เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 483 ถ้าหากใครหน้าไหนต้องการจะตาย ก็เชิญอยู่ต่อได้เลย

ตอนที่ 483 ถ้าหากใครหน้าไหนต้องการจะตาย ก็เชิญอยู่ต่อได้เลย

ตอนที่ 483 ถ้าหากใครหน้าไหนต้องการจะตาย ก็เชิญอยู่ต่อได้เลย


ตอนที่ 483 ถ้าหากใครหน้าไหนต้องการจะตาย ก็เชิญอยู่ต่อได้เลย

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ยู่เฉิงไห่คว้ากระบี่นิลโลหิตไว้แน่น ฝ่ามือของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ

หวางซื่อเจียที่เห็นแบบนั้นตกตะลึง ตัวเขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นเหตุการณ์แบบนี้ แน่นอนว่าตัวเขาอยากที่จะร่วมมือกับสำนักอเวจีเพื่อการใหญ่ ตัวเขาไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าผู้อาวุโสลู่ ผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบจะกล้าเป็นศัตรูกับศาลาปีศาจลอยฟ้าเช่นนี้ ‘นี่...ข้าควรจะทำยังไงดี?’

ยู่เฉิงไห่ไม่ชอบคนที่เด็ดขาดไม่มากพอ “พี่ซื่อเจีย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับท่าน ถ้าหากท่านกลัว ท่านก็ออกไปซะเถอะ”

หวางซื่อเจียถอนหายใจก่อนจะตอบกลับมา “...ในเมื่อข้าเลือกแล้ว ข้าคงจะยอมถอยไม่ได้ เกาะเผิงไหลของข้ายินดีที่จะต่อสู้เคียงข้างสำนักอเวจี!”

“ดี! สิ่งที่ท่านพูดมีความหมายกับข้าจริงๆ” กระบี่นิลโลหิตในมือยู่เฉิงไห่ส่องประกายแสงสีทองออกมา

สีวู่หยาขมวดคิ้ว การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายอาจจะเริ่มต้นเมื่อไหร่ก็ได้ ตัวเขาตัดสินใจที่จะพูดออกมาอีกครั้ง “อาจารย์ของข้าจีเทียนเด๋ากำลังจะมาที่นี่!” นี่เป็นวิธีการที่พอจะตอบโต้ผู้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบได้ดีที่สุด

แต่น่าเสียดายที่ลู่โจวไม่ได้สนใจอะไรเลย “เจ้าหนุ่ม...เจ้าน่ะยังเป็นเด็กจนเกินไป”

ทันทีที่ลู่โจวพูดจบ ตัวเขาก็ขยับมือ การขยับมือของเขาไม่ต่างอะไรจากการเลือกต่อสู้ กระบี่นิลโลหิตได้ส่องแสงสีทองก่อนจะพุ่งเข้าหาลู่โจวอย่างรวดเร็ว

เมื่อกระบี่นิลโลหิตเข้าใกล้ลู่โจว ในตอนนั้นเองระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลางของลู่โจวก็เปล่งแสงสีฟ้าออกมา ลู่โจวได้ใช้สองนิ้วหยุดกระบี่นิลโลหิตเอาไว้

ตู๊ม!

พลังลมปราณที่เคลือบกระบี่ถูกทำลาย กระบี่นิลโลหิตตกอยู่ในมือของลู่โจวอย่างง่ายดาย

ในตอนนั้นเองทั่วทั้งห้องโถงก็เงียบไปชั่วขณะ

ผู้ฝึกยุทธผู้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบ...มีพลังมหาศาลเช่นนี้ มันคือสิ่งที่ทุกคนรู้สึกเมื่อได้เห็นการเคลื่อนไหวของลู่โจว เขาสามารถหยุดการโจมตีของอาวุธระดับสรวงสวรรค์ด้วยมือเปล่าได้ เมื่อได้เห็นแบบนั้นก็ไม่มีใครกล้าเคลื่อนไหวอย่างประมาท ถ้าหากยอดฝีมือผู้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบอาละวาด ใครในที่แห่งนี้จะไปหนีรอดได้กัน? ทุกคนที่คิดแบบนั้นไม่กล้าที่จะขยับไปไหน

ยู่เฉิงไห่เป็นผู้ที่ฝึกฝนตัวเองจนมีพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบสมบูรณ์ เขาฝึกฝนตัวเองจนมาถึงระดับสูงสุดของผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบแล้วนั่นเอง แม้ว่าการโจมตีเมื่อครู่จะไม่ใช่การโจมตีที่ทรงพลังสูงสุดของเขา แต่มันก็ไม่ใช่การโจมตีธรรมดาที่จะสามารถป้องกันไว้ด้วยมือเปล่า ยู่เฉิงไห่ที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่กลืนน้ำลาย

“ข้าจะฆ่าผู้ที่กล้าเคลื่อนไหวทันที และข้าก็จะตามไปฆ่าครอบครัวของคนที่กล้าขยับด้วย!”

เสียงของลู่โจวที่เยือกเย็นดังก้องไปทั่วห้องโถง คำพูดของลู่โจวส่งไปถึงหวางซื่อเจและสาวกของสำนักอเวจีทั้งหมด

ด้วยเสียงที่เยือกเย็นของลู่โจวทำให้บรรยากาศในห้องโถงตึงเครียดมากขึ้น ความกลัวได้ผุดขึ้นมาในใจของทุกคน แม้แต่ผู้ที่กล้าหาญที่สุดก็ยังไม่อาจพูดอะไรออกมา

ลู่โจวได้พูดต่อด้วยน้ำเสียงอันลึกล้ำ “นอกจากยู่เฉิงไห่แล้ว ทุกคนไสหัวไปซะ!”

“...”

บรรยากาศตึงเครียดมากกว่าเก่า

หวางซื่อเจียไม่เคยรู้สึกกดดันเช่นนี้ แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบและมีสถานะอันสูงส่งก็ตาม ตัวเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกซะจากก้มศีรษะยอมรับแต่โดยดี

ทุกคนในห้องโถงต่างตกตะลึง

เมื่อลู่โจวเห็นทุกคนไม่กล้าขยับไปไหนตัวเขาก็ได้พูดต่อ “ถ้าหากใครหน้าไหนต้องการจะตาย ก็เชิญอยู่ต่อได้เลย”

ดวงตาของยู่เฉิงไห่เบิกกว้าง ดวงตาของเขาแดงก่ำ ยู่เฉิงไห่จับจ้องไปที่กระบี่นิลโลหินในมือของลู่โจว สำนักอเวจีได้ล่มสลายแน่ถ้าหากผู้อาวุโสคนนี้เคลื่อนไหว

“ออกไปซะ!” ยู่เฉิงไห่พูดออกมา

ทุกๆ คน ต่างก็หันไปหายู่เฉิงไห่ “ท่านเจ้าสำนัก!”

“ศิษย์พี่ใหญ่”

ยู่เฉิงไหล่ชำเลืองมองทุกคนก่อนจะพูดออกมา “ข้าเป็นเจ้าสำนักรึเปล่า? แม้ว่าฟ้าจะถล่ม โลกจะล่มสลาย แต่ข้าก็จะแบกรับทุกอย่างเอาไว้ ออกไปได้แล้ว!” เสียงของยู่เฉิงไห่ส่งไปถึงทุกคน ตอนนี้ยู่เฉิงไห่เข้าใจแล้ว ผู้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบอย่างผู้อาวุโสลู่คนนี้ไม่ใช่คนที่ล้อเล่นด้วยได้

“ศิษย์พี่ใหญ่!” สีวู่หยาต้องการจะพูดต่อ

ในตอนนั้นเองยู่เฉิงไห่ก็ได้โบกแขนของตน พลังลมปราณที่ระเบิดออกมาจากการโบกมือได้ผลักสีวู่หยาให้ออกไปจากห้องโถง

หวางซื่อเจียที่เห็นแบบนั้นรู้สึกหมดหนทาง ตัวเขาคารวะยู่เฉิงไห่ก่อนที่จะออกจากห้องโถงใหญ่

คนที่เหลือไม่มีทางเลือกอื่นนอกซะจากออกจากห้องโถงไป

การเสียสละเกินความจำเป็นเป็นสิ่งที่ไร้ความหมาย ยู่เฉิงไห่เข้าใจเรื่องนี้ดี

ลู่โจวหันไปมองธิดาหอยสังข์ ตัวเขาสังเกตเห็นว่านางไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากพลังคลื่นเสียง

เมื่อทุกคนได้ออกจากห้องโถงไป ยู่เฉิงไห่ก็เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พลังฝ่ามือนับไม่ถ้วนได้พุ่งเข้าหาลู่โจว

“ต่อให้ท่านเป็นผู้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบแต่ข้าก็จะสู้!”

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

ในขณะที่ยู่เฉิงไห่โจมตี พลังทำลายล้างก็แผ่ซ่านไปรอบตัวของลู่โจว ลู่โจวได้ยกมือขึ้นมาก่อนที่จะซัดพลังฝ่ามือกลับไป พลังฝ่ามือมีอักษร ‘คำสั่งราชันย์’ อยู่ พลังฝ่ามือที่ได้เห็นมีแสงสีฟ้าจางๆ ส่องประกายออกมา

ตู๊ม!

พลังฝ่ามือจำนวนมากของยู่เฉิงไห่ถูกทำลายไปในทันที ตัวของเขาที่รับพลังการโจมตีกระเด็นกลับไป จิตใจของยู่เฉิงไห่ว่างเปล่า ‘นี่ก็แค่กระบวนท่าเดียว! นี่คือพลังของผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบอย่างงั้นเหรอ?’ มีอยู่หลายครั้งที่ยู่เฉิงไห่คิดว่าตัวเองสามารถก้าวเข้าสู่โลกของผู้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบได้ ในตอนที่ยู่เฉิงไห่เป็นเด็ก ตัวเขาที่มีพลังอวตารดอกบัวสามกลีบเคยเอาชนะผู้ฝึกยุทธผู้มีพลังอวตารดอกบัวห้ากลีบได้มาก่อน

แต่หลังจากที่มีพลังอวตารดอกบัวเจ็ดกลีบเป็นต้นไป แทบที่จะไม่มีผู้ฝึกยุทธคนไหนเอาชนะผู้ที่มีพลังมากกว่าตนได้ความแตกต่างของอวตารเพียงกลีบเดียวมันยิ่งใหญ่พอๆ กับระยะห่างระหว่างผืนดินและท้องฟ้า แม้ว่ายู่เฉิงไห่จะรู้ดีว่าการเป็นผู้ฝึกยุทธผู้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ตัวเขาก็แทบจะยอมรับความจริงไม่ได้ที่พ่ายแพ้ให้กับกระบวนท่าเพียงแค่กระบวนท่าเดียว ความมั่นใจและความถือตนที่ยู่เฉิงไห่มีถูกทำลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี

ตู๊ม!

ยู่เฉิงไห่กระเด็นชนเข้ากับกำแพง กำแพงที่ถูกชนมีรูขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในทันที

ยู่เฉิงไห่ที่ถูกโจมตีได้ใช้เวลาพักใหญ่กว่าที่จะหยุดตัวเองได้

สาวกสำนักอเวจีนอกห้องโถงใหญ่, หวางซื่อเจีย และสีวู่หยา...ต่างก็ยืนตกตะลึงอยู่ในความเงียบงัน

ผู้ฝึกยุทธผู้มีพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบไม่อาจต้านทานกระบวนท่าการโจมตีแม้แต่ครั้งเดียวได้

ลู่โจวเดินออกจากห้องโถงใหญ่ผ่านรูบนกำแพง ตอนนี้ตัวเขาอยู่ที่ด้านหลังของห้องโถงใหญ่เรียบร้อย

ค่ำคืนนี้ช่างสวยงาม แสงจากดวงดาวทั้งหลายกระจายไปทั่วทั้งฟ้าในยามมืดมิด

“ลุกขึ้น” ลู่โจวพูดออกมา

ยู่เฉิงไห่ได้แต่เก็บความเจ็บปวดเอาไว้ก่อนจะลุกขึ้นยืน

พรึ๊บ!

ยู่เฉิงไห่ที่เพิ่งจะลุกขึ้นได้เพียงครึ่งฟุตล้มลงอีกครั้ง ‘พลังวรยุทธที่ข้ามีอยู่ไหนกัน?’ ยู่เฉิงไห่พยายามที่จะโคจรพลังลมปราณจากจุดตันเถียน แต่ถึงแบบนั้นมันกลับว่างเปล่า

ลู่โจวขยับเข้าไปใกล้ รอบตัวของลู่โจวยังคงเต็มไปด้วยสง่าราศีอันน่าเกรงขาม

ยู่เฉิงไห่แทบหายใจไม่ออกจากแรงกดดันที่ได้รับ

ตู๊ม!

ยู่เฉิงไห่กระทืบเท้าของตัวเองก่อนจะพุ่งเข้าหาลู่โจวราวกับสัตว์ป่า ตัวเขาได้ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีปล่อยหมัดใส่ลู่โจวอย่างเหี้ยมโหด

พรึ๊บ! พรึ๊บ! พรึ๊บ!

ลู่โจวปัดหมัดทั้งหมดด้วยฝ่ามือ หมัดที่ไม่มีพลังวรยุทธอยู่มันก็เหมือนกับก้อนหิน หมัดที่ไร้พลังจะไปสู้กับลู่โจวได้ยังไง?

พรึ๊บ! พรึ๊บ! พรึ๊บ!

ยู่เฉิงไห่โจมตีอย่างดุเดือด

เมื่อลู่โจวเบื่อที่จะปัดป้อง ตัวเขาก็ผลักฝ่ามือไปที่ด้านหน้า

ตู๊ม!

ยู่เฉิงไห่กระเด็นถอยกลับไปอีกครั้ง ตัวเขากลิ้งไปบนพื้นโดยที่ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงอะไร

ลู่โนวตกใจมาก นี่เป็นลักษณะพิเศษของชาววู่เฉียนอย่างงั้นเหรอ? ลู่โจวมองไปที่ยู่เฉิงไห่ก่อนจะถามออกมา “เจ้ามีดีแค่นี้อย่างงั้นสินะ?”

“...” ยู่เฉิงไห่กัดฟัน ตัวเขาพยายามดิ้นรนผลักตัวเองให้ลุกออกจากพื้น

“ข้าจะสอนบทเรียนแทนอาจารย์เจ้าเอง”

พลังฝ่ามือขนาดใหญ่ได้ลอยเข้าหายู่เฉิงไห่

ในเวลาเดียวกันแสงสีทองจากปีกคู่หนึ่งก็พุ่งเข้าหาลู่โจวจากทางด้านหลัง มันเป็นแสงที่มาจากปีกที่ยาวกว่าหลายสิบฟุต ปีกที่เห็นได้ปล่อยเข็มพลังงานจำนวนมากจู่โจมใส่ลู่โจว

ลู่โจวพลิกฝ่ามือ อาวุธนิรนามที่ลู่โจวมีได้เปลี่ยนรูปแบบให้กลายเป็นโล่

ตู๊ม!

โล่นิรนามสามารถเบี่ยงเข็มพลังงานทั้งหมดให้ออกจากตัวลู่โจวได้

สีวู่หยาที่เห็นแบบนั้นยอมแพ้ที่จะโจมตีต่อ ตัวเขาเลือกที่จะบินไปด้านหน้าแทน

“พยายามจะช่วยอย่างงั้นสินะ?” ลู่โจวใช้สะบัดฝ่ามืออีกครั้ง

การ์ดกรงผนึกกักขังโฉมใหม่ถูกใช้งาน มันไม่เหมือนกับพลังผนึก พลังผนึกคำสั่งราชันย์ในก่อนหน้านี้

พลังที่ลู่โจวใช้พุ่งเข้าหาสีวู่หยาด้วยความเร็วดุจดั่งสายฟ้า สีวู่หยาที่ถูกพลังล้มลงในทันที พลังวรยุทธที่ตัวเขามีถูกผนึกอีกครั้ง สีวู่หยาที่ถูกจู่โจมยังไม่ยอมแพ้ “ศิษย์พี่ใหญ่หนีไปซะ ข้าจะรั้งเขาไว้เอง!”

ยู่เฉิงไห่ถอนหายใจ “ศิษย์น้องผู้หลักแหลมของข้า เจ้ามันโง่เง่า! ในเมื่อมีชีวิตก็ย่อมมีหวัง!”

“สำนักอเวจีจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ถ้าหากไม่มีท่าน”

ลู่โจวมองดูทั้งสองคนก่อนที่จะส่ายหัวและพูดออกมา “พวกเจ้ายังจะคิดหนีหลังจากที่ถูกพลังผนึกของข้างั้นสินะ?” ลู่โจวเดินมาใกล้มากยิ่งขึ้น

ในที่สุดสีวู่หยาก็รู้ตัวแล้วว่าตัวเขาสูญเสียพลังลมปราณทั้งหมดไป

“ติ้ง! จับกลุมยู่เฉิงไห่สำเร็จ ได้รับรางวัลแต้มบุญ: 1,000”

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 483 ถ้าหากใครหน้าไหนต้องการจะตาย ก็เชิญอยู่ต่อได้เลย

คัดลอกลิงก์แล้ว