- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 183 ราคา - ส่วนแบ่งกำไรสี่ส่วน !
ตอนที่ 183 ราคา - ส่วนแบ่งกำไรสี่ส่วน !
ตอนที่ 183 ราคา - ส่วนแบ่งกำไรสี่ส่วน !
ตอนที่ 183 ราคา - ส่วนแบ่งกำไรสี่ส่วน !
เฉินเฮ่อซงเอ่ยปากถามราคาอย่างตรงไปตรงมา
รสชาติของก้อนไขมันวัวหม่าล่าได้พิชิตใจเขาไปแล้ว หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจที่จะซื้อมัน !
"เถ้าแก่เฉิน ท่านช่างตรงไปตรงมาดีจริง ๆ " หลี่มูได้ยินก็ยิ้มออกมา เขาวางถ้วยชาลงแล้วเอ่ยเสียงเบา "ท่านกับข้ารู้จักกันมานานก็นับว่าเป็นสหายกัน ข้าจะไม่พูดอ้อมค้อมก็แล้วกัน ก้อนไขมันวัวนี้ ข้าสามารถส่งให้หอสุ่ยเซียนได้ แต่ข้าไม่เอาเงิน"
เมื่อได้ยินดังนั้น บนใบหน้าของเฉินเฮ่อซงกลับไม่มีความยินดีใดๆ ซ้ำยังดูแปลกประหลาดพิกล
เขาคลุกคลีอยู่ในแวดวงการค้ามาหลายปี ย่อมรู้ดีว่าบนโลกใบนี้ไม่มีของฟรีอย่างเด็ดขาด
แม้หลี่มูจะมีน้ำใสใจจริงกับเขาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ลึกซึ้งถึงขั้นนั้น
"น้องหลี่ไม่เอาเงิน แสดงว่าต้องการอย่างอื่นแทนงั้นรึ ? " รอยยิ้มของเฉินเฮ่อซงแข็งค้างไปเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ เขาตบหน้าอกรับรอง "เจ้าพูดมาได้เลย ขอเพียงข้าหามาได้ ย่อมไม่มีปัญหา"
"พูดจริงรึ ? "
"จริงแท้แน่นอน ! "
"ดี ในเมื่อเถ้าแก่เฉินใจป้ำขนาดนี้ ข้าก็จะพูดตรง ๆ เลยแล้วกัน" หลี่มูใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ เอ่ยเน้นทีละคำ "ข้าต้องการ... ส่วนแบ่งกำไรสี่ส่วนของหอสุ่ยเซียน ! "
เงียบ
เงียบสงัดราวกับป่าช้า
สิ้นคำพูดนี้ ภายในห้องส่วนตัวก็เงียบสงัดจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตกกระทบพื้น
สีหน้าของเฉินเฮ่อซงเขียวคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัด
"น้องหลี่ เจ้าไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม ? "
เขาฝืนยิ้ม พยายามรักษาโทนเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ "แค่ก้อนไขมันวัวเพียงก้อนเดียว เจ้าก็กล้าขอส่วนแบ่งถึงสี่ส่วนเชียวรึ..."
"เจ้ารู้ไหมว่าแต่ละเดือนหอสุ่ยเซียนหาเงินได้เท่าไหร่ ? "
เมื่อฟังคำพูดที่แฝงไว้ด้วยความไม่พอใจและเป็นปรปักษ์ของอีกฝ่าย หลี่มูกลับสงบนิ่งยิ่งนัก ในเมื่อเขากล้าเรียกร้องเช่นนี้ ย่อมเตรียมใจมาแต่เนิ่น ๆ แล้ว
เขาค่อย ๆ หมุนถ้วยชาไปมา เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า "แม้เมืองอันผิงจะเป็นแค่เมืองเล็ก ๆ ในอำเภอผิงหยวน แต่ก็ถือว่าเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองเป็นอันดับต้น ๆ คหบดีในเมืองก็มีไม่น้อย การค้าขายคึกคัก กำไรแต่ละเดือนของหอสุ่ยเซียนอย่างน้อย ๆ ก็น่าจะราวสามพันตำลึง"
"สามพันดูเหมือนจะเยอะ แต่การเปิดร้านในเมืองอันผิง แต่ละเดือนก็ต้องมีค่าใช้จ่ายไปกับการวิ่งเต้นบนล่าง หักลบกลบหนี้แล้ว เงินที่ตกถึงกระเป๋าพวกข้าจริง ๆ ก็แค่สองพันห้าร้อยตำลึงเท่านั้น" เฉินเฮ่อซงมีเส้นสายกว้างขวาง แต่สิ่งเหล่านี้ก็ต้องใช้เงินเพื่อรักษาไว้เช่นกัน "หากแต่ละเดือนต้องแบ่งให้เจ้าก่อนหนึ่งพันสองร้อยตำลึง กิจการนี้พวกข้าก็คงทำต่อไปไม่ไหวแล้วล่ะ ! "
ไม่ว่าจะเป็นศาลาว่าการ ค่ายทหารรักษาการณ์ หรือแม้แต่ฝ่ายภาษี... คนพวกนี้ล้วนเป็นเหมือนหมาป่าหิวโซ
หอสุ่ยเซียนต้องควักเงินก้อนหนึ่งไปประเคนให้พวกมันกินอิ่มทุกเดือน
"ไม่ ที่ท่านคำนวณมันคือกำไรของเมื่อก่อนต่างหาก หากใช้ก้อนไขมันวัวนี้ ข้ารับประกันได้เลยว่ากำไรในแต่ละเดือนจะเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า" หลี่มูชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว ยิ้มพลางเอ่ย "แบบนี้ ต่อให้ต้องแบ่งผลกำไรกัน หอสุ่ยเซียนก็ยังได้เงินมากกว่าเมื่อก่อนเสียอีก ! "
เฉินเฮ่อซงเงียบไป
หากเป็นไปตามที่หลี่มูบอกคือกำไรเพิ่มสามเท่า หอสุ่ยเซียนย่อมต้องได้เงินมากขึ้นจริง ๆ
แต่เรื่องนี้มีความเสี่ยงสูงเกินไป อีกอย่างเขาเป็นแค่เถ้าแก่รอง จึงยังไม่กล้ารับปากสุ่มสี่สุ่มห้า
"น้องหลี่ ราคาค่างวดสี่ส่วนนี้มันสูงเกินไปจริง ๆ " หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เฉินเฮ่อซงก็ส่ายหน้า น้ำเสียงดูมืดครึ้มลงเล็กน้อย "ข้ารับไม่ได้หรอก"
หลี่มูมองดูท่าทางของเขา ก็รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ไม่อยากได้ก้อนไขมันวัวนี้ เพียงแต่คิดจะฉวยโอกาสกดราคาลงหน่อยก็เท่านั้น แต่สี่ส่วน เป็นราคาที่หลี่มูผ่านการคิดใคร่ครวญมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว
ไม่มีทางยอมถอยให้อย่างเด็ดขาด
"เถ้าแก่เฉิน ในเมื่อท่านลำบากใจ งั้นก็ช่างมันเถอะ" หลี่มูลุกขึ้นยืน ทำท่าจะเดินจากไป "ธุรกิจสุราซานเยวี่ยชุนพวกเราก็ยังทำร่วมกันต่อไป ส่วนก้อนไขมันวัวนี้... ข้าไปหาหุ้นส่วนคนใหม่เอาก็ได้"
"ช้าก่อน ! "
เมื่อเห็นหลี่มูจะไป เฉินเฮ่อซงก็ร้อนใจขึ้นมาทันที
เมื่อครู่นี้เขาได้ลิ้มลองรสชาติอันโอชะมาแล้ว ย่อมรู้ดีว่าหากก้อนไขมันวัวนี้ถูกขายให้กับหอสุราแห่งอื่นในเมือง กิจการของร้านเขาจะต้องได้รับผลกระทบอย่างหนักแน่นอน
ซ้ำสุราซานเยวี่ยชุนที่ดึงดูดลูกค้าได้มากที่สุดของหอสุ่ยเซียนในตอนนี้ ก็มาจากฝีมือของหลี่มูเช่นกัน
หากหลี่มูไปหาหุ้นส่วนคนอื่นได้จริง ๆ แล้วอีกฝ่ายเสนอราคางาม ๆ ซื้อสิทธิ์การขายทั้งก้อนไขมันวัวและสุราไป กิจการของหอสุ่ยเซียนเกรงว่าคงต้องตกต่ำดำดิ่งลงอย่างแน่นอน !
"น้องหลี่ เจ้าอย่าเพิ่งใจร้อนสิ พวกเรามาคุยกันก่อนเถอะ"
เฉินเฮ่อซงคว้าข้อมือหลี่มูไว้ เปลี่ยนท่าที หันมาใช้ไพ่ความผูกพัน "เจ้ากับข้าก็เป็นคนคุ้นเคยกันมาเก่าก่อน ตอนที่เจ้าเพิ่งเข้าเมืองมาใหม่ ๆ พี่ชายคนนี้ก็ช่วยเหลือเจ้าไว้ไม่น้อยเลยนะ..."
"เจ้าลืมไปแล้วรึ ท่านแม่ทัพหลินแห่งค่ายทหารรักษาการณ์ ข้าก็เป็นคนแนะนำให้เจ้าได้รู้จักเชียวนะ ! "
"..."
เฉินเฮ่อซงพล่ามยาวเหยียดอยู่ตั้งนาน
หลี่มูยืนฟังเงียบ ๆ จนจบ มุมปากเผยรอยยิ้มบาง ๆ "เถ้าแก่เฉิน ท่านช่วยข้าไว้มากจริง ๆ แต่ท่านก็น่าจะจำได้นะว่า... ทุกครั้ง ข้าก็จ่ายเงินตอบแทนไปแล้วเหมือนกัน"
คำพูดของเฉินเฮ่อซงหยุดชะงักไปในทันที ตอนที่เร่ขายเนื้อแกะ เขาเก็บเงินหลี่มูไปสองตำลึง
ตอนที่แนะนำให้รู้จักแม่ทัพหลิน หลี่มูก็เป็นฝ่ายลดราคาเขากวางให้ถึงสิบตำลึง
ต่อมาตอนที่จัดการกองคาราวานอาชาเหล็ก แม้เฉินเฮ่อซงจะให้ความร่วมมือเล่นงิ้วฉากหนึ่งและช่วยกระจายข่าว แต่หลังจากเรื่องสำเร็จ สุราซานเยวี่ยชุนก็มอบให้หอสุ่ยเซียนเป็นผู้ผูกขาดการขายแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งช่วยดึงลูกค้าให้พวกเขาได้มหาศาล
"เถ้าแก่เฉิน ข้าเป็นคนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ มีเรื่องดี ๆ อะไรก็จะนึกถึงสหายเป็นอันดับแรก แต่เรื่องธุรกิจก็ต้องว่ากันตามธุรกิจ ต่อให้เป็นสหายที่สนิทกันแค่ไหน เรื่องเงินทองก็ต้องแยกแยะให้ชัดเจน" หลี่มูหุบยิ้ม สีหน้าจริงจังและเคร่งขรึมเป็นอย่างยิ่ง "ท่านเปิดหอสุรามาตั้งนาน น่าจะรู้ดีนะว่าก้อนน้ำมันพริกนี้จะสร้างผลกำไรได้มหาศาลขนาดไหน"
"การที่ข้านำมันมาเสนอที่หอสุ่ยเซียนเป็นที่แรก ก็ถือว่าเห็นแก่สายสัมพันธ์อันดีในอดีตระหว่างเราแล้ว ส่วนเรื่องส่วนแบ่งกำไร ข้าจะไม่ยอมถอยให้เด็ดขาด"
หลี่มูในปัจจุบันนี้ไม่ใช่พรานป่ายากจนที่เพิ่งเข้าเมืองมาใหม่ ๆ อีกต่อไปแล้ว
เขามีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับพรรคเฉาปัง มีข้อตกลงลับกับเฉาหย่างอี้ เรียกได้ว่ากว้างขวางทั้งบนดินและใต้ดินในเมืองอันผิง
หากคิดจะกอบโกยเงินทองแบบไม่สนเส้นศีลธรรม เขาก็สามารถทำตัวเหมือนฉินเซี่ยหู่ในอดีต อาศัยกำลังความรุนแรงข่มขู่รีดไถและปล้นชิงพวกคหบดีเศรษฐีในเมืองได้อย่างสบาย ๆ
แต่ช่วงนี้เกิดเรื่องราวติดต่อกันมากมาย หลี่มูได้เข้าไปอยู่ในสายตาของบุคคลสำคัญหลายคนแล้ว
แม่ทัพฮั่วและแม่ทัพหลิวคงไม่ต้องพูดถึง ส่วนท่านเจ้าเมืองติงและพวกผู้มีอิทธิพลที่หนุนหลังเขาอยู่ เมื่อรู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้แล้ว ย่อมต้องเพ่งเล็งมาที่หลี่มูอย่างแน่นอน
หากเวลานี้ยังทำตัวกำเริบเสิบสาน ทำอะไรข้ามหน้าข้ามตา ก็คงหนีไม่พ้นถูกคนจับจุดอ่อน จนต้องตายอย่างไร้ที่ฝังศพ
"พูดกันแบบไม่เกรงใจเลยนะ"
หลี่มูสูดลมหายใจเข้าลึก "เมืองอันผิงในตอนนี้ หากวันนี้ข้าปล่อยข่าวออกไปว่าอยากจะหาคนร่วมทุนทำธุรกิจ ไม่ทันตกเย็น ธรณีประตูของโรงกลั่นสุราชุนอี้ฟางคงถูกเหยียบจนพังไปแล้ว"
"ต่อให้ข้าอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไรเลย ก็ยังมีเถ้าแก่ร้านค้าอีกไม่น้อยที่แย่งกันเอาเงินมาประเคนให้เพื่อประจบสอพลอข้า"
สีหน้าของเฉินเฮ่อซงเต็มไปด้วยความจนใจ
เพราะเขารู้ดีว่านี่คือความจริง
ด้วยชื่อเสียงและสถานะของหลี่มูในตอนนี้ ในเมืองอันผิงมีคนตั้งเท่าไหร่ที่อยากจะสานสัมพันธ์กับเขา !
"น้องหลี่ ถึงอย่างไรข้าก็เป็นแค่เถ้าแก่รอง... เจ้าให้เวลาข้าหน่อย ข้าขอไปปรึกษากับเถ้าแก่ใหญ่ก่อน แล้วจะรีบมาให้คำตอบเจ้าทันที ดีหรือไม่ ? " เฉินเฮ่อซงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ
เงียบไปครู่หนึ่ง
หลี่มูชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว "สองวัน ข้าให้เวลาท่านอย่างมากแค่สองวันเท่านั้น"
……
ทางเหนือของเมือง ภายในห้องอุ่นของคฤหาสน์หลังใหญ่
ชายวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าแพรพรรณโดยมีอนุภรรยารูปงามคอยปรนนิบัติ เขามองดูเฉินเฮ่อซงที่อยู่เบื้องล่างด้วยสีหน้ามืดครึ้ม "ถึงกับกล้าเรียกร้องส่วนแบ่งกำไรตั้งสี่ส่วนเชียวรึ ? ช่างกล้าอ้าปากขอจริง ๆ ..."
"ไอ้บ้านนอกคอกนา ต่อให้สถานะจะเปลี่ยนไปยังไง ก็แก้สันดานคนเคยจนที่หิวเงินจนหน้ามืดตามัว ซึ่งฝังลึกอยู่ในกระดูกดำไม่ได้หรอก ! "