เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 188 ประลองฝีมือ

ตอนที่ 188 ประลองฝีมือ

ตอนที่ 188 ประลองฝีมือ


ตอนที่ 188 ประลองฝีมือ

"สือโถว ! "

เมื่อเห็นเขา ทุกคนในที่นั้นต่างก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ

มีเพียงหลี่มูที่ตบไหล่เขาอย่างแรง แล้วหัวเราะลั่น "พวกเราพี่น้องได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง จะมาร้องห่มร้องไห้กันทำไม ? รีบลุกขึ้นมาเร็ว ! "

ทุกคนได้ยินดังนั้นถึงเพิ่งจะได้สติ รีบพยุงสือโถวขึ้นมา แล้วไถ่ถามถึงเรื่องราวที่เขาต้องเผชิญในช่วงที่ผ่านมา

เจียงหู่รีบไปปิดประตูใหญ่อย่างระมัดระวัง

ถึงอย่างไรการที่สือโถวแหกคุกหนีออกมา ตอนนี้ก็ยังมีหมายจับติดตัวอยู่ หากมีใครไปแจ้งทางการ ก็คงหนีไม่พ้นต้องเจอเรื่องยุ่งยากแน่

"ตอนนั้นที่ข้าถูกส่งตัวออกจากเมืองหงโจว..."

สือโถวลุกขึ้นยืน ข่มความตื่นเต้นดีใจเอาไว้ แล้วเริ่มเล่าถึงประสบการณ์ของตนเอง

ตอนนั้นที่แม่ทัพฮั่วและแม่ทัพหลิวส่งคนไปชิงตัวเขาออกมาจากคุก เพื่อจะใช้เป็นข้อต่อรองบีบบังคับให้หลี่มูทำงานให้ พวกเขาก็ส่งสือโถวไปคุมขังไว้ที่ค่ายทหารรักษาเมืองในอำเภอหนึ่งที่อยู่ใต้การปกครองของเมืองปิงโจวที่อยู่ติดกัน

พวกทหารที่นั่นปฏิบัติต่อเขาอย่างให้เกียรติมาก

ไม่ว่าสือโถวจะร้องขออะไร พวกเขาก็พยายามสนองให้แทบทุกอย่าง เพียงแต่ความเคลื่อนไหวของเขาจะถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลา และห้ามก้าวเท้าออกจากค่ายทหารเด็ดขาด

เรื่องนี้ก็พอจะเข้าใจได้

เพราะในตอนนั้น แม่ทัพฮั่ว แม่ทัพหลิว และหลี่มู กำลังต่อสู้แย่งชิงอำนาจกับท่านเจ้าเมืองติงและใต้เท้าต่งอย่างดุเดือดเลือดพล่าน สือโถวก็คือหนึ่งในตัวหมากสำคัญ หากร่องรอยของเขาถูกเปิดเผยและตกไปอยู่ในมือของฝ่ายศัตรู ผู้ที่จะพ่ายแพ้ในศึกครั้งนี้ก็คือท่านแม่ทัพทั้งสอง !

"เมื่อสองวันก่อน ข้าได้ข่าวว่าท่านเจ้าเมืองติงกับใต้เท้าต่งถูกถอดหมวกขุนนางและจับเข้าคุกไปแล้ว ในใจข้าก็รู้ทันทีว่าวันที่จะได้กลับบ้านใกล้เข้ามาแล้ว" น้ำเสียงของสือโถวสั่นเครือ "นี่ไง เช้าตรู่วันนี้ ก็มีคนเอาป้ายชื่อมาให้ข้า แล้วก็คุ้มกันข้ากลับมาจากเมืองปิงโจวเลย"

เขาล้วงเอาป้ายไม้ประจำตัวอันหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ

ตอนนี้ บนป้ายไม้นั้นสลักคำว่า 'หวังต้าหนิว' ไว้อย่างชัดเจน ภูมิลำเนาก็เปลี่ยนเป็น 'ชาวบ้านหุบเขาเซียงสุ่ย ตำบลเหลียนฮวา'

หลี่มูเห็นดังนั้น มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย

แม่ทัพทั้งสองคนนี้มีจิตใจเหี้ยมโหด เคยคิดจะแทงข้างหลังเขามาแล้ว หากตอนนั้นไม่มีทัพเป้ยกุยปรากฏตัวขึ้น เกรงว่าตอนนี้สือโถวคงถูกพวกมันฆ่าปิดปากไปเรียบร้อยแล้ว

แม้ว่าตอนนี้ผู้ที่มีอำนาจในเมืองหงโจวจะกลายเป็นพวกขุนนางฝ่ายบู๊ไปแล้ว แต่การที่สือโถวยังมีชีวิตอยู่ สำหรับพวกเขาก็ยังถือเป็นภัยแอบแฝงอยู่ดี

มีเพียงคนตายเท่านั้น ถึงจะเก็บความลับได้ตลอดกาล

แต่ท่าทีแข็งกร้าวของหลี่มูในวันนั้น รวมไปถึงกองทหารม้าเกราะหนักสามร้อยนายที่อาบชโลมไปด้วยเลือดนั่น บีบบังคับให้พวกเขาต้องเปลี่ยนใจ !

อีกฝ่ายไม่เพียงแต่จะส่งสือโถวกลับมาที่เมืองอันผิงอย่างปลอดภัย แต่ยังทำตามสัญญา มอบสถานะใหม่ให้เขาด้วย แบบนี้ ต่อให้วันหน้ามีใครคิดจะรื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นมา ก็ไม่มีทางหาเบาะแสหรือหลักฐานใด ๆ มาเอาผิดได้อีก

"กลับมาก็ดีแล้ว" หลี่มูไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านี้

เขารู้ดีว่าอารมณ์ของสือโถวในตอนนี้ ย่อมต้องตื่นเต้นดีใจปะปนไปกับความเจ็บปวดและเศร้าหมอง

การต่อสู้ในครั้งนี้ แม้สุดท้ายแล้วพวกเขาจะเป็นฝ่ายชนะ แต่ชายหนุ่มผู้นี้กลับต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปตลอดกาล

เวลาผ่านไปไม่นาน ทุกคนก็มาล้อมวงกินมื้อค่ำกันที่โต๊ะ พลางเล่าถึงงานของทีมล่าสัตว์ในช่วงนี้ให้เขาฟัง

เมื่อได้ยินว่าหลี่มูกว้านซื้อภูเขาต้าหลงมาแล้ว ซ้ำยังจ้างแรงงานมาอีกสองสามร้อยคน สือโถวก็ตกใจจนอ้าปากค้าง

เขาเพิ่งจะจากไปได้ไม่นาน คิดยังไงก็คิดไม่ออก ว่าทำไมเถ้าแก่ของตนถึงได้กลายเป็นคหบดีและเศรษฐีที่ดินอันดับหนึ่งของเมืองอันผิงไปได้ในพริบตา...

ดึกดื่นค่อนคืน เสียงหัวเราะเฮฮายังคงดังก้องอยู่เหนือโรงกลั่นสุราชุนอี้ฟาง

……

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ท้องฟ้าเพิ่งจะสาง

หลี่มูก็พาทีมล่าสัตว์ออกเดินทางจากโรงกลั่นสุราชุนอี้ฟาง

ตอนนี้ในโรงกลั่นสุราชุนอี้ฟางมีม้าพันธุ์หวงเปียวทั้งหมดสิบหกตัว มีไม่กี่ตัวที่ยึดมาจากกองคาราวานอาชาเหล็ก ส่วนที่เหลือก็ซื้อมาตอนที่ออกไปกว้านซื้อที่ดินตามหมู่บ้านในละแวกสิบลี้แปดหมู่บ้านในช่วงที่ผ่านมา

เวลานี้ ทีมล่าสัตว์รวมหลี่มูด้วยก็มีทั้งหมด 13 คน นอกจากแต่ละคนจะมีม้าประจำตัวแล้ว ยังทิ้งม้าไว้ที่หมู่บ้านซวงซีอีกสามตัว

เพราะภูมิประเทศในภูเขาต้าหลงนั้นซับซ้อน หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นระหว่างการก่อสร้าง พวกแรงงานก็จะได้ควบม้ามาส่งข่าวที่ในเมืองได้ทันท่วงที

"เถ้าแก่ ไม่ได้เข้าป่าล่าสัตว์มาตั้งนานเลยนะขอรับ"

เฉินหลินควบม้าตามมา คันธนูแกะสลักที่แขวนอยู่บนหลังม้าขยับขึ้นลงตามจังหวะการวิ่ง

ฝีมือการยิงธนูของเขาในตอนนี้ แทบจะเรียกได้ว่า 'เข้าขั้นเทพ' แล้ว

นับตั้งแต่เริ่มจับคันธนูจนถึงตอนนี้เวลาผ่านไปไม่ถึงสามเดือน แต่ฝีมือการยิงธนูของเฉินหลินกลับแซงหน้าหลี่มูไปแล้ว ต่อให้อยู่ห่างกันเจ็ดสิบก้าว เขาก็ยังสามารถยิงนกกระจอกที่กำลังบินอยู่กลางอากาศได้แม่นยำราวจับวาง !

ต้องรู้ไว้นะว่านี่มันเป็นแค่ธนูล่าสัตว์ธรรมดา ๆ เท่านั้น !

นอกจากเขาแล้ว ในทีมล่าสัตว์ก็ล้วนมีแต่คนเก่งกาจ ไม่มีพวกขี้ขลาดตาขาวเลยสักคน

เจียงหู่ร่างกายกำยำล่ำสัน การต่อสู้ประชิดตัวไร้เทียมทาน พละกำลังมหาศาลพอจะสู้กับหมีได้เลย หากเข้าไปอยู่ในวงตะลุมบอน ก็ไม่ต่างอะไรกับรถไถมนุษย์ดี ๆ นี่เอง

อดีตทหารสามคนอย่างเจี่ยชวนยิ่งไม่ต้องพูดถึง พวกเขามีประสบการณ์ในสนามรบอย่างโชกโชน แม้ความสามารถในแต่ละด้านจะไม่ได้โดดเด่นอะไรมากมาย แต่ก็ไม่มีจุดอ่อนเลยสักนิด นับเป็นนักรบที่สมบูรณ์แบบ แม้แต่เฉินหลิน ต้าจู้ สือโถว และชายฉกรรจ์คนอื่น ๆ ที่เพิ่งเข้ามาร่วมทีมทีหลัง ก็ล้วนเป็น 'ลูกศิษย์' ที่เจี่ยชวนฝึกปรือขึ้นมากับมือทั้งนั้น

"วันนี้เข้าภูเขามาแล้ว ต้องล่าสัตว์ให้มันส์หยดไปเลยนะเว้ย ! "

"ฮ่า ๆ ... พวกเรามาประลองฝีมือกันหน่อยดีไหม ? ใครล่าสัตว์ได้มากที่สุด คนนั้นก็เป็นผู้ชนะ ! "

เมื่อได้ยินบรรดาพี่น้องส่งเสียงฮึกเหิม หลี่มูก็พลอยรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาในอกด้วยเช่นกัน

ตอนนี้เขาก็นับว่ามีลูกน้องคนสนิทเป็นของตัวเองแล้ว แม้จำนวนคนจะไม่มาก แต่แต่ละคนก็เก่งกาจพอจะสู้แบบหนึ่งต่อสิบได้ ซ้ำยังซื่อสัตย์และห้าวหาญ !

รอจนกว่าป้อมค่ายในภูเขาต้าหลงจะสร้างเสร็จ และเปลี่ยนแรงงานเหล่านี้ให้กลายเป็นทหารส่วนตัว ถึงตอนนั้น ตัวเขาเอง... ก็จะมีคุณสมบัติพอที่จะตั้งตนเป็นใหญ่ในยุคกลียุคนี้ได้แล้ว !

"ดี ! ในเมื่อพวกเจ้าอยากจะประลองฝีมือกัน งั้นข้าก็จะขอวางเดิมพันหน่อยแล้วกัน" หลี่มูเริ่มสนใจขึ้นมา เขาล้วงตั๋วเงินร้อยตำลึงออกมาจากอกเสื้อ "ใครชนะ ตั๋วเงินใบนี้ก็เป็นของคนนั้นไป"

สิ้นประโยคนี้ อารมณ์ของทุกคนก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที

ปัจจุบันหลี่มูเป็นคนมีฐานะ ซ้ำยังใจกว้างกับพวกพ้องมาตลอด บรรดาพี่น้องในทีมล่าสัตว์ตั้งแต่ติดตามเขามา ก็กอบโกยเงินทองไปได้ไม่น้อย แต่อย่างไรเสีย เงินตั้งร้อยตำลึงก็ยังเป็นสิ่งล่อใจที่ยิ่งใหญ่อยู่ดี

"ห้ามคืนคำนะขอรับ ! "

"เดิมพันตั้งร้อยตำลึง ใจกว้างจริง ๆ ! "

"การเข้าภูเขาในวันนี้ อย่างแรกก็เพื่อกวาดล้างรังของสัตว์ร้ายบริเวณหุบเขาชิงซา อย่างที่สองก็เพื่อประลองฝีมือกัน" หลี่มูมองดูท้องฟ้า "ขอกำหนดเวลาไว้ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ใครล่าสัตว์ได้น้ำหนักรวมกันมากที่สุด คนนั้นคือผู้ชนะ ! "

เมื่อได้ยินคำยืนยันจากหลี่มู ทุกคนก็ส่งเสียงโห่ร้องยินดี ควบม้ามุ่งหน้าสู่ภูเขาต้าหลง

ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงตีนเขา

เส้นทางภูเขาที่เคยแคบและเดินได้ทีละคน ตอนนี้ถูกขยายให้กว้างขึ้นหลายเท่า ต่อให้เป็นม้าหรือรถลากก็สามารถสัญจรผ่านได้อย่างราบรื่น

ทีมล่าสัตว์เดินทางมาถึงทุ่งชิงซา ฝากม้าไว้กับพวกแรงงานที่เริ่มทำงานกันแล้ว จากนั้นก็พกอุปกรณ์ล่าสัตว์ แยกย้ายกันกระจายตัวออกไป !

……

หลี่มูเป่าปากเป็นสัญญาณ

เจ้าสยงผีกลายร่างเป็นแสงสีดำทะมึน พริบตาเดียวก็มาปรากฏตัวอยู่ข้างกายเขา

เขาลูบหัวโต ๆ ของมันเบา ๆ ก้าวฉับ ๆ เข้าไปในป่าทึบ สูดอากาศที่ชื้นเล็กน้อย ความรู้สึกคุ้นเคยค่อย ๆ หลั่งไหลเข้ามาในความทรงจำ

หลี่มูในเวลานี้ ไม่ใช่เถ้าแก่เศรษฐีผู้มีทรัพย์สินมหาศาลอีกต่อไปแล้ว หากแต่ได้หวนคืนสู่การเป็นพรานป่าอีกครั้ง

จบบทที่ ตอนที่ 188 ประลองฝีมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว