- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 182 ทดลองชิม
ตอนที่ 182 ทดลองชิม
ตอนที่ 182 ทดลองชิม
ตอนที่ 182 ทดลองชิม
"เถ้าแก่เฉิน พวกเรารู้จักกันมาตั้งนาน ท่านเคยเห็นข้าคุยโตโอ้อวดหรือ ? " หลี่มูมีท่าทีผ่อนคลาย เอ่ยเสียงเบา "หากไม่เชื่อ ตอนนี้ท่านก็เอาของสิ่งนี้ไปที่โรงครัว ให้พ่อครัวลองทำอาหารมาให้ชิมสักจานดูก็ได้"
เฉินเฮ่อซงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หยิบก้อนไขมันวัวสกัดขึ้นมาจากโต๊ะ แล้วหัวเราะพลางเอ่ย "น้องหลี่ ข้าไม่ได้ไม่เชื่อเจ้านะ เพียงแต่เรื่องนี้สำคัญมาก ทำอะไรให้รัดกุมหน่อยย่อมดีกว่า"
"เจ้าพักผ่อนไปก่อน เดี๋ยวข้ามา ! "
เขาหมุนตัวเดินจากไป มุ่งหน้าตรงไปยังโรงครัว
แม้จะใกล้เที่ยงแล้ว แต่ในโรงครัวตอนนี้กลับยังว่างงานอยู่ เพราะที่โถงด้านหน้ายังไม่มีลูกค้ามาใช้บริการ
พ่อครัวใหญ่ 'ฟ่านพั่งจื่อ' กำลังนั่งอยู่กับพวกเด็กฝึกงานที่ประตูหลัง พูดคุยสัพเพเหระกันอย่างออกรส
เฉินเฮ่อซงกระแอมไอดังขึ้นเบา ๆ
พ่อครัวฟ่านสะดุ้งตื่นตัว รีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทันที"เถ้าแก่เฉิน ! "
"อืม" เฉินเฮ่อซงพยักหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย จากนั้นก็เอ่ยถาม "พ่อครัวฟ่าน ตามปกติพอเข้าสู่หน้าหนาว อาหารเมนูไหนในร้านของเราที่ขายดีที่สุดรึ ? "
"นั่นย่อมต้องเป็นพวกน้ำแกงตุ๋นหม้อดิน แล้วก็เนื้อลวก ที่มีรสชาติเผ็ดร้อนสักหน่อย จะได้ช่วยขับเหงื่อและไล่ความหนาวเย็นได้ขอรับ" พ่อครัวฟ่านชี้ไปที่โหลเครื่องปรุงบนโต๊ะ เอ่ยราวกับต้องการเอาความดีความชอบ "ปีนี้ข้าตั้งใจไปกว้านซื้อขิงแก่กับผงสมุนไพรมาจากต่างถิ่น รสชาติจัดจ้านกว่าของพื้นบ้านเราเยอะ รับรองว่าจะต้องเข็นเมนูเด็ด ๆ ออกมาเป็นป้ายทองของร้านได้อีกหลายเมนูแน่..."
"แล้วของสิ่งนี้ล่ะ เจ้าเคยเห็นมาก่อนไหม ? "
ยังไม่ทันที่เขาจะโอ้อวดจบ เฉินเฮ่อซงก็วางก้อนไขมันวัวหม่าล่าลงบนโต๊ะเสียก่อน
พ่อครัวฟ่านเห็นดังนั้นก็หยิบขึ้นมาดมใกล้ ๆ จมูก แล้วเอ่ยว่า "กลิ่นนี้... เหมือนจะเป็นไขมันวัว แต่ในความหอมนั้นกลับมีกลิ่นแปลก ๆ ปะปนอยู่ด้วย ค่อนข้างฉุนจมูก แล้วก็มีความหอมเกรียม ๆ ด้วยขอรับ"
เขายื่นมือไปบิก้อนไขมันวัวขนาดเท่าฝ่ามือนั้นออก เผยให้เห็นพริกที่ผสมอยู่ด้านใน
"นี่มัน..."
พ่อครัวฟ่านทำงานในครัวมาสามสิบกว่าปี แต่ไม่เคยเห็นเครื่องปรุงชนิดนี้มาก่อนเลย "เป็นของแปลกใหม่ที่ส่งมาจากซีอวี้ (ดินแดนตะวันตก) หรือขอรับ ? "
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายก็ไม่รู้จักของสิ่งนี้เช่นกัน เฉินเฮ่อซงก็ไม่ได้พูดอะไรมาก สั่งให้อีกฝ่ายนำก้อนไขมันวัวนี้ไปทำอาหารมาให้ชิมหนึ่งจานทันที
เมื่อได้รับคำสั่งจากเถ้าแก่เฉิน ภายในโรงครัวก็เริ่มวุ่นวายขึ้นมาทันที
ปลาหลี่ฮื้อสดๆ ตัวหนึ่งถูกขอดเกล็ดและแล่เป็นชิ้นบาง ๆ อย่างรวดเร็ว หม้อดินบนเตาก็กำลังเดือดปุด ๆ
พ่อครัวฟ่านหย่อนก้อนไขมันวัวลงไป เมื่อมันค่อย ๆ ละลาย น้ำแกงก็เปลี่ยนเป็นสีแดงอมเหลืองอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน กลิ่นหอมประหลาดสายหนึ่งก็ลอยฟุ้งไปทั่วทั้งโรงครัว
"กลิ่นหอมฟุ้งเตะจมูกดีจริง ๆ แต่ไม่รู้ว่ารสชาติจะเป็นอย่างไรบ้าง ? " เฉินเฮ่อซงยืนอยู่ตรงประตู แอบชื่นชมอยู่ในใจ
ไม่นานนัก เนื้อปลาที่แล่เตรียมไว้ก็ถูกนำไปใส่ในหม้อดินพร้อมกับเต้าหู้และผักกาดดอง
น้ำแกงเดือดพล่าน ค่อย ๆ ซึมซาบเข้าไปในเนื้อปลา
ใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งก้านธูป พ่อครัวฟ่านก็ยกลงจากเตา
เนื้อปลาต่างจากเนื้อวัวเนื้อแกะตรงที่มีความนุ่มละมุน ใช้เวลาต้มเพียงครู่เดียวก็กินได้แล้ว หากต้มนานเกินไป ไม่เพียงแต่รสสัมผัสจะแย่ลง แต่เนื้อปลาก็จะเละจนไม่เป็นชิ้นอีกด้วย
มองดูเนื้อปลาที่แช่อยู่ในน้ำแกงสีแดงเดือดพล่าน เฉินเฮ่อซงก็แลบลิ้นเลียริมฝีปาก หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบชิ้นปลาเข้าปาก
ชา เผ็ด หอม !
ชั่วพริบตาเดียว รสสัมผัสอันแสนจะกระตุ้นความอยากอาหารก็ระเบิดขึ้นในโพรงปาก บนหน้าผากของเขาผุดเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ขึ้นมาทันที
เนื้อปลาอันนุ่มละมุนผสมผสานเข้ากับรสเผ็ดร้อนนี้ แม้แต่กลิ่นคาวโคลนที่ปกติแล้วจัดการได้ยากที่สุด ตอนนี้เฉินเฮ่อซงกลับไม่ได้กลิ่นเลยแม้แต่น้อย !
"รสชาตินี้..."
เขาเบิกตากว้าง คีบเต้าหู้กับผักกาดดองเข้าปากไปอีกหลายชิ้น
เมื่อเทียบกับเนื้อปลาแล้ว รสชาติของผักกาดดองกับไขมันวัวหม่าล่าน่าจะเข้ากันได้ดีกว่า เปรี้ยวเผ็ดกลมกล่อม ราวกับสวรรค์สร้างมาคู่กัน
"เถ้าแก่เฉิน รสชาติเป็นอย่างไรบ้างขอรับ ? " พ่อครัวฟ่านเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น แต่ลูกจ้างหลายคนในโรงครัวต่างก็ถูกกลิ่นหอมแปลกใหม่นี้ดึงดูดให้เข้ามายืนล้อมวง รอฟังคำวิจารณ์จากเฉินเฮ่อซง
แต่เมื่อเผชิญกับความคาดหวังของทุกคน เฉินเฮ่อซงกลับไม่พูดพร่ำทำเพลง เอาแต่สวาปามคำโต ๆ อย่างไม่ลืมหูลืมตา
"เอาสุรามา ! "
เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง หันไปสั่งลูกจ้าง แล้วก็เสริมขึ้นมาอีกประโยคว่า "เอาซานเยวี่ยชุนนะ ! "
ลูกจ้างไม่กล้าชักช้า รีบยกสุราฤทธิ์แรงมาให้หนึ่งกาอย่างรวดเร็ว
เฉินเฮ่อซงรินใส่จอกแล้วกระดกพรวดเดียวจนหมด
ใบหน้าของเขาแดงก่ำราวกับเลือดคั่งในพริบตา เขากลั้นหายใจ นัยน์ตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย
ผ่านไปหลายสิบลมหายใจ เขาถึงได้ค่อย ๆ พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา กำหมัดแน่นพลางเอ่ย "มารดามันเถอะ สะใจโว้ย ! รสชาตินี้... มันคือความสุขขั้นสุดยอดบนโลกมนุษย์ชัด ๆ ! "
ลูกจ้างในโรงครัวต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก รู้สึกตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
ปกติแล้วเฉินเฮ่อซงเป็นคนสุภาพอ่อนโยน ไม่เคยสบถคำหยาบคายเช่นนี้มาก่อน ก้อนไขมันวัวสีแดงก้อนเล็ก ๆ นี่ มีเวทมนตร์วิเศษถึงเพียงนี้เชียวหรือ ?
"พวกเจ้าลองชิมดูสิ ! "
เขาดันชามและตะเกียบไปให้ บรรดาพ่อครัวที่รอคอยมานานรีบแย่งกันชิมทันที
"เถ้าแก่เฉิน รสชาติของก้อนไขมันนี่มันจะอร่อยล้ำเกินไปแล้ว ! อาหารที่ปรุงด้วยเจ้านี่ รสสัมผัสมันโดดเด่นไม่เหมือนใครจริง ๆ !" พ่อครัวฟ่านอยู่ในวงการอาหารมาหลายสิบปี มั่นใจว่าตัวเองก็ผ่านโลกมาไม่น้อย น้อยครั้งนักที่จะมีอาหารรสเลิศเมนูไหนทำให้เขาสนใจได้
แต่เนื้อปลาต้มผักกาดดองธรรมดา ๆ ตรงหน้านี้ เพียงแค่เติมก้อนไขมันสีแดงนี่ลงไป ก็ทำให้เขาน้ำลายสอ ความอยากอาหารพุ่งปรี๊ดขึ้นมาในพริบตา !
"ชา เผ็ด สด หอม ! กินเข้าไปคำเดียว ก็รู้สึกได้ถึงเหงื่อร้อน ๆ ที่ไหลซึมออกมา สบายไปทั้งตัวเลยขอรับ"
ฟ่านอ้วนเป็นพ่อครัวมืออาชีพ ย่อมรู้ซึ้งถึงคุณค่าของมันดี "หากเป็นช่วงหน้าหนาว นอกหน้าต่างมีลมหนาวพัดผ่าน หิมะโปรยปราย บนโต๊ะมีหม้อดินตั้งเตาถ่านแบบนี้ คีบเนื้อเข้าปากสักคำ ตามด้วยสุราฤทธิ์แรงสักจอก... จุ๊ ๆ นี่แหละคือความสุขดั่งเทพเซียน"
"ข้าขอถามเจ้า หากใช้สิ่งนี้เป็นเครื่องปรุงหลักในการทำอาหาร กิจการของร้านเราจะกลับมารุ่งเรืองได้อีกหรือไม่ ? " เฉินเฮ่อซงเอ่ยถามอย่างจริงจัง
"ของสิ่งนี้มีรสสัมผัสแปลกใหม่ ไม่ว่าจะเอาไปต้ม ผัด... หรือจะเอาไปคลุกบะหมี่ ทำเป็นซอสก็ยังได้" พ่อครัวฟ่านได้ยินดังนั้นก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า "หากร้านเรานำเข้ามาใช้ ย่อมต้องดึงดูดลูกค้าให้มาลิ้มลองความแปลกใหม่ได้มากมายแน่ อย่างน้อย ๆ ในหน้าหนาวปีนี้ กิจการจะต้องดีกว่าปีก่อน ๆ อย่างแน่นอนขอรับ"
"แต่ข้าเป็นแค่พ่อครัว ทำได้แค่ประเมินจากรสชาติของอาหารเท่านั้น ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ คงต้องให้เถ้าแก่เป็นคนตัดสินใจเองแล้วล่ะขอรับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินเฮ่อซงก็ลูบคาง
ของสิ่งนี้มีรสสัมผัสแปลกใหม่ หากนำออกไป ย่อมสร้างความฮือฮาในวงการอาหารได้อย่างแน่นอน
และที่สำคัญที่สุดก็คือ มันเป็นของที่หลี่มูนำมา
"หลี่มูผู้นี้... มักจะสร้างปาฏิหาริย์ได้เสมอ" เฉินเฮ่อซงนึกถึงสุราซานเยวี่ยชุน สุราราคาแพงลิบลิ่วที่ช่วยดึงดูดลูกค้าให้หอสุ่ยเซียนได้อย่างล้นหลามในช่วงที่ผ่านมา จนสามารถสยบหอสุราหลายแห่งในเมืองอันผิงที่มีชื่อเสียงทัดเทียมกันลงได้จนโงหัวไม่ขึ้น บีบให้พวกมันต้องยอมหั่นราคาเพื่อแย่งชิงลูกค้ากลับไป
แล้วก้อนไขมันวัวก้อนนี้ล่ะ...
จะมีเวทมนตร์วิเศษเหมือนซานเยวี่ยชุนหรือไม่ ?
……
ตอนที่หลี่มูดื่มน้ำชาหมดไปสองกา ประตูห้องส่วนตัวก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง
เฉินเฮ่อซงเดินอมยิ้มเข้ามา เอ่ยว่า "น้องหลี่ ก้อนไขมันวัวนั่น... หอสุ่ยเซียนขอรับไว้ทั้งหมด ! "
"พวกเรามาคุยเรื่องราคากันดีกว่า ของสิ่งนี้... เจ้าตั้งใจจะขายชั่งละเท่าไหร่รึ ? "