- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 41 - เขามาแล้ว เขามาแล้ว เขามาพร้อมกับ......
บทที่ 41 - เขามาแล้ว เขามาแล้ว เขามาพร้อมกับ......
บทที่ 41 - เขามาแล้ว เขามาแล้ว เขามาพร้อมกับ......
บทที่ 41 - เขามาแล้ว เขามาแล้ว เขามาพร้อมกับ......
การทดสอบระดับพลังในเขตสอบอื่นๆ กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดเผ็ดมัน
"เพลิงวิเศษหนานหมิงของหลินจื่อหลงแห่งเมืองหลวงปีศาจนี่แข็งแกร่งจริงๆ ค่าพลังรบ 3100 แบบนี้น่าจะมีพลังทำลายล้างเทียบเท่าระดับทองแดงขั้นสูงแล้วมั้ง แกะเขาเดี่ยวระดับเหล็กดำขั้นสมบูรณ์นั่น โดนย่างสุกเป็นแกะหันทั้งตัวไปเลย สมกับที่ได้คะแนนเต็ม 200 คะแนน ไร้ข้อกังขาจริงๆ!"
"พลังจิตของซูยวนแห่งเมืองหลวงปีศาจ คงใช้วิชากระแสบีบอัดเกลียวของเฉินซีเนี่ยนล่ะสิ ค่าพลังรบ 3400 พุ่งปรี๊ดสูงกว่าของหลินจื่อหลงซะอีก งูเกล็ดเหล็กระดับเหล็กดำขั้นสมบูรณ์โดนบิดเป็นเกลียวโปเต้เลย ได้ 200 คะแนนเต็มเหมือนกัน!"
"นี่มันกะจะเดินตามรอยศัตรู จนศัตรูไม่มีที่ให้เดินเลยหรือไง? ฉันจำได้ว่าเมื่อก่อน ตระกูลซูคือตระกูลที่โดนพลเอกเฉินซีเนี่ยนตบหน้าซะแหกหมอไม่รับเย็บที่สุดเลยนะ!"
"นี่แหละที่เขาเรียกว่า รู้เขารู้เรา รบก้อยครั้งชนะร้อยครั้ง คนที่รู้จักตัวนายดีที่สุด มักจะไม่ใช่เพื่อนหรือครอบครัวหรอกนะ แต่เป็นศัตรูของนายต่างหากล่ะ"
"เสียดายหลินอู่นะ ถ้าหมอนั่นไปถึงระดับเหล็กดำขั้นสมบูรณ์ได้ ผลงานคงไม่ด้อยไปกว่าพวกลูกผู้ดีมีตระกูลพวกนี้หรอก!"
"นั่นน่ะสิ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะลงทุนสนับสนุนหลินอู่ ลองคิดดูสิว่าการได้ฟูมฟักยอดฝีมือในอนาคตด้วยมือของตัวเอง มันจะรู้สึกฟินขนาดไหน.... จุ๊ๆๆ..."
"นับฉันด้วย นับฉันด้วย ฉันก็จะลงทุนเหมือนกัน!"
.....
ถ้าหากเฉินซีอินในตอนนี้ได้เห็นข้อความพูดคุยบนอินเทอร์เน็ต เขาคงได้แต่หัวเราะเยาะในใจ
ขอโทษทีนะพวกนาย!
พวกนายคิดช้าไปแล้วล่ะ!
ฉันสั่งการให้คนในตระกูลจัดการยึดโควตาลงทุนไปหมดเรียบร้อยแล้ว..... ฮี่ฮี่ฮี่...
พี่น้องของฉัน ฉันเลี้ยงดูเองโว้ย -.-
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ณ ฐานทัพทหารเมืองเหวินโจว ในโซนสอบของสายพิเศษ เด็กวัยรุ่นต่างทยอยทำการทดสอบกันไปทีละคนๆ
ใกล้จะถึงคิวของเฉินซีอินแล้ว
"หมายเลข 10086661 พลังพิเศษระดับ B ใช้ความรักปั่นไฟ ระดับเหล็กดำขั้นกลาง 130 คะแนน นี่มัน.... การใช้ความรักความหลงใหลในผลงานชิ้นหนึ่ง.... แล้วผลิตกระแสไฟฟ้าออกมาได้งั้นเหรอ... เอาเป็นว่า รับหนังสือ 'อะจึ๋ยสวรรค์รำไร' สักเล่มไหม?"
เฉินซีอินมองไปที่ลานสอบ แล้วก็พบว่ามันไม่มีเครื่องวัดค่าพลังรบ?
จากนั้นเขาก็เข้าใจได้ทันที ดูท่าคงต้องวัดผลตามกฎเกณฑ์ของสายพิเศษเท่านั้นแหละ
วินาทีต่อมา เขาก็ส่งจิตเข้าไปสำรวจหน้าต่างสถานะ มองดูทักษะและแต้มพลังพิเศษของตัวเอง
【ทักษะ】: ทฤษฎีเสียง (สมบูรณ์แบบ), คอร์ดเสียง (ชำนาญ+), คมมีดเสียง (เชี่ยวชาญ), บทเพลงเกลียวคลื่นทะเลมรกต (ชำนาญ), ตัวโน้ตทะยานมิติ (เริ่มต้น+), คลื่นความถี่สั่นพ้องพึ่งพา (เริ่มต้น+), บทเพลงโซนาตาสง่างาม (เริ่มต้น+)
【สิ่งของ】: ขลุ่ยซีเหยียน (อาวุธศักดิ์สิทธิ์เติบโตได้ระดับเหล็กดำ)
【แต้มพลังพิเศษ】: 14750
ใช้แต้มพลังพิเศษอัปเกรด 'คลื่นความถี่สั่นพ้องพึ่งพา' กับ 'บทเพลงโซนาตาสง่างาม' ก่อนก็แล้วกัน
"ระบบ อัปสเตตัส!"
【การอัปเกรดครั้งนี้ต้องใช้แต้มพลังพิเศษ 6000 และ 5000 ตามลำดับ ยืนยันหรือไม่?】
"ยืนยัน!"
ความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่สั่นพ้องพึ่งพาและบทเพลงโซนาตาสง่างาม ไหลทะลักเข้าสู่สมองของเฉินซีอินอย่างรวดเร็ว
ทักษะทั้งสองนี้เปลี่ยนจากความไม่คุ้นเคยกลายเป็นความคล่องแคล่วชำนาญ ราวกับว่าเขาได้ฝึกฝนมันมานับร้อยนับพันครั้ง
【อัปเกรดสำเร็จ!】
【คลื่นความถี่สั่นพ้องพึ่งพา (ขั้นชำนาญ)】: การผสานคลื่นความถี่เข้ากับท่วงทำนองของธรรมชาติที่อยู่รอบตัว จะช่วยฟื้นฟูพลังงานให้ตัวเองหรือผู้อื่นได้ ตราบใดที่เสียงดนตรียังคงบรรเลงอยู่ ก็จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพความแข็งแกร่งโดยรวมได้ประมาณ 15%
【บทเพลงโซนาตาสง่างาม (ขั้นชำนาญ)】: สามารถเลือกเป้าหมายฝ่ายพันธมิตร เพื่อเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ได้ประมาณ 10% พร้อมทั้งช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บและพละกำลังให้ฝ่ายพันธมิตรได้เล็กน้อย
สามารถเลือกเป้าหมายฝ่ายศัตรู เพื่อทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ลดลงประมาณ 10% และทำให้ได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้นประมาณ 10%
แต้มพลังพิเศษเหลืออยู่ 3750 แต้ม
ในขณะที่เฉินซีอินกำลังรับข้อมูลทักษะอยู่นั้น
ผู้เข้าสอบที่อยู่คิวก่อนหน้า ก็กำลังทำการทดสอบกันอย่างรวดเร็วทีละคน
ผ่านไปไม่นาน เสียงตะโกนดังก้องก็ดังขึ้น
"หมายเลข 10086666 เตรียมตัว!"
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินซีอินก็สะดุ้งตัวเล็กน้อย ดึงสติกลับมาแล้วลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นบนเสื้อคลุมสีขาวของตัวเองเบาๆ ปลดขลุ่ยซีเหยียนที่ห้อยอยู่ข้างเอวลงมาควงเล่นในมือหนึ่งรอบ ก่อนจะก้าวเดินอย่างสง่างามมุ่งหน้าไปยังจุดรอสอบ
ผู้เข้าสอบที่อยู่รอบๆ ต่างพากันชะเง้อคอมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"หมายเลข 10086665 พลังพิเศษระดับ B นาฬิกาทวนเข็ม ระดับเหล็กดำขั้นกลาง 145 คะแนน น่าสนใจดีนะ พอได้ยินเสียงระฆังดัง ก็จะเดินถอยหลังไปในทิศทางตรงกันข้าม รู้สึกว่าน่าจะย้ายไปอยู่สายควบคุมได้เลยนะเนี่ย"
"คนต่อไป!"
ผู้คุมสอบตะโกนเรียกอีกครั้ง จากนั้นก็หยิบกระดานบันทึกคะแนนขึ้นมาดู แล้วก็ต้องใจหล่นวูบ
เชี่ย!
คุณชายรองนี่หว่า!
ในวินาทีนี้ แววตาที่เคยราบเรียบไร้อารมณ์ของผู้คุมสอบ ก็ฉายแววประหลาดใจออกมาเล็กน้อย
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ และพบว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ซ่างกวนหยวนหลง, จางทงไห่, จ้าวหานอวิ๋น และคนอื่นๆ อีกมากมาย ต่างก็ไปยืนรวมตัวกันอยู่บนอัฒจันทร์ของสนามสอบเรียบร้อยแล้ว
ทุกคนกำลังจับจ้องมองมาที่กลางลานสอบอย่างเงียบๆ
"มาแล้ว!" ใครบางคนพึมพำขึ้นมาเบาๆ
และในตอนนั้นเอง เฉินซีอินก็ค่อยๆ เดินออกมาจากจุดรอสอบ
ผู้เข้าสอบคนอื่นๆ ที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ ต่างก็หันไปมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วก้มลงมองเสื้อผ้าที่ตัวเองใส่ พลางแอบบ่นอุบในใจ
"นี่ใครวะเนี่ย มาจากโรงเรียนไหนวะ ตกลงว่านี่มันมาสอบหรือมาเดินแบบแฟชั่นชุดย้อนยุคกันแน่ แต่งตัวซะหล่อเฟี้ยวอลังการเว่อร์วังขนาดนี้เชียว?"
"ลี่ลี่ รีบดูสิ มีหนุ่มหล่อด้วย!"
"ไหนๆ ว้าว~~ พี่ชายหล่อจังเลยอ่า~"
"ความอิจฉามันทำให้หน้าตาฉันบิดเบี้ยวไปหมดแล้ว ก็แค่หล่อกว่าหน่อย ตัวสูงกว่านิด มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นแค่พวกดีแต่หน้าตา!"
"นั่นน่ะสิ ทรงแบบนี้ เห็นแล้วหมั่นไส้อยากจะพุ่งเข้าไปกระโดดแทงเข่าใส่หน้าสักทีเลยว่ะ"
"ไอ้หนุ่ม นายลองยืนขึ้นให้ฉันดูหน่อยสิว่านายสูงแค่ไหน?"
ทางฝั่งของเครือข่ายถ่ายทอดสดบนอินเทอร์เน็ต
"มาแล้วๆ ผู้ชายคนนั้นมาแล้ว!"
"แม่เจ้าโว้ย~ ตอนอยู่ในมิติเสมือนจริง ฉันเห็นหมอนี่ใส่ชุดคลุมยาวสีขาว ก็คิดว่ามันแต่งตัวเอาหล่อแล้วนะ ไม่นึกเลยว่าตัวจริงในโลกความจริงจะยิ่งหล่อวัวตายควายล้มขนาดนี้ ไอ้ขลุ่ยนั่นหาซื้อได้ที่ไหนเนี่ย ฉันจะไปซื้อมาห้อยบ้าง!"
"??? พี่ชาย ส่งรูปหน้าพี่มาให้ดูหน่อยสิ คนเรามันเบ้าหน้าไม่เหมือนกันนะเว้ย คนอื่นถือแล้วดูสง่างามอลังการ แต่พี่ถือแล้วอาจจะดูโรคจิตกะล่อนก็ได้นะ!"
"เลิกพล่ามได้แล้ว ตั้งใจดูสิ ข้อมูลบอกว่า ไอ้หนุ่มที่ชื่อเฉินซีอินคนนี้ เป็นถึงสายเสียงระดับ SSS เชียวนะ ฉันล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าสายเสียงระดับท็อปขนาดนี้ จะมีความพิเศษอะไรซ่อนอยู่?"
"สายเสียงเหรอ? จะไปพิเศษอะไรได้วะ คุณลุงข้างบ้านฉันก็เป็นสายเสียงเหมือนกัน สามารถดัดเสียงได้ด้วยนะเว้ย แถมดัดเป็นเสียงโลลิได้น่ารักน่าหยิกสุดๆ ฟังแล้วเคลิ้มจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง ได้ข่าวว่าแกเล่นแอปหาคู่คุยโทรศัพท์ด้วยนะ กินเรียบทั้งหญิงทั้งชาย เดี๋ยวก็ดัดเสียงทุ้มต่ำ เดี๋ยวก็ดัดเป็นเสียงโลลิ เสียงพี่สาววัยใส......"
"เชี่ยเอ๊ย!!! น่าสะพรึงกลัวโคตร โลกของพลังพิเศษนี่แม่งอันตรายชิบเป๋ง ฉันอยากจะหนีไปให้ไกลเลยว่ะ..."
"แต่ก็หนีไม่พ้นใช่ไหมล่ะ??"
"เวรเอ๊ย.... นี่พวกนายยังอุตส่าห์มาเล่นต่อเพลงกันอยู่อีกเหรอเนี่ย?"
......
เฉินซีอินเดินมาหยุดยืนอยู่กลางลานสอบ ยืนนิ่งเป็นสง่า มือขวาที่ถือขลุ่ยซีเหยียนตวัดสะบัดออกไปอย่างเท่ๆ
ชายเสื้อคลุมลายเมฆาสีขาวขลิบทองพลิ้วสะบัดขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับธงรบที่โบกสะบัดไปตามสายลม
กลิ่นอายความสูงศักดิ์แผ่กำจายออกมา ช่วยขับเน้นบุคลิกอันสง่างามและเป็นกันเองของเขาให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น
ราวกับเป็นคุณชายสูงศักดิ์ที่หลุดออกมาจากภาพวาดโบราณ
วินาทีต่อมา
มือขวาที่ถือขลุ่ยซีเหยียนกำเป็นหมัด มือซ้ายแบออกเป็นฝ่ามือ นำมาประสานกันที่ด้านหน้า โค้งคำนับให้ผู้คุมสอบเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ: "ผมพร้อมแล้วครับ"
ผู้คุมสอบพยักหน้ารับ แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง ตอบกลับว่า: "ดี งั้นเริ่มกันเลย!"
เฉินซีอินพยักหน้ารับเบาๆ กวาดสายตามองไปรอบๆ ลานสอบแวบหนึ่ง ก็ไปสะดุดตาเข้ากับจ้าวหานอวิ๋นที่ยืนอยู่บนอัฒจันทร์
รวมถึงกลุ่มคนที่ยืนอยู่ล้อมรอบเขา ซึ่งดูจากการแต่งกายก็เดาได้ไม่ยากว่า คงจะเป็นพวกนายทหารระดับสูงของฐานทัพทหาร และเจ้าหน้าที่พิเศษที่กระทรวงศึกษาธิการต้าเซี่ยส่งมาคุมสอบแน่ๆ
และยังมีผู้อำนวยการจางซงอวิ๋น รวมถึงคุณครูประจำชั้นของเขาที่ยืนอยู่ด้านหลังคนพวกนั้นด้วย
ตลอดจนเพื่อนร่วมชั้นและนักเรียนจากโรงเรียนอื่นๆ ที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์รอบๆ ซึ่งกำลังจ้องมองมาที่เขา
"เอาล่ะ นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป..... ฉันจะเริ่มบรรเลงเพลงล่ะนะ!"
ความคิดแวบเข้ามาในหัว เฉินซีอินยืดตัวตรง แขนขวาที่ถือขลุ่ยซีเหยียนตวัดออกไปด้านนอก
ขณะที่ค่อยๆ หดแขนกลับมา ขลุ่ยซีเหยียนที่ตอนแรกตั้งตรงอยู่ในมือ ก็หมุนเปลี่ยนมาอยู่ในแนวนอนตามจังหวะการบิดข้อมือ
ริมฝีปากสีแดงระเรื่อของเฉินซีอิน ขยับเข้าไปใกล้ขลุ่ยซีเหยียนอย่างช้าๆ
ริมฝีปากและขลุ่ยประกบเข้าหากันอย่างแนบสนิท เขายกมือซ้ายขึ้นมาวางทาบลงบนรูเป่า
เขาดึงเอาพรสวรรค์ระดับเทพ 【สายเสียงอเนกประสงค์】 และพลังจิตวิญญาณออกมาใช้โดยตรง
เมื่อเป่าลมหายใจเข้าไปในท่อขลุ่ยอย่างแผ่วเบาและราบเรียบ
ตัวโน้ตอันไพเราะเสนาะหูก็หลั่งไหลออกมาจากขลุ่ย ราวกับฝูงผีเสื้อที่กำลังร่ายรำ
【บทเพลงโซนาตาสง่างาม】 และ 【คลื่นความถี่สั่นพ้องพึ่งพา】 ถูกกระตุ้นการทำงานพร้อมกัน!!
บรรเลงเพลงประสาน!
บัฟซ้อนทับคูณสอง!!
ท่วงทำนองนั้นไหลรื่นราวกับสายน้ำใสสะอาด แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของผู้คุมสอบ และร่างของมารจิ๋วที่อยู่ในกรงขัง
เสียงดนตรีกระจายวงกว้างออกไปไกลมาก จนทำให้คนที่ยืนอยู่บนอัฒจันทร์ และผู้เข้าสอบที่นั่งอยู่บริเวณใกล้เคียง ล้วนได้ยินกันอย่างชัดเจน
สีหน้าของทุกคนแปรเปลี่ยนไปในทันที สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายของตัวเอง
หลากหลายอารมณ์ความรู้สึกปรากฏขึ้นบนใบหน้า ทั้งตกใจ, ประหลาดใจ, ไม่อยากจะเชื่อ, เหลือเชื่อ, และอ้าปากค้างตะลึงงัน
"นี่มัน..."
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย.... ร่างกายของฉัน....."
(จบแล้ว)