เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 - หญิงสาวนามโม่เหว่ยอี

บทที่ 46 - หญิงสาวนามโม่เหว่ยอี

บทที่ 46 - หญิงสาวนามโม่เหว่ยอี


บทที่ 46 - หญิงสาวนามโม่เหว่ยอี

★★★★★

ฟิ้ว...

สายลมพัดโชย ใบไม้ร่วงหล่น

ณ ลานกว้างบริเวณรอบนอกเทือกเขาวงกต ซูอี้ฉือจ้องมองหญิงสาวในชุดสีหมึกที่หันกลับมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

เสื้อคลุมสีดำมีฮู้ดบดบังใบหน้าของนางไปกว่าครึ่ง ซูอี้ฉือมองเห็นเพียงแค่ช่วงล่างจมูกลงมา ริมฝีปากสีแดงสดรูปกระจับและปลายคางเรียวสวย ปอยผมหลุดลุ่ยลงมาเคลียแก้มทั้งสองข้าง

เป็นกลิ่นอายที่อธิบายไม่ถูก ทั้งยังแฝงไปด้วยความลึกลับ

ซูอี้ฉือรู้สึกประหม่าเล็กน้อย หากอีกฝ่ายคิดว่าเขาเป็นศัตรู ด้วยฝีมือระดับนาง เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเอาชนะได้หรือไม่

"เอ่อคือ..."

ทว่าในขณะที่ซูอี้ฉือกำลังจะเอ่ยปากทำลายบรรยากาศอันเงียบงัน อีกฝ่ายกลับไม่มีทีท่าว่าจะสนใจเขาเลยแม้แต่น้อย ร่างของนางพลิ้วไหว ทิ้งไว้เพียงเงาจางๆ ในอากาศแล้วหายวับไปจากตรงนั้นทันที

ไปแล้วงั้นหรือ

ไม่ได้พูดอะไรสักคำ

ซูอี้ฉือสูดจมูกแก้เก้อ ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะเมินเขาแบบนี้

แต่พูดก็พูดเถอะ ซูอี้ฉือรู้สึกทึ่งกับการโจมตีต่อเนื่องสามครั้งสุดท้ายของนางจริงๆ

พริบตาเดียวเปลี่ยนตำแหน่งถึงสามครั้ง ผู้ถูกเรียกขานระดับปฐพีทั้งสามคนยังไม่ทันได้ร้องขอชีวิตด้วยซ้ำ

"ไม่รู้ว่านางเป็นผู้ถูกเรียกขานระดับไหนกันแน่"

ซูอี้ฉือพึมพำกับตัวเอง เขาเหลือบมองศพทั้งสามบนพื้น หลังจากสังหารทั้งสามคนแล้ว นางก็ไม่ได้เอาปลอกแขนของพวกมันไป นั่นพิสูจน์ให้เห็นว่าระดับของนางต้องสูงกว่าสามคนนี้อย่างแน่นอน

"อย่าบอกนะว่าเป็นผู้ถูกเรียกขานระดับสวรรค์"

ซูอี้ฉือลอบคาดเดาในใจ

ผู้ถูกเรียกขานระดับสวรรค์ที่อายุไม่ถึงยี่สิบปีเชียวหรือ

น่าทึ่งไม่เบาเลยแฮะ

หลังจากใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ประกายเจ้าเล่ห์ก็วาบขึ้นในดวงตาของซูอี้ฉือ เขาเดินตรงเข้าไปหาสามศพนั้น รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก

"พี่ชายทั้งสาม ตอนมีชีวิตอยู่พวกท่านทำชั่วมาเยอะ วันนี้ต้องมาตายอยู่ที่นี่ ก็ถือว่าสมควรแก่เหตุแล้วล่ะ ส่วนสมบัติในกระเป๋าพวกท่าน ทิ้งไว้ตรงนี้เดี๋ยวคนอื่นก็เก็บไปอยู่ดี ข้าน้อยขอรับไว้แทนก็แล้วกัน"

พูดจบ ซูอี้ฉือก็ปลดอุปกรณ์เก็บของจากร่างของทั้งสามคนออกมา

เข็มขัดมิติหนึ่งเส้น แหวนมิติสองวง

เมื่อซูอี้ฉือส่งกระแสจิตเข้าไปสำรวจ สีหน้าของเขาก็เบิกบานขึ้นมาทันที

"รวมกันแล้วมีเหรียญเรียกขานตั้งสองร้อยกว่าเหรียญแนะ..."

ประหลาดใจจริงๆ!

ผู้ถูกเรียกขานระดับปฐพีที่ลอบโจมตีเขาก่อนหน้านี้ มีเหรียญเรียกขานแค่ยี่สิบเอ็ดเหรียญเท่านั้น แต่สามคนนี้รวมกันกลับมีมากกว่าตั้งสิบเท่า

"จุ๊ๆๆ..." ซูอี้ฉือส่ายหัว "พี่ชายทั้งสามไปปล้นฆ่าคนมามากเท่าไหร่กันนะ ถึงได้สะสมเหรียญเรียกขานไว้เยอะขนาดนี้ ข้าจะใช้ทรัพยากรเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดก็แล้วกัน ขอบใจมาก"

คนอื่นเขาฆ่าคนชิงทรัพย์

แต่ซูอี้ฉือกลับฉวยโอกาสเก็บของฟรีเฉยเลย

ปากก็นับเหรียญเรียกขานไป ปากก็พร่ำพูดจาถากถางไป

ถ้าคนตายได้ยินที่คนเป็นพูด สงสัยทั้งสามคนคงจะโกรธจนฟื้นคืนชีพขึ้นมาแน่ๆ

"พสุธากล้าหาญ..." ซูอี้ฉือเหลือบมองปลอกแขนของทั้งสามคน ทว่าบนนั้นไม่ได้สลักคำว่า 'พสุธาเร้นลับ' เอาไว้ "ไม่ใช่คนของเขต 80 หรอกหรือ..."

แต่เขาก็ไม่ได้แปลกใจอะไรนัก

เทือกเขาวงกตกว้างใหญ่ไพศาล แต่ละวันมีผู้ถูกเรียกขานเดินทางมาที่นี่มากมายนับไม่ถ้วน

ไม่ใช่แค่คนจากเขต 80 เท่านั้นที่มารับภารกิจที่นี่

จากนั้นซูอี้ฉือก็เก็บกวาดทรัพย์สินที่ค้นได้จากทั้งสามคนเตรียมตัวจะจากไป ทว่าเพิ่งก้าวไปได้เพียงสองก้าว ฝ่าเท้าของเขาก็เหยียบเข้ากับของแข็งบางอย่าง

"นี่มันคือ..."

เขายกเท้าออก ก้มหน้าลงมอง ก็เห็นหยกพกสีขาวขุ่นชิ้นหนึ่งฝังอยู่ในทราย

"เอ๊ะ"

ซูอี้ฉือเอื้อมมือไปหยิบหยกพกชิ้นนั้นขึ้นมา สัมผัสเย็นเฉียบแผ่ซ่านจากปลายนิ้ว เชือกที่ร้อยหยกพกมีรอยขาด เห็นได้ชัดว่าเพิ่งจะร่วงหล่นลงมาไม่นาน

"อย่าบอกนะว่านางเผลอทำตกไว้"

ด้วยความสงสัย ซูอี้ฉือจึงสังเกตลวดลายบนหยกพกอย่างละเอียด

ลวดลายนั้นประณีตงดงามมาก

ขอบด้านนอกเป็นรูปวงกลมสลักลวดลายซับซ้อนและงดงาม ตรงกลางหยกมีรูปพระจันทร์เสี้ยวสลักอยู่

ลวดลายพระจันทร์เสี้ยวประกอบกับขอบลวดลายด้านนอก ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นค่ายกลอักขระลึกลับโบราณ

ซูอี้ฉือพลิกหยกพกกลับด้านโดยสัญชาตญาณ ด้านหลังมีตัวอักษรเล็กๆ สลักไว้อย่างวิจิตรบรรจงสามคำ

โม่เหว่ยอี!

"โม่เหว่ยอี..." ซูอี้ฉือพึมพำคำสามคำนี้เบาๆ

ชื่อของนางงั้นหรือ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นชื่อที่ไพเราะมาก

ราวกับหยดน้ำหมึกสีครามที่หยดลงบนกระดาษสา มีกลิ่นอายของความโบราณอันเป็นเอกลักษณ์

ซูอี้ฉือเลิกคิ้วขึ้น กวาดสายตามองไปรอบๆ "ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนางจะกลับมาตามหาของชิ้นนี้หรือเปล่านะ"

เขาครุ่นคิดว่าจะวางหยกพกชิ้นนี้ไว้ในที่ที่สังเกตเห็นได้ง่ายดีหรือไม่

แต่ในเทือกเขาวงกตมีผู้ถูกเรียกขานสัญจรไปมามากมาย หากวางทิ้งไว้สุ่มสี่สุ่มห้า อาจจะโดนคนอื่นหยิบไปก็ได้

ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ซูอี้ฉือก็ไม่ได้คิดจะรั้งอยู่ที่นี่ต่อ เขาเก็บหยกพกไว้กับตัว คาดเดาทิศทางของเขต 80 คร่าวๆ แล้วออกเดินทาง

...

ณ เขต 80!

หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน ซูอี้ฉือก็กลับมาที่เขต 80 อีกครั้ง

เขาถอดปลอกแขนสีเทาของผู้ถูกเรียกขานระดับมนุษย์ออก และเปลี่ยนมาสวมปลอกแขนสีน้ำเงินของผู้ถูกเรียกขานระดับปฐพีแทน

สายตาของทุกคนในเขต 80 ที่มองมาที่เขานั้น แตกต่างจากวันแรกที่มาถึงอย่างเห็นได้ชัด ความเย็นชาลดลงไปมาก

แม้ระดับปฐพีจะไม่ได้สูงส่งนัก แต่เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ถูกเรียกขานระดับมนุษย์ที่อยู่ล่างสุดแล้ว เขาย่อมมีสิทธิ์มีเสียงมากกว่า

เมื่อเดินผ่านย่านที่พักอาศัยอันกว้างขวาง ซูอี้ฉือก็ตรงไปยังหอพสุธาเร้นลับในเขตสงบศึกทันที

ชั้นหนึ่งของหอพสุธาเร้นลับไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก

ภารกิจบนบอร์ดก็ยังคงเหมือนเดิม

ซูอี้ฉือเลี้ยวซ้าย แล้วก้าวขึ้นบันไดไปชั้นสอง

ชั้นสองของหอพสุธาเร้นลับ!

หรูหรา โอ่อ่า!

เมื่อเทียบกับความมืดมิดและเก่าแก่ของชั้นหนึ่งแล้ว ชั้นสองเรียกได้ว่าหรูหราอลังการ

กระเบื้องปูพื้นที่ทำจากหินอ่อนราคาแพงเงาวับจนสะท้อนเงาคนได้ บนเพดานแขวนโคมไฟประดับตกแต่งอย่างสวยงาม

พื้นที่ตรงกลางของชั้นสองเป็นพื้นที่ส่วนกลาง รอบๆ มีเคาน์เตอร์ตั้งเรียงรายอยู่

ผู้ถูกเรียกขานหลายคนเดินขวักไขว่ไปมาในพื้นที่ส่วนกลาง และมุ่งหน้าไปยังเคาน์เตอร์ต่างๆ รอบๆ

ซูอี้ฉือกวาดสายตามองไปรอบๆ จากนั้นก็เดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ที่ไม่มีคนยืนอยู่

หลังเคาน์เตอร์มีชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบกว่าปีนั่งอยู่ บนตัวเขาไม่ได้สวมปลอกแขน คาดว่าคงไม่ใช่ผู้ถูกเรียกขานของที่นี่

และภารกิจทั้งหมดในหอพสุธาเร้นลับล้วนถูกประกาศโดยเจ็ดมหาจักรวรรดิ จึงเดาได้ไม่ยากว่าเขาผู้นี้คงจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ดูแลพื้นที่ในดินแดนแห่งการเรียกขาน

"ข้ามาส่งภารกิจขอรับ" ซูอี้ฉือเอ่ยขึ้น

"มีภารกิจอะไรบ้าง" ท่าทีของชายวัยกลางคนราบเรียบ ไม่ได้กระตือรือร้น แต่ก็ไม่ได้เย็นชา

"เยอะอยู่เหมือนกัน"

"เอาออกมาให้หมดสิ ข้าจะตรวจดูให้ทีละรายการ"

"วางไว้ตรงนี้เลยหรือ"

"อืม วางบนเคาน์เตอร์นี่แหละ"

"ได้เลย"

ซูอี้ฉือไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาหยิบแหวนมิติออกมาวงหนึ่ง จากนั้นก็รวบรวมสมาธิ ครืน... ทันใดนั้น ข้าวของภายในแหวนมิติก็ทะลักออกมาประดุจกระแสน้ำขนาดย่อม

ชายวัยกลางคนตั้งตัวไม่ทัน

"เดี๋ยว..."

ยังไม่ทันพูดจบ ข้าวของสารพัดชนิดก็กองเต็มเคาน์เตอร์ และล้นทะลักออกไปด้านข้าง

ความโกลาหลเล็กๆ นี้ดึงดูดความสนใจของผู้คนบนชั้นสองได้ทันที

สายตาหลายคู่มองมาทางนี้ด้วยความตกตะลึง

ชิ้นส่วนสัตว์อสูรมากมาย สมุนไพรสีสันสดใส และแร่ธาตุหายาก กองสุมกันเป็นภูเขาขนาดย่อมอยู่ที่มุมหนึ่งของเคาน์เตอร์ชั้นสอง

หางตาของชายวัยกลางคนหลังเคาน์เตอร์กระตุกยิกๆ

ไอ้หนุ่มนี่มันตัวอันตรายมาจากไหนกันเนี่ย

กวาดภารกิจบนบอร์ดชั้นหนึ่งมาหมดเลยหรือไง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 46 - หญิงสาวนามโม่เหว่ยอี

คัดลอกลิงก์แล้ว