เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 - หนึ่งกระบวนท่า

บทที่ 31 - หนึ่งกระบวนท่า

บทที่ 31 - หนึ่งกระบวนท่า


บทที่ 31 - หนึ่งกระบวนท่า

★★★★★

"ทำไมถึงมีไอ้หนูโผล่มาอีกล่ะ"

"รอนหาที่ตายรึไง"

"เด็กเมื่อวานซืนริอ่านอยากจะเป็นผู้ถูกเรียกขาน สงสัยคงจะเบื่อชีวิตสุขสบายที่บ้านเต็มทนแล้วล่ะมั้ง"

...

ท่ามกลางเสียงพูดจาถากถางของฝูงชน เด็กหนุ่มอายุราวสิบเจ็ดสิบแปดปีคนหนึ่งก็ก้าวขึ้นไปบนลานประลอง

เขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าหรูหรา มีป้ายหยกแขวนอยู่ที่เอว หน้าตาหล่อเหลาเอาการ ในมือถือพัดพับเอาไว้ เขาก้าวเดินเข้าไปหาทหารยามผู้เย็นชาด้วยท่วงท่าสบายๆราวกับกำลังเดินเล่นในสวน

เมื่อเห็นผู้มาเยือน ทหารยามก็ค่อยๆเก็บดาบเข้าฝัก

"ไม่ใช้ดาบหรือ" เด็กหนุ่มเอ่ยถามยิ้มๆ

"ไม่จำเป็น!" ทหารยามตอบกลับเสียงเรียบ

"ท่านจะมาออมมือให้ข้าเพียงเพราะเห็นว่าข้าอายุน้อยไม่ได้นะ!" เด็กหนุ่มกล่าวต่อ

"ไม่มีทาง เว้นเสียแต่ว่าเจ้าจะทำให้ข้าต้องชักดาบออกมาได้..."

"งั้นเริ่มกันได้เลยใช่ไหม"

"แน่นอน!"

ฟึ่บ... ทันทีที่สิ้นเสียงของทหารยาม ลมพายุรุนแรงก็พัดกรรโชกขึ้นมาบนลานประลอง ตามมาด้วยกลิ่นอายพลังอันมหาศาลดั่งเกลียวคลื่นที่ถาโถมเข้าครอบคลุมร่างของอีกฝ่าย

ทหารยามตกใจสุดขีด

ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบสนอง เด็กหนุ่มผู้นั้นก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวเขาเสียแล้ว

ฉัวะ! พัดพับในมือของเด็กหนุ่มกางออกทันที ดูราวกับรำแพนหางของนกยูงขนาดย่อม เขากวัดแกว่งพัดพับเข้าใส่ทหารยาม

ขอบพัดพับวาดเป็นเส้นโค้งแสงรูปวงแหวนกลางอากาศ พุ่งจู่โจมลงมาราวกับคมดาบ

ในยามคับขัน ทหารยามรีบชักดาบออกมาป้องกัน

ทว่าในเสี้ยววินาทีเดียวกับที่เขาชักดาบ ลำแสงจากพัดพับก็ฟาดลงบนสันดาบอย่างจัง

พลานุภาพดุจสายฟ้าฟาด พละกำลังมหาศาลสุดคณานับ

ปัง...

ประกายไฟกระเด็นกระดอนไปทั่วลานประลอง คลื่นอากาศอันปั่นป่วนแผ่กระจายออกไป ทหารยามถูกกระแทกจนถอยกรูด เขาจับดาบเอาไว้แน่น คมดาบปักลงบนพื้นลาน ลากร่างของเขาถอยไปจนถึงขอบลานประลองจึงหยุดลงได้

คมดาบลากพื้นจนเกิดเป็นรอยทางยาว ทหารยามย่อตัวคุกเข่าลงข้างหนึ่ง เกือบจะพลัดตกลงจากลานประลอง

เมื่อเห็นฉากนี้ ผู้คนที่อยู่ด้านล่างต่างก็ตกตะลึงไปตามๆกัน

ทุกคนล้วนแต่แสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ

เป็นไปได้อย่างไร

เด็กหนุ่มผู้ถือพัดมองทหารยามที่คุกเข่าอยู่ด้วยรอยยิ้ม "ยังต้องสู้ต่ออีกไหม"

ทหารยามกำด้ามดาบแน่น เขาฝืนลุกขึ้นยืนด้วยอาการสั่นเทาเล็กน้อย

"ไม่ต้องแล้ว เจ้าชนะ!"

ในฐานะผู้รับการประลอง เขาสามารถรับรู้ถึงความห่างชั้นระหว่างตนเองกับอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน

อีกเก้ากระบวนท่าที่เหลือ

ไม่จำเป็นต้องทดสอบอีกแล้ว

"ผ่านด่าน!" ชายวัยกลางคนผู้เคร่งขรึมที่อยู่ด้านล่างประกาศด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม

"ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณที่ออมมือ!" เด็กหนุ่มผู้ถือพัดหัวเราะเสียงดัง แม้สีหน้าจะมีความถ่อมตน แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความสง่าผ่าเผยและเป็นอิสระ

ทว่าหลังจากเด็กหนุ่มผู้ถือพัดเดินลงจากลานประลองไปได้ไม่นาน เงาร่างในชุดดำอีกสายหนึ่งก็ก้าวขึ้นไปบนลานประลองอีกครั้ง

"ไม่จริงน่า"

"ไอ้หนูอีกแล้วเรอะ"

"เจ้านี่ดูเด็กกว่าคนเมื่อกี้อีกนะเนี่ย!"

...

เด็กหนุ่มชุดดำดูอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปี หน้าตาหล่อเหลาคมคาย บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเกียจคร้าน

"ต้องรอให้ท่านพักเหนื่อยก่อนไหม"

ทหารยามผู้เย็นชาขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาจ้องมองเด็กหนุ่มชุดดำอย่างเย็นชาแล้วกล่าวว่า "ไม่จำเป็น"

"งั้นข้าลุยเลยนะ"

"เข้ามาเลย!"

เมื่อเทียบกับผู้ท้าประลองคนอื่นๆ เด็กหนุ่มทั้งสองคนนี้กลับเตือนอีกฝ่ายก่อนล่วงหน้าว่าพวกเขากำลังจะโจมตี

สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความอ่อนหัดในประสบการณ์ต่อสู้ของพวกเขา

แต่หากมองในอีกมุมหนึ่ง มันก็อาจจะเป็นความมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองก็ได้เช่นกัน

วิ้ง...

ฉับพลันนั้นเอง กระแสอากาศก็ส่งเสียงหวีดหร้องขึ้นมา ร่างของเด็กหนุ่มชุดดำทิ้งภาพติดตาเอาไว้ที่จุดเดิม จากนั้นประกายแสงก็พาดผ่านลานประลอง ทหารยามหน้าถอดสี รีบชักดาบออกมาหมายจะรับมือ

เคร้ง! ทว่าดาบของเขาเพิ่งจะยกขึ้นมาได้เพียงนิดเดียว ก็ต้องหยุดชะงักค้างอยู่กลางอากาศ

เด็กหนุ่มชุดดำชูสองนิ้วขึ้นมา นิ้วชี้และนิ้วกลางประกบเข้าหากัน ปลายนิ้วชี้ตรงไปที่คอหอยของฝ่ายตรงข้าม

ลำแสงสว่างไสวเปล่งประกายพันธนาการอยู่รอบปลายนิ้วของเขาราวกับลำแสงอันหนาวเหน็บ

"ท่านช้าไปหน่อยนะเนี่ย..." เด็กหนุ่มชุดดำยิ้มอย่างเกียจคร้าน หางตาที่โค้งลงเล็กน้อยดูมีเสน่ห์ไม่เบา

ทหารยามผู้ถือดาบมีเหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผาก แม้ว่าอีกฝ่ายจะใช้เพียงแค่สองนิ้วจี้ที่คอหอยของเขา แต่เขาก็ไม่สงสัยเลยว่าพลังดัชนีของฝ่ายตรงข้ามจะสามารถเจาะทะลวงคอหอยของเขาได้

"ผ่านด่าน..."

ยังไม่ทันที่ทหารยามจะยอมแพ้ ชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านล่างก็ชิงประกาศผลออกมาเสียก่อน

ฮือฮา!

ฝูงชนด้านล่างเริ่มส่งเสียงอื้ออึง

"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ปล่อยให้ไอ้หนูสองคนผ่านด่านไปก่อนแล้วรึ"

"หมอนั่นตั้งใจออมมือให้หรือเปล่าเนี่ย"

"ไม่มีทางหรอก ดินแดนแห่งการเรียกขานไม่ใช่สถานที่สำหรับบำเพ็ญเพียรสงบจิตสงบใจเสียหน่อย คนที่อยากไปที่นั่นส่วนใหญ่ก็มีแต่พวกนักโทษหลบหนีคดีที่มีคดีฆ่าคนติดตัวกันทั้งนั้น พวกเขาจะมาออมมือให้เด็กเมื่อวานซืนสองคนทำไมกัน"

...

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของฝูงชน เด็กหนุ่มชุดดำเดินลงจากลานประลองด้วยท่าทีผ่อนคลาย ตอนที่เดินลงมา เขาก็ไม่ลืมที่จะหันไปสบตากับเด็กหนุ่มผู้ถือพัดคนนั้น ฝ่ายหลังเองก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มที่แสดงความสนใจออกมาเช่นกัน

ทั้งคู่ต่างก็เอาชนะได้ในกระบวนท่าเดียว

และอายุยังรุ่นราวคราวเดียวกันอีกด้วย

มันจึงเกิดประกายไฟแห่งการแข่งขันขึ้นมาอย่างเงียบๆ

และในขณะที่ทุกคนกำลังแอบคาดเดาถึงตัวตนของเด็กหนุ่มทั้งสองคนนี้ ร่างบอบบางของเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาอีกคนหนึ่งก็ก้าวขึ้นไปบนลานประลอง

"บ้าไปแล้ว ไม่จริงน่า"

ลานกว้างที่เดิมทีก็วุ่นวายอยู่แล้ว ยิ่งวุ่นวายหนักเข้าไปอีก

"ไอ้เด็กพวกนี้มาจากไหนกันเยอะแยะเนี่ย ผู้ใหญ่ที่บ้านไม่ดูแลกันหรือไง"

"เจ้าพวกนี้ตั้งใจมาป่วนใช่ไหมเนี่ย"

...

ไม่ใช่แค่คนที่อยู่ด้านล่างที่โวยวาย กระทั่งทหารยามที่รับหน้าที่ประลองอยู่บนลานก็ยังอดไม่ได้ที่จะหางตาคิ้วกระตุก

ทหารยามมองไปรอบๆลานประลอง จากนั้นก็หันไปมองคนที่เพิ่งเอาชนะเขาไปเมื่อครู่ทั้งสองคน สายตาของเขาราวกับกำลังถามว่า พวกเจ้ามาด้วยกันใช่ไหมเนี่ย

ทว่าทั้งเด็กหนุ่มผู้ถือพัดและเด็กหนุ่มชุดดำต่างก็ยักไหล่ เป็นการบอกกลายๆว่าพวกเขาไม่ได้รู้จักกันเลย

"เริ่มได้หรือยัง" ซูอี้ฉือที่อยู่บนลานประลองเอ่ยถาม

เป็นความสุภาพที่ชวนให้กัดฟันกรอดอีกแล้ว

เมื่อต้องพ่ายแพ้ให้กับเด็กเมื่อวานซืนสองคนติดต่อกัน สีหน้าของทหารยามก็ดูดำมืดลง เขาขบกรามแน่น แววตาสาดประกายความเย็นเยียบ ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ไม่ยอมแพ้เป็นครั้งที่สามเด็ดขาด

"มันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนที่เจ้าก้าวขึ้นมาบนลานประลองนี้แล้ว..."

ทหารยามตวาดเสียงกร้าว จากนั้นเขาก็เป็นฝ่ายปลดปล่อยกลิ่นอายอันแข็งแกร่งพุ่งเข้าใส่ซูอี้ฉือก่อน

ในขณะที่เคลื่อนไหว สองมือของเขากำดาบแน่น พลังลมปราณสีทองที่เห็นได้อย่างชัดเจนไหลเวียนเข้าสู่ตัวดาบ ก่อเกิดเป็นประกายแสงสีทองอันเจิดจ้า

โฮ่!

ฝูงชนด้านล่างพากันร้องอุทาน

ฝ่ายตรงข้ามชิงลงมือจู่โจมก่อนเลยหรือนี่

นี่เป็นครั้งแรกเลยนะ!

เห็นได้ชัดว่าทหารยามผู้นี้ไม่อยากจะพ่ายแพ้เป็นครั้งที่สามแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น อายุของคนตรงหน้าก็ดูเหมือนจะน้อยกว่าสองคนก่อนหน้านี้เสียอีก

"ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่พวกเจ้าควรจะมา กลับไปซะ..."

ทหารยามตวาดลั่น ดาบที่ล้อมรอบด้วยแสงสีทองถูกฟาดฟันออกไปในแนวนอน พุ่งตรงเข้าหาซูอี้ฉือทันที

คมดาบอันเย็นเยียบสาดประกายแสงบาดตา การฟันครั้งนี้ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง

ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ดาบของอีกฝ่ายกำลังจะฟาดลงมานั้น เปลือกตาของซูอี้ฉือก็เบิกกว้างขึ้น ตามมาด้วยเสียงอาวุธสั่นสะเทือนดังกังวานใส ประกายแสงดุจสายรุ้งอันเจิดจรัสสว่างวาบขึ้นบนลานประลอง

ใบหน้าของผู้คนด้านล่างล้วนถูกสาดส่องจนสว่างจ้า

วินาทีต่อมา รูม่านตาของทุกคนก็หดเกร็งอย่างรุนแรง ลมหนาวพัดผ่าน เกิดเป็นระลอกคลื่นอากาศ ดาบห้วงดาราปรากฏขึ้นในมือของซูอี้ฉือราวกับแสงเทพส่องประกาย คมดาบอันแหลมคมตัดผ่านกระแสอากาศอันวุ่นวาย แล้วไปหยุดนิ่งอยู่ที่คอหอยของทหารยามอย่างแม่นยำ

ฮือฮา!

พริบตาเดียว กลิ่นอายพลังที่ทหารยามปลดปล่อยออกมาก็ถูกบดขยี้จนแหลกสลาย

ดาบในมือของเขาหยุดนิ่งอยู่ห่างจากหน้าอกของซูอี้ฉือไม่ถึงครึ่งเมตร

สิ่งที่หยุดนิ่งไปพร้อมๆกัน ก็คือความเงียบงันราวกับป่าช้าที่ปกคลุมไปทั่วทั้งลานกว้าง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 31 - หนึ่งกระบวนท่า

คัดลอกลิงก์แล้ว