- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 181 ก้อนไขมันวัวหม่าล่า
ตอนที่ 181 ก้อนไขมันวัวหม่าล่า
ตอนที่ 181 ก้อนไขมันวัวหม่าล่า
ตอนที่ 181 ก้อนไขมันวัวหม่าล่า
"รสชาติเป็นยังไงบ้าง ? "
"ถ้าไม่อร่อยก็คายออกมาเถอะ..."
ทุกคนมองป้าหวังด้วยสายตาเวทนา พากันส่งเสียงเกลี้ยกล่อมเซ็งแซ่
แต่ทว่าวินาทีต่อมา นางกลับเบิกตากว้าง เคี้ยวตุ้ย ๆ พลางเอ่ยเสียงอู้อี้ว่า "นี่... นี่มันหอมเกินไปแล้ว ! "
"ไม่มีกลิ่นคาวเลยสักนิด ! "
สิ้นคำพูดนี้ ก็ราวกับอสนีบาตฟาดเปรี้ยงลงกลางวง
ป้าหวังมือไวเป็นพัลวัน ใช้ตะกร้อลวกตักเครื่องในขึ้นมาจนพูนชาม คว้าตะเกียบได้ก็คีบใส่ปากเคี้ยวกร้วม ๆ อย่างตะกละตะกลาม
เมื่อเห็นนางกินอย่างเอร็ดอร่อยขนาดนั้น คนอื่น ๆ ก็เก็บซ่อนความอยากรู้อยากเห็นในใจไว้ไม่ไหวอีกต่อไป พากันกรูเข้ามาล้อมวง แย่งกันคีบคนละหนุบคนละหนับเพื่อลิ้มลองรสชาติ
ไม่กินก็ไม่รู้ แต่พอเครื่องในและเนื้อตุ๋นในกระทะเข้าปาก พวกเขาก็ได้สัมผัสกับรสชาติที่ตนเองไม่เคยพานพบมาก่อนในชีวิต !
ทั้งชา ทั้งเผ็ดร้อน !
เนื้อตกถึงท้องคำเดียว ก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านตั้งแต่ช่องปากไปจนถึงกระเพาะอาหาร เหงื่อร้อน ๆ ผุดซึมขึ้นมาทั่วทั้งตัวในทันที
"เครื่องในนี่ไม่มีกลิ่นคาวเหม็นสาบจริง ๆ ด้วย รสสัมผัส... เหมือนจะอร่อยกว่าขาแกะซะอีก ! "
ต้าจู้เผ็ดจนสูดปากซีดซาด มือซ้ายถือหมั่นโถว มือขวายังคงใช้ตะเกียบคีบเนื้อในกระทะไม่หยุด กินจนเหงื่อแตกพลั่กเต็มหัว แต่ก็ไม่ยอมวางมือเลยแม้แต่น้อย
"เครื่องปรุงนี่มันวิเศษขนาดนี้เชียว ? "
"ถึงจะทั้งร้อนทั้งฉุนจมูก แต่ก็หยุดกินไม่ได้เลย อยากจะกินต่อไปเรื่อย ๆ รู้สึกเหมือนจะเจริญอาหารขึ้นตั้งเยอะแน่ะ ! "
"เถ้าแก่ ของสีแดง ๆ นี่เรียกว่าอะไรหรือ ? "
ทุกคนต่างสวาปามกันอย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางความตื่นตะลึง ล้วนเอ่ยถามหลี่มูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
มุมปากของหลี่มูยกโค้งขึ้นเล็กน้อย เอ่ยเสียงเบาว่า "สิ่งนี้เรียกว่า พริก"
"มันสามารถนำมาทำเป็นซอส นำไปหมัก หรือจะเอาไปผัดกับกับข้าวโดยตรงเลยก็ได้ ข้าอยากจะใช้รสสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ของมัน มาสร้างสรรค์อาหารตำรับใหม่ขึ้นมา ข้าเชื่อว่ามันจะต้องโด่งดังไปทั่วทั้งอาณาจักรต้าฉีอย่างแน่นอน ! "
ก่อนหน้านี้ตอนที่หลี่มูบอกว่าจะสร้างสรรค์อาหารตำรับใหม่ขึ้นมา พวกคนในทีมล่าสัตว์ต่างก็ไม่ได้มีความเชื่อมั่นอะไรนัก เพราะถึงแม้หลี่มูจะมีฝีมือทำอาหารอยู่บ้าง แต่จะเอาไปเทียบกับพ่อครัวในเมืองหลวงก็คงไม่ได้ ต่อให้เทียบกับฝีมือพ่อครัวของหอสุ่ยเซียนในเมืองอันผิง ก็ยังนับว่าห่างชั้นกันอยู่มาก
ทว่าตอนนี้ หลังจากที่พวกเขาได้ลิ้มลองเนื้อตุ๋นพริกกระทะนี้แล้ว ความคิดก็เปลี่ยนไปในทันที
รสสัมผัสของพริกนี้มันช่างเป็นเอกลักษณ์และยั่วยวนใจเหลือเกิน แม้เนื้อกระทะนี้ของหลี่มูจะใช้วิธีการทำแบบบ้าน ๆ ธรรมดาที่สุด แต่ทั้งรูป รส กลิ่น ล้วนเหนือความคาดหมายของทุกคนไปไกลลิบ
ลำพังแค่เครื่องปรุงรสชนิดนี้เพียงอย่างเดียว ก็มากพอที่จะพลิกโฉมวงการอาหารได้แล้ว
"เถ้าแก่ ข้าว่าต้องสำเร็จแน่ ! " ต้าจู้รีบยกนิ้วโป้งให้ทันที
หลี่มูกวาดสายตามองไปรอบ ๆ
เมื่อได้รับการยอมรับจากทุกคน ภายในใจของเขาก็เปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจ
ในยุคปัจจุบัน ร้านหม้อไฟหม่าล่าเปิดกันให้เกลื่อนเมือง ต่อให้การแข่งขันในวงการอาหารจะดุเดือดเลือดพล่านขนาดไหน แต่ร้านหม้อไฟก็ยังคงกอบโกยเงินทองเป็นกอบเป็นกำและรุ่งเรืองไม่เสื่อมคลาย นี่ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนพอแล้ว
"ดี งั้นพวกเราก็ลงมือกันเลย" หลี่มูยืดเส้นยืดสาย บิดเอวเล็กน้อยพลางเอ่ย "คืนนี้พวกเราจะอดหลับอดนอน เคี่ยวก้อนไขมันวัวหม่าล่าออกมาสักหน่อย พรุ่งนี้เช้า จะได้เอาไปส่งที่หอสุ่ยเซียน ! "
……
เวลาหนึ่งคืน ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว
วันรุ่งขึ้น พวกหลี่มูที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืนพักผ่อนด้วยความงัวเงียจนถึงใกล้เที่ยง ถึงได้ถือ 'ก้อนไขมันวัวที่แข็งตัวและผสมกับพริก' หลายก้อน มุ่งหน้าไปยังหอสุ่ยเซียน
เฉินเฮ่อซงที่ไม่ได้พบหน้ากันเสียนานยังคงต้อนรับขับสู้ด้วยความกระตือรือร้นเป็นอย่างยิ่ง เขาเชิญหลี่มูเข้าไปในห้องส่วนตัวบนชั้นสอง
"น้องหลี่ เมื่อหลายวันก่อนในเมืองมีข่าวลือหนาหูมาก หลายคนบอกว่าเจ้าจบเห่แน่แล้ว... แต่ข้ากลับรู้สึกว่าคนดีผีคุ้มอย่างเจ้าต้องรอดมาได้ และมันก็เป็นอย่างที่ข้าคิดไว้ไม่มีผิด ! "
เฉินเฮ่อซงสั่งให้คนยกน้ำชาเข้ามาให้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แล้วลดเสียงลงต่ำเอ่ยว่า
"ได้ยินข่าวหรือยัง ? เมื่อสามวันก่อน ใต้เท้าต่งเป่าเฟิง ขุนนางผู้ควบคุมการขนส่งเกลือเมืองหงโจว ถูกริบทรัพย์ข้อหาสมคบคิดกับโจรป่า แม้แต่ท่านเจ้าเมืองหงโจวเองก็โดนหางเลข ถูกถอดหมวกขุนนางปลดจากตำแหน่งไปด้วย"
"ตอนนี้ท่านเจ้าเมืองคนใหม่ เป็นขุนนางบู๊ที่ถูกย้ายมาจากค่ายทหารป้องกันเมืองหลวงเชียวนะ..."
หลี่มูได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วขึ้น
เรื่องของใต้เท้าต่งในที่สุดก็รู้ผล หินก้อนใหญ่ในใจของเขาก็ถูกยกออกไปเสียที
เป็นไปตามคาด ผู้มีอำนาจสูงสุดคนใหม่ของเมืองหงโจวมาจากสายขุนนางบู๊จริง ๆ คราวนี้เมืองหงโจวทั้งเมืองก็กลายเป็นสีเดียวกัน ถูกบรรดาขุนนางบู๊ควบคุมไว้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้ว
"เรื่องขุนนางในราชสำนัก ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเราหรอก" หลี่มูจิบน้ำชา เอ่ยด้วยท่าทีไม่แยแส "การต่อสู้แย่งชิงอำนาจในราชสำนักก็เหมือนเทพเซียนตีกัน ชาวบ้านตาดำ ๆ อย่างพวกเรา ขอแค่หาเงินเลี้ยงครอบครัวได้ก็พอแล้ว"
"..." เฉินเฮ่อซงได้ยินดังนั้น ก็ทอดสายตามองเขาด้วยความหมายลึกซึ้ง
หูตาของเขาในเมืองอันผิงนั้นกว้างไกลมาก
ตั้งแต่ตอนที่หลี่มูไปล่วงเกินใต้เท้าต่ง เรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น เฉินเฮ่อซงล้วนรู้ดีแจ่มแจ้งทุกประการ
วีรกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้เขาเกิดความยำเกรงต่อหลี่มูอย่างถึงที่สุด
เฉินเฮ่อซงย่อมไม่ลืมว่า เมื่อสองสามเดือนก่อน อีกฝ่ายยังเป็นแค่พรานป่ายากจนที่ต้องมาประจบประแจงเขาเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีอยู่เลย ทว่าบัดนี้กลับมีคุณสมบัติมากพอที่จะไปงัดข้อกับขุนนางขั้นห้า ซ้ำยังเป็นฝ่ายชนะเสียด้วย!
แม้ในเรื่องนี้จะมีปัจจัยเรื่องท่านแม่ทัพฮั่วและท่านแม่ทัพหลิวเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธความสามารถของตัวหลี่มูเองได้เลย
"น้องหลี่ช่างเป็นคนถ่อมตนและเก็บตัวดีจริง ๆ " สมองของเฉินเฮ่อซงหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว ในเมื่ออีกฝ่ายไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ เขาก็รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง รีบเปลี่ยนเรื่องทันที "ไม่ทราบว่าคราวนี้ น้องหลี่มีช่องทางรวยอะไรมาแนะนำข้าอีกล่ะ ? "
หลี่มูได้ยินก็ยังไม่ได้หยิบก้อนไขมันวัวออกมาในทันที แต่ทำทีเป็นดึงเช็ง เอ่ยอย่างเชื่องช้าว่า "เถ้าแก่เฉิน ช่วงนี้กิจการของหอสุ่ยเซียนเป็นอย่างไรบ้าง ? "
"ไม่ปิดบังน้องหลี่หรอกนะ กิจการไม่ค่อยดีนัก" เฉินเฮ่อซงยิ้มขื่น "แม้สุราซานเยวี่ยชุนจะช่วยดึงลูกค้ามาจากร้านอาหารและหอสุราอื่น ๆ ในเมืองได้ไม่น้อย แต่ตอนนี้ก็ใกล้จะเข้าหน้าหนาวแล้ว วัตถุดิบหลายอย่างขนส่งลำบาก พวกผักสด ปลาเป็น ๆ ราคาเริ่มพุ่งสูงขึ้น"
"ประกอบกับพ่อครัวของร้านข้าก็ทำแต่อาหารรสชาติเดิม ๆ มาเป็นสิบปี ต่อให้อร่อยแค่ไหน ลูกค้าก็คงกินจนเบื่อแล้วล่ะ ตอนนี้ใกล้จะหน้าหนาว กิจการซบเซา ข้ากำลังเตรียมจะส่งพ่อครัวไปเรียนทำอาหารเมนูใหม่ ๆ ที่เมืองหลวงอยู่พอดี"
หลี่มูได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาสองสามเสียง พลางเอ่ย "จะลำบากไปทำไม ? "
"ข้าสามารถมอบอาหารตำรับใหม่ให้หอสุราของท่านได้เดี๋ยวนี้เลย รับรองว่าจะทำให้ลูกค้าหลั่งไหลมาไม่ขาดสายอย่างแน่นอน ! "
มือที่ถือถ้วยชาของเฉินเฮ่อซงชะงักงัน
เขาทำหน้าตกตะลึง จ้องมองหลี่มูพลางเอ่ย "น้องหลี่เคยเรียนทำอาหารมาด้วยหรือ ? "
ปัง !
ก้อนไขมันวัวหลายก้อนที่ห่อด้วยผ้าฝ้ายถูกหยิบออกมา วางกระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรง
"นี่คือสิ่งใดกัน ? "
"นี่เรียกว่า ก้อนน้ำมันพริก" หลี่มูลุกขึ้นยืน เอ่ยเสียงขรึมว่า "เป็นสิ่งที่ข้าใช้กระดูกวัว ฮวาเจียว พริก... และเครื่องปรุงรสอีกหลากหลายชนิดมาเคี่ยวจนกลายเป็นก้อน เวลาทำอาหาร เพียงแค่ใส่เจ้านี่ลงไปนิดหน่อย ก็จะทำให้รสชาติลื่นคอ หอมกรุ่น กระตุ้นความอยากอาหารได้อย่างดีเยี่ยม"
"ไม่ว่าจะทอด ผัด ต้ม ตุ๋น หรือลวกเนื้อ ก็ทำได้อร่อยเหาะทั้งนั้น ! "
สีหน้าของเฉินเฮ่อซงดูแปลกประหลาดพิกล
แม้หลี่มูจะพูดจาหว่านล้อมซะดิบดี แต่เขาเปิดหอสุรามาหลายปีขนาดนี้ ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่า แค่อาศัยเครื่องปรุงรสเพียงอย่างเดียว ก็สามารถเนรมิตให้รสชาติอาหารเกิดความเปลี่ยนแปลงอันน่าอัศจรรย์ได้ถึงเพียงนี้ !
นี่มันเรื่องเพ้อฝันชัด ๆ !
"น้องหลี่ ของสิ่งนี้... มันวิเศษอย่างที่เจ้าว่าจริง ๆ รึ ? " เฉินเฮ่อซงทำหน้าไม่เชื่อ "พวกเราก็ค้าขายด้วยกันมาตั้งนาน เจ้าคงไม่ได้กำลังหลอกข้าอยู่หรอกนะ ! "