เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 - ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่

บทที่ 34 - ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่

บทที่ 34 - ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่


บทที่ 34 - ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่

★★★★★

"ทางเข้าทั้งสามแห่งล้วนนำไปสู่ดินแดนแห่งการเรียกขาน เชิญพวกเจ้าเลือกได้ตามสบาย..."

บนอัฒจันทร์ชั้นสองทางทิศเหนือ แม่ทัพหานทอดสายตามองกลุ่มคนในลานประลองด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

แววตาของทุกคนต่างสาดประกายความเย็นชา

ทางเข้าทั้งสามแห่ง ทางหนึ่งเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแผดเผา ทางหนึ่งอวลไปด้วยหมอกพิษ และอีกทางหนึ่งก็มืดมิดเยือกเย็น

จะเลือกทางไหนดีล่ะ

ตามหลักทั่วไป คนส่วนใหญ่ก็คงจะต้องพิจารณาเลือกทางเข้าตรงกลาง

เพราะมันดูปกติที่สุดแล้ว

แต่ทว่า ยิ่งดูปกติมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งดูไม่ปกติมากเท่านั้น

"ประตูตรงกลาง แม้ดูสงบนิ่ง แต่ความจริงแล้วอาจจะเป็นประตูมรณะก็ได้ ส่วนสองข้างซ้ายขวา แม้ดูอันตราย แต่อาจจะมีทางรอดซ่อนอยู่" บางคนวิเคราะห์ขึ้นมา

"เล่นบ้าอะไรกัน ไร้สาระสิ้นดี..." ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมแห้งราวกับหนังหุ้มกระดูกสวมหมวกสานสบถออกมาอย่างหัวเสีย จากนั้นเขาก็พุ่งตัวออกไปทางประตูบานซ้ายที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงลุกโชนเป็นคนแรก

"เหอะ แค่ไฟแค่นี้ เผาข้าไม่ตายหรอก"

พูดจบ พลังอักขระปราณวิเศษในร่างของเขาก็ไหลเวียน วงแหวนแสงน้ำแข็งสีฟ้าแผ่กระจายออกมาคลุมรอบตัวเขากลายเป็นโล่พลังลมปราณ

"นั่นพลังอักขระธาตุน้ำแข็งนี่นา..." คนที่อยู่ด้านหลังร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ

"อืม พลังธาตุน้ำแข็งค่อนข้างหายากเลยล่ะ แม้จะไม่ใช่ผู้มีกายาจิตสวรรค์ตั้งแต่เกิด แต่ก็มากพอที่จะต้านทานความร้อนของเปลวไฟได้ในระยะเวลาสั้นๆ"

...

ภายใต้สายตาจับจ้องของทุกคน ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมแห้งก็พุ่งตัวเข้าไปในอุโมงค์เปลวเพลิงเป็นคนแรกโดยไม่มีความหวาดกลัวใดๆ

โล่น้ำแข็งช่วยสกัดกั้นเปลวไฟที่แผดเผาเข้ามา ชายผู้นั้นยิ้มเยาะอย่างภาคภูมิใจเมื่อเห็นว่าเปลวไฟถูกกันเอาไว้ด้านนอก

ทว่าเขายังดีใจได้ไม่ทันไร พอเดินเข้าไปได้ไม่ถึงสามเมตร คลื่นความร้อนภายในอุโมงค์ก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว

โล่น้ำแข็งรอบตัวเขาละลายหายไปในพริบตา

"อะไรกัน" ชายผู้นั้นหน้าถอดสี ใบหน้าอันผอมแห้งเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "ไม่..."

พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างถึงที่สุด เปลวเพลิงอันร้อนแรงก็พุ่งเข้าถาโถมใส่ร่างเขาทั้งจากด้านหน้า ด้านหลัง ซ้าย และขวา เปลี่ยนร่างของเขาให้กลายเป็นมนุษย์ไฟในพริบตา

"อ๊าก..." เขาดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด กรีดร้องอย่างน่าเวทนา และตะเกียกตะกายไขว่คว้าอากาศอย่างสะเปะสะปะ

เปลวเพลิงอันดุร้ายกลืนกินร่างของเขาไปอย่างรวดเร็ว เขาล้มฟุบลงอย่างไร้ทางสู้ตรงบริเวณปากทางเข้า จากนั้นก็ค่อยๆถูกแผดเผาจนกลายเป็นตอตะโกสีดำสนิทต่อหน้าต่อตาทุกคนที่กำลังตกตะลึง

ซี้ด...

ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ

มีคนตะโกนถามขึ้นมาทันที "พวกเจ้าหมายความว่ายังไง พวกเราผ่านการทดสอบของดินแดนแห่งการเรียกขานมาแล้วไม่ใช่หรือไง"

แม่ทัพหานบนอัฒจันทร์ตอบกลับด้วยความเย็นชา "ก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่การคัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น ตอนนี้ต่างหากคือการทดสอบที่แท้จริง อีกอย่าง ก่อนที่พวกเจ้าจะมา พวกเราก็เตือนแล้วว่าเมื่อมาถึงที่นี่ พวกเจ้าอาจจะต้องทิ้งชีวิต..."

"เจ้า"

"ถ้าหากพวกเจ้าไม่สามารถก้าวข้ามอุปสรรคแค่นี้ไปได้ ต่อให้เข้าไปในดินแดนแห่งการเรียกขานได้ ก็คงอยู่รอดได้ไม่กี่วันหรอก ตอนนี้พวกเจ้าเป็นเพียงแค่คนที่กำลังเดินทางไปสู่สนามรบ แต่ดินแดนแห่งการเรียกขานต่างหากที่เป็นขุมนรกอันโหดร้ายอย่างแท้จริง..."

คำพูดของแม่ทัพหานราวกับลิ่มน้ำแข็งที่ทิ่มแทงทะลุสันหลังของทุกคนจนหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ

ทุกคนต่างรู้สึกทั้งตกใจและโกรธแค้น

"เหอะ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าข้าจะไปไม่ถึงดินแดนแห่งการเรียกขาน..." ชายหน้าตาดุร้ายอีกคนพุ่งตรงไปที่ทางเข้าด้านขวา

ภายในอุโมงค์นั้นมีหมอกพิษสีน้ำเงินตลบอบอวลอยู่ ราวกับเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคระบาด

"เรื่องใช้พิษ ข้าไม่เคยกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น"

พูดจบ ชายผู้นั้นก็พลิกฝ่ามือ หยิบยาเม็ดหลากสีโยนเข้าปาก

พริบตาเดียว ผิวหนังของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีเทาอมม่วงอย่างน่าประหลาด ดูคล้ายกับมนุษย์กลายพันธุ์ที่เพิ่งแช่น้ำพิษมาหมาดๆ

"ตอนนี้ร่างกายของข้าต้านทานพิษได้ทุกชนิดแล้ว"

เขาก้าวเดินอย่างผ่าเผยเข้าไปในอุโมงค์ด้านขวา หมอกพิษสีน้ำเงินเข้มข้นลอยเข้ามาเกาะติดบนร่างของเขา

ชายผู้นั้นยิ้มอย่างพึงพอใจ ดูไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

ทว่าหลังจากนั้นเพียงไม่กี่อึดใจ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นแปลกประหลาด ใบหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาเบิกโพลง "เป็นไปได้ยังไง"

ผู้คนในลานประลองหน้าถอดสีทันที เมื่อเห็นผิวหนังของฝ่ายตรงข้ามเน่าเปื่อยอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

"อ๊าก..."

การเน่าเปื่อยลุกลามไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว ชายผู้นั้นกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เขายังวิ่งไม่ทันพ้นอุโมงค์ก็ล้มหัวคะมำลงกับพื้น เลือดเนื้อบนร่างละลายหายไปในพริบตา กลายเป็นเพียงโครงกระดูกสีขาวโพลน

ภาพอันน่าสยดสยองนี้สร้างความสะเทือนขวัญให้กับผู้คนอีกครั้ง

เพียงพริบตาเดียวก็มีคนตายไปถึงสองคน

แถมจุดจบยังน่าเวทนาถึงเพียงนี้ ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มเกิดความหวาดหวั่นขึ้นมาในใจ

ในขณะเดียวกัน สายตาของทุกคนก็หันไปจับจ้องที่อุโมงค์ตรงกลาง

มืดมิดและเยือกเย็น

ดูเหมือนจะเป็นทางเดียวที่ไม่มีสัญญาณอันตรายใดๆปรากฏให้เห็นชัดเจน

"หรือว่าจะเป็นกลลวงหลอกให้ตกใจ ความจริงแล้วทางนี้ต่างหากที่ปลอดภัยที่สุด"

"ก็เป็นไปได้นะ พวกเขาอาจจะจงใจทดสอบให้เราทำอะไรสวนทางกับสัญชาตญาณ โดยเอาทางรอดไปซ่อนไว้ตรงกลางระหว่างทางอันตรายสองทาง"

"เจ้าจะลองไปดูไหมล่ะ"

"ทำไมเจ้าไม่ไปเองเล่า"

...

ความคลางแคลงใจเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของทุกคน

ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา ไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามก้าวออกไป

"เหอะ ยังไงซะข้าก็โดนตระกูลใหญ่ตามล่าอยู่แล้ว ขืนออกไปก็ตายอยู่ดี ข้าจะขอดูหน่อยเถอะว่าพวกมันเล่นตุกติกอะไรอยู่..." ชายหน้าบากผู้มีกลิ่นอายอำมหิตตัดสินใจพุ่งตัวเข้าไปในอุโมงค์ตรงกลางท่ามกลางสายตาเลื่อมใสของทุกคน

เมื่อเขาเดินลึกเข้าไปจนร่างเกือบจะถูกความมืดมิดกลืนหายไป เขาก็ยังปลอดภัยดี

"เป็นแผนขู่ให้กลัวจริงๆด้วย ทางตรงกลางนี่แหละคือทางเข้า..."

"อ๊าก..."

ความตึงเครียดของทุกคนภายนอกยังไม่ทันได้ผ่อนคลาย ก็ต้องกลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง

กร้วม!

เสียงราวกับกระดูกลำคอถูกขบกัดดังออกมาจากในอุโมงค์ เสียงกรีดร้องเงียบหายไปในทันที จากส่วนลึกของอุโมงค์อันมืดมิด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งลอยปะทะจมูก

สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

กระทั่งซูอี้ฉือ เด็กหนุ่มชุดดำ และเด็กหนุ่มผู้ถือพัดที่อยู่ด้านหลังสุด ก็ยังอดไม่ได้ที่จะฉายแววตาตื่นตระหนกออกมา

"กลิ่นอายสัตว์อสูรรุนแรงมาก..." เด็กหนุ่มผู้ถือพัดกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

โฮก!

เสียงคำรามต่ำดังสะท้อนออกมาตามช่องลมจนปวดแก้วหู ภายในความมืดมิดของอุโมงค์ตรงกลาง ดวงตาสีเลือดคู่หนึ่งสาดประกายความดุร้ายออกมาอย่างเงียบเชียบ

นั่นมันอะไรกัน

ภายใต้สายตาอันตื่นตัวของทุกคน เงาร่างของสัตว์ร้ายที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอำมหิตก็ค่อยๆก้าวออกมา

สัตว์อสูร!

มันคือหมาป่าสีดำตัวเขื่องสูงกว่าห้าหกเมตร กลางหน้าผากมีลวดลายรูปจันทร์เสี้ยวสีเลือด แผ่นหลังเต็มไปด้วยหนามแหลมคม และในปากของมันยังคาบศีรษะมนุษย์กลมๆเอาไว้ด้วย

ศีรษะนั่นหลุดออกจากคอของเจ้าของร่างเดิมเสียแล้ว เลือดสดๆหยดติ๋งๆย้อมพื้นจนแดงฉาน

"หมาป่าจันทราสีน้ำเงิน" ใครบางคนในฝูงชนร้องอุทานออกมา

กี้!

ฟ่อ!

...

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ก็มีเสียงร้องแหลมประหลาดดังตามมาจากทางอุโมงค์เปลวเพลิงด้านซ้ายและอุโมงค์หมอกพิษด้านขวา

จากนั้น แมงมุมขนาดยักษ์ลำตัวสีแดงเพลิงราวกับลาวาเดือดและงูยักษ์ยาวราวยี่สิบสามสิบเมตรที่มีเกล็ดสีน้ำเงินปกคลุมไปทั่วร่างก็เลื้อยตามกันออกมา

"แมงมุมเพลิงมาร!"

"งูหลามพิษน้ำแข็ง!"

...

กระแสลมอันหนาวเหน็บพัดผ่านราวกับพายุหิมะ

เมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรยักษ์ทั้งสามตัว ใบหน้าของทุกคนล้วนเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น

แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีหลายคนที่แสดงสีหน้าดูแคลนออกมา

"เหอะ ที่แท้ก็สัตว์เดรัจฉานสามตัวนี่เองที่แกล้งทำผีหลอกคน ร่วมมือกันฆ่าพวกมันซะ"

"แค่เดรัจฉานสามตัวริอ่านมาขวางทาง ช่างน่าขันสิ้นดี"

"สับพวกมันให้เละเลย"

...

เนื่องจากผู้ที่มาที่นี่ล้วนเป็นพวกคนจริง ประกอบกับจำนวนผู้ถูกเรียกขานในลานประลองมีอยู่มาก ทุกคนจึงตั้งหลักได้อย่างรวดเร็ว

จากนั้น เงาร่างอันแผ่กลิ่นอายดุดันหลายสายก็พุ่งทะยานเข้าหาสัตว์อสูรทั้งสามตัว

กี้!

แมงมุมเพลิงมารส่งเสียงร้องแหลม มันพ่นใยแมงมุมออกจากปากพุ่งเข้าใส่คนที่อยู่หน้าสุด

เส้นใยเรียวเล็กมีความเร็วสูงมาก เมื่อรวมตัวกันก็พุ่งกระแทกเข้าที่หน้าอกของชายผู้นั้นราวกับเส้นลวดเหล็กแหลมคม

พริบตาเดียว หน้าอกและแผ่นหลังของฝ่ายตรงข้ามก็ถูกเจาะทะลุ

"อ๊าก..." ตามมาด้วยเปลวเพลิงที่ลุกท่วมร่างของคนผู้นั้น เปลวไฟอันร้อนแรงกลืนกินเขาไปในทันที

ฟ่อ!

งูหลามพิษน้ำแข็งขดตัวขวางอยู่หน้าปากอุโมงค์ มันอ้าปากกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวพิษ หมอกพิษสีน้ำเงินเข้มข้นพ่นออกมาจากปากราวกับเสาพายุ ทันทีที่มันสัมผัสผู้คนรอบข้าง ผิวหนังของพวกเขาก็เริ่มเปื่อยยุ่ยในทันที

ส่วนหมาป่าจันทราสีน้ำเงินที่อยู่ตรงกลางนั้นดุร้ายยิ่งกว่า ขากรรไกรของมันงับเข้าหากัน ศีรษะมนุษย์ที่คาบอยู่ก็ระเบิดแตกกระจายราวกับแตงโมถูกทุบ

มันใช้ทั้งสี่เท้ายันพื้น พุ่งทะยานเข้าไปในฝูงชนแล้วเริ่มกัดทึ้งอย่างบ้าคลั่ง

ลานประลองตกอยู่ในความวุ่นวายขั้นสุดทันที

บรรดาผู้ถูกเรียกขานต่างรุมล้อมสัตว์อสูรดุร้ายทั้งสามตัวเพื่อทำการเข่นฆ่า

ผู้ที่มาถึงที่นี่ได้ ล้วนแต่มีฝีมือไม่ธรรมดา หลายคนมีระดับการบำเพ็ญเพียรอยู่ในขอบเขตจิตสวรรค์ขั้นกลางถึงขั้นสูง บางคนถึงขั้นอยู่ในขั้นสูงสุดด้วยซ้ำ หากต้องรับมือกับสัตว์อสูรทั้งสามตัวนี้ ก็คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก

ทว่าหลังจากปะทะกันได้ไม่นาน ผู้คนกลับทยอยตกตายด้วยน้ำมือของสัตว์อสูรอย่างต่อเนื่อง

"แปลกจังเลย แมงมุมเพลิงมารกับงูหลามพิษน้ำแข็งเป็นแค่สัตว์อสูรระดับเก้าไม่ใช่หรือ ทำไมถึงแข็งแกร่งขนาดนี้ล่ะ"

"ใช่ ข้าเคยล่าเจ้างูหลามพิษน้ำแข็งมาก่อน แม้ตัวมันจะไม่ได้ใหญ่เท่าตัวนี้ แต่พละกำลังก็ไม่น่าจะต่างกันมากขนาดนี้นี่นา"

...

แมงมุมเพลิงมารกับงูหลามพิษน้ำแข็งล้วนเป็นสัตว์อสูรระดับเก้า แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นควบแน่นอักขระก็ยังสามารถต่อสู้กับมันได้ สำหรับผู้ที่อยู่ในขอบเขตจิตสวรรค์ การล่าพวกมันย่อมไม่ใช่เรื่องยาก

ส่วนหมาป่าจันทราสีน้ำเงินเป็นสัตว์อสูรระดับแปด ระดับของมันสูงกว่าเล็กน้อย แต่อย่างมากที่สุดก็เทียบเท่ากับสัตว์อสูรในระดับสูงสุดของขอบเขตจิตสวรรค์เท่านั้น เมื่อต้องเผชิญกับการรุมล้อมของผู้ถูกเรียกขานที่ดุดันมากมายขนาดนี้ มันไม่น่าจะอาละวาดได้ถึงเพียงนี้

แต่ในความเป็นจริง ฝ่ายตรงข้ามกลับแสดงความเกรี้ยวกราดดุร้ายออกมาอย่างผิดปกติ

ผู้ใดก็ตามที่ถูกกรงเล็บและคมเขี้ยวของมันเล่นงาน ล้วนต้องไส้ทะลักและตายคาที่ในทันที

...

"ประหลาดเกินไปแล้ว สัตว์อสูรสามตัวนี้ไม่น่าจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้นี่นา"

บริเวณใจกลางลานประลองใกล้กับบ่อน้ำพุ เด็กหนุ่มชุดดำที่ยังไม่ได้เข้าร่วมวงต่อสู้ขมวดคิ้วเอ่ยขึ้น

เด็กหนุ่มผู้ถือพัดที่อยู่ข้างๆหุบพัดในมือลงแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "มีเขาอยู่ที่นี่ ข้าก็ไม่แปลกใจเลยสักนิด"

"โอ๊ะ"

เด็กหนุ่มชุดดำชะงักไป

ซูอี้ฉือที่อยู่ไม่ไกลก็หรี่ตาลงเล็กน้อย ทั้งสามคนมองขึ้นไปยังอัฒจันทร์ทิศเหนือโดยพร้อมเพรียงกัน สายตาจับจ้องไปที่ชายหนุ่มชุดขาวผู้มีบุคลิกสุภาพเรียบร้อย

ท่ามกลางสายลมโศกศัลย์ ดื่มด่ำสุราโลหิต

สนทนาสรวลเสเฮฮา ส่งผู้คนลงสู่ปรโลก

เด็กหนุ่มผู้ถือพัดขมวดคิ้วเผยความเย็นชาออกมา "กุนซือหอเอกอุแห่งจักรวรรดิดารากลืนกินผู้เลื่องชื่ออย่างหงส์โลหิตมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ ย่อมแสดงว่าเรื่องในวันนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน"

"ข้าไม่ค่อยรู้เรื่องของคนผู้นั้นเท่าไหร่..." เด็กหนุ่มชุดดำส่ายหน้า "ในมุมมองของเจ้า เป้าหมายของเขาคืออะไรล่ะ"

เด็กหนุ่มผู้ถือพัดกำมือแน่นแล้วกล่าวเสียงขรึม "เห็นได้ชัดเลย ว่าเขาต้องการให้พวกเราทั้งหมดตายอยู่ที่นี่!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 34 - ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่

คัดลอกลิงก์แล้ว