- หน้าแรก
- กระบี่มารไร้พ่าย ทลายแดนเทวะ
- บทที่ 27 - ดวงตาแห่งลางมรณะ
บทที่ 27 - ดวงตาแห่งลางมรณะ
บทที่ 27 - ดวงตาแห่งลางมรณะ
บทที่ 27 - ดวงตาแห่งลางมรณะ
★★★★★
ถนนเมฆาล่อง หอวิหคเพลิง!
หลังจากซูอี้ฉือเดินทางออกจากเมืองหยกขาวและแยกย้ายกับซูอิ่นและซูเชี่ยนแล้ว เขายังไม่ได้มุ่งหน้าไปยังจุดหมายต่อไปที่ตั้งใจไว้ในทันที แต่กลับมาที่หอวิหคเพลิงก่อน
"ฮ่าๆๆๆ แขกผู้มีเกียรติ! ไม่เจอกันเพียงไม่กี่วัน คุณชายซูดูสง่างามขึ้นเป็นกองเลยนะขอรับ!"
ณ ห้องรับรองแขกวีไอพี!
ผู้ดูแลสิงให้การต้อนรับซูอี้ฉือที่มาเยือนอย่างกระตือรือร้น
"ผู้ดูแลสิงล้อเล่นแล้ว..." ซูอี้ฉือนั่งลงบนเก้าอี้ตัวกว้างและยื่นมือไปรับน้ำชาที่สาวใช้ส่งให้
"ข้าน้อยไม่ได้พูดเล่นเลย ในหมู่คนหนุ่มสาวสมัยนี้ หาคนที่องอาจผ่าเผยเช่นคุณชายซูได้ยากยิ่งนัก"
ซูอี้ฉือยิ้มบางๆ สายตากวาดมองไปรอบๆ "เถ้าแก่เนี้ยไห่ล่ะ"
"คุณชายซูมาเพื่อหาเจ้านายของพวกเราหรือขอรับ"
"อืม!"
"ช่างไม่บังเอิญเอาเสียเลย เจ้านายของพวกเราออกไปท่องเที่ยวข้างนอกแล้ว หากท่านมีความต้องการสิ่งใดก็บอกข้าน้อยมาได้ หากข้าน้อยไม่สามารถจัดการให้ได้จริงๆ ค่อยส่งคนไปแจ้งให้เจ้านายทราบ ท่านเห็นว่าอย่างไรขอรับ"
ผู้ดูแลสิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ซูอี้ฉือลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แววตาเผยให้เห็นถึงความจริงจัง "ไม่ทราบว่าหอวิหคเพลิงทำธุรกิจประเภทใดบ้าง"
ธุรกิจประเภทใดงั้นหรือ
ผู้ดูแลสิงชะงักไป เขามองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่มีความหมายแฝง "คุณชายซูต้องการสิ่งใดหรือขอรับ"
"ข้อมูล!"
"โอ๊ะ" ผู้ดูแลสิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
"ไม่ทราบว่าหอวิหคเพลิงมีการซื้อขายข้อมูลข่าวสารหรือไม่" ซูอี้ฉือถามย้ำ
ผู้ดูแลสิงยิ้มอย่างมีเลศนัย "ท่านต้องการข้อมูลอะไรหรือขอรับ"
ซูอี้ฉือเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยและแอบพยักหน้าในใจ เป็นไปตามที่เขาคาดคิดไว้ หอวิหคเพลิงไม่ใช่แค่สถานที่ซื้อขายของวิเศษเพียงอย่างเดียว
"ข้อมูลเกี่ยวกับคนผู้หนึ่ง"
"ท่านโปรดอธิบายรายละเอียดมาเถิด"
"คนผู้นั้นเป็นยอดฝีมือผู้ใช้ดาบ สามารถควบคุมลำแสงดาบให้อยู่รอบตัวคู่ต่อสู้ จากนั้นก็โจมตีเข้ามาพร้อมๆกันได้!"
"มีเพียงแค่นี้หรือขอรับ" ผู้ดูแลสิงเอ่ยถาม
"อืม!"
"เอ่อ หึๆ..." ผู้ดูแลสิงอดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมา หากไม่ได้เห็นสีหน้าอันจริงจังของซูอี้ฉือ เขาคงคิดว่าอีกฝ่ายกำลังล้อเขาเล่นอยู่เป็นแน่ "พูดตามตรงนะขอรับ หากมีข้อมูลเพียงเท่านี้ คงเป็นไปได้ยากมากที่จะหาข้อมูลที่ท่านต้องการได้"
"อย่างนั้นหรือ" ซูอี้ฉือพยักหน้าเบาๆ เขาไม่ได้แปลกใจกับคำตอบของอีกฝ่ายเลย
ท้ายที่สุดแล้วในมหาแดนเร้นลับแห่งนี้ มียอดฝีมือผู้ใช้ดาบมากมายนับไม่ถ้วน การจะตามหาคนผู้หนึ่งโดยที่ไม่รู้แม้กระทั่งหน้าตา ย่อมยากลำบากราวกับปีนขึ้นสวรรค์
"แต่พวกเราจะพยายามตรวจสอบให้คุณชายซูอย่างเต็มที่ หากมีเบาะแสใดๆ พวกเราจะแจ้งให้ท่านทราบเป็นคนแรกเลยขอรับ" ผู้ดูแลสิงกล่าว
"ข้ากำลังจะออกจากเมืองหยกขาวแล้ว!"
"ไม่มีปัญหาขอรับ คราวก่อนเจ้านายเคยมอบป้ายหยกแขกวีไอพีให้ท่านไปแล้วไม่ใช่หรือ ไม่ว่าที่ใดก็ตามที่มีสัญลักษณ์บนป้ายหยกนั้น ล้วนเป็นพันธมิตรกับหอวิหคเพลิงของเราทั้งสิ้น ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด ก็สามารถรับข้อมูลข่าวสารจากพวกเราได้เสมอ"
ผู้ดูแลสิงอธิบาย
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง!" ดวงตาของซูอี้ฉือเปล่งประกาย "ข้าต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ท่านเท่าใด"
"ไม่รีบขอรับ! เรื่องค่าตอบแทน เอาไว้พวกเรามีข้อมูลที่แน่ชัดแล้วค่อยมาคุยกัน!"
อาจเป็นเพราะซูอี้ฉือเป็นแขกวีไอพี
หรืออาจเป็นเพราะโอกาสที่จะได้ข้อมูลนี้มานั้นช่างริบหรี่เหลือเกิน
ผู้ดูแลสิงจึงไม่ได้รีบร้อนเรียกร้องค่าตอบแทนแต่อย่างใด
ซูอี้ฉือไม่ได้พูดอะไรให้มากความ
"ถ้าเช่นนั้นก็ต้องรบกวนผู้ดูแลสิงแล้ว หากเถ้าแก่เนี้ยไห่กลับมา ฝากความคิดถึงจากข้าไปให้นางด้วย"
พูดจบซูอี้ฉือก็ลุกขึ้นยืนแล้วประสานมือคารวะ ผู้ดูแลสิงเองก็ลุกขึ้นยืนและพยักหน้ารับเช่นกัน
"จริงสิ คุณชายซู..."
"ผู้ดูแลสิงยังมีธุระอื่นอีกหรือ" ซูอี้ฉือที่เดินไปถึงประตูหันกลับมามองอีกฝ่าย
ผู้ดูแลสิงแสดงสีหน้าอยากรู้อยากเห็น "คุณชายซูน่าจะทะลวงผ่านขอบเขตจิตสวรรค์แล้วใช่หรือไม่ขอรับ"
"อืม!"
"ไม่ทราบว่าอักขระปราณวิเศษของคุณชายซูเป็นประเภทใดหรือขอรับ"
การสอบถามประเภทอักขระปราณวิเศษของผู้ฝึกยุทธ์ หากเป็นคนคุ้นเคยกันก็ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างผู้ดูแลสิงกับซูอี้ฉือ คำถามนี้ออกจะดูน่าสงสัยอยู่บ้าง
เมื่อรับรู้ได้ถึงความสงสัยในดวงตาของซูอี้ฉือ ผู้ดูแลสิงก็รู้ตัวว่าเสียมารยาท เขาจึงหัวเราะแก้เก้อออกมา
"คุณชายซูอย่าได้ถือสา ข้าน้อยเพียงแค่อยากรู้เท่านั้น หากคุณชายซูไม่สะดวกที่จะบอก ก็ถือเสียว่าข้าน้อยพูดมากไปก็แล้วกันขอรับ"
ซูอี้ฉือยิ้มบางๆ แล้วตอบกลับไป "ไม่ทราบว่าผู้ดูแลสิงเคยเห็นลวดลายดาวห้าแฉกหรือไม่"
"ดาวห้าแฉกงั้นหรือ" ผู้ดูแลสิงชะงักไป
"ใช่ ดาวห้าแฉกสีแดงเข้ม แสงที่เหมือนกับสาดส่องออกมาจากขุมนรก"
เมื่อได้ยินสิ่งที่ซูอี้ฉือพูด ผู้ดูแลสิงก็ยิ่งนิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่
นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย
เขาถามเรื่องอักขระปราณวิเศษ แต่อีกฝ่ายกลับมาพูดเรื่องดาวห้าแฉกอะไรก็ไม่รู้
แม้จะรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ผู้ดูแลสิงก็ไม่ได้แสดงออกมา เขาแสร้งทำเป็นสนใจแล้วตอบกลับไป "ข้าน้อยไม่เคยเห็นของแบบนั้นหรอกขอรับ แต่เวลาว่างข้าน้อยชอบอ่านตำราโบราณเก่าๆ ลวดลายดาวห้าแฉกสีแดงที่ท่านเพิ่งพูดถึง ดูคล้ายคลึงกับค่ายกลดาวลางมรณะที่บันทึกไว้ในตำราโบราณอยู่บ้างนะขอรับ"
"ค่ายกลดาวลางมรณะงั้นหรือ" คราวนี้เป็นตาของซูอี้ฉือที่ต้องประหลาดใจบ้าง
"ใช่แล้วขอรับ!" ผู้ดูแลสิงพยักหน้า "ว่ากันว่าต้นกำเนิดของค่ายกลดาวลางมรณะคือค่ายกลศักดิ์สิทธิ์โบราณอันลึกลับ ต่อมาถูกคนชั่วร้ายดัดแปลงจนกลายเป็นค่ายกลมารสุดขั้ว ส่วนดาวห้าแฉกสีแดงจะหมายถึงฝ่ายศักดิ์สิทธิ์หรือฝ่ายมารสุดขั้วนั้น ข้าน้อยเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก เพราะตำราที่ข้าน้อยอ่านเป็นเพียงเศษเสี้ยวของตำราโบราณ เนื้อหาที่บันทึกไว้จึงมีไม่มากนัก"
ผู้ดูแลสิงหยุดไปครู่หนึ่ง "ท่านถามเรื่องพวกนี้ไปทำไมหรือขอรับ"
ซูอี้ฉือหัวเราะเบาๆ "ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่จู่ๆก็นึกขึ้นมาได้เท่านั้น"
จู่ๆก็นึกขึ้นมาได้อย่างนั้นหรือ
ผู้ดูแลสิงเริ่มเกิดความสงสัยในใจ
ทว่าซูอี้ฉือกลับพยักหน้าให้เป็นเชิงบอกลา แล้วหันหลังเดินออกจากห้องรับรองแขกวีไอพีไปตามทางเดินยาว
เมื่อมองตามแผ่นหลังของซูอี้ฉือ ผู้ดูแลสิงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย พูดตามตรงเขาต้อนรับผู้คนมามากมายและพบเจอคนมาก็เยอะ กระทั่งสามารถมองทะลุตัวตนของคนหลายๆคนได้ตั้งแต่แรกเห็น โดยเฉพาะเด็กรุ่นหลังที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับซูอี้ฉือ ผู้ดูแลสิงมองเพียงสองครั้งก็เดาออกแล้วว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่
แต่สำหรับซูอี้ฉือ เขากลับมองไม่ออกเลยแม้แต่น้อย
"หรือว่าอักขระปราณวิเศษของเขาจะเกี่ยวข้องกับลวดลายดาวห้าแฉกที่ว่านั่นจริงๆ" ผู้ดูแลสิงหรี่ตาลงและจมอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง
พรมปูพื้นนุ่มนิ่มรองรับฝ่าเท้า ภายในทางเดินอันมืดสลัวมีเพียงแสงไฟริบหรี่ขนาบข้าง
เงาร่างของซูอี้ฉือค่อยๆทอดยาวออกไป
"ค่ายกลดาวลางมรณะงั้นหรือ"
เขาพึมพำคำเหล่านี้ออกมา แม้จะไม่รู้ว่าผู้ดูแลสิงพูดจาเหลวไหลไปเรื่อยเปื่อยหรือไม่ แต่ซูอี้ฉือกลับรู้สึกถูกใจกับคำว่าลางมรณะสองคำนี้มาก
"ลางมรณะ จอมมาร... สองคำนี้ดูเข้ากันดีนะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นข้าจะเรียกอักขระปราณวิเศษของข้าว่าดวงตาแห่งลางมรณะก็แล้วกัน..."
ท่ามกลางโถงทางเดินอันมืดสลัว ดวงตาของซูอี้ฉือปรากฏประกายแสงชั่วร้ายอันน่าพิศวงวาบผ่าน
รูม่านตาซ้ายของเขามีแสงอักขระลอยละล่อง ลวดลายดาวห้าแฉกที่จับตัวกันเป็นกลุ่มค่อยๆปรากฏขึ้นที่ส่วนลึกของดวงตา
วิ้ง...
คลื่นพลังประหลาดแผ่กระจายออกไปราวกับสนามแม่เหล็กที่มองไม่เห็น
ลึกลับ!
ชั่วร้ายน่าหลงใหล!
ราวกับค่ายกลมารโบราณจากห้วงลึกของห้วงดารา กลิ่นอายแห่งลางมรณะซ่อนเร้นอยู่ภายใน ราวกับว่าหากใครได้สบตากับซูอี้ฉือ ก็เหมือนได้เห็นดาวแห่งลางมรณะจากจักรวาลอันมืดมิดร่วงหล่นลงมา
[จบแล้ว]