- หน้าแรก
- นักพรตสวดคัมภีร์ เกิดใหม่ครานี้ข้าขอเป็นคนบาปปราบมาร
- บทที่ 35 - ลาศึกจอมเจ้าเล่ห์
บทที่ 35 - ลาศึกจอมเจ้าเล่ห์
บทที่ 35 - ลาศึกจอมเจ้าเล่ห์
บทที่ 35 - ลาศึกจอมเจ้าเล่ห์
จู่ๆ ก็มีคลื่นเสียงระเบิดดังขึ้นที่ข้างหูซ้ายของจางเหวินเฟิง เป็นการโจมตีที่แปลกประหลาดมาก
จางเหวินเฟิงถูกกระแทกจนตาพร่ามัว ใบหน้าเผยให้เห็นถึงความเจ็บปวด เขารีบหยุดฝีเท้า ใช้กระบี่ไผ่มรกตในมือขวางกั้นเอาไว้ ฝีเท้าโซซัดโซเซถอยร่นไปด้านหลังในแนวเฉียง ไม่สามารถประคองตัวให้เดินเป็นเส้นตรงได้ราวกับคนเมาเหล้า
"เคร้ง" ดาบและกระบี่ปะทะกัน แรงสั่นสะเทือนมหาศาล
กระบี่ในมือแทบจะหลุดกระเด็น ร่างกายเสียศูนย์ซวนเซไปหลายก้าว รีบร้องตะโกนว่า "เตะมัน!"
เขาต้องการเวลาฟื้นตัวสักนิด อีกฝ่ายก็โดนแผนลอบกัดของเขาไปเหมือนกัน ตอนนี้กำลังเคลื่อนไหวไม่สะดวกพอดี
ทั้งสองฝ่ายต่างเตรียมกลอุบายลอบกัดเอาไว้ให้กันและกัน ผลัดกันเสียเปรียบไปคนละที
เงาดำสายหนึ่งพุ่งออกมาจากความมืด ดีดตัวทะยานขึ้นสู่อากาศ ส่งเสียงดัง "ตึง" ทิ้งรอยยุบสี่หลุมไว้บนพื้น
หลวนถิงซานที่กำลังเอามือกุมตาซ้ายได้ยินเสียงฝีเท้าเหยียบพื้นจากด้านหลัง ก็หันขวับกลับมาตวัดดาบฟันเฉียง นักพรตหนุ่มโดนวิชาเสียงระเบิดของเขาเข้าไปเต็มๆ ตอนนี้กำลังเอาตัวไม่รอด ในระยะเวลาสั้นๆ คงไม่เป็นภัยคุกคามต่อเขา
เขารู้สึกหวาดระแวงไอ้ตัวที่ซ่อนอยู่ในความมืดและสามารถเข้าประชิดตัวเขาได้
อารามเต๋าโทรมๆ แห่งนี้ ทำไมถึงมีแต่ยอดฝีมือเต็มไปหมด?
ไอ้เฒ่าเป๋ที่ยืนยังจะไม่อยู่คนนั้น กลับใช้เพลงทวนจงผิงได้อย่างดุดัน กดดันจนชายชุดดำต้องถอยร่นไม่เป็นขบวน เรื่องบ้าบอคอแตกอะไรกันเนี่ย ปีนี้มันปีชงหรือไง?
หลวนถิงซานฟันดาบวืด จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ รีบแหงนมองขึ้นไปบนฟ้า
เป็นลาขนดำที่เขาบังเอิญเจอตอนปีนกำแพงเข้ามานั่นเอง มันกระโดดข้ามหัวเขาไป กีบเท้าหลังอันใหญ่โตทั้งสองข้างเตะสวนลงมาที่กลางกระหม่อมของเขาอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ส่วนดาบหัวผีในมือขวาของเขาก็ฟันสุดแรงเกิดไปแล้ว ดึงกลับมาไม่ทัน
ท่ามกลางความฉุกละหุก เขากำหมัดซ้าย โคจรพลังหยวนชี่ แล้วชกสวนขึ้นไปด้านบนอย่างแรง
สัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่งรู้จักพรางตัว แถมยังกระโดดขึ้นไปเตะคนจากบนหัวได้อีก
นี่มันบำเพ็ญเพียรจนกลายเป็นปีศาจไปแล้วหรือไง?
แปลกตรงที่เขาไม่ยักกะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังปีศาจจากตัวลาเลย
"ปึกๆ" กีบเท้าเตะเข้าที่หมัดอย่างจัง ทำเอาหมัดซ้ายของหลวนถิงซานเกือบกระดูกแตก เจ็บปวดรวดร้าว!
ไอ้สัตว์เดรัจฉานนี่พละกำลังมหาศาลจริงๆ!
ถ้าไม่ได้พลังหยวนชี่ห่อหุ้มหมัดเอาไว้ล่ะก็ งานนี้คงเละไม่เป็นท่าแน่ๆ
น้ำตาไหลพรากจากตาซ้ายของหลวนถิงซาน เขาพยายามเบิกตาขวาให้กว้าง ตวัดดาบเป็นวงโค้งกว้าง ฟันตามหลังเงาดำร่างยักษ์บนฟ้าไปติดๆ เจ้าลาจอมเจ้าเล่ห์นั่นใช้ขาหลังถีบเขาสองที ยืมแรงหมัดของเขาดีดตัวเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศหนีไปไกล ไม่ยอมปะทะยืดเยื้อ
เมื่อเห็นทิศทางที่มันตกลงไป หลวนถิงซานก็โกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง ตะโกนลั่น "ระวังไอ้ลานั่น!"
ไอ้ลานั่นต้องเป็นปีศาจไปแล้วแน่ๆ รู้จักใช้แผนล่อเสือออกจากถ้ำ พลิ้วไหวกลางอากาศเสียจนน่าหมั่นไส้
เขาเอ่ยปากเตือนช้าไปเสียแล้ว หญิงสาวชุดดำที่กำลังต่อสู้พัวพันกับศิษย์พี่รองอย่างดุเดือด จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงลมพัดวูบมาจากด้านหลังศีรษะ เธอรีบเอียงคอหลบ นึกว่ามีใครลอบปาอาวุธลับใส่ ลาอะไรนั่น เธอไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ
หลบการลอบโจมตีครั้งแรกพ้น แต่ก็ไม่อาจหลบหลีกการเตะต่อเนื่องไร้เงาครั้งที่สองได้พ้น
กีบเท้าลาสีดำทะมึนที่เปื้อนคราบดิน "ป๊อก" กระแทกเข้าที่ขมับซ้ายของหญิงสาวชุดดำอย่างจัง
ศีรษะของหญิงสาวเอียงวูบอย่างแรง ท่ามกลางเสียงกระดูกแตก "กร๊อบ" ดวงตาทั้งสองข้างที่โผล่พ้นผ้าปิดหน้าเบิกโพลงจนแทบจะถลนออกมา
ร่างของเธอโอนเอน โซเซหมุนคว้างไปทางขวาอย่างควบคุมไม่ได้
ศิษย์พี่รองดีใจเนื้อเต้น ก้าวพรวดเดียวใช้กระบี่แทงทะลุคอของโจรสาว แล้วกระชากออกอย่างแรง
เขาไม่นึกเลยว่าลาที่เจ้าอาวาสบอกว่ามีจิตวิญญาณนักหนา จะช่วยต่อสู้ได้ด้วย แถมยังดุร้ายและเก่งกาจถึงเพียงนี้!
ฉลาดเป็นกรดเลย พรุ่งนี้เขาจะให้รางวัลลาด้วยการเพิ่มกากถั่วให้สองมื้อเลยทีเดียว
เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด สาดกระเซ็นใส่ศิษย์พี่รองที่เพิ่งเคยแทงคนเป็นครั้งแรกจนเปียกโชกไปครึ่งตัว กลิ่นคาวเลือดโชยเตะจมูก ทำเอาเขาคลื่นไส้แทบอาเจียน ต้องถอยหลังไปหลายก้าว ใช้กระบี่ยันพื้นไว้พลางหอบหายใจแฮกๆ
"หมังชิง!"
เมื่อเห็นหญิงสาวคนนั้นพลาดท่าเสียทีในพริบตา หลวนถิงซานก็โกรธจนขบกรามแน่น ไอ้ลาเวรนั่น
น่ารังเกียจที่สุด! แน่จริงก็มาเจอกับข้าสิวะ!
จางเหวินเฟิงถอยร่นไปไกลห้าหกจ้าง เขาส่ายหัวอย่างแรง อาการเริ่มดีขึ้นแล้ว รู้สึกเหมือนน้ำในสมองกำลังกระเพื่อมไหว ยังคงได้ยินเสียงหึ่งๆ สะท้อนไปมา เขาตวัดกระบี่ไผ่มรกตในมือ ตะโกนว่า "เข้ามา! อยากได้กระบี่ในมือข้านักไม่ใช่หรือ ข้าจะใช้กระบี่เล่มนี้ส่งเจ้าลงนรกเอง"
โจรนั่นจ้องมองกระบี่ไผ่มรกตที่เขาชักออกมา แววตาแห่งความโลภที่เผยให้เห็นนั้น เขาแอบสังเกตเห็นนานแล้ว
เรื่องแก้แค้นคงเป็นแค่ผลพลอยได้ เป้าหมายที่แท้จริงคือความอยากได้ของวิเศษต่างหาก
โจรสามคนตายไปแล้วหนึ่ง ส่วนลาขนดำที่ร่อนลงสู่พื้น ก็ดริฟท์สะบัดหางอย่างเท่ พุ่งพรวดเข้าใส่ชายชุดดำที่กำลังถูกลุงเป๋กดดันอยู่อย่างดุดันเกรี้ยวกราด
เขาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ถึงคราวที่เขาจะใช้ไม้ตายจัดการกับหัวหน้าโจรตรงหน้าบ้างแล้ว
ถึงพลังหยวนชี่จะหมดเกลี้ยง ก็ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังอีกต่อไป
อย่างน้อย เขาก็ยังมีลาศึกปีศาจจอมเจ้าเล่ห์เป็นผู้ช่วยอีกหนึ่งแรง
จางเหวินเฟิงแบ่งสมาธิท่องเคล็ดวิชาชำระใจ บังคับตัวเองให้ตั้งสติจากเสียงหึ่งๆ ในหู ปลายกระบี่ในมือชี้ไปที่หัวหน้าโจรที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่จ้าง สับเท้าก้าวเข้าไปหาหลวนถิงซานอย่างรวดเร็ว
ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ปากของอีกฝ่าย ระแวดระวังไม่ให้อีกฝ่ายใช้วิชาเวทอันลึกลับนั่นลอบกัดเขาได้อีก
หลวนถิงซานใช้แขนเสื้อปาดน้ำตาที่พร่ามัวตาซ้ายอย่างแรง มือข้างเดียวตวัดดาบ หางตาคอยชำเลืองมองมือซ้ายของไอ้หนุ่มตรงหน้าที่หดอยู่ในแขนเสื้ออย่างเห็นได้ชัดว่ากำอะไรบางอย่างเอาไว้ ขาทั้งสองข้างพุ่งทะยานไปข้างหน้า
ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอีกครั้ง ดาบและกระบี่กระทบกัน เกิดเสียงดังกังวานถี่ยิบ
ระดับพลังของเขาเหนือกว่าขั้นหนึ่ง มีความเชี่ยวชาญในการใช้พลังหยวนชี่ สามารถใช้พละกำลังกดดันได้
ส่วนจางเหวินเฟิงมีกระบวนท่ากระบี่ที่พลิกแพลงหลากหลาย ซ่อนรังสีอำมหิตไว้ในความพลิ้วไหวและงดงาม เพลงกระบี่เหนือกว่าอีกฝ่ายขั้นหนึ่ง
การปะทะกันในครั้งนี้ของทั้งสองฝ่ายต่างก็ใจเย็นมาก ทั้งรุก รับ และป้องกัน มีจังหวะก้าวถอยที่เหมาะสม แลกหมัดกันอย่างรวดเร็ว หมุนสับเปลี่ยนตำแหน่งกันโจมตีเป็นวงล้อ ไม่ใจร้อนหวังเผด็จศึกอีกฝ่ายในดาบเดียว เอาแต่หยั่งเชิงหาจุดอ่อนอย่างไม่ลดละ
อีกด้านหนึ่ง ชายชุดดำดูเหมือนจะหวาดหวั่นการโจมตีของลาขนดำมากยิ่งขึ้น เมื่อเห็นลาพุ่งเข้ามาจากด้านข้าง เขาก็รีบตวัดกระบี่ฟันเฉียง ฝีเท้าถอยร่นไปทางหลวนถิงซานอย่างรวดเร็ว หากเจ้าลากล้าพุ่งเข้ามา กระบี่เล่มนี้ต้องได้อาบเลือดแน่
ลาขนดำกลัวเจ็บกลัวตาย มันไม่ยอมพุ่งเข้าไปรับคมดาบหรอก กีบเท้าหน้าเหยียบเบรกดังเอี๊ยดหยุดชะงัก
หันลำตัวขวาง หันก้นให้ชายชุดดำ ขาหลังลอยขึ้นจากพื้น ถีบรัวๆ ภายใต้แสงไฟที่สว่างไสววูบวาบ ราวกับมีเงาเท้านับไม่ถ้วน
"เคร้งๆ" เสียงดังสนั่นสองสามครั้ง ชายชุดดำทนแรงปะทะไม่ไหว กระบี่แคบในมือหลุดกระเด็นลอยขึ้นฟ้า
ลุงเป๋สบช่องโหว่ ร่างกายกะเผลกไปมา ก้าวแมวป่าอันแปลกประหลาดถูกใช้ออกมาอย่างกะทันหัน ความเร็วในการพุ่งทะยานสูงลิ่ว
ชะแลงเหล็กยาวในมือของเขาแหวกอากาศส่งเสียงหวีดหวิว
"ฟุ่บ" ในชั่วพริบตาที่กระบี่แคบของชายชุดดำกระเด็นหลุดมือจนเสียศูนย์ เสียงดังฉึกก็ดังขึ้น แทงทะลุหน้าอกด้านซ้ายของชายชุดดำ ทะลุออกหลังเฉียงๆ
เพลงทวนจงผิงกระบวนท่านี้ ลุงเป๋ไม่ได้ออมแรงอีกต่อไป โหดเหี้ยมและเด็ดขาด
คิดว่าเขาแก่แล้ว ฆ่าโจรไม่ได้หรือไง?
เขาแทงชะแลงเหล็กทะลุร่างอีกฝ่ายจนสุดระยะห่างแขนกว่าๆ แล้วจึงหยุด นี่เป็นการป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายดิ้นรนตอบโต้ก่อนตาย
ทันใดนั้น ดวงตาของลุงเป๋ก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เขาเห็นผิวหนังบริเวณฝ่ามือ หน้าผาก และแก้มที่โผล่พ้นผ้าปิดหน้าของชายชุดดำ จู่ๆ ก็มีขนสีขาวฟูฟ่องงอกออกมาอย่างประหลาด นัยน์ตาสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมฟ้าดุจผีไฟป่า น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
เมื่อคืนลุงเป๋เพิ่งฟังศิษย์พี่รองเล่าเรื่องที่เจ้าอาวาสสังหารโจรสาวและฟันผีดิบจนตาย จำได้ขึ้นใจ
เขาโพล่งออกมาว่า "ผีดิบขาว!"
...
(จบแล้ว)