เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 484 บทเรียนแบบตัวต่อตัว

ตอนที่ 484 บทเรียนแบบตัวต่อตัว

ตอนที่ 484 บทเรียนแบบตัวต่อตัว


ตอนที่ 484 บทเรียนแบบตัวต่อตัว

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

สิ่งที่ลู่โจวได้เห็นไม่ใช่เรื่องประหลาด ด้วยพลังจากการ์ดกรงผนึกกักขังทั้ง 2 ใบจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ยู่เฉิงไห่สีวู่หยาจะไม่สามารถหลุดพ้นจากพันธนาการได้

นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่สีวู่หยาถูกการ์ดใบนี้โจมตี ดูเหมือนว่าผลของการ์ดจะแสดงออกเช่นเดิม

เมื่อลู่โจวใช้การ์ดกรงผนึกกังขังโฉมใหม่ใบแรก ลู่โจวได้ผสมผสานมันเข้ากับพลังวิเศษของเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ไปด้วย มันเป็นวิธีที่จะทำให้ตัวเขาไม่ถูกการโจมตีของยู่เฉิงไห่ทำร้ายร่างกายตัวเอง ลู่โจวรู้สึกโชคดีที่ทุกอย่างยังอยู่ภายในการควบคุม ลู่โจวเก็บการ์ด 2 ใบนี้ไว้เพื่อเหตุการณ์แบบนี้โดยเฉพาะ

สีวู่หยาแหวกเสื้อของตัวเองขึ้นมาก่อนจะก้มหน้าลง ภายใต้แสงจันทร์สลัวมันได้ส่องลงมายังอักษรคำว่า ‘คำสั่งราชันย์’ มันไม่ใช่คำว่า ‘ผนึก’ เหมือนกับที่สีวู่หยาคาดเอาไว้ สีวู่หยาที่เห็นตัวอักษรบนหน้าอกของตัวเองตกใจ ‘นี่มันพลังของสำนักเซียนสวรรค์อย่างงั้นเหรอ?’ แม้ว่าพลังผนึกจะเป็นของสำนักเซียนสวรรค์ แต่สีวู่หยาก็ไม่คิดว่าผู้อาวุโสคนนี้จะอยู่ที่สำนักเซียนสวรรค์ได้ พลังผนึกมนตรากับพลังผนึกที่ผู้อาวุโสคนนี้ใช้ต่างก็คล้ายคลึงกันมาก

ลู่โจวก้าวไปที่ด้านหน้า เมื่อตัวเขาอยู่ห่างจากสีวู่หยาได้สามเมตร ลู่โจวก็ได้เหลือบมองเขา “เจ้าเองก็อยากตายด้วยสินะ?”

ก่อนหน้าสุดยอดฝีมือ แผนการและกลอุบายทั้งหมดต่างก็ไร้ความหมาย สีวู่หยาได้ตอบกลับมา “ข้าคงยืนเฉยในเมื่อศิษย์พี่ใหญ่ของข้าได้รับบาดเจ็บไม่ได้ ข้าจะยอมทอดทิ้งศิษย์พี่ใหญ่และขัดต่อคำสั่งของอาจารย์ข้าได้ยังไง?”

การกระทำของสีวู่หยาทำให้ลู่โจวประหลาดใจ ตัวเขาจำสิ่งที่ซู่ฮ่องกงเคยบอกไว้ได้ สีวู่หยาเคยช่วยเหลือทั้งซู่ฮ่องกง, ยู่ฉางตง และยู่เฉิงไห่...และในตอนนี้สีวู่หยาก็พยายามจะช่วยยู่เฉิงไห่อีกครั้ง

ในขณะที่ยู่เฉิงไห่ลุกขึ้นยืน ตัวเขาก็ได้วางมือบนไหล่ของสีวู่หยา “ข้าบอกเจ้าแล้ว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า”

“ทำไมท่านต้องดื้อรั้นเช่นนี้กันศิษย์พี่ใหญ่?” สีวู่หยาถามออกมา

“ฟังข้าก็พอ” สีหน้าของยู่เฉิงไห่ไร้ซึ่งความรู้สึกใด “ไปให้พ้นซะ!”

ยู่เฉิงไห่ได้ผลักสีวู่หยาไปที่ด้านข้างอีกครั้ง ตัวเขาไม่มีทางเลือกอื่น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่สำนักอเวจีจะขึ้นสู่จุดสูงสุดเหมือนกับในวันนี้ได้ ยู่เฉิงไห่เคยเตรียมการรับมือมาแล้ว สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดอาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เมื่อใดที่ตัวเขาพ่ายแพ้ ตราบใดที่เหล่าสาวกยังรอดไปได้ มันก็ยังมีหวัง

ยู่เฉิงไห่คุ้นเคยกับความตายดี ตัวเขาถูกกลั่นแกล้งมาหลายครั้งแล้ว ยู่เฉิงไห่สบตาลู่โจวอย่างแน่วแน่ “คนเราควรรับผิดชอบของการกระทำตัวเอง”

“ดีมาก” ลู่โจวยื่นมือที่เคยไขว้หลังไปที่ด้านหน้าของตัวเอง “ข้าจะไม่รังแกเจ้า ถ้าหากเจ้าสามารถเอาชนะข้าโดยที่ข้าไม่ได้ใช้พลังลมปราณได้ ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”

ยู่เฉิงไห่ตกตะลึงเล็กน้อย ตัวเขาไม่รู้ว่าทำไมชายชราคนนี้ถึงได้มุ่งเป้ามายังตัวเขา ตัวเขาไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งอะไรกับชายชราคนนี้เลย

พรึ๊บ!

ยู่เฉิงไห่พุ่งไปด้านหน้าด้วยหมัดที่มี

ลู่โจวหลบเลี่ยงหมัดก่อนที่จะใช้ไหล่กระแทกเข้าใส่

ตุ๊บ!

ยู่เฉิงไห่กระเด็นลอยไป

“ติ้ง! ลงโทษยู่เฉิงไห่สำเร็จ ได้รับรางวัลแต้มบุญ: 500”

“เจ้ามีดีแค่นี้อย่างงั้นเหรอ?”

การฝึกฝนร่างกายพื้นฐานของลู่โจวไม่ได้ด้อยไปกว่ายู่เฉิงไห่

ยู่เฉิงไห่ต้องพบกับความพ่ายแพ้และต้องทุกข์ทรมานมาอย่างยาวนานเมื่อถูกผู้เป็นอาจารย์คอยดูแล ตัวเขาที่พบกับเรื่องโหดร้ายได้เปลี่ยนมันทั้งหมดให้เป็นแรงจูงใจ ยู่เฉิงไห่ใช้แรงจูงใจนั้นพยายามอย่างหนัก แต่ท้ายที่สุดแล้วตัวเขาก็ไม่อาจเอาชนะชายชราคนหนึ่งที่ไม่ได้ใช้พลังลมปราณได้ด้วยซ้ำ

ยู่เฉิงไห่ลุกขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะพุ่งใส่ ครั้งนี้ยู่เฉิงไห่เลือกที่จะโจมตีจากทางอากาศ หมัดของเขากำลังโปรยปรายใส่ลู่โจวด้วยพลังกายอันแรงกล้า

ตุ๊บ!

ยู่เฉิงไห่ตกตะลึงอีกครั้ง!

“ติ้ง! ลงโทษยู่เฉิงไห่สำเร็จ ได้รับรางวัลแต้มบุญ: 500”

“อีกครั้ง!” ยู่เฉิงไห่กู่ร้องออกมา ตัวเขาพยายามเก็บกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้

การต่อสู้ฝ่ายเดียวเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หวางซื่อเจียและฮั๊วจงหยางไม่ได้จากไปไหน ในเวลานี้พวกเขาทั้งคู่ได้แต่จ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดจากรูบนผนัง พวกเขาจ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความตกตะลึง

“นะ...นี่คือวิธีที่ผู้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบจะเอาชนะผู้มีพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบอย่างงั้นเหรอ?” หวางซื่อเจียไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น ตัวเขารู้สึกว่าตอนนี้กำลังดูผู้ใหญ่ที่กำลังรังแกเด็กอยู่

“ข้าเองก็คงจะไม่เชื่อแน่ถ้าหากไม่ได้เห็นมันด้วยตาตัวเอง”

“แต่...ทำไมผู้อาวุโสลู่ถึงได้เลือกไปลงที่เจ้าสำนักยู่ล่ะ?”

ทั้งสองสบตากัน

ธิดาหอยสังข์แหย่หัวออกมาเพื่อเฝ้ามองการต่อสู้เช่นกัน

หวางซื่อเจียเหลือบมองไปที่นางก่อนที่จะหันไปหาฮั๊วจงหยาง

ฮั๊วจงหยางเข้าใจสิ่งที่หวางซื่อเจียกำลังคิดอยู่ดี ตัวเขาที่รู้แบบนั้นรีบตอบปฏิเสธ “ไม่” ถ้าหากจับธิดาหอยสังข์ไว้เป็นตัวประกัน มันก็ไม่ต่างอะไรกับการดิ่งลงเหว ยิ่งไปกว่านั้นทั้งสำนักเผิงไหลและสำนักอเวจีจะถูกลากเข้าข้องเกี่ยวด้วย ยิ่งไปกว่านั้นแม้แต่ฮั๊วจงหยางและหวางซื่อเจียเองก็อาจจะไม่รอดชีวิตเช่นกัน

ตุ๊บ!

ยู่เฉิงไห่ยังคงลุกขึ้นสู้ ตัวเขาพยายามกัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวดที่ได้รับมาก่อนจะพูดออกมา “อีกครั้ง!”

ภาพการต่อสู้ครั้งนี้ทำให้ยู่เฉิงไห่เผลอนึกไปถึงภาพในตอนที่ฝึกฝนตนครั้งแรก มันเป็นการฝึกฝนที่ตัวเขาได้รับมาจากศาลาปีศาจลอยฟ้านั่นเอง มันเป็นภาพความทรงจำที่ยู่เฉิงไห่ไม่อาจจะลบล้างได้ ในตอนนั้นผู้เป็นอาจารย์ของเขาได้ฝึกฝนยู่เฉิงไห่อย่างเข้มงวด มันเข้มงวดกว่าการฝึกฝนของสำนักไหนๆ กว่า 100 เท่า การฝึกฝนของยู่เฉิงไห่ไม่มีวันหยุดพัก ไม่ว่าจะหนาวหรือร้อนจัดมากแค่ไหน จีเทียนเด๋าก็จะขัดเกลาร่างกายของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปีแล้วปีเล่า ถูกเฆี่ยนตีครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าจะต้องอยู่ในถ้ำแห่งเงาสะท้อนในขณะที่เปลือยกาย ไม่ว่าจะต้องถูกแสงแดดแผดเผาเป็นกิจวัตรประจำวันก็ตาม บางทีอาจเป็นเพราะร่างกายที่แข็งแกร่ง ยู่เฉิงไห่จึงสามารถฝึกฝนพัฒนาตัวเองโดยใช้เวลาไม่นาน

ทั้งสองคนต่อสู้กันโดยใช้เวลากว่าหลายชั่วโมง

ยู่เฉิงไห่พ่ายแพ้ทุกครั้งและกระเด็นลอยไป

ตุ๊บ!

ยู่เฉิงไห่กระเด็นอีกครั้ง

“ผู้อาวุโสลู่ ข้าขอร้องท่าน!”

พรึ๊บ!

น่าแปลกที่สีวู่หยาเลือกจะคุกเข่าลง

ฮั๊วจงหยางที่เห็นแบบนั้นวิ่งไปที่ด้านข้างสีวู่หยาก่อนที่จะคุกเข่าลงเช่นกัน

ยู่เฉิงไห่นอนอยู่บนพื้น ตัวเขาหายใจอย่างหอบเหนื่อยขณะเหม่อมองดูท้องฟ้า ยู่เฉิงไห่หมดแรง ตัวเขาไม่ต้องการเคลื่อนไหวอีกต่อไป ยู่เฉิงไห่รู้สึกราวกับว่าอวัยวะภายในทั้งหมดได้รับบาดเจ็บไปหมดแล้ว

ลู่โจวถอนหายใจออกมา ‘ต้องอดทนกว่านี้ ฉันจะไม่ปล่อยให้ศิษย์ไม่รักดีคนนี้หนีรอดการสั่งสอนไปได้ง่ายๆ’ ไม่ว่าจะใช้พลังลมปราณหรือไม่ใช้ ร่างกายแก่ๆ ของเขาก็ไม่อาจทนต่อการต่อสู้ระยะเวลานานได้ ลู่โจวประเมินความดื้อรั้นของศิษย์คนนี้ต่ำจนเกินไป ตัวเขาเหลือบมองสีวู่หยาก่อนจะถามออกมา “เจ้าคุกเข่าให้เขาอย่างงั้นสินะ?”

“โปรดไว้ชีวิตให้ท่านเจ้าสำนักด้วย ผู้อาวุโสลู่” ฮั๊วจงหยางเอาหัวโขกพื้น

เมื่อได้ยินแบบนั้นยู่เฉิงไห่ก็ตะโกนขึ้นมา “ไม่ว่าจะหน้าไหนๆ ก็เหมือนกัน...” ยู่เฉิงไห่พุ่งเข้าหาลู่โจวราวกับวัวกระทิง การโจมตีครั้งนี้มันแข็งแกร่งกว่าครั้งไหนๆ

ลู่โจวที่เห็นแบบนั้นขมวดคิ้วเล็กน้อย ‘ศิษย์ไม่รักดีนี่มีพลังมากแค่ไหนกัน? นี่คือพลังของชาวเผ่าวู่เฉียนอย่างงั้นเหรอ?’

ยู่เฉิงไห่ไม่ได้คิดอะไรให้ซับซ้อน เมื่อคนอย่างเขามีเป้าหมาย ยู่เฉิงไห่จะไม่คิดยอมแพ้จนกว่าจะทำเป้าหมายให้สำเร็จ

พรึ๊บ!

แทนที่ลู่โจวจะถอยกลับ ตัวเขาเลือกที่จะก้าวมาข้างหน้าแทน ลู่โจวเงยหน้าขึ้นก่อนที่จะยกมือขึ้นมาด้วยความเร็วสูง

ยู่เฉิงไห่ที่เห็นแบบนั้นถอยกลับพร้อมกับหัวเราะออกมา “ท่านถูกหลอกแล้วล่ะ!” ยู่เฉิงไห่เปลี่ยนไปใช้ฝ่ามือจู่โจมเข้าใส่แทน

“หืม?” จู่ๆ ลู่โจวก็รู้สึกได้ว่ายู่เฉิงไห่ใช้พลังที่หนักกว่า 10,000 ออนซ์ หรือว่านี่จะเป็นคุณสมบัติพิเศษของเผ่าวู่เฉียนกัน? นิ้วของลู่โจวส่องแสงสีฟ้าขึ้นมาอีกครั้ง “เปล่าประโยชน์” ลู่โจวยกฝ่ามือขึ้นก่อนที่จะคว้ามือของยู่เฉิงไห่ไว้ [ออนซ์ คือหน่วยของการวัดน้ำหนักที่ถูกใช้กันในประเทศอังกฤษโดย 1 ออนซ์= 28.3415 กรัม]

ทุกๆ คนที่เห็นแบบนั้นต่างตกใจ

สีวู่หยาและฮั๊วจงหยางที่มองเห็นภาพการต่อสู้อ้าปากค้าง

ยู่เฉิงไห่รู้ดีว่าพลังฝ่ามือของเขามันหนักแน่นแค่ไหน ตัวเขามั่นใจมากว่าจะไม่มีใครต้านทานการโจมตีของตัวเขาโดยไม่ใช้พลังลมปราณได้ ‘เป็นไปได้ไง...เป็นไปไม่ได้’

ในชั่วพริบตาเดียวลู่โจวก็ได้โยนยู่เฉิงไห่ไปบนอากาศอีกครั้ง

ยู่เฉิงไห่ล้มลงบนพื้นก่อนที่จะกลิ้งไปมา ตัวเขารู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังหมุนอย่างรวดเร็ว

“พยายามจะหลอกข้าอย่างงั้นเหรอ?”

เมื่อยู่เฉิงไห่หยุดกลิ้ง ตัวเขาก็เหลือบมองลู่โจวอย่างหวาดกลัว ไม่ได้ผล! สุดท้ายแล้วยู่เฉิงไห่ก็พ่ายแพ้อีกครั้ง! ยู่เฉิงไห่พ่ายแพ้ไปอย่างสมบูรณ์ ในตอนนี้ความดื้อรั้นทั้งหมดถูกความหวาดกลัวเข้าครอบนำแทน...ยู่เฉิงไห่คิดมาตลอดว่าพลังกายที่ตัวเขามีคงจะไม่มีใครเทียบเคียงได้ แล้วทำไมผู้อาวุโสคนนี้ถึงได้มีพลังกายอันมหาศาลขนาดนี้ได้? ยู่เฉิงไห่รู้สึกสิ้นหวัง ไม่ว่าจะเก่งกาจแค่ไหนแต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบ คนคนนั้นก็เล็กจ้อยไม่ต่างอะไรจากมดปลวก “ท่านอยากจะทำอะไรกับข้าก็เชิญ จะฆ่าข้าก็ลงมือเลย” ยู่เฉิงไห่ไม่เคยรู้สึกสิ้นหวังแบบนี้มาก่อน

“เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าฆ่าเจ้าอย่างงั้นสินะ?” ลู่โจวเอาเท้าแตะพื้นเบาๆ ในตอนนั้นเองพลังลมปราณรอบตัวลู่โจวก็เพิ่มสู.ขึ้น

เมื่อพลังลมปราณผันผวน ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็สิ้นหวัง

นี่คือจุดจบ

ไม่นานนักก็ฝ่ามือของลู่โจวก็ลอยไปบนอากาศ!

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 484 บทเรียนแบบตัวต่อตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว