบกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้
"เป็นอะไรมากไหม ? "
หลี่มูผลักประตูห้องในบ้านตระกูลหลี่เข้าไป ก็เห็นชายฉกรรจ์หลายคนนอนอยู่บนเตียงเตา มีผ้าขาวเปื้อนเลือดพันตามแขนขา เขารีบเอ่ยถามด้วยความร้อนรน "เชิญหมอมาดูอาการหรือยัง ? "
"เชิญหมอเอ้อร์กวายในหมู่บ้านมาดูอาการให้แล้วล่ะ" หวงเหวินอี้หน้าซีดเผือด เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ยังคงมีแววหวาดผวา "ไม่มีใครถึงตาย บาดเจ็บรวมหกคน ส่วนใหญ่เป็นแค่แผลสด กระดูกไม่ได้หัก..."
"มีก็แต่เจ้าเด็กผิงอันนี่แหละที่เสียเลือดมากไปหน่อย ตอนนี้ก็ยังไม่ได้สติเลย"
เขานั่งอยู่บนหัวเตียงเตา ฝ่ามือลูบไล้ใบหน้าของหยางผิงอันอย่างแผ่วเบา
เวลานี้ ใบหน้าของเด็กหนุ่มซีดเผือดราวกับกระดาษ แม้แต่ริมฝีปากก็ไร้สีเลือด สองตาหลับสนิท ไม่ว่าใครจะร้องเรียกอย่างไรก็ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาเลย
"ท่านอาเอ้อร์กวายว่ายังไงบ้าง ? " หลี่มูใจหายวาบ
ในฐานะคนจากยุคปัจจุบัน เขาย่อมรู้ดีว่าการเสียเลือดมากนั้นอันตรายเพียงใด
ตอนที่เจียงหู่ซึ่งมีร่างกายกำยำล่ำสันขนาดนั้นโดนแทงไปสามมีดหกรู ต่อให้ไม่โดนอวัยวะสำคัญ ก็ยังต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มพักฟื้นอยู่บนเตียงตั้งนานเพราะเสียเลือดมาก
หยางผิงอันร่างกายผอมโซอ่อนแออยู่แล้ว จะทนผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้หรือไม่ก็ยากจะคาดเดา
"เขาบอกว่า... ไม่น่าจะถึงตายหรอก" หวงเหวินอี้ตอบ
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่มูก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
หลายปีมานี้หมอเอ้อร์กวายมีชื่อเสียงด้านวิชาแพทย์เลื่องลือไปทั่วสิบลี้แปดหมู่บ้าน เรื่องไหนที่เขาไม่มั่นใจ เขาก็จะไม่ทำ และยิ่งไม่หลุดปากพูดออกมาเด็ดขาด
ในเมื่อเขาบอกว่าไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต ก็แปลว่ามีโอกาสรอดชีวิตถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์
"เรื่องค่ายารักษา ข้าจะรับผิดชอบให้ทั้งหมด ช่วงที่พักฟื้นก็ยังจ่ายค่าแรงให้ตามปกติ อ้อ... ข้าได้ยินมาว่าหมูป่าพวกนั้นถูกฆ่าตายแล้ว คืนนี้ก็เอาเนื้อมาตุ๋นเลี้ยงบำรุงทุกคนก็แล้วกัน" หลี่มูโบกมืออย่างใจกว้าง แล้วเอ่ยต่อ "ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ข้าจะเรียกพวกทีมล่าสัตว์ให้เข้าไปไล่ล่าและขับไล่พวกสัตว์ป่าแถว ๆ หุบเขาชิงซาเสียหน่อย"
"เรื่องนี้เป็นความสะเพร่าของข้าเอง"
ในภูเขาต้าหลงมีสัตว์ป่าชุกชุม ยิ่งลึกเข้าไปมากเท่าไหร่ สัตว์ร้ายจำพวกหมาป่า เสือ และหมีก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น
โชคดีที่วันนี้สิ่งที่โผล่มาเป็นแค่ฝูงหมูป่า แม้พวกมันจะมีพละกำลังมหาศาลและดุร้าย แต่ก็ยังโง่เขลาและเชื่องช้า จึงไม่ได้สร้างความเสียหายรุนแรงนัก
หากไปเจอเข้ากับฝูงหมาป่า เสือ หรือหมีล่ะก็ วันนี้คงต้องมีคนตายตกไปหลายศพเป็นแน่ !
ประจวบเหมาะกับช่วงนี้การกว้านซื้อที่นาก็ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว หลี่มูจึงตั้งใจจะให้บรรดาพี่น้องในทีมล่าสัตว์กลับไปทำหน้าที่หลักของตน นั่นก็คือการคุ้มกันความปลอดภัยให้กับพวกแรงงาน
"ขอบคุณเถ้าแก่ ! "
"รอพวกข้ารักษาตัวจนหายดีแล้ว จะรีบทำงานชดเชยเวลาที่ขาดไปให้แน่นอน ! "
เมื่อได้ยินดังนั้น บรรดาคนเจ็บที่อยู่บนเตียงก็พากันเอ่ยขอบคุณ บางคนถึงกับพยายามจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาโขกศีรษะให้ ยุคสมัยนี้ไม่มีกฎหมายคุ้มครองแรงงานหรอกนะ
แรงงานส่วนใหญ่หากได้รับบาดเจ็บระหว่างทำงานก็ทำได้แค่ก้มหน้ารับกรรม ไม่เพียงแต่จะไม่ได้รับเงินชดเชย ซ้ำร้ายอาจจะถูกเถ้าแก่ไล่ออก ทำให้สูญเสียรายได้ไปเลยด้วยซ้ำ
และนี่ก็คือสิ่งที่พวกคนเจ็บกังวลมาตลอด
แต่หลี่มูไม่เพียงแต่จะไม่ไล่พวกเขาออก ซ้ำยังรับปากว่าจะจ่ายค่าแรงให้ตามปกติในช่วงที่พักฟื้น... นี่มันเป็นเรื่องที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยจริง ๆ !
เมื่อเห็นดังนั้น หลี่มูก็แอบทอดถอนใจอยู่เงียบ ๆ
อย่างที่เขาเคยบอกไว้ ราษฎรชนชั้นล่างของต้าฉีในยุคนี้ถูกกดขี่ข่มเหงมานานเกินไป และสูญเสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มานานเกินไปแล้ว ขอเพียงมีใครสักคนปฏิบัติกับพวกเขาอย่างให้เกียรติเฉกเช่นมนุษย์คนหนึ่ง พวกเขาก็จะซาบซึ้งใจจนแทบจะถวายหัวให้เลยทีเดียว !
"พักผ่อนรักษาตัวให้ดีเถอะ"
เขาล้วงก้อนเงินตำลึงออกมาจากอกเสื้อวางไว้บนโต๊ะ หันไปกล่าวกับหวงเหวินอี้ว่า "ท่านอาจารย์หวง เงินนี่เอาไปเป็นค่ายาของพวกเขานะ หากไม่พอก็มาเบิกที่ข้าได้เลย"
"หากพรุ่งนี้หยางผิงอันยังไม่ฟื้น ข้าจะส่งคนพาเขาเข้าไปหาหมอที่โรงหมอในเมือง"
หวงเหวินอี้พยักหน้ารับคำ
ตกดึก
หลี่มูกลับมาที่ชุนอี้ฟาง แล้วบอกเล่าแผนการของตนให้ทุกคนฟัง
ช่วงนี้ไม่ได้เข้าป่าล่าสัตว์มานาน พวกเขาก็รู้สึกคันไม้คันมือกันเต็มที แม้แต่เจ้าสยงผีเองก็ยังทำท่าทางหงอยเหงาเซื่องซึมมาทั้งวัน
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกลงเรื่องเตรียมตัวเข้าภูเขาในวันพรุ่งนี้กันอยู่นั้น จู่ ๆ ประตูใหญ่ของชุนอี้ฟางก็ถูกเคาะดังขึ้น เจียงหู่เดินไปเปิดประตู ทันทีที่บานประตูถูกดึงออก ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อไปในทันที
เขาชะงักค้างไปนานนับสิบวินาที ก่อนที่น้ำเสียงจะเริ่มสั่นเครือ "พี่หลี่ รีบมานี่เร็ว ! "
หลี่มูได้ยินดังนั้นก็เดินออกจากห้อง เงยหน้าขึ้นมอง
เห็นเพียงสือโถวที่ไม่ได้พบหน้ากันเสียนานยืนอยู่ตรงหน้าประตู น้ำตาคลอเบ้า เขาก้าวเท้ายาว ๆ เพียงสามก้าวก็พุ่งพรวดเข้ามา ทรุดตัวลงคุกเข่าดังปุบตรงหน้าหลี่มู "เถ้าแก่ ข้ากลับมาแล้ว ! "